LOGIN“ป่วยอยู่ยังจะออกแรง” จริงๆ เขาก็แข็งแรงขึ้นมากแล้วถ้าไม่นับอาการปวดหัวที่รุนแรงเป็นบางครั้ง
“บอกว่านอนเฉยๆ หมายถึงให้หยกทำไง” เขาเรียกชื่อเล่นเธอเหมือนจะให้ชินปาก เธออมยิ้มเล็กน้อย ไม่ได้พูดอะไร แต่ปีนขึ้นไปนั่งใกล้ๆ เขา
พิมพ์รดาลูบไล้อกกว้างของเขาไปมา แล้วริมฝีปากสั่นระริกก็ประทับจุมพิตกับริมฝีปากหยักหนา
สุริยันต์จับท้ายทอยของเธอเอาไว้ แล้วบดจูบเธออย่างเร่าร้อนดูดดื่ม พิมพ์รดาถอนริมฝีปากออกห่างพลางหอบหายใจสะท้าน มือนิ่มค่อยๆ ปลดเสื้อผ้าของเขาออก เธอก้มลงลามเลียอกกว้างที่เต็มไปด้วยเส้นขน ดูดยอดอกสีเข้มของเขาเบาๆ จนคนใต้ร่างถึงกับครวญครางไม่เป็นภาษา
สัมผัสที่คุ้นเคยทำให้เขาหลับตารับมันอย่างเต็มอกเต็มใจ มันคุ้นเคยจนอบอุ่นและเต็มเปี่ยมไปด้วยความสนิทสนม
ปากนุ่มแทะเล็มไปเรื่อยๆ ก่อนจะตวัดเลียที่หน้าท้องแข็งแกร่ง เธอลูบเบาๆ ทำให้เขาครางอย่างต่อเนื่อง แขม่วหน้าท้องเมื่อเธอดึงกางเกงออกไปจากสะโพกสอบ เขายกสะโพกสอบให้เธออย่างไม่เกี่ยงงอนจนท่อนล่างเปลือยเปล่า กลิ่นหอมจางๆ ของเธอทำเอาเขาอารมณ์คุกรุ่นรุนแรง มือของเธอลูบไล้แก่นกายชายอันองอาจ มันทำให้เขาตื่นตัวอย่างรุนแรง สุริยันต์เกร็งไปทั้งตัว เขาผงกศีรษะขึ้นมองก็เห็นว่าเธอกำลังรูดรัดแก่นกายของเขาไปมาเบาๆ แต่เร้าอารมณ์ยิ่งนัก
สุริยันต์อ้าปากหอบสะท้านเมื่อเธออ้าอมดูดรัดท่อนกายของเขา เธอขยับใบหน้าดูดจนแก้มตอบ ก่อนจะลากลิ้นสีแดงสดไปกับสัดส่วนความเป็นชายที่เริ่มแข็งขึงมากกว่าเดิม เรียวลิ้นชุ่มฉ่ำของเธอแตะเลียส่วนปลายของความแข็งแกร่ง ใบหน้าของสุริยันต์กระตุก ความวาบหวามที่คุ้นเคยทำเอาเขาร้องครางไม่เป็นภาษา
เธอขยับปากสวมครอบดูดรัดและลามเลีย มือน้อยรูดรัดเป็นจังหวะ ไม่นานก็ได้ยินเสียงครางหนักๆ ที่ผ่อนออกมาไม่ขาดปากจากเขา
“ไม่ไหวแล้ว” เขาบอกแค่นั้นก่อนดึงใบหน้าของเธอออกห่างจากแก่นกายชาย มือหนากุมใบหน้าของเธอดึงมาหาตัวก่อนจะบดจูบอย่างดูดดื่ม พิมพ์รดาค่อยๆ ขยับกายเข้าไปหาเขา ตอนนี้เธออยู่ในชุดนอนบางเบา เพียงแค่แหวกเป้ากางเกงในตัวน้อยออกไปก็สามารถสอดเสียบเรือนกายเข้าหากันได้แล้ว
มือหนารูดรัดแก่นกายอย่างรอคอย เขาครางเมื่อเธอเลื่อนมือมากอบกุมและขยับเบาๆ กายสาวชุ่มฉ่ำค่อยๆ กดคลึงลงไปหาอย่างเนิบช้าแต่สุดแสนเสียวซ่าน ซอกกายสาวค่อยๆ ดูดกลืนความเป็นชายเข้าไปจนหมดสิ้น
