Share

4

last update Tanggal publikasi: 2025-12-15 19:00:32

“คิดเรื่องอนาคตน่ะค่ะ” เธอขยับมานั่งบนตักของเขา สุริยันต์รวบเอวของเธอเอาไว้ เธอชอบจับมือของเขาไปลูบไล้หน้าท้องนูนๆ ของตัวเอง

เขาก็ชอบสัมผัสมันเช่นกัน หลายครั้งที่รับรู้ถึงอาการสั่นสะเทือนในช่องท้องของเธอ บ่งบอกว่าทารกในครรภ์กำลังตอบรับการทักทายของฝ่ามือคนเป็นพ่อ

“คิดว่ายังไง” เขาเอ่ยถามอย่างอยากรู้ความนึกคิดของเธอ

“คิดว่าจะเลี้ยงลูกยังไงดี เรียนที่ไหน แล้วเราจะมีลูกกันอีกกี่คน” เธอตอบเขาด้วยท่าทียิ้มแย้มมีสีหน้าขบคิดถึงเรื่องที่เป็นหัวข้อสนทนาอยู่

“หัวปีท้ายปีไปเลย” เขาเอ่ยตอบ

“เฮียพูดจริงๆ เหรอ” เธอตาโตมองเขาอย่างอึ้งๆ เป็นเพราะเขาความจำเสื่อมใช่ไหมเลยพูดแบบนี้ออกมา ความเป็นจริงแล้วเขาไม่อยากมีลูกนี่นา

“ก็จริง มีสักหลายๆ คนก็ดีนะ” เขาทำท่าคิด

“รักเฮียจัง” เธอหอมแก้มเขาฟอดใหญ่

“แปลกๆ” เขาส่ายหน้าไปมากับคนเป็นเมีย

“แปลกยังไงคะ”

“ก็คำพูดแปลกๆ เหมือนฉันไม่อยากมีลูกอย่างนั้นแหละ”

“เฮียเคยบอกว่าเป็นภาระ”

“ภาระอะไร ฉันทำงานอะไรเหรอถึงเป็นภาระทำให้มีลูกไม่ได้”

“ช่างมันเถอะค่ะ เฮียอยากกินอะไรเหรอ หยกจะทำให้กิน” เธอเปลี่ยนเรื่องอีกเช่นเคย

“เธอนั่นแหละอยากกินอะไร ฉันจะทำให้กิน”

“เฮียจะทำอาหารเหรอ” ปกติเขาเป็นลูกมือของเธอ

“อืม” เขาครางรับก่อนจะยกเธอลงจากตักเดินไปทำอาหาร เธอมองเขาเพลินก่อนจะสะดุ้งคิดอะไรขึ้นมาได้

“เฮียทำอาหารที่ชอบกินได้ด้วยเหรอ เฮียความจำกลับมาแล้วเหรอ” เธอนึกสงสัยขณะเอ่ยถามเสียงระรัว เขาทำเมนูจากเป๋าฮื้อที่ชอบกินออกมาได้อย่างคล่องแคล่ว

“จำอะไรไม่ได้หรอกแต่อยากกิน เห็นคนมาส่งวัตถุดิบเอาเป๋าฮื้อมาด้วย” เขาตอบเสียงเรียบขณะยืนทำอาหารอย่างไม่ติดขัด เห็นเขาแลดูเถื่อนๆ แบบนี้กลับทำอาหารได้อร่อยสุดใจ เธอถอยมานั่งมองเขานิ่ง เท้าคางมองเขาหยิบจับโน่นนี่แล้วกะพริบตาเมื่อเขาเอาอาหารรสเลิศมาจ่อที่ปาก

“ชิมดูสิว่าอร่อยหรือยัง” เขาพูดขึ้น เธออ้าปากชิม

“อร่อยค่ะ”

“ดีนะ พักรักษาตัวอยู่แบบนี้ ยังได้กินอาหารแพงๆ” เขาแสดงความคิดเห็น พิมพ์รดาเลิกคิ้วเล็กน้อย คนความจำเสื่อมก็แค่จำเหตุการณ์อะไรไม่ได้เท่านั้น แต่เขากลับรู้จักสิ่งรอบกายว่ามันมีราคาถูกราคาแพงเหมือนคนปกติทั่วไป

