All Chapters of สุดท้าย เราก็ไปกันไม่ถึงฝั่ง: Chapter 1 - Chapter 10

17 Chapters

บทที่ 1

“ยินดีด้วยนะคะอาเล็กที่ได้สาวงามมาครอบครอง ที่ผ่านมาเป็นเพราะฉันทำอะไรไม่คิด เพื่อเป็นการไถ่โทษ ฉันจึงเตรียมของขวัญวันหมั้นมามอบให้คุณสวี่ค่ะ”พูดจบเธอก็ปรบมือเบาๆ เหล่าบอดี้การ์ดพลันลำเลียงของขวัญเข้ามาไม่ขาดสายราวกับสายน้ำ เพียงไม่นานของขวัญนับร้อยชิ้นก็กองสูงเป็นภูเขาลูกย่อมๆทั่วทั้งงานตกอยู่ในความเงียบสงัดราวกับไร้ผู้คน แม้แต่ฮั่วอวี่เฉินก็ยังเผยสีหน้าประหลาดใจทว่าแชทวิ่งบนจอตรงหน้าเสิ่นเฉียวซีกลับแทบแตก[ยัยน้องอย่าทำแบบนี้! เธอคือนางเอกนิยายฟีลกู้ดเรื่องนี้นะ ส่วนยัยสวี่หวั่นเยว่นั่นน่ะนางร้ายชัดๆ พระเอกอย่างฮั่วอวี่เฉินไม่ได้รักยัยนั่นเลยสักนิด!][สวี่หวั่นเยว่เป็นลูกสาวแท้ๆ ที่ระเหเร่ร่อนอยู่ข้างนอกของอาจารย์ผู้มีพระคุณที่ล่วงลับไปแล้วของอาเล็ก เพื่อปกป้องให้เธอตั้งหลักในเกาะฮ่องกงได้ เขาถึงยอมแต่งงานกับเธอ พอผ่านไปอีกหนึ่งเดือนให้สวี่หวั่นเยว่อายุครบยี่สิบห้าปีบริบูรณ์ตามที่ระบุในพินัยกรรมของพ่อเธอแล้วรับมรดกเสร็จ อาเล็กของเธอก็จะแยกทางกับยัยนั่นแล้ว!][ฉันร้อนใจจะตายอยู่แล้วนะ! ยัยหนูนางเอกรีบหันไปมองพระเอกหน่อยเร็ว เขายืนอยู่ตรงนั้น ท่าทางดูร้าวรานใจแทบแตกสลาย ที่เขา
Read more

บทที่ 2

เสิ่นเฉียวซีใจกระตุกวูบขึ้นมาทันที ปลายนิ้วจิกฝ่ามือไว้แน่นเพื่อไม่ให้เผยพิรุธออกมาเธอถอยหลังไปก้าวหนึ่งเพื่อเว้นระยะห่างจากฮั่วอวี่เฉิน ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพทว่าเหินห่าง “ของขวัญเซอร์ไพรส์ไงคะ เป็นของขวัญอวยพรขอให้คุณกับคุณสวี่มีความสุขกับการแต่งงาน”สิ่งนั้นก็คือ...การจากคุณไปตลอดกาลเมื่อสัมผัสได้ว่าเสิ่นเฉียวซีจงใจห่างเหิน ฮั่วอวี่เฉินก็ขมวดคิ้วเล็กน้อยจนแทบสังเกตไม่เห็น ครู่ใหญ่กว่าเขาจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มพร่า“เธอคิดตกได้ด้วยตัวเองก็ดีแล้ว ฉันแก่กว่าเธอตั้งสิบปี ในทางฐานะก็เป็นอาเล็กของเธอ วันหน้าก็อย่าพูดเรื่องเพ้อเจ้อว่าจะแต่งงานกับฉันอีกเลย เธออายุยังน้อย ยามปกติก็ควรจะคบหากับคนรุ่นเดียวกันให้มากๆ”จังหวะนั้นเอง แชทวิ่งบนจอก็ปรากฏขึ้น[ยัยหนูนางเอกอย่าไปเชื่อนะ! นี่พระเอกเขาเสียใจที่เธอห่างเหินเลยตั้งใจพูดประชดทั้งนั้นแหละ! ตั้งแต่ตอนที่เธอสารภาพรักตอนอายุสิบแปด เขาก็กล่อมตัวเองจนยอมรับได้ตั้งนานแล้ว เรื่องอายุห่างกันสิบปีหรือฐานะอาเล็กอะไรนั่นเขาไม่ได้แคร์เลยสักนิด แค่เพราะตอนนี้เธอยังเด็กเกินไป เขาเลยต้องยอมตัดใจไม่คบกับเธอเพื่อปกป้องเธอจากกระแสนินทาต่างหาก!][ใ
Read more

