LOGIN“ฉันเสียใจด้วย”
“ท่านไปสบายแล้วค่ะ”
“พ่อแม่ญาติพี่น้องของฉันล่ะ”
“พ่อแม่ของเฮียก็เสียแล้วค่ะ เฮียไม่มีญาติพี่น้องที่ไหนนอกจากหยก เฮียหิวไหม” เธอเอ่ยถามอย่างใส่ใจ เปลี่ยนหัวข้อการสนทนาเสีย
“หิวน้ำ” เขาเอ่ยบอก น้ำเสียงอ่อนลงไปมาก พิมพ์รดายกน้ำให้เขาดื่ม แม้จะพันผ้าไปหมดทั้งใบหน้า แต่ไม่ได้พันปากเขาก็ยังดื่มน้ำหรือกินอาหารได้ปกติ
“อีกนานไหมกว่าจะเอาไอ้ผ้าบ้าๆ นี่ออกจากหน้าของฉัน” น้ำเสียงของเขาบ่งบอกว่ากำลังโมโหเอาการ เธอเองก็เข้าใจว่าเขาคงรำคาญและอึดอัด
“สักพัก ถ้าเฮียไม่ดูแลให้ดีติดเชื้อขึ้นมาหน้าเน่าไม่รู้ด้วยนะ” เธอขู่คนดื้อ แต่เพราะเขานอนไม่ได้สตินานพอสมควร ทำให้แผลจากการศัลยกรรมดีวันดีคืน อีกไม่นานก็เปิดผ้าได้แล้ว แต่การศัลยกรรมแบบนี้ ก็ต้องใช้เวลาให้หน้าเข้าที่อย่างน้อยครึ่งปี
“เหอะ!” สุริยันต์ทำเสียงในลำคอ เธอมองเขา คนเราความจำเสื่อมแต่ไอ้น้ำเสียงเหอะๆ หึๆ เวลาไม่พอใจถูกแสดงออกมาแบบอัตโนมัติเหมือนในอดีตเวลาที่เขาไม่พอใจอะไรสักอย่าง
พิมพ์รดาอยู่ดูแลสุริยันต์อย่างใกล้ชิดจนเขาสามารถแกะผ้าที่พันใบหน้าออกได้ หมอนำกระจกมาให้ส่องดูใบหน้า สุริยันต์มองตัวเองในกระจกแล้วขมวดคิ้วเข้าหากัน ใบหน้าของเขายังไม่เข้ารูปเข้ารอย มีรอยช้ำและรอยแผลอยู่หลายจุด
“หน้าของฉันล้มกระแทกแรงมากเลยเหรอ”
“ก็แรงนะคะ” พิมพ์รดาเอ่ยตอบ “เฮียเจ็บไหมคะ”
“นิดหน่อย ตึงๆ”
“รักษาตัวไปเรื่อยๆ ค่ะ
“ทำไมฉันไม่รู้สึกคุ้นเคยกับหน้าของตัวเองเลย”
“ก็เฮียความจำเสื่อม ที่สำคัญหน้าไม่เข้าที่ มันก็ไม่คุ้นเป็นธรรมดา” พิมพ์รดาพูดเสียงเรียบ คิดในใจว่าเขาจะคุ้นเคยได้อย่างไรกันก็ใบหน้าของเขาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง สุริยันต์ถอนใจหนักหน่วง เขาเบื่อห้องสีขาวๆ นี้เต็มกลืน และคงต้องอยู่อีกหลายเดือนจนกว่าเขาจะหายดีกลับไปใช้ชีวิตได้เป็นปกติ ตอนนี้ยังต้องทำความสะอาดแผลและดูแลรักษาตัวเองอย่างเข็มงวดตามคำสั่งของหมอ
สุริยันต์มักมีอาการปวดหัวบ่อยๆ เพราะเขาพยายามคิดพยายามนึก ให้ตัวเองจำอะไรขึ้นมาได้บ้าง
“เฮียอย่าไปคิดอะไรให้มากเลย พักผ่อนก่อน เดี๋ยวหยกจะหาอะไรให้กิน” คนที่บอกว่าเป็นภรรยาออกจากห้องไปครู่ใหญ่ก่อนจะถือถาดข้าวต้มเข้ามาในห้อง กลิ่นหอมของข้าวต้มหมูสับทำให้เขารู้สึกหิวไม่น้อย