“คนที่ช่วยเหลือเราเอาไว้ เคยมีบุญคุณต่อกันน่ะค่ะ พอหยกคลอดและแข็งแรงเราก็จะย้ายกลับไปอยู่บ้านกันแล้วค่ะ” เธอหลบสายตาของเขาขณะพูดโกหกคำโต

“เออดีเบื่อที่นี่เต็มกลืนแล้ว แต่ดีหน่อยมีวัตถุดิบอร่อยๆ ให้ทำกิน” เขาจัดการนำล็อบสเตอร์ไปลวกน้ำร้อนก่อนจะนำมาปรุงอาหาร เธอมองอย่างทึ่งๆ สังหรณ์ใจว่าความจำของเขาใกล้กลับคืนมาแล้ว พิมพ์รดากัดปากตัวเองเธอหวั่นใจอย่างไรบอกไม่ถูก

“หิวหรือยัง” เขาหันมาถามจนเธอสะดุ้งเพราะกำลังใจลอย

“เป็นอะไร” เขาถามเสียงดุเมื่อเห็นท่าทีของเธอ สัญชาตญาณของเขาบอกว่าเธอกำลังมีเรื่องปิดบังอะไรอยู่

เขาแค่ไม่ได้พูดหรือถามออกมาเท่านั้น สุริยันต์คิดว่าหากเธอต้องการจะบอกคงบอกออกมาเอง แต่ที่เธอยังไม่บอกเพราะไม่อยากบอก ถ้าคาดคั้นเอาคำตอบคงไม่ได้ความอะไร เขามีวิธีการที่จะทำให้เธอพูดมันออกมาเอง ซึ่งความคิดสลับซับซ้อนนี้มันเกิดขึ้นเองโดยที่เจ้าตัวไม่ได้ตั้งใจ

“เปล่าค่ะ ไม่มีอะไร” เธอยิ้มให้เขาก่อนจะเดินไปโอบกอดรอบเอวหนาเอาไว้

“หิวแล้วละค่ะ รอกินฝีมือเฮียอยู่นะ” เธอเกาะบ่าก่อนจะเขย่งขึ้นไปหอมแก้มเขา สุริยันต์หันมาจุ๊บปากของเธอเบาๆ ก่อนจะปรุงอาหารต่อ

หลังจากนั้นอีกสองเดือน... พิมพ์รดาที่อาศัยอยู่ในเซฟเฮ้าส์ก็คลอดลูกสาวออกมา สุริยันต์เห็นหน้าลูกสาวตัวน้อยใบหน้ายับย่นตัวแดงเถือกก็รู้สึกประหลาดล้ำในอก เขาอุ้มทารกน้อยตัวจ้อยขึ้นมากอดแนบอก ร่างสูงใหญ่สั่นสะท้านเหลือกำลัง เจ้าตัวเล็กในอ้อมแขนของเขาคือบุตรสาวที่เขาบังเกิดความรักตั้งแต่แรกเห็น

“ลูกหน้าเหมือนใคร” สุริยันต์เอ่ยถามอย่างสนใจ

“เหมือนเฮียนั่นแหละ” พิมพ์รดาค้อนคนช่างสงสัย สุริยันต์ช่างสงสัยเขาจะถามทุกอย่างที่อยากรู้ แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้เธอน้ำตาไหลทุกครั้งคือการช่วยเลี้ยงลูก อาจเพราะเขาไม่มีอะไรทำเลยค่อนข้างมีความสุขกับการจัดการโน่นนี่ให้ได้ดั่งใจตัวเอง

นิสัยของเขา ใช่เลย! ชอบจัดการดูแลคนอื่น ความรู้สึกของพิมพ์รดาวูบขึ้นมาในอก ความจำของเขาคงใกล้กลับมาเต็มทีแล้วใช่ไหม เพราะหลายสิ่งหลายอย่างที่เขาทำมันออกมาแบบไม่รู้ตัวคือนิสัยดั่งเดิมของสุริยันต์

หลังจากนั้นสามเดือนพิมพ์รดาก็พาสุริยันต์และลูกกลับไปอยู่ทางใต้ สุริยันต์จึงพักรักษาตัวอยู่ที่เซฟเฮ้าส์นานถึงหนึ่งปี

โดยก่อนหน้านี้เธอโกหกไปว่าเซฟเฮ้าส์ที่อาศัยอยู่นั้นไม่ใช่ของเธอ อดีตเจ้านายของบิดาให้พักแค่ชั่วคราวเท่านั้น เพราะเคยมีบุญคุณต่อกัน

