Share

บทที่ 3

Author: หยวนสือเยว่
ภายในศาลบรรพบุรุษทั้งเย็นยะเยือกและชื้นแฉะ เดิมทีเสิ่นเฉียวซีก็ป่วยหนักยังไม่หายดี เพิ่งคุกเข่าไปได้เพียงสามชั่วโมงก็หมดสติไป

กลางดึกไข้ก็เริ่มมีไข้สูงอีกครั้ง

ท่ามกลางสติที่พร่าเบลอ เธอราวกับย้อนกลับไปตอนอายุสิบสามปี หลังจากพ่อแม่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ บรรดาผู้ใหญ่ที่เคยเอ็นดูเธอเหลือแสนต่างพากันมองเธอเป็นตัวภาระ ไม่มีใครยินดีจะรับเลี้ยงเธอ ทว่ากลับจ้องจะแย่งชิงมรดกที่พ่อแม่ของเธอทิ้งไว้กันทุกคน

จนกระทั่งฮั่วอวี่เฉินวัยยี่สิบสามปีปรากฏตัวขึ้น

เบื้องหน้าโถงตั้งศพอันเคร่งขรึม โครงหน้าเขาหล่อเหลาเย็นชาประดุจน้ำแข็ง ทว่ากลับเอ่ยกับเสิ่นเฉียวซีด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลอ่อนโยน

“ไม่ต้องกลัวนะ วันหน้าจะไม่มีใครกล้ารังแกเธออีกแล้ว อาเล็กจะคอยปกป้องเธอตลอดไป”

...

“คุณโกหก...”

หยาดน้ำตาสองสายรินไหลจากหางตาที่ปิดสนิทของเสิ่นเฉียวซี พวงแก้มซีดเซียวปรากฏรอยแดงระเรื่ออย่างคนป่วย เธอพึมพำละเมอออกมา

“...คุณไม่มีวัน...ปกป้องฉันอีกแล้ว...”

สิ้นเสียงนั้น ชายหนุ่มที่ยื่นมือหมายจะเช็ดน้ำตาให้เธอพลันชะงัก เนิ่นนานกว่าเขาจะถอนหายใจออกมาเบาๆ แล้วหมุนตัวเดินจากไป

ยามที่เสิ่นเฉียวซีฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง ก็เป็นเวลาสองวันให้หลังแล้ว

บาดแผลถูกเย็บใหม่เรียบร้อยแล้ว เสื้อผ้าเปลี่ยนเป็นชุดนอนสะอาดสะอ้าน แม้แต่ตามเนื้อตัวก็แห้งสบายเป็นพิเศษ

แชทวิ่งบนจอต่างเสนอหน้าทวงความชอบอย่างอดใจไม่ไหว

[สองวันนี้พระเอกทำผลงานได้ไม่เลวเลยนะ นอกจากจะตามตัวหมอที่ดีที่สุดมาเย็บแผลศัลยกรรมตกแต่งให้ยัยน้องแล้ว ยังคอยเฝ้าข้างเตียงช่วยเช็ดเหงื่อลดไข้ให้ยัยน้องตลอดเวลาด้วย]

[ตอนที่เขาเห็นแผลของยัยหนูนางเอก ขอบตาแดงไปหมด...เฮ้อ ยัยหนูนางเอกยกโทษให้เขาไม่ได้แล้วจริงๆ เหรอ?]

[หวานเจี๊ยบ พอพระเอกได้ข่าวว่านางเอกฟื้น ถึงกับยกเลิกประชุมโครงการมูลค่าร่วมห้าสิบล้านบาทแล้วรีบบึ่งกลับบ้านเลย!]

ยามได้ยินเสียงรถยนต์ดังมาจากชั้นล่าง เสิ่นเฉียวซีพลันใจเต้นตึกตัก เธอลุกจากเตียงก้าวลงชั้นล่างไปโดยไม่ทันหยุดคิด

ขณะที่เธอใช้มือประคองเอวเร่งก้าวลงบันได ประตูวิลล่าก็ถูกผลักให้เปิดออก

เสิ่นเฉียวซีคลี่ยิ้มเดินเข้าไปหาตามสัญชาตญาณ “อาเล็ก คุณกลับมาแล้วเหรอคะ?”