เขามองชามข้าวต้มนิ่งๆ ในขณะที่เธอยกถาดมาวางตรงหน้า และช่วยเขาขยับตัวไปพิงหัวเตียงโดยเอาหมอนรองทางด้านหลังให้
“ข้าวต้มค่ะ” เธอบอกเขาก่อนจะนั่งลงข้างเตียง
“มือไม่มีแรง” เขาบอกเธอ มองใบหน้าหวานละมุนนิ่งงันไป สุริยันต์นึกอยากรู้ว่าเขาได้เธอมาเป็นเมียได้ยังไงกัน และจีบกันอย่างไรบ้าง มันเป็นความคิดแว๊บๆ ที่เข้ามาในสมอง
“คะ?” เธอมองหน้าเขา ก่อนกะพริบตาปริบๆ
“นี่ไง ไม่มีแรง” เขายกช้อนขึ้นแล้วช้อนก็ตกลงในถ้วย ทำท่าให้ดูว่าเขาไม่มีแรง พิมพ์รดาตาโต มองคนความจำเสื่อมอย่างคาดไม่ถึง เขาไม่ยอมกิน อ้าปากรอให้เธอป้อนท่าเดียว หญิงสาวเลยค้อนให้เสียหนึ่งทีในความขี้อ้อนของเขา
“อ้าปากสิคะจะป้อนให้” ตั้งแต่ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันมานานหลายปี เธอก็เพิ่งเห็นว่าคนตัวโตเจ้าอารมณ์อย่างเขารู้จักอ้อนเมียเป็นเหมือนกัน
พอบอกว่าจะป้อนก็อ้าปากรับเหมือนลูกนกรอแม่ป้อนอาหาร เพียงไม่นานข้าวต้มหอมกรุ่นก็หมดชามลงอย่างรวดเร็ว เธอยกน้ำส่งให้เขาดื่ม เขาก็บอกว่ามือไม่มีแรง สรุปว่าต้องป้อนอีก เขาถึงยอมกินยา
“กินข้าวเสร็จแล้ว ก่อนนอนจะเช็ดตัวให้นะคะ”
“อาบน้ำดีกว่า เหนียวตัวไปหมด” เธอบังคับไม่ให้เขาออกไปไหน ให้นอนพัก เขายอมรับว่าเบื่อ การอ้อนเธอคือสิ่งที่ทำให้เขาหายเบื่อเป็นปลิดทิ้ง ได้มองใบหน้างอๆ เหมือนไม่พอใจแต่กลับกระตือรือร้นและยิ่งกว่าเต็มใจดูแลก็ทำให้เขานึกอยากแกล้งเธอทั้งวัน
“จะอาบน้ำเหรอคะ” เธอถามอย่างไม่แน่ใจ แต่เขาสามารถอาบน้ำได้แล้ว แผลบนร่างกายทุกอย่างหายเป็นปกติดีแล้ว ยกเว้นที่ใบหน้าซึ่งอาจจะต้องใช้น้ำเกลือเช็ดทำความสะอาดแทน
“ให้เธออาบให้” เขามองหน้าเธอนิ่ง พิมพ์รดาหน้าแดงโดยไม่ทราบสาเหตุ คนห่ามๆ แบบเขาทำหน้าชอบกลในความรู้สึก หรือเธอจะคิดมากไปเอง เขาความจำเสื่อมคงไม่คิดอะไรทะลึ่งๆ หรอกนะ แต่เดี๋ยวก่อนนะ! ความจำเสื่อมคิดทะลึ่งไม่ได้หรือไง พิมพ์รดาคิดในใจอยู่คนเดียวก่อนจะกัดปากตัวเองเบาๆ
“เป็นอะไร กัดปากแล้วหน้าแดง” คนช่างสังเกตตามนิสัยเอ่ยถาม นั่นเป็นนิสัยส่วนตัวที่เขาแสดงออกมาโดยอัตโนมัติ ไม่เกี่ยวกับความจำอะไรในปัจจุบันนี้
“เปล่าค่ะ” เธอตอบปฏิเสธ
