LOGIN'เฟยเหมยหลิน' นางคณิกาอันดับหนึ่ง ที่ถูกท่านแม่ทัพอย่าง 'ไฉต๋าตง'ซื้อตัว แต่เขาหาได้รื่นเริงบรรเลงเพลงรักกับนางไม่ ท้ายที่สุดนางอดทนรอไม่ไหว จึงตั้งใจเผด็จศึกท่านแม่ทัพผู้นี้ให้สยบราบคาบ 'เฟยหลันฟาง' น้องสาวของเฟยเหม่ยหลิน ถูกจอมโจรชั่วอย่าง 'หลี่เล่อคุน'ลักพาตัวไป แทนที่เขาจะเห็นใจกวางน้อยผู้พลัดถิ่น กลับนัวเนียไม่ยั้งเสียจนนางแทบไม่ได้นอน แต่จอมโจรอย่างเขากลับซ่อนความลับบางอย่างไว้ ไม่แน่ว่าถ้ากวางน้อยได้รู้เข้า คงไม่ใครก็ใครได้ยอมศิโรราบแทบฝ่าเท้าเป็นแน่ 'หลี่ฟ่านปิง'น้องสาวของหลี่เล่อคุน ปลอมตนเป็นสาวนางระบำเพื่อสืบหัวหน้าจอมโจรที่ยิ่งใหญ่ ทว่าแม่นางพยัคฆ์กลับตกม้าตายโดนสองโจรชั่ว 'โหวหลันข่าย'และ'จินหลิวหยาง' ล่อลวงเข้าสู่รังรัก นางจะยอมพูดหรือเสพสมกามอารมณ์ตลอดกาลกัน หลังจาก 'เจียเหม่ยลาง' ได้ส่งนางระบำสายลับเข้าสู่ปากเสือทั้งสอง ภายในใจของนางก็ไม่มีวันสงบสุขได้อีก เมื่อได้พบเข้ากับ 'เวยหลั่วหยาง' ทั้งคำพูดอันหยาบโลนเพื่อรีดเค้นความลับ ทั้งความรู้สึกที่จมดิ่งลงในบ่อน้ำแห่งห้วงอารมณ์ร้อน 'หากเจ้ายังไม่ยอมเอ่ย หน้าที่เจ้าก็มีแค่บนเตียงเท่านั้น!'
View Moreบทที่ 1.1 ข้าคือผู้ที่งดงามที่สุด
ข้า… คือความงดงาม
และข้ายังเป็นหนึ่งในสาวงามแห่งแคว้นผู้มากความสามารถ
พวกท่านคิดว่าข้าหลงตัวเองงั้นหรือ? หึ!ข้าไม่จำเป็นต้องโป้ปดหรอก ขอเพียงแค่โปรยกลีบบุปผาจากหอนอน เหล่าผู้ชายที่มากตัณหาทั้งหลายต่างพากันแก่งแย่งเสียแล้ว ทั้ง ๆที่มันเป็นเพียงแค่ของไร้ค่าเสียเท่านั้น ท่านคิดเห็นเช่นข้าหรือไม่
ซึ่งทั้ง ๆที่ข้าเลอค่าเพียงนี้ อีกทั้งรูปร่างอรชรงดงาม บั้นท้ายกลมกลึงหาไร้ที่ติ ใบหน้ารึ!? ก็ราวเทพเซียนเดินดิน น้ำเสียงไพเราะเพราะพริ้งจนแม้แต่จิ้งหรีดยังเขินอาย ความสามารถในงานศิลป์ข้าถือว่าต่ำคณาจารย์ยอดฝีมือเพียงแค่ครึ่งส่วน
แต่แล้วอย่างไรล่ะ?