ทว่าวินาทีถัดมากลับต้องสบเข้ากับดวงตาดำมืดของฮั่วอวี่เฉิน สันหลังของเธอพลันเย็นวาบ เท้าชะงักนิ่งลงทันใด

แต่ฮั่วอวี่เฉินกลับไม่อนุญาตให้เธอหลบเลี่ยง คว้าท่อนแขนเธอไว้แน่น พลางกัดฟันเอ่ยด้วยความโกรธแค้น

“เสิ่นเฉียวซี เธออ้างชื่อฉันไปกดดันหนังสือพิมพ์ฮ่องกงเดลี่เพื่อบีบให้พวกเขาไล่หวั่นเยว่ออก ทำเอาหวั่นเยว่สติแตกจนเหม่อลอยโดนรถชนตอนข้ามถนน ตอนนี้ยังมีหน้ามาเรียกฉันว่าอาเล็กอีกเหรอ?!”

เสิ่นเฉียวซีหน้าซีดเผือด ส่ายหน้าไม่หยุด “ฉันเปล่านะคะ...”

ทว่าฮั่วอวี่เฉินคล้ายคาดเดาไว้อยู่แล้วว่าเธอจะปฏิเสธ เขาจึงแค่นหัวเราะเย็นชา

“ยังกล้าแก้ตัวอีกเหรอ เพื่อนร่วมงานของหวั่นเยว่ได้ยินเต็มสองหูว่าเธอขู่บรรณาธิการหนังสือพิมพ์ในสายโทรศัพท์! ทั่วทั้งฮ่องกงมีแค่เธอคนเดียวที่เกลียดหวั่นเยว่เข้ากระดูกดำเพราะความริษยา ถ้าไม่ใช่เธอ หรือจะบอกว่าหวั่นเยว่เป็นคนแจ้งปลดงานที่ตัวเองเฝ้ารอคอยและยากลำบากกว่าจะได้มาด้วยมือตัวเองหรือไง?!”

ตู้ม…

เสิ่นเฉียวซีรู้สึกราวกับถูกตีเข้าที่ศีรษะอย่างจัง นี่เป็นอีกครั้งที่ฮั่วอวี่เฉินด่าทอเธอโดยไม่ฟังเหตุผลเพียงเพราะสวี่หวั่นเยว่ ความโกรธอันเกิดจากความเจ็บช้ำและอัดอั้นตันใจในก้นบึ้งหัวใจ ในที่สุดก็ถูกจุดปะทุขึ้น

เธอเชิดคางขึ้นอย่างดื้อดึงแล้วสบตากับฮั่วอวี่เฉิน พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงประชดประชัน

“ตามนิสัยของฉัน ถ้าฉันเป็นคนทำจริง ตั้งแต่วันแรกที่สวี่หวั่นเยว่หน้าด้านหน้าทนมาเกาะติดอยู่ข้างกายคุณ เธอก็คงโดนฉันตีขาหักแล้วขับไล่ออกไปจากฮ่องกงตั้งนานแล้ว!”

“ฉันบอกแล้วไงว่า ไม่ได้ทำก็คือไม่ได้ทำ!”

เธอโกรธจนตัวสั่น ปลายเล็บจิกเข้ากลางฝ่ามือจนแทบจะมีเลือดซึม

ฮั่วอวี่เฉินใช้สายตาคลางแคลงใจจ้องมองเธออยู่ครู่หนึ่ง ทว่าวินาทีถัดมาเขากลับได้รับข้อความเสียงจากสวี่หวั่นเยว่ น้ำเสียงของเธอฟังดูอ่อนแรง