สุริยันต์รู้จักดอกเหมยในฐานะญาติของพิมพ์รดา เธอขอให้ดอกเหมยมาช่วยเลี้ยงลูกสาวตัวน้อย

พิมพ์รดาตั้งชื่อลูกสาวคล้องจองกับตนคือพิมพ์รตา มีชื่อเล่นว่าแก้มใส เพราะเจ้าหนูน้อยตัวขาว ผิวนุ่ม แก้มใส แถมยังแก้มป่องน่าหยิก เห็นแล้วทั้งเอ็นดูทั้งมันเขี้ยวในเวลาเดียวกัน

สุริยันต์รักลูกมาก เขาอุ้มเจ้าหนูน้อยไม่เคยให้ห่างมือ ความรักและสายใยของความเป็นพ่อลูกทำให้เขามีความสุขทุกครั้งที่ได้เห็นหน้าลูก

“ลูกหน้าเหมือนใคร”

คำถามยอดฮิตของเขาทำให้พิมพ์รดายิ้มปนขำ เขาสังเกตใบหน้าของลูก ปาก จมูก คิ้ว คางและทุกส่วน  ก่อนที่พิมพ์รดาใจหายวาบเมื่อนึกอะไรขึ้นมาได้ เขาศัลยกรรมใบหน้านี่นา ดังนั้นความละม้ายคล้ายคลึงของหน้าตาจึงแตกต่างกัน

“ก็คล้ายเราสองคนไงคะ” เธอยื่นเอกสารฉบับหนึ่งให้เขาดู

“เอกสารอะไร”

“ผลตรวจดีเอ็นเอค่ะ”

“ตรวจทำไม”

“ก็เผื่อเฮียจะไม่เชื่อ” คนรอบคอบลอบผ่อนลมหายใจออกมา เขาหรี่ตามอง

“ทำไมถึงจะไม่เชื่อล่ะ”

“ก็เฮียความจำเสื่อม จู่ๆ มีผู้หญิงมาอ้างว่าเป็นเมียและท้อง ด้วยนิสัยของเฮีย เฮียไม่มีวันเชื่อหรอก อีกอย่างหยกศัลยกรรมใบหน้าของเฮียไปแล้วเพราะเฮียหน้าเสียโฉม หน้าเลยไม่ค่อยเหมือนกับลูกไง”

“มีรูปของฉันสมัยก่อนไหม”

“ไม่มีหรอกค่ะ เฮียไม่ชอบถ่ายรูป” คำตอบของเธอทำให้เขาหรี่ตามอง

“ฉันขี้ระแวงเหรอ”

“เรียกว่ารอบคอบค่ะ” เธอยิ้มให้เขาเมื่อเดินทางมาถึงที่หมายในที่สุด

“ที่นี่บ้านเราเหรอ” เขามองบ้านหลังไม่ใหญ่มากนักแล้วขมวดคิ้วเข้าหากัน สถานที่พวกนี้ไม่คุ้นเคยเลยสักนิด หลังจากหญิงสาวที่เอ่ยอ้างว่าเป็นภรรยาของเขาพากลับปักษ์ใต้มา มันก็ดูมึนงงสับสนไปหมด

“ใช่ค่ะ”

“เมื่อก่อนฉันขี้เกียจเหรอ”

“ทำไมถามแบบนั้นล่ะคะ”

“บ้านหลังขนาดนี้ ไม่มีเครื่องใช้อะไรเลย ฉันคงเลี้ยงเธอไม่ดี เอาแต่เจ้าชู้ไปวันๆ สินะ” เขาเดา ในขณะที่พิมพ์รดาลอบอมยิ้ม เธอกลั้นหัวเราะเอาไว้เต็มกำลังใจ อยากจะหัวเราะออกมาแต่ก็กลัวเขาจะสงสัยเข้าไปอีก

“ไม่ขี้เกียจค่ะ บ้านหลังนี้เราจะอยู่กันแค่ชั่วคราวเท่านั้น เพราะหลังจากนี้เราก็ต้องย้ายกันอีกค่ะ” เธอยิ้มให้เขา

