Teilen

บทที่ 4

หยวนสือเยว่
“อย่านะ!”

เสิ่นเฉียวซีสติแตกโดยสิ้นเชิง เธอกรีดร้องอย่างคลุ้มคลั่งหมายจะโถมตัวเข้าไปปกป้องความทรงจำสุดท้ายที่พ่อแม่ทิ้งไว้บนโลกใบนี้ แต่กลับถูกบอดี้การ์ดคนอื่นยึดตัวไว้แน่น

เธอทำได้เพียงเปลี่ยนมาคุกเข่าดึงชายเสื้อของฮั่วอวี่เฉินเอาไว้ พลางสะอื้นไห้อ้อนวอนเขา

“อาเล็ก ฉันผิดไปแล้ว ขอโทษค่ะ ฉันจะไปขอโทษเดี๋ยวนี้เลย...ได้โปรดเถอะนะคะ อย่าเผาของดูต่างหน้าของพ่อแม่ฉันเลย...”

เมื่อเห็นฮั่วอวี่เฉินยังคงนิ่งเฉย เสิ่นเฉียวซีจึงคว้าก้อนหินที่อยู่ข้างๆ มากระหน่ำทุบเข้าที่กระดูกหน้าแข้งของตัวเองอย่างแรง แม้เลือดจะไหลนองก็ยังไม่ยอมหยุดมือ

เธอราวกับย้อนกลับไปในวัยสิบสามปีที่ไร้คนให้พึ่งพาอีกครั้ง ความสิ้นหวังและความหวาดกลัวทำให้เธอขาดสติโดยสิ้นเชิง แม้แต่น้ำเสียงยามร้องไห้ก็ยังสั่นระริก

“...ฉันยอมชดใช้ขาข้างหนึ่งให้สวี่หวั่นเยว่ก็ได้ อย่าแตะต้องของดูต่างหน้าพ่อแม่ฉันเลยนะคะ...ขอร้องล่ะค่ะ อาเล็ก...”

แต่ฮั่วอวี่เฉินกลับยิ่งโกรธขึ้นอีก พลางยึดมือที่ถือหินของเธอไว้แน่น พลางตะคอกเสียงเข้ม “มัวยืนบื้ออยู่ทำไม?! ลงมือสิ!”

“อย่านะ!!!”

ท่ามกลางแววตาอันสิ้นหวังของเสิ่นเฉียวซี บอดี้การ์ดก็ราดน้ำมันแล้วจุดไฟ

พรึ่บ!

เปลวเพลิงพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า กลืนกินตุ๊กตาหมีที่คุณพ่อเสิ่นตัดเย็บให้เสิ่นเฉียวซี และชุดเดรสที่คุณแม่เสิ่นลงมือออกแบบให้เธอด้วยตัวเอง...จนหมดสิ้น

ยามมองดูริบบิ้นของชุดเดรสเริ่มม้วนงอและไหม้เกรียมในกองเพลิง จนกระทั่งแปรเปลี่ยนเป็นเถ้าถ่านโดยสิ้นเชิง ในที่สุดเสิ่นเฉียวซีก็เลิกดิ้นรน

เธอคุกเข่าอยู่บนพื้น เบิกตาทั้งสองข้างที่บวมแดงเหม่อมองกองไฟกองนั้น โดยไม่ร้องไห้อาละวาดอีกต่อไป

แต่ฮั่วอวี่เฉินกลับปล่อยมือเธอออกราวกับถูกลวก พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงชาเย็น

“ในเมื่อรู้ตัวว่าผิดแล้ว ก็สำนึกผิดอยู่ที่บ้านให้ดีๆ!”

พูดจบเขาก็หันหลังเดินจากไป แต่ย่างก้าวกลับดูเร่งรีบและสับสนอยู่บ้าง

แชทวิ่งบนจอยังคงโน้มน้าวให้คืนดี

[จริงๆ ที่พระเอกโมโหขนาดนี้ เป็นเพราะมีคนเอาเรื่องที่เกิดขึ้นในงานเลี้ยงรวมถึงเรื่องที่นางร้ายตัวประกอบตกงานไปโพสต์ลงอินเทอร์เน็ต แถมยังมีชาวเน็ตด่ายัยน้องว่าใช้อำนาจบาตรใหญ่เยอะมาก เพื่อจะปกป้องยัยน้อง พระเอกเลยตั้งใจจัดฉากละครฉากนี้ขึ้นมาเพื่อให้กล้องวงจรปิดบันทึกภาพไว้ต่างหาก]

[เฮ้อ ถึงจะรู้ว่าพระเอกทำไปเพราะหวังดีกับยัยน้อง แต่พอเห็นฉากนี้ก็สงสารเธอจับใจจริงๆ...นั่นมันของชิ้นสุดท้ายที่พ่อแม่ทิ้งไว้ให้เธอเลยนะ โดนเผาเสียจนไม่เหลือซาก...]