“คุณฮั่วคะ ฉันไม่โทษเสี่ยวซีหรอกค่ะ เธอคงแค่อารมณ์เสียเพราะรู้สึกไม่ปลอดภัยเท่านั้นเอง...ต้องโทษฉันเองแหละค่ะ ถ้าตอนที่เสี่ยวซีแอบมาขอให้ฉันลาออกครั้งแรกแล้วฉันยอมตกลงแต่โดยดี เธอคงจะไม่ใช้วิธีรุนแรงขนาดนี้...อีกอย่างฉันก็แค่ขาหักเอง ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรหรอกค่ะ”

น้ำเสียงของเธอนุ่มนวลบริสุทธิ์ แต่ทุกคำพูดกลับยิ่งเติมเชื้อไฟ

สีหน้าของฮั่วอวี่เฉินมืดมนลงทันตา เขากล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาจับขั้วหัวใจ “หวั่นเยว่ถูกเธอทำร้ายตั้งกี่ครั้งกี่หน แต่ก็ยังใจดีช่วยแก้ตัวให้เธอ ส่วนเธอกลับไม่เคยสำนึกผิดหรือรู้จักเอ่ยคำขอโทษเลยสักครั้ง ฉันผิดหวังในตัวเธอจริงๆ”

“ในเมื่อเธอทำตัวเอาแต่ใจจนทำลายงานที่หวั่นเยว่รักที่สุด งั้นก็ลองลิ้มรสความเจ็บปวดจากการสูญเสียดูบ้างแล้วกัน”

เขาพยักหน้าให้บอดี้การ์ด ซึ่งอีกฝ่ายก็รู้ความและเดินตรงไปยังห้องของเสิ่นเฉียวซีทันที

หัวใจของเสิ่นเฉียวซีค่อยๆ จมดิ่งลง จนกระทั่งเห็นบอดี้การ์ดอุ้มกล่องของดูต่างหน้าของพ่อเสิ่นแม่เสิ่นเดินออกมา

เธอเบิกตากว้างทำอะไรไม่ถูก

“เผา”

ริมฝีปากบางของฮั่วอวี่เฉินขยับพูดเพียงคำเดียว ทว่ากลับทำลายหัวใจของเสิ่นเฉียวซีจนไม่เหลือชิ้นดี

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • สุดท้าย เราก็ไปกันไม่ถึงฝั่ง   บทที่ 17

    หนึ่งเดือนต่อมาเสิ่นเฉียวซีนอนอาบแดดอยู่บนชายหาดหลินฉีเหยียนที่อยู่ข้างๆ กำลังชงเครื่องดื่มให้เธอ เพียงแต่สีหน้าดูไม่ได้เอาเสียเลย เขามองจ้องฮั่วอวี่เฉินที่อยู่ไม่ไกลด้วยสายตาอาฆาต ก่อนจะกัดฟันพูดว่า“ตาแก่หน้าด้าน! วันๆ เอาแต่คิดจะแย่งคนรักของคนอื่นมาเป็นมือที่สาม!”เสิ่นเฉียวซีคุ้นชินกับการโวยวายของเขามานานแล้ว เธอหลับตาพลิกตัว พลางตอบปัดแบบขอไปทีว่า“คุณเป็นสามีแต่ง มีสถานะถูกต้องตามกฎหมาย จะไปสนใจเขาทำไม?”แค่ประโยคเดียวก็กล่อมหลินฉีเหยียนที่กำลังหัวเสียให้สงบลงได้ เจ้าตัวยิ้มหน้าบานกลับไปหยิบผลไม้หั่นชิ้นมาให้เธอเพิ่มอีกวินาทีต่อมา โทรศัพท์มือถือของเสิ่นเฉียวซีก็ได้รับข้อความจากฮั่วอวี่เฉินอีกครั้ง“คืนนี้โรงแรมมีงานเลี้ยง ฉันนำเครื่องเพชรมาชุดหนึ่ง เหมาะกับชุดราตรีที่เธอสั่งตัดไว้เมื่อวันก่อนมากเลย”เสิ่นเฉียวซีไม่ได้ตอบกลับเธอลุกขึ้นแล้วเดินตรงเข้าโรงแรมไปทันทีกลับมาถึงห้องสวีทได้ไม่นาน พนักงานก็มาเคาะประตูแล้วส่งชุดเครื่องเพชรนั้นเข้ามาให้เสิ่นเฉียวซีกำลังจะปฏิเสธ แต่พลันเห็นฮั่วอวี่เฉินยืนอยู่ไม่ไกล สายตาแฝงความโศกเศร้า เขายิ้มอย่างขื่นขมว่า“ถือว่าเป็นของขว