บทที่ 3

ภายในศาลบรรพบุรุษทั้งเย็นยะเยือกและชื้นแฉะ เดิมทีเสิ่นเฉียวซีก็ป่วยหนักยังไม่หายดี เพิ่งคุกเข่าไปได้เพียงสามชั่วโมงก็หมดสติไปกลางดึกไข้ก็เริ่มมีไข้สูงอีกครั้งท่ามกลางสติที่พร่าเบลอ เธอราวกับย้อนกลับไปตอนอายุสิบสามปี หลังจากพ่อแม่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ บรรดาผู้ใหญ่ที่เคยเอ็นดูเธอเหลือแสนต่างพากันมองเธอเป็นตัวภาระ ไม่มีใครยินดีจะรับเลี้ยงเธอ ทว่ากลับจ้องจะแย่งชิงมรดกที่พ่อแม่ของเธอทิ้งไว้กันทุกคนจนกระทั่งฮั่วอวี่เฉินวัยยี่สิบสามปีปรากฏตัวขึ้นเบื้องหน้าโถงตั้งศพอันเคร่งขรึม โครงหน้าเขาหล่อเหลาเย็นชาประดุจน้ำแข็ง ทว่ากลับเอ่ยกับเสิ่นเฉียวซีด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลอ่อนโยน“ไม่ต้องกลัวนะ วันหน้าจะไม่มีใครกล้ารังแกเธออีกแล้ว อาเล็กจะคอยปกป้องเธอตลอดไป”...“คุณโกหก...”หยาดน้ำตาสองสายรินไหลจากหางตาที่ปิดสนิทของเสิ่นเฉียวซี พวงแก้มซีดเซียวปรากฏรอยแดงระเรื่ออย่างคนป่วย เธอพึมพำละเมอออกมา“...คุณไม่มีวัน...ปกป้องฉันอีกแล้ว...”สิ้นเสียงนั้น ชายหนุ่มที่ยื่นมือหมายจะเช็ดน้ำตาให้เธอพลันชะงัก เนิ่นนานกว่าเขาจะถอนหายใจออกมาเบาๆ แล้วหมุนตัวเดินจากไปยามที่เสิ่นเฉียวซีฟื้นขึ้นมาอีกคร
Read more