เดิมทีเสิ่นเฉียวซีเหม่อมองเปลวเพลิงกองนั้นอย่างเลื่อนลอย แต่หลังจากเห็นแชทวิ่งบนจอ เธอถึงเพิ่งสังเกตเห็นว่าไม่ไกลออกไปมีกล้องวงจรปิดอยู่ตัวหนึ่งจริงๆ

แววตาของเธอฉายรอยเย้ยหยันขึ้นมาวูบหนึ่ง ก่อนที่ไฟจะดับลง เธอจึงลุกขึ้นเดินกลับเข้าบ้านไป

เธอไปค้นเอากล่องของขวัญทั้งหมดที่ฮั่วอวี่เฉินเคยให้ออกมา แล้วเทพวกมันทั้งหมดลงไปในกองไฟรวดเดียวต่อหน้ากล้องวงจรปิด

เปลวเพลิงพวยพุ่งขึ้นฟ้าอีกครั้ง ทว่าหนนี้เสิ่นเฉียวซีเพียงปัดฝุ่นตามตัวด้วยสีหน้าเรียบเฉย ก่อนจะหมุนตัวเดินจากไป

ครึ่งชั่วโมงต่อมา เธอลากกระเป๋าเดินทางเดินออกจากวิลล่า ป้าสวี่ผู้เป็นแม่บ้านร้องเรียกเธอเอาไว้ พร้อมยื่นรูปถ่ายครอบครัวที่มีเธอกับพ่อเสิ่นแม่เสิ่นให้เธอใบหนึ่ง

“ขอโทษด้วยนะคะ เหตุการณ์มันกะทันหัน ป้าคว้าติดมือมาได้แค่รูปนี้รูปเดียวจริงๆ”

เธอทำท่าเหมือนอยากจะพูดแต่ก็หยุดไว้

“...คุณนายใหญ่บอกว่า อยากให้คุณหนูอย่าโกรธแค้นคุณชายเลยนะคะ เขาก็ทำไปเพราะอยากตอบแทนบุญคุณเหมือนกัน”

เสิ่นเฉียวซีก้มมองต่ำ ฝืนเค้นรอยยิ้มขื่นจางๆ ออกมา ก่อนจะเอ่ยขึ้นอย่างแผ่วเบา

“ไม่แค้นหรอกค่ะ”

แต่ก็ไม่ได้รักอีกต่อไปแล้วเช่นกัน

เธอรับรูปถ่ายมา แล้วหมุนตัวก้าวขึ้นรถไป

ระหว่างเดินทาง เธอเปิดหน้าฟีดดูไปเรื่อยเปื่อย แล้วบังเอิญไถไปเจอโพสต์ของสวี่หวั่นเยว่ ภาพเก้าช่องเต็มไปด้วยรูปแคปหน้าจอแชตระหว่างเธอกับฮั่วอวี่เฉิน

ที่แท้แค่สวี่หวั่นเยว่ออดอ้อนว่ากลัวแผลจะทิ้งรอยแผลเป็น ฮั่วอวี่เฉินก็ถึงกับไปตามศัลยแพทย์ระดับท็อปของประเทศมาเย็บซ่อนรอยแผลเป็นให้หล่อน

ที่แท้ตอนสวี่หวั่นเยว่บาดเจ็บจนไข้ขึ้นสูง ฮั่วอวี่เฉินก็เฝ้าดูแลอยู่ข้างกายหล่อนโดยไม่ได้หลับไม่ได้นอนเหมือนกัน

ที่แท้สวี่หวั่นเยว่ไม่ได้ตกงานเสียหน่อย ฮั่วอวี่เฉินอัดฉีดเงินลงทุนให้แก่หนังสือพิมพ์ห้าร้อยล้านบาท เพื่อเลื่อนตำแหน่งให้หล่อนเป็นผู้ประกาศข่าวของสถานีโทรทัศน์ในเครือโดยตรง

เขาจำได้ว่าหล่อนชอบกินขนมเค้กเกาลัดร้านดังทางตอนใต้ของเมือง รู้ว่าหล่อนกลัวเสียงฟ้าผ่า กระทั่งตอนไปทำงานต่างเมือง พอได้รับข้อความว่าหล่อนปวดท้อง เขาก็พร้อมยกเลิกกำหนดการทันทีเพื่อรีบกลับมาพาหล่อนไปโรงพยาบาล...