  • สุดท้าย เราก็ไปกันไม่ถึงฝั่ง   บทที่ 16

    ภายในปราสาทโบราณอันศักดิ์สิทธิ์และเคร่งขรึมเสียงเพลงมาร์ชวิวาห์ค่อยๆ ดังก้องขึ้นเสิ่นเฉียวซีสวมผ้าคลุมหน้า พลางหิ้วชายกระโปรง เดินตรงไปหาหลินฉีเหยียนที่ยืนอยู่ปลายพรมแดงบาทหลวงยืนอยู่ตรงกลางระหว่างคนทั้งสอง นำกล่าวคำสาบานตามขั้นตอนกระทั่งเขาเอ่ยถามว่า“...เจ้าสาวยินดีจะแต่งงานกับเจ้าบ่าวหรือเปล่า?”วินาทีถัดมา เสียงทุ้มต่ำอันร้อนรนของชายหนุ่มก็ทำลายความสงบลง“เธอไม่ยินดี!”เหล่าแขกเหรื่อต่างฮือฮาขึ้นทันทีเสิ่นเฉียวซีมองไปยังทิศทางของแขกผู้มาใหม่โดยสัญชาตญาณ ทว่าพอเห็นชัดเจนว่าเป็นฮั่วอวี่เฉิน หัวใจเธอก็กระตุกวูบอย่างแรงฮั่วอวี่เฉินซูบผอมลงไปมาก ชุดสูทสีดำที่เคยพอดีตัว ยามนี้กลับดูหลวมโคร่งอยู่บนร่างเขาบนหน้าผากของชายหนุ่มมีรอยแผลเป็นใหม่เพิ่มมาหนึ่งแห่ง ขาของเขาก็ดูเหมือนจะบาดเจ็บ ทำได้เพียงอาศัยไม้เท้าช่วยยันกายเขามองเสิ่นเฉียวซีด้วยสายตาลึกซึ้ง แววตาคมคายคู่นั้นเปี่ยมไปด้วยความรักและความสำนึกผิด“เสี่ยวซี ฉันขอโทษเธอด้วยนะ”“ที่ผ่านมาฉันผิดเอง ฉันคิดว่าถ้าปล่อยมือจากเธอ ให้เธอได้ออกไปเปิดหูเปิดตาในโลกที่กว้างขึ้น ได้รู้จักคนวัยเดียวกันมากขึ้น แล้วเธอถึงจะรู้ว่าค

  • สุดท้าย เราก็ไปกันไม่ถึงฝั่ง   บทที่ 15

    ห้องฉุกเฉิน โรงพยาบาลเซนต์แอนน์ ประเทศฮ่องกงฮั่วอวี่เฉินค่อยๆ ลืมตาขึ้นบอดี้การ์ดด้านข้างพลันตื่นเต้นขึ้นมาทันที “ประธานฮั่ว คุณฟื้นแล้วเหรอครับ?!”...หากจะพูดถึงข่าวใหญ่ที่สุดของทางหนานหยางในช่วงนี้ ก็คือตระกูลหลินอันดับหนึ่งในสี่ตระกูลใหญ่กำลังจะจัดงานแต่งงาน!แถมเจ้าบ่าวก็คือคุณชายตระกูลหลินคนที่เคยถูกลักพาตัวตอนอายุเจ็ดขวบแล้วรอดชีวิตมาได้อย่างปาฏิหาริย์ และไม่เคยเข้าใกล้ผู้หญิงคนไหนเลยตลอดสิบหกปีหลังจากนั้น!ตลอดช่วงเวลาเกือบครึ่งเดือน สื่อมวลชนทางหนานหยางต่างพากันขุดคุ้ยรายละเอียดทุกอย่างเกี่ยวกับตัวเจ้าสาวทว่านอกจากรู้ว่าเป็นผู้หญิงแล้วข้อมูลอื่นๆ ก็เหมือนถูกสั่งปิดข่าวเอาไว้โดยสิ้นเชิง ไม่สามารถสืบหาอะไรได้เลยเพียงชั่วข้ามคืน ทั่วทั้งแวดวงไฮโซต่างก็สนอกสนใจในตัวว่าที่นายหญิงตระกูลหลินคนนี้เป็นอย่างยิ่งในที่สุดก็ถึงวันจัดงานแต่งงานภายนอกปราสาทหรูหราเต็มไปด้วยรถยนต์ราคาแพงที่จอดเรียงราย รวมถึงบรรดานักข่าวจากสำนักข่าวและสถานีโทรทัศน์ต่างๆบนสนามหญ้ากว้างใหญ่ไพศาลปลูกกุหลาบพันธุ์เวนเดลาไว้เต็มพื้นที่ล่วงหน้า สื่อความหมายถึง “ปักใจรักเพียงคุณผู้เดียว”“ได้ยินมาว