บทที่ 4

“อย่านะ!”เสิ่นเฉียวซีสติแตกโดยสิ้นเชิง เธอกรีดร้องอย่างคลุ้มคลั่งหมายจะโถมตัวเข้าไปปกป้องความทรงจำสุดท้ายที่พ่อแม่ทิ้งไว้บนโลกใบนี้ แต่กลับถูกบอดี้การ์ดคนอื่นยึดตัวไว้แน่นเธอทำได้เพียงเปลี่ยนมาคุกเข่าดึงชายเสื้อของฮั่วอวี่เฉินเอาไว้ พลางสะอื้นไห้อ้อนวอนเขา“อาเล็ก ฉันผิดไปแล้ว ขอโทษค่ะ ฉันจะไปขอโทษเดี๋ยวนี้เลย...ได้โปรดเถอะนะคะ อย่าเผาของดูต่างหน้าของพ่อแม่ฉันเลย...”เมื่อเห็นฮั่วอวี่เฉินยังคงนิ่งเฉย เสิ่นเฉียวซีจึงคว้าก้อนหินที่อยู่ข้างๆ มากระหน่ำทุบเข้าที่กระดูกหน้าแข้งของตัวเองอย่างแรง แม้เลือดจะไหลนองก็ยังไม่ยอมหยุดมือเธอราวกับย้อนกลับไปในวัยสิบสามปีที่ไร้คนให้พึ่งพาอีกครั้ง ความสิ้นหวังและความหวาดกลัวทำให้เธอขาดสติโดยสิ้นเชิง แม้แต่น้ำเสียงยามร้องไห้ก็ยังสั่นระริก“...ฉันยอมชดใช้ขาข้างหนึ่งให้สวี่หวั่นเยว่ก็ได้ อย่าแตะต้องของดูต่างหน้าพ่อแม่ฉันเลยนะคะ...ขอร้องล่ะค่ะ อาเล็ก...”แต่ฮั่วอวี่เฉินกลับยิ่งโกรธขึ้นอีก พลางยึดมือที่ถือหินของเธอไว้แน่น พลางตะคอกเสียงเข้ม “มัวยืนบื้ออยู่ทำไม?! ลงมือสิ!”“อย่านะ!!!”ท่ามกลางแววตาอันสิ้นหวังของเสิ่นเฉียวซี บอดี้การ์ดก็ราดน้ำมันแล้
Read more

บทที่ 5

ครึ่งชั่วโมงต่อมา รถยนต์จอดลงใต้คอนโดหรูริมแม่น้ำแห่งหนึ่ง นั่นคือของขวัญวันเกิดวัยสิบสองปีที่พ่อเสิ่นแม่เสิ่นมอบให้แก่เธอยามผลักประตูคอนโดเข้าไป หัวใจอันชาชินของเสิ่นเฉียวซีก็เพิ่งจะสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดรวดร้าวที่เอ่อล้นขึ้นมาผนังห้องเป็นสิ่งที่คุณพ่อเสิ่นลงมือตกแต่งด้วยตัวเอง เฟอร์นิเจอร์เป็นสิ่งที่คุณแม่เสิ่นคัดสรรมาอย่างพิถีพิถันคราวนั้น คุณแม่เสิ่นมองเสิ่นเฉียวซีในวัยสิบสองปีด้วยสายตาเปี่ยมด้วยความเมตตารักใคร่ พลางเอ่ยว่า “นี่คือทางถอยของซีเป่าของพวกเรานะจ๊ะ ต่อให้วันหน้าพวกเราจะไม่อยู่แล้ว ไม่ว่าเมื่อไหร่หรือที่ไหน ก็จะไม่มีใครแย่งชิงที่หลบภัยแห่งนี้ของลูกไปได้ทั้งนั้น”ภายในห้องรับแขกที่ยังคงหลงเหลือร่องรอยสุดท้ายบนโลกของพ่อเสิ่นแม่เสิ่น เสิ่นเฉียวซีขดตัวอยู่บนโซฟา แล้วจมสู่ห้วงนิทราในช่วงไม่กี่วันต่อมา เธอใส่ใจนึกถึงฮั่วอวี่เฉินอีกเลยคล้ายกับได้รับผลกระทบจากความคิดของเธอ แชทวิ่งบนจอที่เคยคึกคักจึงสงบเงียบไปหลายวันโดยไม่ปรากฏขึ้นอีกวันต่อมา เสิ่นเฉียวซีนัดเดินช้อปปิ้งกับเพื่อนสนิทที่เพิ่งกลับมาจากต่างประเทศ อีกฝ่ายเอ่ยกระเซ้าเย้าแหย่ว่า“เกิดอะไรขึ้นเนี่ย? เจ้าหญ
Read more