ความอ่อนโยนจากตัวฮั่วอวี่เฉินที่เสิ่นเฉียวซีเคยคิดว่ามีไว้ให้เธอเพียงคนเดียว ที่แท้กลับมอบให้คนอื่นไปตั้งนานแล้ว

ที่แท้ไม่ว่าจะชาติก่อนหรือชาตินี้ ฮั่วอวี่เฉินก็เผลอตกหลุมรักสวี่หวั่นเยว่ไปโดยไม่รู้ตัวตั้งนานแล้ว

มีแต่เธอที่โง่เง่า โง่จนไม่รู้จักเจียมตัว ถึงได้คิดสอดมือเข้าไปทำลายความสัมพันธ์นี้

เสิ่นเฉียวซีหัวเราะไปพลาง หยาดน้ำตาก็ร่วงหล่นไปพลาง

ส่วนคนที่มากดไลก์และแสดงความคิดเห็นใต้โพสต์นั้นก็เพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ ในนั้นมีเพื่อนร่วมกลุ่มที่เคยออกตัวปกป้องเสิ่นเฉียวซีอยู่ไม่น้อย ซึ่งพวกเขาก็คอมเมนต์ใต้โพสต์เช่นกันว่า [ขอให้รักกันนานๆ มีความสุขมากๆ นะ!]

คนพวกนั้นล้วนเป็นกลุ่มเพื่อนสนิทของฮั่วอวี่เฉิน แม้แต่ช่วงแรกๆ ที่เสิ่นเฉียวซีเพิ่งก้าวเข้ามาในวงสังคมของพวกเขา ก็ยังโดนรังเกียจว่าเป็นตัวภาระอยู่ตั้งนานสองนาน

แต่ยามนี้ผ่านไปเพียงไม่กี่วัน พวกเขาก็อ้าแขนรับสวี่หวั่นเยว่แล้ว

ท่ามกลางสายตาที่ค่อยๆ พร่ามัวด้วยหยาดน้ำตา เสิ่นเฉียวซีก็ยกมือขึ้นกดไลก์ให้เช่นกัน

อาเล็ก ชาตินี้ ฉันขอคืนอิสรภาพให้คุณ

...

Lies dieses Buch weiterhin kostenlos
Code scannen, um die App herunterzuladen

Aktuellstes Kapitel

  • สุดท้าย เราก็ไปกันไม่ถึงฝั่ง   บทที่ 17

    หนึ่งเดือนต่อมาเสิ่นเฉียวซีนอนอาบแดดอยู่บนชายหาดหลินฉีเหยียนที่อยู่ข้างๆ กำลังชงเครื่องดื่มให้เธอ เพียงแต่สีหน้าดูไม่ได้เอาเสียเลย เขามองจ้องฮั่วอวี่เฉินที่อยู่ไม่ไกลด้วยสายตาอาฆาต ก่อนจะกัดฟันพูดว่า“ตาแก่หน้าด้าน! วันๆ เอาแต่คิดจะแย่งคนรักของคนอื่นมาเป็นมือที่สาม!”เสิ่นเฉียวซีคุ้นชินกับการโวยวายของเขามานานแล้ว เธอหลับตาพลิกตัว พลางตอบปัดแบบขอไปทีว่า“คุณเป็นสามีแต่ง มีสถานะถูกต้องตามกฎหมาย จะไปสนใจเขาทำไม?”แค่ประโยคเดียวก็กล่อมหลินฉีเหยียนที่กำลังหัวเสียให้สงบลงได้ เจ้าตัวยิ้มหน้าบานกลับไปหยิบผลไม้หั่นชิ้นมาให้เธอเพิ่มอีกวินาทีต่อมา โทรศัพท์มือถือของเสิ่นเฉียวซีก็ได้รับข้อความจากฮั่วอวี่เฉินอีกครั้ง“คืนนี้โรงแรมมีงานเลี้ยง ฉันนำเครื่องเพชรมาชุดหนึ่ง เหมาะกับชุดราตรีที่เธอสั่งตัดไว้เมื่อวันก่อนมากเลย”เสิ่นเฉียวซีไม่ได้ตอบกลับเธอลุกขึ้นแล้วเดินตรงเข้าโรงแรมไปทันทีกลับมาถึงห้องสวีทได้ไม่นาน พนักงานก็มาเคาะประตูแล้วส่งชุดเครื่องเพชรนั้นเข้ามาให้เสิ่นเฉียวซีกำลังจะปฏิเสธ แต่พลันเห็นฮั่วอวี่เฉินยืนอยู่ไม่ไกล สายตาแฝงความโศกเศร้า เขายิ้มอย่างขื่นขมว่า“ถือว่าเป็นของขว