  • สุดท้าย เราก็ไปกันไม่ถึงฝั่ง   บทที่ 14

    แผนงานประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากเสิ่นเฉียวซีพาพนักงานในแผนกของเธอไปรับประทานอาหารร่วมกันเพื่อเฉลิมฉลองหลังเสร็จสิ้นงานเลี้ยง เธอก็ออกมาเรียกรถแท็กซี่นอกร้าน ทว่าในวินาทีถัดมา รถของหลินฉีเหยียนกลับแล่นมาจอดตรงหน้าเธอ“ผู้จัดการเสิ่น ติดรถไปด้วยกันไหมครับ?”หลินฉีเหยียนยกยิ้มเจ้าเล่ห์ นัยน์ตาพราวระยับคู่นั้นของเขาส่องประกายแวววาวภายใต้แสงไฟถนนก่อนที่พนักงานคนอื่นจะทันสังเกตเห็น เสิ่นเฉียวซีก็รีบเปิดประตูเบาะข้างคนขับแล้วก้าวเข้าไปนั่งอย่างรวดเร็วตัวรถแล่นไปอย่างราบเรียบ เสิ่นเฉียวซีหลับตาลงทำทีเป็นนอนหลับ“สรุปว่าตัวจริงอย่างผมจะเปิดตัวได้เมื่อไหร่กันแน่ครับ?”จู่ๆ เสียงตัดพ้อด้วยความน้อยอกน้อยใจของหลินฉีเหยียนก็ดังมาจากเบาะคนขับ เขาเริ่มท่องรายชื่อพวกมือที่สามออกมาเหมือนท่องจำได้อย่างขึ้นใจ“วันนี้หัวหน้าทีมแผนกขายซื้อกาแฟมาให้คุณแก้วหนึ่ง หัวหน้าฝ่ายการตลาดก็ส่งยิ้มให้คุณตั้งนาน แถมยังจะชวนคุณไปตีเทนนิสด้วยกันวันเสาร์อาทิตย์นี้อีก!”เมื่อเห็นท่าทางหน้าบึ้งแก้มป่องของเขา เสิ่นเฉียวซีก็เอียงคอมองอย่างนึกขำ พลางแกล้งหยอกเขา“แล้วจะทำยังไงได้ล่ะ? พวกเราสองคนยังไม่ได้จดทะเบี