“หรือไม่อยากอาบน้ำให้ผัว” เขาเอ่ยถาม ไล่สายตามองคนที่เอ่ยอ้างว่าเป็นภรรยาตั้งแต่หัวจรดเท้า ถึงเธอจะท้องแต่เขาก็รู้สึกปรารถนาเธอเป็นที่สุด กลิ่นหอมประจำกายคุ้นเคยทำให้เขาอยากจะสูดดมเข้าปอดแรงๆ ลึกๆ ซุกใบหน้าเข้าหาเนื้อตัวของเธออยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน
“ถ้าเฮียอยากให้อาบ ก็จะอาบให้ค่ะ” เธอมองหน้าเขา สบตากันแล้วต้องเป็นฝ่ายหลบ สายตาร้อนแรงของเขาทำให้เธอใจสั่นระริก
“ก็แค่นั้น” คนที่พึงพอใจกับคำตอบไม่เซ้าซี้อีก
“เราจะอยู่ที่นี่อีกนานไหม” สุริยันต์เอ่ยถามหลังจากที่เขาได้ยินพิมพ์รดาคุยกับหมอ เพราะรับรู้ว่าที่นี่ไม่ใช่ที่บ้าน แค่มาพักรักษาตัวชั่วคราวเท่านั้น
“อีกสักพักค่ะเฮีย รอจนหยกคลอด และให้เฮียแข็งแรงกว่านี้ เราถึงจะออกไปจากที่นี่ค่ะ” พิมพ์รดาให้สุริยันต์พักรักษาตัวอยู่ที่เซฟเฮ้าส์ ที่นี่ปลอดภัย แต่เธอก็ไม่ได้คิดจะอยู่ที่นี่ตลอดไป อยู่เพียงชั่วคราวเท่านั้น
เขามีอาการหงุดหงิดอยู่ที่ต้องทนอยู่ที่นี่และไม่ได้ออกไปไหนเลย แต่เขาก็เข้าใจ เมื่อเธอให้เหตุผลหลายอย่าง พื้นฐานแล้ว สุริยันต์ก็เป็นคนมีเหตุผล เกือบสองเดือนหลังจากเขาฟื้นขึ้นมา อาการหงุดหงิดของเขาก็หายไป หันมาสนใจเธอกับลูกมากขึ้น
“ผู้หญิงหรือผู้ชาย” เขาเอ่ยถาม มองหน้าท้องนูนๆ ของเธอ ตอนนี้อายุครรภ์ของเธอห้าเดือน ซึ่งเขานั้นจำแม่นตั้งแต่วันแรกที่ฟื้นขึ้นมาว่าเธอพูดอะไรกับเขาบ้าง
“ผู้หญิงค่ะ เฮียชอบลูกผู้หญิงไหม”
“ผู้หญิงหรือผู้ชายมันก็เหมือนๆ กันนั่นแหละ”
“ค่ะ” เธอยิ้ม “เฮียอยากเห็นหน้าลูกไหมคะ”
“อยากเห็น” เขาตอบขณะมองสบตาเธอ พิมพ์รดายิ้ม
“อีกไม่กี่เดือนจะได้เห็นหน้าลูกแล้วค่ะ”
“เล่าเรื่องของฉันให้ฟังหน่อยสิ” เขาทิ้งตัวลงนอน รอฟังเธอเล่าเรื่องของตัวเอง พิมพ์รดาเล่าไปเรื่อยๆ แต่ไม่ทั้งหมด
หลังจากนั้นไม่นานเธอก็พาเขาไปอาบน้ำ เขาเหมือนเด็กตัวโตช่างเอาแต่ใจและขี้อ้อนอยู่ในที เธออาบน้ำให้เขาจนเสร็จ รู้อยู่เต็มอกว่าเขาหาเรื่องให้เธอถูโน่นถูกนี่ไปตามเนื้อตัวของเขา คล้ายอยากจะรอดูปฏิกิริยาของเธอ
“จะไปไหน” เขารีบรั้งข้อมือของเธอเอาไว้เมื่อเธอทำท่าจะผละจากไป หลังจากช่วยเขาแต่งตัวจนเสร็จ
“ไปนอนค่ะ”
“ทำไมไม่นอนด้วยกัน” เขาดึงเธอให้นั่งลงบนขอบเตียงอีกครั้ง ก่อนหน้านี้เขายังไม่คุ้นชินกับเธอ จึงไม่ได้เรียกร้องให้เธอนอนด้วยกัน
“เฮียป่วยอยู่ หยกไม่อยากนอนเบียดให้เฮียอึดอัด”