ในเมื่อข้าเลอเลิศเช่นนี้ แต่ผู้ที่ซื้อตัวข้า กลับเอาแต่ชวนข้าร่ำสุราเป็นเพื่อนอยู่ร่ำไป
นี่… ข้าไร้เสน่ห์ยั่วยวนถึงเพียงนี้เลยหรือ
แล้วเช่นนั้นอาชีพนางคณิกาของข้ามันจะไปมีประโยชน์อย่างไร ในเมื่อข้าอาศัยอยู่ในหอนางโลม ข้ามีเพียงสิ่งเดียวที่ต้องทำ คือการบำเรอเหล่าลูกค้าทั้งหลายให้สุขล้นจนราวกับขึ้นสวรรค์ แต่ข้ากลับถูกสั่งให้ดื่มสุราเพียงเท่านั้น ท่านคิดว่าความมั่นใจของข้าไม่แหลกละเอียดงั้นรึ?
“ช่างน่าสมเพชเสียจริง” ข้าพึมพำพลางแต่งแต้มสีชาดบนริมฝีปากอวบอิ่ม ข้ามีนามว่า เฟยเหม่ยหลิน เป็นนางคณิกาอันดับหนึ่งแห่งหอนางโลม ‘มากสาวงาม’ และกว่าข้าจะได้ตำแหน่งนี้มา ใช่ว่าเป็นเรื่องง่ายดาย
“แม่นางเฟย” เสียงเล็ก ๆดังขึ้นจากทางหน้าประตูห้องนอน ข้าไม่เอ่ยอันใดออกไป แต่นางรู้ว่าควรเข้ามาเพื่อช่วยข้าแต่งแต้มสีสันบนเรือนร่างสุดยั่วยวนนี่
เด็กรับใช้เปิดประตูเสียกว้าง จนเสียงความวุ่นวายดังขึ้นมาถึงชั้นหอนอน ข้าเพียงแค่ปรายตามองนางผ่านทางคันฉ่อง เห็นเด็กรับใช้ก้าวเข้ามาพร้อมถาดใส่ของขวัญมีค่ามากมาย ข้ารับรู้ได้ทันทีว่าเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นกับนาง
“อาหลันเจ้าก็รู้ว่าข้าไม่รับของขวัญ” ข้าเอ่ยกับนางที่เดินเข้ามาอย่างเหนียมอาย นางอ่อนแอเกินกว่ามาทำงานที่นี่ แต่นางก็เป็นเด็กดีมากพอที่ทำให้ข้ารับนางมาอยู่ด้วย
“ข้าคิดว่าของงดงามเหล่านี้ช่างเหมาะกับท่านนัก ข้าเลยบังอาจฝ่าฝืนคำสั่งของท่าน” นางหลุบตามองต่ำ ซ่อนแววตาที่สั่นไหว และร่องรอยบาดแผลบนใบหน้าหวาน
“อาหลันเจ้ามาช่วยข้าเลือกเครื่องประดับหน่อยซิ” ข้าเอียงคอไปทางนาง มองอาหลันที่พยักหน้าเบา ๆแล้ววางถาดในมือลง ข้ารู้ว่านางไม่ปริปากหรอก แต่ข้ารู้ว่าผู้ใดเป็นคนทำร้ายนาง
ใช้เวลาเพียงชั่วครู่เมื่อข้าย่างกรายลงจากชั้นบนหอนอน เหล่าเสี่ยวเอ้อร์ทั้งหลายตะโกนโหวกเหวกโวยวายเมื่อข้าลงไปทีละชั้น เหล่าบรรดาลูกค้าไม่ว่ากิตติมศักดิ์หรือเพียงธรรมดาสามัญ พวกเขาต่างส่งเสียงเกี้ยวพาราสีข้า
ข้าแค่ปรายตามองพวกเขา ผู้คนทั้งหลายต่างยอมละทิ้งความสุขสำราญเพื่อโปรยตั๋วเงินทั่วสารทิศ ข้ามักปรากฏตัวโดยมีเงินทองรองรับเสมอ เพราะเช่นนี้แลข้าถึงได้เป็นอันดับหนึ่งแห่งหอนางโลม