  • สุดท้าย เราก็ไปกันไม่ถึงฝั่ง   บทที่ 13

    “อาเล็ก!”เสิ่นเฉียวซีเบิกตากว้างขึ้นมาทันใดกระทั่งมองเห็นหลอดไฟนีออนเหนือศีรษะและคอมพิวเตอร์ทำงานตรงหน้า เธอถึงเพิ่งจะได้สติกลับมาเธอเดินทางมาถึงหนานหยางเกือบสองสัปดาห์แล้วทว่าเธอที่ตั้งใจว่าจะลืมเลือนฮั่วอวี่เฉินไปโดยสิ้นเชิง กลับฝันถึงเขาอีกครั้งในยามพักกลางวันของวันนี้ในสภาพเลือดโชกเต็มศีรษะและสลบไสลไม่ได้สติเธอหลับตาลงสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วค่อยๆ ถอนหายใจออกมาในที่สุดเสิ่นเฉียวซีก็สงบอัตราการเต้นของหัวใจที่ตื่นตระหนกให้กลับมาเป็นปกติได้“ฝันร้ายเหรอครับ?”เสียงหัวเราะแผ่วเบาของชายหนุ่มแว่วมาจากทางประตูเสิ่นเฉียวซีเงยหน้ามองตามเสียง เห็นเพียงหลินฉีเหยียนยืนเอามือซุกกระเป๋ากางเกงข้างหนึ่งพลางส่งยิ้มให้เธอ ดวงตาพราวเสน่ห์เต็มไปด้วยร่องรอยของการเย้าหยอก“ประธานเสิ่นคนเก่งของเราก็มีวันที่เหนื่อยจนต้องแอบงีบกับเขาด้วยเหรอเนี่ย?”เสิ่นเฉียวซีถูกเขามองจนหน้าร้อนผ่าว จึงตอกกลับไปว่า“แอบอะไรกันคะ? ฉันงีบอย่างเปิดเผยต่างหากล่ะ ประธานหลินเถอะ ในเวลาทำงานอย่ามาห้องทำงานของฉันตามใจชอบสิ พวกเราเป็นคู่แข่งทางธุรกิจกัน คนอื่นมาเห็นเข้ามันจะดูไม่ดีนะคะ”“ดูไม่ดีเหรอครับ?”หลินฉ

  • สุดท้าย เราก็ไปกันไม่ถึงฝั่ง   บทที่ 12

    ทิวเขาทอดยาวไร้จุดสิ้นสุด เปรียบเสมือนเชือกแขวนคอที่รัดแน่นอยู่ตรงลำคอของหญิงสาวฮั่วอวี่เฉินก้าวลงมาจากเฮลิคอปเตอร์ พลางทอดสายตามองทิวเขาสูงใหญ่รอบทิศ เขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่า หากตนเองไม่ล่วงรู้ความจริง สวี่หวั่นเยว่ตัวจริงก็คงไม่มีทางหนีรอดออกไปได้อีกเลยตลอดชีวิตลมพัดกระพือจากใบพัดหอบเอาชายเสื้อสีดำสนิทของฮั่วอวี่เฉินจนปลิวไสว เผยให้เห็นจี้หยกที่พันอยู่รอบข้อมือเรียวเห็นข้อกระดูกเด่นชัดของเขาหากพินิจดูอย่างละเอียดก็ไม่ยากที่จะสังเกตเห็นว่า บนจี้หยกชิ้นนั้นมีรอยแตกร้าวตื้นจางจนแทบมองไม่ออกฮั่วอวี่เฉินยกมือขึ้นจูบจี้หยกอย่างแผ่วเบา แล้วเอ่ยด้วยความรักใคร่เอ็นดูว่า“เสี่ยวซีเด็กดี รอฉันอีกนิดนะ อาเล็กไม่มีวันปล่อยมือหรอก”บอดี้การ์ดด้านหลังกระชากตัวเฉิงต้าหย่งที่ถูกชกจนหน้าปูดบวมเหมือนหัวหมูลงมาจากเฮลิคอปเตอร์“โอ๊ย…”เฉิงต้าหย่งขวัญผวาไปนานแล้ว จึงว่าง่ายเหมือนนกกระทาที่หดคอเดินนำทางอยู่ข้างหน้าชาวบ้านหลายคนตรงบ้านริมทางจำเฉิงต้าหย่งได้ ต่างพากันใช้ภาษาถิ่นหัวเราะเยาะเขาว่า“ต้าหย่ง ไหนว่าไปรวยอู่ฟู่ที่ฮ่องกงกับยัยหนูบ้านสวี่ไง? ทำไมตอนนี้ถึงถูกมัดกลับบ้านเหมือนหมูป่าแบบนี

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status