บทที่ 6

วันต่อมา ขณะเสิ่นเฉียวซีเดินออกจากสถานทูต กลับได้รับสายโทรศัพท์ถี่รัวจากเพื่อนสนิท “เฉียวซี ดูเทรนด์คำค้นหายอดฮิตด่วนเลย!!”เธอเปิดโทรศัพท์ด้วยความงุนงง ทันทีที่เห็นเนื้อหาชัดเจน ทั้งร่างก็ตกตะลึงราวกับถูกฟ้าผ่าเพียงเพราะเมื่อคืนมีแฟนคลับกลุ่มใหญ่ของสวี่หวั่นเยว่ตามมาอุดหนุนร้านอาหารของพ่อแม่บุญธรรมเธอ แต่กลับเกิดอาหารเป็นพิษเพราะอาหารทะเลเน่าเสียจนต้องเข้าโรงพยาบาลพร้อมกัน ยามนี้ร้านอาหารจึงถูกสั่งปิดทว่าตำแหน่งที่เดิมทีควรจะเป็นรูปของพ่อแม่บุญธรรมสวี่หวั่นเยว่ กลับถูกใช้เป็นรูปของพ่อแม่เสิ่นเฉียวซีเมื่อครั้งยังมีชีวิต!เธอโทรหาทีมงานคุมเทรนด์คำค้นหายอดฮิตทันที เพื่อขอให้เปลี่ยนรูปพ่อแม่ของเธอออกแต่ผู้ดูแลกลับอึกอักอยู่นาน ไม่ยอมรับปาก จนเสิ่นเฉียวซีขู่ว่าจะแจ้งความ เขาถึงยอมโพล่งความจริงออกมา“รูปสองใบนี้ประธานฮั่วเป็นคนส่งมาให้ด้วยตัวเองครับ!”สมองของเสิ่นเฉียวซีว่างเปล่าไปหมด เธอไม่อยู่ฟังคำแก้ตัวที่เหลือ กดวางสาย ก่อนรีบเดินซวนเซไปยังห้องทำงานของฮั่วอวี่เฉินเธอต้องการคำอธิบาย!เธอเพิ่งเดินมาถึงหน้าประตูห้องทำงาน ยังไม่ทันได้เคาะประตู ก็ได้ยินเสียงเพื่อนสนิทของฮั่วอวี่
Read more

บทที่ 7

มุมปากของเสิ่นเฉียวซีเผยรอยยิ้มเยาะหยัน ทว่าในใจกลับเหลือเพียงความอ้างว้างรายการสั่งซื้อใบนั้นไม่ได้เปลืองแรงอะไรมากมาย เธอก็สืบหามาได้แล้ว หากว่าฮั่วอวี่เฉินมีความเชื่อใจให้เธอสักนิด เขาก็คงล่วงรู้ความจริงไปตั้งนานแล้วเสียงตามสายของสนามบินเริ่มประกาศเร่งผู้โดยสารขึ้นเครื่องเธอหลุบตาลง ปิดเครื่องโทรศัพท์มือถือ ดึงซิมการ์ดออก แล้วโยนทิ้งลงถังขยะอย่างไม่ใส่ใจนับจากนี้ทุกเรื่องราวล้วนไม่เกี่ยวข้องกับเธออีกต่อไป......หนึ่งชั่วโมงก่อนภายในห้องทำงานชั้นบนสุดของฮั่วซื่อ“...แต่ฉันก็ยังรู้สึกว่า เสี่ยวซีเด็กคนนั้นไม่มีทางใช้เล่ห์กลแบบนี้แน่”เมิ่งซั่วเพื่อนสนิทของฮั่วอวี่เฉินขมวดคิ้ว พลางเอ่ยขึ้น“นายยังจำเรื่องที่เธอโดนเพื่อนร่วมชั้นรังแกตอนอายุสิบสามปีได้ไหม?”ฮั่วอวี่เฉินเอนหลังพิงพนักโซฟา นัยน์ตาลึกล้ำค่อยๆ หรี่ลงเมื่อได้ยินคำพูดนี้“นายหมายความว่ายังไง?”น้ำเสียงของเขาเจือความทุ้มต่ำและแผ่วเบา ลึกก้นบึ้งในใจกลับก่อตัวเป็นความตื่นตระหนกเล็กๆ ที่แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังไม่ทันรู้ตัว“ตอนนั้นเธอเพิ่งย้ายโรงเรียนจากแผ่นดินใหญ่มาฮ่องกง โดนเพื่อนในห้องกีดกันรังแก แต่หนึ่งคือเธอไ
Read more