“นอนด้วยกันนี่แหละ เตียงกว้างนอนได้สักสิบคน” เขาบอกขณะไล้มือของเธอไปมา
“หยกท้องอยู่ ช่วงนี้งดไปก่อนได้ไหมคะ” เธอพูดมันออกมาตรงๆ เมื่อเห็นความปรารถนาในดวงตาคู่คมนั้น
“ท้องแล้วมีอะไรกันไม่ได้เหรอ” คนพูดตรงโพล่งถามออกมา คนฟังหน้าแดงค้อนให้เสียหนึ่งที
“มีได้ แต่ต้องทำเบาๆ” รับปากแล้วมองเขาไม่วางตา
“งั้นให้อยู่ด้านบน เดี๋ยวฉันนอนด้านล่าง” นี่ขนาดความจำเสื่อม เธอมองหน้าเขาตาปริบๆ
“แทนตัวเองว่าเฮียได้ไหมคะ แทนตัวเองว่าฉันมันดูห่างเหิน” เธอพูดขึ้น
“ไม่ชิน แต่จะพยายาม” เขาตอบ ดึงเธอเข้าไปหาอีก เธอขยับเข้าไปหา นอนทับอกเขาลูบไล้ไปมา ในขณะที่ขาทั้งสองข้างยังอยู่ข้างเตียง
เสียงคลื่นทะเลที่ซัดเข้าหาฝังทำให้คนที่ทิ้งตัวลงนอนตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ร่างสูงเดินออกไปภายนอก มองท้องน้ำที่ไกลสุดลูกหูลูกตาอย่างเหม่อลอย ภาพบางอย่างวูบเข้ามาในสมอง เขาหลับตากุมศีรษะ รู้สึกปวดจนร้าวไปหมด“เฮียเป็นอะไรคะ” เสียงที่ดังขึ้นข้างตัวพร้อมมือบางจับประคองร่างที่เซเอาไว้ทำให้เขาหันไปมอง ภาพรางเลือนพวกนั้นก็จางหายไป“เมื่อกี้เหมือนเห็นภาพอะไรสักอย่าง แต่ปวดหัว”“อย่าคิดมากเลยค่ะ เดี๋ยวจะปวดหัวอีก”“ฉันอยากทำงาน เบื่อนอนเต็มทน”“ไม่ได้ค่ะ”“ทำไม” เสียงแข็งเอ่ยถาม พิมพ์รดาถอนใจพรืด สุริยันต์ก็ยังเป็นสุริยันต์ผู้เอาแต่ใจตัวเองเช่นเดิม ชอบให้คนอื่นทำตาม ไม่ชอบให้ใครขัดใจ แต่เขาก็ช่างอดทนรอจนเธอคลอดลูก มารยาหญิงยังไงก็ใช้ได้วันยังค่ำ เธออ้อนให้เขาดูแลเขาเลยหยุดอาละวาดไปหลายเดือน“ให้หายดีก่อนค่ะ หายแล้วอยากจะทำอะไรก็จะไม่ห้ามเลย” จริงๆ เขาหายดีแล้ว แต่เธอยังไม่อยากให้เขาออกไปไหนมาไหนตอนนี้ เพราะเกรงจะมีอันตราย“เป็นปีแล้วนะ ฉันแข็งแรงดีแล้ว”“แต่เฮียก็ปวดหัวบ่อย”“ไอ้ผัวของเมียน้อยฉันมันเป็นใคร” จู่ๆ เขาก็โพล่งถามออกมา ทำเอาพิมพ์รดาใบหน้าเหลอหลา นึกขึ้นได้ว่าก่อนหน้านี้เธอเคยประชดเขาว่
“คิดเรื่องอนาคตน่ะค่ะ” เธอขยับมานั่งบนตักของเขา สุริยันต์รวบเอวของเธอเอาไว้ เธอชอบจับมือของเขาไปลูบไล้หน้าท้องนูนๆ ของตัวเองเขาก็ชอบสัมผัสมันเช่นกัน หลายครั้งที่รับรู้ถึงอาการสั่นสะเทือนในช่องท้องของเธอ บ่งบอกว่าทารกในครรภ์กำลังตอบรับการทักทายของฝ่ามือคนเป็นพ่อ“คิดว่ายังไง” เขาเอ่ยถามอย่างอยากรู้ความนึกคิดของเธอ“คิดว่าจะเลี้ยงลูกยังไงดี