“แล้วฉันทำงานอะไร” เขาเอ่ยถามซ้ำ จำได้ว่าเธอเคยบอกเขาแล้ว แต่อยากจับพิรุธว่าเธอจะพูดเหมือนเดิมไหม

พิมพ์รดาเงียบไปเหมือนต้องคิดก่อนตอบอย่างมีสติ แม้จะความจำเสื่อมแต่เธอประมาทไม่ได้เลย ตอนที่สุริยันต์ปกติดีเขาความจำเป็นเลิศและชอบสังเกต  ลูกน้องคนไหนผิดปกติไปเขายังรู้เลย แต่ตอนโดนลอบยิง เธอได้ข่าวว่าเขาเมามาก อาจจะเผลอและประมาทเลยโดนทำร้าย

“จับปลาค่ะ” พิมพ์รดาโกหกคำโต ตอนนี้กำลังหนีเอาตัวรอดอยู่ เธอจำต้องโกหกเขา เล่าเรื่องจริงให้เขาฟังทั้งหมดคงไม่ได้

“จับปลา” เขาทวนประโยคของเธอ หลับตาด้วยความปวดหัว เขามักมีอาการปวดหัวบ่อยๆ จนหลายครั้งต้องอยู่นิ่งๆ เพื่อยุติความคิดอันแสนวุ่นวาย

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • สุริยันต์   5

    เสียงคลื่นทะเลที่ซัดเข้าหาฝังทำให้คนที่ทิ้งตัวลงนอนตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ร่างสูงเดินออกไปภายนอก มองท้องน้ำที่ไกลสุดลูกหูลูกตาอย่างเหม่อลอย ภาพบางอย่างวูบเข้ามาในสมอง เขาหลับตากุมศีรษะ รู้สึกปวดจนร้าวไปหมด“เฮียเป็นอะไรคะ” เสียงที่ดังขึ้นข้างตัวพร้อมมือบางจับประคองร่างที่เซเอาไว้ทำให้เขาหันไปมอง ภาพรางเลือนพวกนั้นก็จางหายไป“เมื่อกี้เหมือนเห็นภาพอะไรสักอย่าง แต่ปวดหัว”“อย่าคิดมากเลยค่ะ เดี๋ยวจะปวดหัวอีก”“ฉันอยากทำงาน เบื่อนอนเต็มทน”“ไม่ได้ค่ะ”“ทำไม” เสียงแข็งเอ่ยถาม พิมพ์รดาถอนใจพรืด สุริยันต์ก็ยังเป็นสุริยันต์ผู้เอาแต่ใจตัวเองเช่นเดิม ชอบให้คนอื่นทำตาม ไม่ชอบให้ใครขัดใจ แต่เขาก็ช่างอดทนรอจนเธอคลอดลูก มารยาหญิงยังไงก็ใช้ได้วันยังค่ำ เธออ้อนให้เขาดูแลเขาเลยหยุดอาละวาดไปหลายเดือน“ให้หายดีก่อนค่ะ หายแล้วอยากจะทำอะไรก็จะไม่ห้ามเลย” จริงๆ เขาหายดีแล้ว แต่เธอยังไม่อยากให้เขาออกไปไหนมาไหนตอนนี้ เพราะเกรงจะมีอันตราย“เป็นปีแล้วนะ ฉันแข็งแรงดีแล้ว”“แต่เฮียก็ปวดหัวบ่อย”“ไอ้ผัวของเมียน้อยฉันมันเป็นใคร” จู่ๆ เขาก็โพล่งถามออกมา ทำเอาพิมพ์รดาใบหน้าเหลอหลา นึกขึ้นได้ว่าก่อนหน้านี้เธอเคยประชดเขาว่