“อ๊า...” สองเสียงครางพร้อมกันเมื่อหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว
พิมพ์รดาที่อยู่ในชุดนอนสุดเซ็กซี่งบางเบานั่งทาบทับอยู่บนเรือนกายของเขา เธอกดมือกับหน้าท้องแกร่ง เผยอปากน้อยร้องครางเบาๆ ด้วยความเสียวซ่าน
“จริงๆ ตั้งใจจะมานอนด้วยใช่ไหม” คนรู้ทัน เธอทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ เขาก็หัวเราะเบาๆ จับมือของเขามาลูบไล้หน้าท้องนูนๆ ของเธอ สุริยันต์ทำท่าจะดึงมือหนีแต่เขาก็ชะงักวางทาบเอาไว้แบบนั้น ความรู้สึกของเขามันช่างประหลาดล้ำในยามที่ได้สัมผัสหน้าท้องของเธอ
“ใส่ชุดนอนมาขนาดนี้ ถ้าไม่ได้ขย่มนี่ถือว่าผิดปกติมาก” เขาพูดอย่างอารมณ์ดี ความอบอุ่นอ่อนหวานกำลังสวมครอบสอดเสียบอยู่กับความเป็นชายไม่ยอมล่าถอย
“ความจำเสื่อมแล้วยังปากร้ายอีกนะคะ อื้อ...” เธอเริ่มขยับกายเสียดสีกับท่อนเนื้อของเขา กายแกร่งที่ผลุบเข้าผลุบออก ทำเอาร่องสาวฉ่ำเยิ้มจากน้ำหวานชุ่มฉ่ำที่ชโลมไล้ความเป็นชายตลอดกาย
“ท้องแล้วทำกันท่านี้น่าจะไม่กระเทือนลูกในท้องนะ” เขาพูดเหมือนปรึกษาหารือ การมีเซ็กซ์กับเธอมันช่างสุดแสนวิเศษ เขาขาดเซ็กซ์มานานแค่ไหน คงตั้งแต่ป่วย สุริยันต์จำได้ว่าตั้งแต่ตื่นขึ้นมาเขายังไม่เคยมีเซ็กซ์กับภรรยาจอมยั่วของตัวเองเลย สายตาของเธอมันทำให้เขาร้อนรุ่มทุกครั้งที่ได้สบ
“จะทำกันท่านี้จนคลอดเลยเหรอคะ” เธอประชด แต่เขาเอาจริง
“อือ... เป็นผัวเมียกันไม่นอนด้วยกันถือว่าแปลก”
“ไม่ได้ว่าอะไรหรอกค่ะ อย่าไปนอนกับอีหนูก็แล้วกัน”
“นอนกับหยกคนเดียว กับอีหนูไม่เอา”
“ให้มันแน่ค่ะ” เธอพูดแต่แอบอมยิ้มอย่างพึงพอใจ
“เมื่อก่อนไม่รู้ แต่ตอนนี้รู้แน่ๆ ว่าไม่ทำ” เขาพูดแล้วใบหน้ากระตุกเมื่อเธอตอดรัดแก่นกายแกร่ง พิมพ์รดาขยับกายโยกคลอนไปเรื่อยๆ ขณะจับมือของเขามาสัมผัสกับหน้าท้องนูนไม่ยอมให้ละห่าง
“เหมือนลูกจะดิ้น” จู่ๆ เขาก็พูดอย่างตื่นเต้น เธอส่ายหน้าไปมา สีหน้าเสียวซ่าน ซู้ดปากเบาๆ
“เขาคงหาว่าเราสองคนลามกค่ะ”
“อ้าว...” เขาทำหน้าเหลอหลา เธออมยิ้ม ขย่มร่างเร็วขึ้นแต่ไม่กระแทกรุนแรง พร้อมร้องครางเสียงหลง