“แม่นางเฟย” อาหลันเอ่ยเสียงสั่น เมื่อข้าใกล้ถึงเป้าหมายไปทุกย่างก้าว “ข้าไม่เป็นอะไรจริง ๆแม่นางเฟย โดนตบหน้าเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ท่านอย่าไปเสวนากับพวกเขาเลย”
“ได้อย่างไร” ข้าเอ่ยเสียงหวาน กรีดนิ้วไปตามพุ่มดอกราตรีสีแดงฉาน เฉกเช่นเดียวกับสีชุดข้า “ตบหน้าเจ้าก็เหมือนตบหน้าข้า”
“แม่นาง” อาหลันดึงชายแขนเสื้อข้าให้หันไปสบตากับนาง
ส่วนข้าเพียงแค่มองฝ่ามือน้อย ๆที่กว่าจะประทินให้มันเนียนนุ่มได้ ต้องหมดของบำรุงไปมากมาย ข้าเอ็นดูนางเพียงนี้ แต่คนพวกนั้นกลับกระทำการต่ำช้า โอ้อวดความยิ่งใหญ่ของตนเอง พวกนั้นคงลืมไปแล้วกระมัง ว่าภายใต้หอนางโลมมากสาวงาม คือสถานที่ที่ไม่มีใครยิ่งใหญ่ไปกว่ากัน
“เจ้าอยากให้ข้าทำเช่นไรอาหลันน้อย” ข้าเอ่ยเสียงหวาน หันไปเผชิญหน้ากับเด็กสาวที่ตัวเริ่มสั่นเทา
“ข้าอยากให้ท่านไม่ต้องสนใจแล้วปล่อยผ่านไป ข้าไม่อยากให้เรื่องราวใหญ่โต ข้ากลัว... ข้ากลัวว่าเถ้าแก่เนี้ยจะไล่ข้าไปจากท่าน”
บทที่ 8.4 ของของใคร“ไม่โกรธ…”“กระซิบกระซาบพอใจกันแล้วหรือไม่” หลั่วหยางกล่าวเสียงเข้ม มองหญิงสาวที่หลุบตามองไปทางอื่น “เช่นนั้นก็เข้าเรื่องของเราเถอะ”“ในนามที่ข้าเป็นผู้อาวุโสที่เชื่อถือได้ ข้าจะเป็นสักขีพยานในครั้งนี้แล้วกัน” หมอชราเอ่ยพร้อมทั้งหัวเราะ เมื่อได้ยินคำพูดล้อเลียนจากชายหนุ่มอาภรณ์ขาวนามจินหลิวหยาง“ส่วนข้าขอใช้ตำแหน่งของตนเพื่อยืนยันในทุกคำพูดของโหวหลัวข่ายและจินหลิวหยาง” หลี่ฟ่านปิงยกยิ้มเชิดอก ขยิบตาให้กับชายหนุ่มทั้งสองที่ตนเองหมายถึง“เจ้านี่นะ” หลั่วหยางกลอกตาไปอีกทาง ก่อนหันกลับมามองหญิงสาวที่นั่งสงบนิ่ง“สิ่งที่ข้าจะกล่าวต่อไปนี้ ล้วนแล้วผ่านการไตร่ตรองมาทั้งสิ้น หลังจากวันนี้เป็นต้นไปค่ายโจรของพวกข้ายินดีเข้าร่วมกับทางการ อยู่ภายใต้การนำของหลี่ฟ่านปิง” โหวหลัวข่ายเอ่ยเสียงหนักแน่นโดยไม่คิดอ้อมค้อมแม้แต่น้อย“คำพูดเท่ ๆควรเป็นข้าที่ได้พูด” หลิวหยางบ่นอุบ ก่อนหันแย้มยิ้มหวานให้หญิงสาวในดวงใจ &l