  • สุริยันต์   4

    “คิดเรื่องอนาคตน่ะค่ะ” เธอขยับมานั่งบนตักของเขา สุริยันต์รวบเอวของเธอเอาไว้ เธอชอบจับมือของเขาไปลูบไล้หน้าท้องนูนๆ ของตัวเองเขาก็ชอบสัมผัสมันเช่นกัน หลายครั้งที่รับรู้ถึงอาการสั่นสะเทือนในช่องท้องของเธอ บ่งบอกว่าทารกในครรภ์กำลังตอบรับการทักทายของฝ่ามือคนเป็นพ่อ“คิดว่ายังไง” เขาเอ่ยถามอย่างอยากรู้ความนึกคิดของเธอ“คิดว่าจะเลี้ยงลูกยังไงดี เรียนที่ไหน แล้วเราจะมีลูกกันอีกกี่คน” เธอตอบเขาด้วยท่าทียิ้มแย้มมีสีหน้าขบคิดถึงเรื่องที่เป็นหัวข้อสนทนาอยู่“หัวปีท้ายปีไปเลย” เขาเอ่ยตอบ“เฮียพูดจริงๆ เหรอ” เธอตาโตมองเขาอย่างอึ้งๆ เป็นเพราะเขาความจำเสื่อมใช่ไหมเลยพูดแบบนี้ออกมา ความเป็นจริงแล้วเขาไม่อยากมีลูกนี่นา“ก็จริง มีสักหลายๆ คนก็ดีนะ” เขาทำท่าคิด“รักเฮียจัง” เธอหอมแก้มเขาฟอดใหญ่“แปลกๆ” เขาส่ายหน้าไปมากับคนเป็นเมีย“แปลกยังไงคะ”“ก็คำพูดแปลกๆ เหมือนฉันไม่อยากมีลูกอย่างนั้นแหละ”“เฮียเคยบอกว่าเป็นภาระ”“ภาระอะไร ฉันทำงานอะไรเหรอถึงเป็นภาระทำให้มีลูกไม่ได้”“ช่างมันเถอะค่ะ เฮียอยากกินอะไรเหรอ หยกจะทำให้กิน” เธอเปลี่ยนเรื่องอีกเช่นเคย“เธอนั่นแหละอยากกินอะไร ฉันจะทำให้กิน”“เฮียจะทำอาหารเห

  • สุริยันต์   3

    “ป่วยอยู่ยังจะออกแรง” จริงๆ เขาก็แข็งแรงขึ้นมากแล้วถ้าไม่นับอาการปวดหัวที่รุนแรงเป็นบางครั้ง“บอกว่านอนเฉยๆ หมายถึงให้หยกทำไง” เขาเรียกชื่อเล่นเธอเหมือนจะให้ชินปาก เธออมยิ้มเล็กน้อย ไม่ได้พูดอะไร แต่ปีนขึ้นไปนั่งใกล้ๆ เขาพิมพ์รดาลูบไล้อกกว้างของเขาไปมา แล้วริมฝีปากสั่นระริกก็ประทับจุมพิตกับริมฝีปากหยักหนาสุริยันต์จับท้ายทอยของเธอเอาไว้ แล้วบดจูบเธออย่างเร่าร้อนดูดดื่ม พิมพ์รดาถอนริมฝีปากออกห่างพลางหอบหายใจสะท้าน มือนิ่มค่อยๆ ปลดเสื้อผ้าของเขาออก เธอก้มลงลามเลียอกกว้างที่เต็มไปด้วยเส้นขน ดูดยอดอกสีเข้มของเขาเบาๆ จนคนใต้ร่างถึงกับครวญครางไม่เป็นภาษาสัมผัสที่คุ้นเคยทำให้เขาหลับตารับมันอย่างเต็มอกเต็มใจ มันคุ้นเคยจนอบอุ่นและเต็มเปี่ยมไปด้วยความสนิทสนมปากนุ่มแทะเล็มไปเรื่อยๆ ก่อนจะตวัดเลียที่หน้าท้องแข็งแกร่ง เธอลูบเบาๆ ทำให้เขาครางอย่างต่อเนื่อง แขม่วหน้าท้องเมื่อเธอดึงกางเกงออกไปจากสะโพกสอบ เขายกสะโพกสอบให้เธออย่างไม่เกี่ยงงอนจนท่อนล่างเปลือยเปล่า กลิ่นหอมจางๆ ของเธอทำเอาเขาอารมณ์คุกรุ่นรุนแรง มือของเธอลูบไล้แก่นกายชายอันองอาจ มันทำให้เขาตื่นตัวอย่างรุนแรง สุริยันต์เกร็งไปทั้งตัว เขา