“เราหยุดเรื่องลูกดิ้นกันก่อนนะ” ได้ยินเขาพูดแบบนั้นเธอก็หลุดหัวเราะเบาๆ ออกมา เขาครางเสียงหนักเลื่อนมือไปกุมสะโพกผายของเธอเอาไว้ บังคับจังหวะก่อนจะพากันไปถึงจุดสุดยอดอย่างรุนแรง
“เฮีย” พิมพ์รดาเรียกเขาเสียงหวานหลังจากผ่านพ้นความสุขซ่าน
“ว่าไง” เขาเอ่ยถามคนที่นอนตะแคงอยู่ในอ้อมแขน มือหนาถูกจับให้เลื่อนไปลูบไล้หน้าท้องของเธอเบาๆ
“ถ้าลูกคลอดออกมา เฮียจะรักลูกไหม”
“ทำไมถามแบบนั้นล่ะ” เขาเลิกคิ้วขึ้นอย่างสงสัย ผงกศีรษะขึ้นมองคนที่อยู่ในอ้อมแขน
“หยกกลัวเฮียไม่รักลูก”
“คนบ้าที่ไหนไม่รักลูกของตัวเอง”
“คนบ้าแบบเฮียนั่นแหละ”
“เจริญนะ ด่าผัวตัวเองว่าบ้า” เธอหัวเราะเบาๆ ในขณะที่เขาทำหน้าบึ้ง
“ถ้าเฮียไม่รักลูก หยกจะพาลูกหนีไปเลย”
“ดูละครน้ำเน่าเยอะเกินไปหรือเปล่า ฉันจะไม่รักเพราะมันเป็นลูกชู้นี่แหละ” เขาพูดขึ้น
“ลูกเฮียนั่นแหละ ทำเองกับมือ” เธอทำเสียงขึ้นจมูก
“ฉันทำลูกกับมือเหรอ นึกว่าทำกับ...”
“เฮียน่ะ!” พิมพ์รดาค้อนเสียวงใหญ่ ไม่ยอมให้เขาพูดต่อจนจบ
“แพ้ท้องไหม” เขาเอ่ยถาม อยากรู้ว่าเธอมีอาการเป็นอย่างไรบ้าง
“นิดหน่อยค่ะ แค่ช่วงแรกๆ เท่านั้น เดี๋ยวนี้ไม่แพ้อะไรเลย หยกชนะทุกอย่างกินจนอ้วนเป็นหมูแล้วเห็นไหม” อยู่ด้วยกันเขาก็เห็นว่าเธอทำอาหารรับประทานเอง ถึงแม้จะจำอะไรไม่ได้แต่เธอก็คือภรรยาที่ดีคนหนึ่งสำหรับเขา
พิมพ์รดานึกขอบคุณเขาในใจ สุริยันต์ในยามนี้เหมือนสุริยันต์เมื่อหลายปีก่อนที่รักและเอ็นดูเธอมากๆ
จริงๆ เขาก็ไม่เคยปฏิเสธว่าไม่รักเธอ แต่เพราะหน้าที่การงานและความเคร่งเครียดของเขาทำให้เธอพลอยเครียดตามไปด้วย ช่วงเวลานี้เธอจึงรู้สึกว่าการอยู่กับเขามันมีความสุขเหลือล้น หากเขาจำอะไรขึ้นมาได้ เธอคิดว่าจะขอให้เขาล้างมือจากวงการไปอยู่กับเธอเงียบๆ ใช้เงินที่มีมากมายมหาศาลในที่สงบๆ อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาพ่อแม่ลูก เธอขบคิดเรื่องนี้ซ้ำๆ คาดหวังและเผื่อใจเอาไว้พอสมควร
พอคิดว่าเขาอาจะไม่ยอมก็รู้สึกเจ็บปวดหัวใจขึ้นมาอีก พลอยทำให้หงุดหงิดใส่เขาไปด้วย
“คนท้องนี่อารมณ์แปรปรวนแบบนี้บ่อยเหรอ” เขาเอ่ยถามขึ้นในวันหนึ่ง การออกไปไหนไม่ได้ทำให้เขาต้องหาอะไรทำคลายเครียด เธอบอกว่าโดนตามฆ่าอยู่ขอเวลาอีกสักพัก ในขณะที่เขาแทบจะบ้าตายอยู่แล้ว ดีที่ยังมีอะไรให้ทำ