  • สุดท้าย เราก็ไปกันไม่ถึงฝั่ง   บทที่ 16

    ภายในปราสาทโบราณอันศักดิ์สิทธิ์และเคร่งขรึมเสียงเพลงมาร์ชวิวาห์ค่อยๆ ดังก้องขึ้นเสิ่นเฉียวซีสวมผ้าคลุมหน้า พลางหิ้วชายกระโปรง เดินตรงไปหาหลินฉีเหยียนที่ยืนอยู่ปลายพรมแดงบาทหลวงยืนอยู่ตรงกลางระหว่างคนทั้งสอง นำกล่าวคำสาบานตามขั้นตอนกระทั่งเขาเอ่ยถามว่า“...เจ้าสาวยินดีจะแต่งงานกับเจ้าบ่าวหรือเปล่า?”วินาทีถัดมา เสียงทุ้มต่ำอันร้อนรนของชายหนุ่มก็ทำลายความสงบลง“เธอไม่ยินดี!”เหล่าแขกเหรื่อต่างฮือฮาขึ้นทันทีเสิ่นเฉียวซีมองไปยังทิศทางของแขกผู้มาใหม่โดยสัญชาตญาณ ทว่าพอเห็นชัดเจนว่าเป็นฮั่วอวี่เฉิน หัวใจเธอก็กระตุกวูบอย่างแรงฮั่วอวี่เฉินซูบผอมลงไปมาก ชุดสูทสีดำที่เคยพอดีตัว ยามนี้กลับดูหลวมโคร่งอยู่บนร่างเขาบนหน้าผากของชายหนุ่มมีรอยแผลเป็นใหม่เพิ่มมาหนึ่งแห่ง ขาของเขาก็ดูเหมือนจะบาดเจ็บ ทำได้เพียงอาศัยไม้เท้าช่วยยันกายเขามองเสิ่นเฉียวซีด้วยสายตาลึกซึ้ง แววตาคมคายคู่นั้นเปี่ยมไปด้วยความรักและความสำนึกผิด“เสี่ยวซี ฉันขอโทษเธอด้วยนะ”“ที่ผ่านมาฉันผิดเอง ฉันคิดว่าถ้าปล่อยมือจากเธอ ให้เธอได้ออกไปเปิดหูเปิดตาในโลกที่กว้างขึ้น ได้รู้จักคนวัยเดียวกันมากขึ้น แล้วเธอถึงจะรู้ว่าค