เรียนที่ไหน แล้วเราจะมีลูกกันอีกกี่คน” เธอตอบเขาด้วยท่าทียิ้มแย้มมีสีหน้าขบคิดถึงเรื่องที่เป็นหัวข้อสนทนาอยู่“หัวปีท้ายปีไปเลย” เขาเอ่ยตอบ“เฮียพูดจริงๆ เหรอ” เธอตาโตมองเขาอย่างอึ้งๆ เป็นเพราะเขาความจำเสื่อมใช่ไหมเลยพูดแบบนี้ออกมา ความเป็นจริงแล้วเขาไม่อยากมีลูกนี่นา“ก็จริง มีสักหลายๆ คนก็ดีนะ” เขาทำท่าคิด“รักเฮียจัง” เธอหอมแก้มเขาฟอดใหญ่“แปลกๆ” เขาส่ายหน้าไปมากับคนเป็นเมีย“แปลกยังไงคะ”“ก็คำพูดแปลกๆ เหมือนฉันไม่อยากมีลูกอย่างนั้นแหละ”“เฮียเคยบอกว่าเป็นภาระ”“ภาระอะไร ฉันทำงานอะไรเหรอถึงเป็นภาระทำให้มีลูกไม่ได้”“ช่างมันเถอะค่ะ เฮียอยากกินอะไรเหรอ หยกจะทำให้กิน” เธอเปลี่ยนเรื่องอีกเช่นเคย“เธอนั่นแหละอยากกินอะไร ฉันจะทำให้กิน”“เฮียจะทำอาหารเห
“ป่วยอยู่ยังจะออกแรง” จริงๆ เขาก็แข็งแรงขึ้นมากแล้วถ้าไม่นับอาการปวดหัวที่รุนแรงเป็นบางครั้ง“บอกว่านอนเฉยๆ หมายถึงให้หยกทำไง” เขาเรียกชื่อเล่นเธอเหมือนจะให้ชินปาก เธออมยิ้มเล็กน้อย ไม่ได้พูดอะไร แต่ปีนขึ้นไปนั่งใกล้ๆ เขาพิมพ์รดาลูบไล้อกกว้างของเขาไปมา แล้วริมฝีปากสั่นระริกก็ประทับจุมพิตกับริมฝีปากหยักหนาสุริยันต์จับท้ายทอยของเธอเอาไว้ แล้วบดจูบเธออย่างเร่าร้อนดูดดื่ม พิมพ์รดาถอนริมฝีปากออกห่างพลางหอบหายใจสะท้าน มือนิ่มค่อยๆ ปลดเสื้อผ้าของเขาออก เธอก้มลงลามเลียอกกว้างที่เต็มไปด้วยเส้นขน ดูดยอดอกสีเข้มของเขาเบาๆ จนคนใต้ร่างถึงกับครวญครางไม่เป็นภาษาสัมผัสที่คุ้นเคยทำให้เขาหลับตารับมันอย่างเต็มอกเต็มใจ มันคุ้นเคยจนอบอุ่นและเต็มเปี่ยมไปด้วยความสนิทสนมปากนุ่มแทะเล็มไปเรื่อยๆ ก่อนจะตวัดเลียที่หน้าท้องแข็งแกร่ง เธอลูบเบาๆ ทำให้เขาครางอย่างต่อเนื่อง แขม่วหน้าท้องเมื่อเธอดึงกางเกงออกไปจากสะโพกสอบ เขายกสะโพกสอบให้เธออย่างไม่เกี่ยงงอนจนท่อนล่างเปลือยเปล่า กลิ่นหอมจางๆ ของเธอทำเอาเขาอารมณ์คุกรุ่นรุนแรง มือของเธอลูบไล้แก่นกายชายอันองอาจ มันทำให้เขาตื่นตัวอย่างรุนแรง สุริยันต์เกร็งไปทั้งตัว เขา