ที่สำคัญก็คือร่างกายของเขากลับมาแข็งแรงอีกครั้ง มีเพียงแค่ความทรงจำเท่านั้นที่มันยังคงรางเลือนและจำอะไรยังไม่ได้
หน้าท้องของเธอนูนขึ้นมากว่าแต่ก่อนมาก จากคนท้องห้าเดือนเป็นหกเดือนและเจ็ดเดือน ใบหน้าของเขาหายเกือบเป็นปกติแล้ว ทุกอย่างดูเข้าที่เข้าทาง เขาหันมาออกกำลังกาย ว่ายน้ำ และดูหนังฟังเพลง บางทีก็ช่วยเธอทำอาหาร มันเลยทำให้หายฟุ้งซ่านไปได้มาก
“เปล่าค่ะ หยกแค่คิดอะไรเรื่อยเปื่อย” บางทีก็สุขบางทีก็ทุกข์ สุริยันต์เป็นผู้ชายในชีวิตคนเดียวที่ทำให้เธอรู้สึกทั้งทุกข์ทั้งสุขในเวลาเดียวกัน
“คิดเรื่องอะไร” เขาเอ่ยถามอย่างสงสัย
เสียงคลื่นทะเลที่ซัดเข้าหาฝังทำให้คนที่ทิ้งตัวลงนอนตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ร่างสูงเดินออกไปภายนอก มองท้องน้ำที่ไกลสุดลูกหูลูกตาอย่างเหม่อลอย ภาพบางอย่างวูบเข้ามาในสมอง เขาหลับตากุมศีรษะ รู้สึกปวดจนร้าวไปหมด“เฮียเป็นอะไรคะ” เสียงที่ดังขึ้นข้างตัวพร้อมมือบางจับประคองร่างที่เซเอาไว้ทำให้เขาหันไปมอง ภาพรางเลือนพวกนั้นก็จางหายไป“เมื่อกี้เหมือนเห็นภาพอะไรสักอย่าง แต่ปวดหัว”“อย่าคิดมากเลยค่ะ เดี๋ยวจะปวดหัวอีก”“ฉันอยากทำงาน เบื่อนอนเต็มทน”“ไม่ได้ค่ะ”“ทำไม” เสียงแข็งเอ่ยถาม พิมพ์รดาถอนใจพรืด สุริยันต์ก็ยังเป็นสุริยันต์ผู้เอาแต่ใจตัวเองเช่นเดิม ชอบให้คนอื่นทำตาม ไม่ชอบให้ใครขัดใจ แต่เขาก็ช่างอดทนรอจนเธอคลอดลูก มารยาหญิงยังไงก็ใช้ได้วันยังค่ำ เธออ้อนให้เขาดูแลเขาเลยหยุดอาละวาดไปหลายเดือน“ให้หายดีก่อนค่ะ หายแล้วอยากจะทำอะไรก็จะไม่ห้ามเลย” จริงๆ เขาหายดีแล้ว แต่เธอยังไม่อยากให้เขาออกไปไหนมาไหนตอนนี้ เพราะเกรงจะมีอันตราย“เป็นปีแล้วนะ ฉันแข็งแรงดีแล้ว”“แต่เฮียก็ปวดหัวบ่อย”“ไอ้ผัวของเมียน้อยฉันมันเป็นใคร” จู่ๆ เขาก็โพล่งถามออกมา ทำเอาพิมพ์รดาใบหน้าเหลอหลา นึกขึ้นได้ว่าก่อนหน้านี้เธอเคยประชดเขาว่
“คิดเรื่องอนาคตน่ะค่ะ” เธอขยับมานั่งบนตักของเขา สุริยันต์รวบเอวของเธอเอาไว้ เธอชอบจับมือของเขาไปลูบไล้หน้าท้องนูนๆ ของตัวเองเขาก็ชอบสัมผัสมันเช่นกัน หลายครั้งที่รับรู้ถึงอาการสั่นสะเทือนในช่องท้องของเธอ บ่งบอกว่าทารกในครรภ์กำลังตอบรับการทักทายของฝ่ามือคนเป็นพ่อ“คิดว่ายังไง” เขาเอ่ยถามอย่างอยากรู้ความนึกคิดของเธอ“คิดว่าจะเลี้ยงลูกยังไงดี เรียนที่ไหน