  • สุดท้าย เราก็ไปกันไม่ถึงฝั่ง   บทที่ 15

    ห้องฉุกเฉิน โรงพยาบาลเซนต์แอนน์ ประเทศฮ่องกงฮั่วอวี่เฉินค่อยๆ ลืมตาขึ้นบอดี้การ์ดด้านข้างพลันตื่นเต้นขึ้นมาทันที “ประธานฮั่ว คุณฟื้นแล้วเหรอครับ?!”...หากจะพูดถึงข่าวใหญ่ที่สุดของทางหนานหยางในช่วงนี้ ก็คือตระกูลหลินอันดับหนึ่งในสี่ตระกูลใหญ่กำลังจะจัดงานแต่งงาน!แถมเจ้าบ่าวก็คือคุณชายตระกูลหลินคนที่เคยถูกลักพาตัวตอนอายุเจ็ดขวบแล้วรอดชีวิตมาได้อย่างปาฏิหาริย์ และไม่เคยเข้าใกล้ผู้หญิงคนไหนเลยตลอดสิบหกปีหลังจากนั้น!ตลอดช่วงเวลาเกือบครึ่งเดือน สื่อมวลชนทางหนานหยางต่างพากันขุดคุ้ยรายละเอียดทุกอย่างเกี่ยวกับตัวเจ้าสาวทว่านอกจากรู้ว่าเป็นผู้หญิงแล้วข้อมูลอื่นๆ ก็เหมือนถูกสั่งปิดข่าวเอาไว้โดยสิ้นเชิง ไม่สามารถสืบหาอะไรได้เลยเพียงชั่วข้ามคืน ทั่วทั้งแวดวงไฮโซต่างก็สนอกสนใจในตัวว่าที่นายหญิงตระกูลหลินคนนี้เป็นอย่างยิ่งในที่สุดก็ถึงวันจัดงานแต่งงานภายนอกปราสาทหรูหราเต็มไปด้วยรถยนต์ราคาแพงที่จอดเรียงราย รวมถึงบรรดานักข่าวจากสำนักข่าวและสถานีโทรทัศน์ต่างๆบนสนามหญ้ากว้างใหญ่ไพศาลปลูกกุหลาบพันธุ์เวนเดลาไว้เต็มพื้นที่ล่วงหน้า สื่อความหมายถึง “ปักใจรักเพียงคุณผู้เดียว”“ได้ยินมาว

  • สุดท้าย เราก็ไปกันไม่ถึงฝั่ง   บทที่ 14

    แผนงานประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากเสิ่นเฉียวซีพาพนักงานในแผนกของเธอไปรับประทานอาหารร่วมกันเพื่อเฉลิมฉลองหลังเสร็จสิ้นงานเลี้ยง เธอก็ออกมาเรียกรถแท็กซี่นอกร้าน ทว่าในวินาทีถัดมา รถของหลินฉีเหยียนกลับแล่นมาจอดตรงหน้าเธอ“ผู้จัดการเสิ่น ติดรถไปด้วยกันไหมครับ?”หลินฉีเหยียนยกยิ้มเจ้าเล่ห์ นัยน์ตาพราวระยับคู่นั้นของเขาส่องประกายแวววาวภายใต้แสงไฟถนนก่อนที่พนักงานคนอื่นจะทันสังเกตเห็น เสิ่นเฉียวซีก็รีบเปิดประตูเบาะข้างคนขับแล้วก้าวเข้าไปนั่งอย่างรวดเร็วตัวรถแล่นไปอย่างราบเรียบ เสิ่นเฉียวซีหลับตาลงทำทีเป็นนอนหลับ“สรุปว่าตัวจริงอย่างผมจะเปิดตัวได้เมื่อไหร่กันแน่ครับ?”จู่ๆ เสียงตัดพ้อด้วยความน้อยอกน้อยใจของหลินฉีเหยียนก็ดังมาจากเบาะคนขับ เขาเริ่มท่องรายชื่อพวกมือที่สามออกมาเหมือนท่องจำได้อย่างขึ้นใจ“วันนี้หัวหน้าทีมแผนกขายซื้อกาแฟมาให้คุณแก้วหนึ่ง หัวหน้าฝ่ายการตลาดก็ส่งยิ้มให้คุณตั้งนาน แถมยังจะชวนคุณไปตีเทนนิสด้วยกันวันเสาร์อาทิตย์นี้อีก!”เมื่อเห็นท่าทางหน้าบึ้งแก้มป่องของเขา เสิ่นเฉียวซีก็เอียงคอมองอย่างนึกขำ พลางแกล้งหยอกเขา“แล้วจะทำยังไงได้ล่ะ? พวกเราสองคนยังไม่ได้จดทะเบี