บทที่ 8.3 ของของใคร“ใจเย็น ๆแม่นางเจีย” หมอชราหัวเราะ พลางสำรวจชายหนุ่มทั้งสองที่ได้หัวใจท่านรองหลี่ พวกเขาก็ดูภูมิฐานแต่กลับมีบุคลิกที่แตกต่างกันถึงเพียงนี้ เช่นนั้นมีตรงจุดใดที่ท่านรองหลี่ชื่นชอบกัน“พวกเจ้าคิดตุกติกจริงด้วย” โหวหลัวข่ายสบถ ก่อนออกแรงจับดาบแน่น“ท่านหัวหน้าโหว! ท่านช่วยข้าด้วย!” เหม่ยหลางออกแรงดิ้นให้แรงขึ้น เรียกสีหน้าตกใจจากหลั่วหยางได้ไม่น้อย เขากลัวว่าจะกระทบกระเทือนไปถึงลูกของนาง ทำท่าทางหมายจะปรามเจ้าหมอเฒ่ามากเล่ห์ที่คิดวิธีการแผลง ๆทว่าเมื่อหมอชรายกเข็มใหญ่ปลายทู่ ๆจ่อตรงคอหอยนาง หญิงสาวจึงสงบลงในที่สุด ชายชราหันไปยิ้มให้พวกเขาทั้งสี่คน ก่อนหันไปทางโหวหลัวข่ายและจินหลิวหยาง“พวกท่านวางใจได้ ข้าไม่ใช่คนที่เชื่อใจได้ยากอย่างแน่นอน ใช่หรือไม่แม่นางเจีย" หมอชราเอ่ยเสียงนุ่ม ก่อนหัวเราะอย่างชอบใจ“พวกท่าน?” เหม่ยหลางกลืนน้ำลาย พอจิตใจสงบจึงรับรู้ถึงสายตาที่มองมา ความกลัวเริ่มก่อขึ้นในจิตใจ“เหม่ยหลางมาอยู่กับพวกข้า” หลัวข่ายออกคำ
บทที่ 8.2 ของของใครสิ้นประโยคนั้นทั้งโหวหลัวข่ายและจินหลิวหยางต่างเดินกลับไปยังทิศทางที่จากมา ทิ้งไว้แต่หญิงสาวที่เริ่มอยู่ไม่สุข เหตุใดพวกเขาจะทำการใดถึงต้องมาแจ้งนางกัน ทั้ง ๆที่ทุกครั้งความเห็นของนางใช่ว่าจะสำคัญอันใดหญิงสาวมองแผ่นหลังของคนทั้งสอง แม้ปากดีบอกไม่สนใจ แต่ว่านางกลับกังวลเสียจนเริ่มอยู่ไม่นิ่ง นางกวาดสายตามองโดยรอบ ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่พวกผู้คุมหายตัวไปแม้เกิดความสงสัย แต่นางรีบเดินออกจากเรือนนอนมุ่งตรงไปยังกำแพงค่ายที่อยู่ไม่ไกลมากนัก ทว่าเหตุใดถึงได้ราบรื่นเช่นนี้ใช้เวลาหนึ่งเค่อในที่สุดนางเดินห่างออกมาจากค่าย หญิงสาวสูดลมหายใจสงบคลื่นความกังวล“แค่ออกมาเดินเล่นเท่านั้น ไม่ได้กังวลสิ่งใดเลย” เหม่ยหลางพึมพำ ก่อนหลบเข้าหลังต้นไม้เมื่อเห็นคนลาดตระเวน“นั่นมันใช่คนของหลั่วหยางหรือไม่” หญิงสาวเอ่ยเสียงแผ่ว ลอบมองชายทั้งสองเดินแยกออกจากกันใช้เวลาคิดอีกเล็กน้อยแล้วรีบมุ่งตรงไปยังนายทหารที่ดูท่าทางอ่อนแอกว่า อาศัยจังหวะที่เขาเผลอสกัดจุดชายหนุ่มก่อนรีบเปลื้องผ้าเขาเพื่อผลัดเปลี่ยนกั