บทที่ 8

เมิ่งซั่วตกใจจนหน้าถอดสี แล้วลุกพรวด“ฉันเตือนให้นายรีบไปสืบเรื่องนี้ให้กระจ่างชัดเจน พวกเราต่างก็รู้ดีว่าสวี่หวั่นเยว่คือลูกสาวแท้ๆ ของอาจารย์ผู้ล่วงลับที่พลัดพรากไปใช้ชีวิตข้างนอก ก่อนท่านจะเสียชีวิตมีคำสั่งเสียเพียงว่าอยากให้เธอกลับบ้านอย่างปลอดภัย นายถึงได้แต่งงานกับเธอเพื่อคอยหนุนหลัง แต่นายจะเอาเรื่องนี้มาละเลยเสี่ยวซีไม่ได้นะ เธอเองก็เป็นเด็กน่าสงสารที่สูญเสียพ่อแม่ไปทั้งคู่เหมือนกัน!”คำพูดของเพื่อนรักเปรียบเสมือนค้อนหนักอึ้งที่ทุบลงกลางใจของฮั่วอวี่เฉินจู่ๆ เขาก็รู้สึกอึดอัดแน่นหน้าอกจนหงุดหงิดขึ้นมา มือเอื้อมไปคว้าซองบุหรี่ข้างกายโดยไม่ทันรู้ตัว ก่อนจะดึงบุหรี่ออกมาหนึ่งมวนแล้วจุดไฟทว่าพอจ่อไว้ตรงริมฝีปาก เขาก็พลันนึกขึ้นได้ว่าเสิ่นเฉียวซีไม่ชอบให้เขาสูบบุหรี่ที่สุด ก่อนหน้านี้ทุกครั้งที่เห็นเขาคาบบุหรี่ เธอมักจะเข้ามาคลอเคลียเกาะแกะแล้วบ่นกระปอดกระแปดข้างหูเขาไม่เลิก“กลิ่นบุหรี่เหม็นจะตาย! ห้ามสูบนะ! เดิมทีคุณก็อายุมากกว่าฉันตั้งสิบปี กลายเป็นตาแก่ไปซะแล้ว ยังไม่ยอมเลิกสูบบุหรี่เพื่อดูแลสุขภาพตัวเองอีก ถ้าแต่งงานกันไปแล้วเกิดวันหนึ่งคุณตายก่อนฉันขึ้นมา ฉันคงต้องเอาเง
Read more