  • สุดท้าย เราก็ไปกันไม่ถึงฝั่ง   บทที่ 13

    “อาเล็ก!”เสิ่นเฉียวซีเบิกตากว้างขึ้นมาทันใดกระทั่งมองเห็นหลอดไฟนีออนเหนือศีรษะและคอมพิวเตอร์ทำงานตรงหน้า เธอถึงเพิ่งจะได้สติกลับมาเธอเดินทางมาถึงหนานหยางเกือบสองสัปดาห์แล้วทว่าเธอที่ตั้งใจว่าจะลืมเลือนฮั่วอวี่เฉินไปโดยสิ้นเชิง กลับฝันถึงเขาอีกครั้งในยามพักกลางวันของวันนี้ในสภาพเลือดโชกเต็มศีรษะและสลบไสลไม่ได้สติเธอหลับตาลงสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วค่อยๆ ถอนหายใจออกมาในที่สุดเสิ่นเฉียวซีก็สงบอัตราการเต้นของหัวใจที่ตื่นตระหนกให้กลับมาเป็นปกติได้“ฝันร้ายเหรอครับ?”เสียงหัวเราะแผ่วเบาของชายหนุ่มแว่วมาจากทางประตูเสิ่นเฉียวซีเงยหน้ามองตามเสียง เห็นเพียงหลินฉีเหยียนยืนเอามือซุกกระเป๋ากางเกงข้างหนึ่งพลางส่งยิ้มให้เธอ ดวงตาพราวเสน่ห์เต็มไปด้วยร่องรอยของการเย้าหยอก“ประธานเสิ่นคนเก่งของเราก็มีวันที่เหนื่อยจนต้องแอบงีบกับเขาด้วยเหรอเนี่ย?”เสิ่นเฉียวซีถูกเขามองจนหน้าร้อนผ่าว จึงตอกกลับไปว่า“แอบอะไรกันคะ? ฉันงีบอย่างเปิดเผยต่างหากล่ะ ประธานหลินเถอะ ในเวลาทำงานอย่ามาห้องทำงานของฉันตามใจชอบสิ พวกเราเป็นคู่แข่งทางธุรกิจกัน คนอื่นมาเห็นเข้ามันจะดูไม่ดีนะคะ”“ดูไม่ดีเหรอครับ?”หลินฉ

  • สุดท้าย เราก็ไปกันไม่ถึงฝั่ง   บทที่ 12

    ทิวเขาทอดยาวไร้จุดสิ้นสุด เปรียบเสมือนเชือกแขวนคอที่รัดแน่นอยู่ตรงลำคอของหญิงสาวฮั่วอวี่เฉินก้าวลงมาจากเฮลิคอปเตอร์ พลางทอดสายตามองทิวเขาสูงใหญ่รอบทิศ เขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่า หากตนเองไม่ล่วงรู้ความจริง สวี่หวั่นเยว่ตัวจริงก็คงไม่มีทางหนีรอดออกไปได้อีกเลยตลอดชีวิตลมพัดกระพือจากใบพัดหอบเอาชายเสื้อสีดำสนิทของฮั่วอวี่เฉินจนปลิวไสว เผยให้เห็นจี้หยกที่พันอยู่รอบข้อมือเรียวเห็นข้อกระดูกเด่นชัดของเขาหากพินิจดูอย่างละเอียดก็ไม่ยากที่จะสังเกตเห็นว่า บนจี้หยกชิ้นนั้นมีรอยแตกร้าวตื้นจางจนแทบมองไม่ออกฮั่วอวี่เฉินยกมือขึ้นจูบจี้หยกอย่างแผ่วเบา แล้วเอ่ยด้วยความรักใคร่เอ็นดูว่า“เสี่ยวซีเด็กดี รอฉันอีกนิดนะ อาเล็กไม่มีวันปล่อยมือหรอก”บอดี้การ์ดด้านหลังกระชากตัวเฉิงต้าหย่งที่ถูกชกจนหน้าปูดบวมเหมือนหัวหมูลงมาจากเฮลิคอปเตอร์“โอ๊ย…”เฉิงต้าหย่งขวัญผวาไปนานแล้ว จึงว่าง่ายเหมือนนกกระทาที่หดคอเดินนำทางอยู่ข้างหน้าชาวบ้านหลายคนตรงบ้านริมทางจำเฉิงต้าหย่งได้ ต่างพากันใช้ภาษาถิ่นหัวเราะเยาะเขาว่า“ต้าหย่ง ไหนว่าไปรวยอู่ฟู่ที่ฮ่องกงกับยัยหนูบ้านสวี่ไง? ทำไมตอนนี้ถึงถูกมัดกลับบ้านเหมือนหมูป่าแบบนี

Weitere Kapitel
Entdecke und lies gute Romane kostenlos
Kostenloser Zugriff auf zahlreiche Romane in der GoodNovel-App. Lade deine Lieblingsbücher herunter und lies jederzeit und überall.
Bücher in der App kostenlos lesen
CODE SCANNEN, UM IN DER APP ZU LESEN
DMCA.com Protection Status