  • สุริยันต์   2

    “ฉันเสียใจด้วย”“ท่านไปสบายแล้วค่ะ”“พ่อแม่ญาติพี่น้องของฉันล่ะ”“พ่อแม่ของเฮียก็เสียแล้วค่ะ เฮียไม่มีญาติพี่น้องที่ไหนนอกจากหยก เฮียหิวไหม” เธอเอ่ยถามอย่างใส่ใจ เปลี่ยนหัวข้อการสนทนาเสีย“หิวน้ำ” เขาเอ่ยบอก น้ำเสียงอ่อนลงไปมาก พิมพ์รดายกน้ำให้เขาดื่ม แม้จะพันผ้าไปหมดทั้งใบหน้า แต่ไม่ได้พันปากเขาก็ยังดื่มน้ำหรือกินอาหารได้ปกติ “อีกนานไหมกว่าจะเอาไอ้ผ้าบ้าๆ นี่ออกจากหน้าของฉัน” น้ำเสียงของเขาบ่งบอกว่ากำลังโมโหเอาการ เธอเองก็เข้าใจว่าเขาคงรำคาญและอึดอัด“สักพัก ถ้าเฮียไม่ดูแลให้ดีติดเชื้อขึ้นมาหน้าเน่าไม่รู้ด้วยนะ” เธอขู่คนดื้อ แต่เพราะเขานอนไม่ได้สตินานพอสมควร ทำให้แผลจากการศัลยกรรมดีวันดีคืน อีกไม่นานก็เปิดผ้าได้แล้ว แต่การศัลยกรรมแบบนี้ ก็ต้องใช้เวลาให้หน้าเข้าที่อย่างน้อยครึ่งปี“เหอะ!” สุริยันต์ทำเสียงในลำคอ เธอมองเขา คนเราความจำเสื่อมแต่ไอ้น้ำเสียงเหอะๆ หึๆ เวลาไม่พอใจถูกแสดงออกมาแบบอัตโนมัติเหมือนในอดีตเวลาที่เขาไม่พอใจอะไรสักอย่างพิมพ์รดาอยู่ดูแลสุริยันต์อย่างใกล้ชิดจนเขาสามารถแกะผ้าที่พันใบหน้าออกได้ หมอนำกระจกมาให้ส่องดูใบหน้า สุริยันต์มองตัวเองในกระจกแล้วขมวดคิ้วเข้าหากัน

  • สุริยันต์   1

    สุริยันต์ สมุทรากร เสี่ยหนุ่มวัยสี่สิบสอง เจ้าของธุรกิจสถานบันเทิงและอาบ อบ นวด ชื่อดังสบถอย่างหัวเสียเมื่อมีคนขับรถตามประกบยิงเขาสั่งให้ลูกน้องคู่ใจเพิ่มความเร็วรถให้มากขึ้น นักรบเหยียบคันเร่งจนมิด แต่รถที่ขับออกมาจากทางแยกด้านหน้าทำเอานักรบต้องหักหลบกะทันหัน จนรถเสียหลักพุ่งลงข้างทาง ตกลงไปตรงไหล่เขาสุริยันต์ตะกายร่างออกมาจากรถ ก่อนที่รถจะระเบิด เขายิงต่อสู้กับคนร้าย ร่างสูงใหญ่วิ่งหนีก่อนจะสะดุดล้มกลิ้งลงไปจนศีรษะกระแทกกับก้อนหินสลบคาที เหตุการณ์มันรวดเร็วมากในขณะที่นักรบยิงต่อสู้กับคนร้ายจนพลาดท่าเสียทีอีกคน ลูกน้องคนอื่นๆ ไม่มีใครรอดเลยสักรายโดนยิงตายกันหมดหลังจากนั้นเสียงปืนก็ดังขึ้นอีกระลอกใหญ่ ร่างของหญิงสาวชุดดำคนหนึ่งก็ปรากฏกายขึ้น ก่อนจะยิงต่อสู้กับคนร้ายที่ติดตามมาราวกองทัพ ฝีมือการยิงปืนที่แสนแม่นยำทำให้คนร้ายโดนยิงเรียงตัว เสียชีวิตทันที“คุณหยกพาเสี่ยหนีไปก่อนค่ะ ทางนี้เหมยจะจัดการเอง” ดอกเหมยตะโกนบอก ก่อนจะรัวปืนใส่คนร้ายอย่างบ้าคลั่ง พิมพ์รดาพยักหน้าให้คนของเธอ ก่อนจัดการหิ้วปีกของสุริยันต์หนีเข้าป่าไปพร้อมกับคนของเธออีกหนึ่งคนร่างสูงใหญ่ผวาขึ้นจากที่นอนด้วยเหงื่อ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status