แล้วเราจะมีลูกกันอีกกี่คน” เธอตอบเขาด้วยท่าทียิ้มแย้มมีสีหน้าขบคิดถึงเรื่องที่เป็นหัวข้อสนทนาอยู่“หัวปีท้ายปีไปเลย” เขาเอ่ยตอบ“เฮียพูดจริงๆ เหรอ” เธอตาโตมองเขาอย่างอึ้งๆ เป็นเพราะเขาความจำเสื่อมใช่ไหมเลยพูดแบบนี้ออกมา ความเป็นจริงแล้วเขาไม่อยากมีลูกนี่นา“ก็จริง มีสักหลายๆ คนก็ดีนะ” เขาทำท่าคิด“รักเฮียจัง” เธอหอมแก้มเขาฟอดใหญ่“แปลกๆ” เขาส่ายหน้าไปมากับคนเป็นเมีย“แปลกยังไงคะ”“ก็คำพูดแปลกๆ เหมือนฉันไม่อยากมีลูกอย่างนั้นแหละ”“เฮียเคยบอกว่าเป็นภาระ”“ภาระอะไร ฉันทำงานอะไรเหรอถึงเป็นภาระทำให้มีลูกไม่ได้”“ช่างมันเถอะค่ะ เฮียอยากกินอะไรเหรอ หยกจะทำให้กิน” เธอเปลี่ยนเรื่องอีกเช่นเคย“เธอนั่นแหละอยากกินอะไร ฉันจะทำให้กิน”“เฮียจะทำอาหารเห
“ป่วยอยู่ยังจะออกแรง” จริงๆ เขาก็แข็งแรงขึ้นมากแล้วถ้าไม่นับอาการปวดหัวที่รุนแรงเป็นบางครั้ง“บอกว่านอนเฉยๆ หมายถึงให้หยกทำไง” เขาเรียกชื่อเล่นเธอเหมือนจะให้ชินปาก เธออมยิ้มเล็กน้อย ไม่ได้พูดอะไร แต่ปีนขึ้นไปนั่งใกล้ๆ เขาพิมพ์รดาลูบไล้อกกว้างของเขาไปมา แล้วริมฝีปากสั่นระริกก็ประทับจุมพิตกับริมฝีปากหยักหนาสุริยันต์จับท้ายทอยของเธอเอาไว้ แล้วบดจูบเธออย่างเร่าร้อนดูดดื่ม พิมพ์รดาถอนริมฝีปากออกห่างพลางหอบหายใจสะท้าน มือนิ่มค่อยๆ ปลดเสื้อผ้าของเขาออก เธอก้มลงลามเลียอกกว้างที่เต็มไปด้วยเส้นขน ดูดยอดอกสีเข้มของเขาเบาๆ จนคนใต้ร่างถึงกับครวญครางไม่เป็นภาษาสัมผัสที่คุ้นเคยทำให้เขาหลับตารับมันอย่างเต็มอกเต็มใจ มันคุ้นเคยจนอบอุ่นและเต็มเปี่ยมไปด้วยความสนิทสนมปากนุ่มแทะเล็มไปเรื่อยๆ ก่อนจะตวัดเลียที่หน้าท้องแข็งแกร่ง เธอลูบเบาๆ ทำให้เขาครางอย่างต่อเนื่อง แขม่วหน้าท้องเมื่อเธอดึงกางเกงออกไปจากสะโพกสอบ เขายกสะโพกสอบให้เธออย่างไม่เกี่ยงงอนจนท่อนล่างเปลือยเปล่า กลิ่นหอมจางๆ ของเธอทำเอาเขาอารมณ์คุกรุ่นรุนแรง มือของเธอลูบไล้แก่นกายชายอันองอาจ มันทำให้เขาตื่นตัวอย่างรุนแรง สุริยันต์เกร็งไปทั้งตัว เขา