“ฉันเสียใจด้วย”“ท่านไปสบายแล้วค่ะ”“พ่อแม่ญาติพี่น้องของฉันล่ะ”“พ่อแม่ของเฮียก็เสียแล้วค่ะ เฮียไม่มีญาติพี่น้องที่ไหนนอกจากหยก เฮียหิวไหม” เธอเอ่ยถามอย่างใส่ใจ เปลี่ยนหัวข้อการสนทนาเสีย“หิวน้ำ” เขาเอ่ยบอก น้ำเสียงอ่อนลงไปมาก พิมพ์รดายกน้ำให้เขาดื่ม แม้จะพันผ้าไปหมดทั้งใบหน้า แต่ไม่ได้พันปากเขาก็ยังดื่มน้ำหรือกินอาหารได้ปกติ “อีกนานไหมกว่าจะเอาไอ้ผ้าบ้าๆ นี่ออกจากหน้าของฉัน” น้ำเสียงของเขาบ่งบอกว่ากำลังโมโหเอาการ เธอเองก็เข้าใจว่าเขาคงรำคาญและอึดอัด“สักพัก ถ้าเฮียไม่ดูแลให้ดีติดเชื้อขึ้นมาหน้าเน่าไม่รู้ด้วยนะ” เธอขู่คนดื้อ แต่เพราะเขานอนไม่ได้สตินานพอสมควร ทำให้แผลจากการศัลยกรรมดีวันดีคืน อีกไม่นานก็เปิดผ้าได้แล้ว แต่การศัลยกรรมแบบนี้ ก็ต้องใช้เวลาให้หน้าเข้าที่อย่างน้อยครึ่งปี“เหอะ!” สุริยันต์ทำเสียงในลำคอ เธอมองเขา คนเราความจำเสื่อมแต่ไอ้น้ำเสียงเหอะๆ หึๆ เวลาไม่พอใจถูกแสดงออกมาแบบอัตโนมัติเหมือนในอดีตเวลาที่เขาไม่พอใจอะไรสักอย่างพิมพ์รดาอยู่ดูแลสุริยันต์อย่างใกล้ชิดจนเขาสามารถแกะผ้าที่พันใบหน้าออกได้ หมอนำกระจกมาให้ส่องดูใบหน้า สุริยันต์มองตัวเองในกระจกแล้วขมวดคิ้วเข้าหากัน
สุริยันต์ สมุทรากร เสี่ยหนุ่มวัยสี่สิบสอง เจ้าของธุรกิจสถานบันเทิงและอาบ อบ นวด ชื่อดังสบถอย่างหัวเสียเมื่อมีคนขับรถตามประกบยิงเขาสั่งให้ลูกน้องคู่ใจเพิ่มความเร็วรถให้มากขึ้น นักรบเหยียบคันเร่งจนมิด แต่รถที่ขับออกมาจากทางแยกด้านหน้าทำเอานักรบต้องหักหลบกะทันหัน จนรถเสียหลักพุ่งลงข้างทาง ตกลงไปตรงไหล่เขาสุริยันต์ตะกายร่างออกมาจากรถ ก่อนที่รถจะระเบิด เขายิงต่อสู้กับคนร้าย ร่างสูงใหญ่วิ่งหนีก่อนจะสะดุดล้มกลิ้งลงไปจนศีรษะกระแทกกับก้อนหินสลบคาที เหตุการณ์มันรวดเร็วมากในขณะที่นักรบยิงต่อสู้กับคนร้ายจนพลาดท่าเสียทีอีกคน ลูกน้องคนอื่นๆ ไม่มีใครรอดเลยสักรายโดนยิงตายกันหมดหลังจากนั้นเสียงปืนก็ดังขึ้นอีกระลอกใหญ่ ร่างของหญิงสาวชุดดำคนหนึ่งก็ปรากฏกายขึ้น ก่อนจะยิงต่อสู้กับคนร้ายที่ติดตามมาราวกองทัพ ฝีมือการยิงปืนที่แสนแม่นยำทำให้คนร้ายโดนยิงเรียงตัว เสียชีวิตทันที“คุณหยกพาเสี่ยหนีไปก่อนค่ะ ทางนี้เหมยจะจัดการเอง” ดอกเหมยตะโกนบอก ก่อนจะรัวปืนใส่คนร้ายอย่างบ้าคลั่ง พิมพ์รดาพยักหน้าให้คนของเธอ ก่อนจัดการหิ้วปีกของสุริยันต์หนีเข้าป่าไปพร้อมกับคนของเธออีกหนึ่งคนร่างสูงใหญ่ผวาขึ้นจากที่นอนด้วยเหงื่อ




![พอหย่าจากคนเลว ผู้ชายทุกคนก็อยากได้ฉัน แม้แต่ผัวเลว [nc 35+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