บทที่ 9

ตู้ม…ฮั่วอวี่เฉินรู้สึกราวกับถูกไม้ฟาดใส่หัวเข้าจังๆ น้ำเสียงของเขาแหบแห้งจนแทบจะเปล่งเสียงไม่ออก“...นายพูดว่าอะไรนะ?!”“เมื่อสักครู่คุณสวี่ส่งข้อความมาหาผม บอกว่าให้คุณวางสายแล้วติดต่อกลับหาเธอ ทางตำรวจควบคุมตัวพ่อสวี่แม่สวี่ไว้เรียบร้อยแล้วครับ!”น้ำเสียงของเลขาฯ เต็มไปด้วยความเร่งร้อน เขาชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยต่อว่า“ดูท่าว่าคุณจะเข้าใจคุณหนูซีผิดไปจริงๆ แล้วล่ะครับ เธอคงจะรู้สึกน้อยใจและอัดอั้นตันใจมากแน่ๆ”ลูกกระเดือกของฮั่วอวี่เฉินขยับขึ้นลง เขานิ่งเงียบไปนานครู่ใหญ่กว่าจะเอ่ยกำชับด้วยน้ำเสียงพร่าแหบ“นายไปเจรจาจัดการที่สถานีตำรวจ ส่วนฉันจะไปตามหาเสี่ยวซีที่สนามบิน”สิ้นคำพูดเขาก็ลดมือลงข้างลำตัว ใบหน้าหล่อเหลาพลันซีดเผือดราวกับกระดาษยามนี้หัวใจของเขาคล้ายมีรูโหว่ขนาดใหญ่ รายละเอียดต่างๆ ที่เคยจงใจมองข้ามไป ค่อยๆ ผุดขึ้นมาในความคิดหากครั้งนี้เป็นเพราะเขาเข้าใจเสี่ยวซีผิดไปจริงๆแล้วทุกๆ ครั้งก่อนหน้านี้ล่ะ?การจากไปโดยไม่เหลียวหลังกลับมาของเธอในครั้งนี้ จะเป็นเพราะเธอสิ้นหวังในตัวเขาโดยสิ้นเชิงแล้วหรือเปล่า?เขาไม่กล้าคิดต่ออีกแล้วความเหนื่อยล้าพลันถาโถมเข้
Read more

บทที่ 10

ยามจ้องมองข้อความสามบรรทัดนี้ แววตาของฮั่วอวี่เฉินพลันฉายแววเหี้ยมเกรียมเย็นชาดุจเกล็ดหิมะ ทว่าน้ำเสียงกลับอ่อนโยนจนน่าขนลุก“วางใจเถอะ พ่อกับแม่ของคุณจะไม่เป็นไร เรื่องนี้ผมจัดการเอง”สวี่หวั่นเยว่จึงค่อยถอนหายใจด้วยความโล่งอก น้ำเสียงของเธอแฝงความตื่นเต้นยินดีออกมาเสียด้วยซ้ำ“ดีจังเลยค่ะพี่เฉิน ถ้าอย่างนั้นฉันจะรอคุณนะคะ!”เธอกดวางสายไปด้วยความดีอกดีใจแต่สีหน้าของฮั่วอวี่เฉินกลับมืดมนน่ากลัวถึงขีดสุดเขากดต่อสายถึงทนายความ ก่อนเอ่ยสั่งการสั้นๆ แต่ได้ใจความ“ไปสืบเรื่องสวี่หวั่นเยว่กับพ่อแม่ของเธออย่างละเอียดเป็นการลับอีกที”อาจารย์ผู้มีพระคุณของเขา เป็นถึงครูผู้ซื่อสัตย์สุจริต มีกิริยางดงาม และเป็นที่เคารพนับถือที่สุดในฮ่องกงต่อให้สายเลือดของอาจารย์จะต้องเร่ร่อนอยู่ข้างนอก ก็ไม่มีทางกลายเป็นคนเต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมไปได้จริงๆ หรอกทว่าความจริงกลับพิสูจน์ให้เห็นว่า สวี่หวั่นเยว่ที่ฉากหน้าดูอ่อนแอจิตใจดี แอบทำเรื่องที่เขาไม่รู้ไว้ไม่น้อยเลยทีเดียวถ้าอย่างนั้น...ฮั่วอวี่เฉินกำพวงมาลัยแน่นจนข้อนิ้วขาวซีดด้วยความเกร็งเขาอาจจะทำผิดพลาดครั้งใหญ่หลวงเข้าเสียแล้วซ้ำยังทำขอ
Read more
PREV
12
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status