“ฉันเสียใจด้วย”“ท่านไปสบายแล้วค่ะ”“พ่อแม่ญาติพี่น้องของฉันล่ะ”“พ่อแม่ของเฮียก็เสียแล้วค่ะ เฮียไม่มีญาติพี่น้องที่ไหนนอกจากหยก เฮียหิวไหม” เธอเอ่ยถามอย่างใส่ใจ เปลี่ยนหัวข้อการสนทนาเสีย“หิวน้ำ” เขาเอ่ยบอก น้ำเสียงอ่อนลงไปมาก พิมพ์รดายกน้ำให้เขาดื่ม แม้จะพันผ้าไปหมดทั้งใบหน้า แต่ไม่ได้พันปากเขาก็ยังดื่มน้ำหรือกินอาหารได้ปกติ “อีกนานไหมกว่าจะเอาไอ้ผ้าบ้าๆ นี่ออกจากหน้าของฉัน” น้ำเสียงของเขาบ่งบอกว่ากำลังโมโหเอาการ เธอเองก็เข้าใจว่าเขาคงรำคาญและอึดอัด“สักพัก ถ้าเฮียไม่ดูแลให้ดีติดเชื้อขึ้นมาหน้าเน่าไม่รู้ด้วยนะ” เธอขู่คนดื้อ แต่เพราะเขานอนไม่ได้สตินานพอสมควร ทำให้แผลจากการศัลยกรรมดีวันดีคืน อีกไม่นานก็เปิดผ้าได้แล้ว แต่การศัลยกรรมแบบนี้ ก็ต้องใช้เวลาให้หน้าเข้าที่อย่างน้อยครึ่งปี“เหอะ!” สุริยันต์ทำเสียงในลำคอ เธอมองเขา คนเราความจำเสื่อมแต่ไอ้น้ำเสียงเหอะๆ หึๆ เวลาไม่พอใจถูกแสดงออกมาแบบอัตโนมัติเหมือนในอดีตเวลาที่เขาไม่พอใจอะไรสักอย่างพิมพ์รดาอยู่ดูแลสุริยันต์อย่างใกล้ชิดจนเขาสามารถแกะผ้าที่พันใบหน้าออกได้ หมอนำกระจกมาให้ส่องดูใบหน้า สุริยันต์มองตัวเองในกระจกแล้วขมวดคิ้วเข้าหากัน
สุริยันต์ สมุทรากร เสี่ยหนุ่มวัยสี่สิบสอง เจ้าของธุรกิจสถานบันเทิงและอาบ อบ นวด ชื่อดังสบถอย่างหัวเสียเมื่อมีคนขับรถตามประกบยิงเขาสั่งให้ลูกน้องคู่ใจเพิ่มความเร็วรถให้มากขึ้น นักรบเหยียบคันเร่งจนมิด แต่รถที่ขับออกมาจากทางแยกด้านหน้าทำเอานักรบต้องหักหลบกะทันหัน จนรถเสียหลักพุ่งลงข้างทาง ตกลงไปตรงไหล่เขาสุริยันต์ตะกายร่างออกมาจากรถ ก่อนที่รถจะระเบิด เขายิงต่อสู้กับคนร้าย ร่างสูงใหญ่วิ่งหนีก่อนจะสะดุดล้มกลิ้งลงไปจนศีรษะกระแทกกับก้อนหินสลบคาที เหตุการณ์มันรวดเร็วมากในขณะที่นักรบยิงต่อสู้กับคนร้ายจนพลาดท่าเสียทีอีกคน ลูกน้องคนอื่นๆ ไม่มีใครรอดเลยสักรายโดนยิงตายกันหมดหลังจากนั้นเสียงปืนก็ดังขึ้นอีกระลอกใหญ่ ร่างของหญิงสาวชุดดำคนหนึ่งก็ปรากฏกายขึ้น ก่อนจะยิงต่อสู้กับคนร้ายที่ติดตามมาราวกองทัพ ฝีมือการยิงปืนที่แสนแม่นยำทำให้คนร้ายโดนยิงเรียงตัว เสียชีวิตทันที“คุณหยกพาเสี่ยหนีไปก่อนค่ะ ทางนี้เหมยจะจัดการเอง” ดอกเหมยตะโกนบอก ก่อนจะรัวปืนใส่คนร้ายอย่างบ้าคลั่ง พิมพ์รดาพยักหน้าให้คนของเธอ ก่อนจัดการหิ้วปีกของสุริยันต์หนีเข้าป่าไปพร้อมกับคนของเธออีกหนึ่งคนร่างสูงใหญ่ผวาขึ้นจากที่นอนด้วยเหงื่อ





![เพลิงไข่มุก [NC30+] + [BDSM] + [PWP]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