บทที่ 8.1 ของของใคร“ความสงบนี้ มันมีมากเกินไปหรือเปล่า” เหม่ยหลางรำพึงพลางทอดสายตามองท้องฟ้าโปร่งใสเวลาล่วงเลยผ่านมาหลายวันแล้ว แม้ท่านหัวหน้าจะมอบยาที่ดีที่สุดในการบำรุงครรภ์ อีกทั้งยังจัดคนคอยเฝ้าอารักขา แต่ไม่รู้เหตุใดคนเหล่านั้นกลับดูไม่ค่อยทำหน้าที่เสียเท่าไหร่นัก หรือตาเฒ่านั่นได้ซื้อตัวคนพวกนี้ไว้?เพียงแต่ว่าพอตาเฒ่านั้นเดินเข้ามาใกล้ คนที่ดูทำท่าทางเฉยชาก็รีบทำตามคำสั่งที่ได้รับมอบหมายอย่างเคร่งครัด คงมีเพียงเวยหลั่วหยางผู้นั้นที่มักเข้า ๆออก ๆห้องของนางราวกับเป็นเจ้าของห้องเสียเอง ทั้ง ๆที่ได้ตัวหลี่ฟ่านปิงไปแล้ว เหตุใดถึงยังไม่ถอนค่ายไปอีกแม้เขาไม่ได้ปรากฏตัวสู่สายตา แต่ว่ากลับรับรู้ได้ว่าในห้องไม่ได้มีเพียงแค่นาง ครั้นจะให้คนมาเฝ้าถึงในเรือนนอน สตรีเหล่านั้นก็คงไม่ยินยอมเช่นกัน“หรือข้าควรหลบหนีออกไปดี” เหม่ยหลางเอ่ยเสียงแผ่วเบา ยังคงเหม่อลอยออกไปไกลแสนไกล“หนีไปที่ใด”“ว้าย! ท่านหัวหน้าจิน!”เจียเหม่ยหลางลูบหน้าอกหลังร้องดังลั่น นางมองท่านหัวหน้าทั
บทที่ 9.3 ลาก่อนในตอนที่ข้ากำลังเงื้อมมือขึ้นสูงเพื่อปลิดชีวิตตัวเอง สัมผัสจากฝ่ามือหยาบจับข้อมือข้าไว้ พอข้าลืมตาได้เห็นร่างอันคุ้นเคย น้ำตาข้าไหลอาบพวงแก้มทั้งสองข้าง เขาดึงข้าเข้าสู่อ้อมแขน พลางลูบแผ่นหลังอย่างแผ่วเบา“ข้ามาช่วยเจ้าแล้วเหม่ยหลิน
บทที่ 8.2 ความรวดร้าวภายในใจข้า“ท่านน้า” ข้าส่งเสียงพลางน้ำตาเริ่มรินไหล“ยอมเรียกข้าว่าท่านน้าแล้วหรือ” นางระบายยิ้มหวานก่อนพ่นลมหายใจ “มาเด็กน้อย ก่อนที่ข้าไม่มีโอกาสได้เจอเจ้าบ่อย ๆอีกแล้ว มาให้ข้าได้กอดเจ้าหน่อยเถิด”สิ้นเสียงนาง ข้าโผเข
บทที่ 7.2 ร่างกายของข้าเป็นของท่านภายในหอนอนที่ส่งกลิ่นหอมหวาน เราทั้งสองนั่งร่ำสุราพลางเล่นเกมกระดาน แม้เรียบง่ายแต่กลับทำให้ภายในกายข้าสงบสุข เขาลอบมองใบหน้าด้วยรอยยิ้มหวาน ส่วนข้านั้นลอบมองอีกฝ่ายพลางส่งสายตาพรั่บพริ้ง“เจ้ามีอันใดจะว่า ก็ว่ามาเ
บทที่ 7.3 ร่างกายของข้าเป็นของท่านตอนนี้พวกเราเปลือยเปล่า โชว์เรือนร่างที่แสนจริงใจต่อกันและกัน เขาส่งเสียงเบา ๆเมื่อข้าดูดยอดอกเขา แต่เขาไม่ปล่อยให้ข้าเล่นสนุกนาน ไฉต๋าตงดันข้าให้ขึ้นนั่งบนโต๊ะไม้ พลางใช้นิ้วมือถูวนยังกลีบบุปผา แล้วซุกไซร์ซอกคอเรียวระหง





