Masukกฎของดีลลับ คือ ห้ามรู้สึกเกินเลยกับลูกค้า แต่เขากลับเล็งเธอเอาไว้ตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกัน “ถ้าพี่ติดใจเธอขึ้นมา...เปลี่ยนจากวันไนต์ เป็นตลอดไปได้ไหม?”
Lihat lebih banyakติ๊ง!
ทันทีที่ประตูลิฟต์เปิดออกกว้าง ร่างสูงของ ไต้ฝุ่น หรือ คณาภัทร ก็ก้าวเดินออกมาด้วยจังหวะเร่งรีบ เนื่องจาก พายุ พี่ชายของเขาโทรมาบอกว่ามีเรื่องสำคัญต้องการพบโดยด่วน
แต่พอเปิดประตูเข้าไป เท้าหนักชะงักลงทันทีกับภาพตรงหน้า คิ้วหนาขมวดเข้าหากันแน่น ก่อนจะเอ่ยถามอย่างไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่เห็น
“นี่น่ะเหรอ? เรื่องด่วนของเฮีย”
ดวงตาคมกริบจ้องมองพี่ชายกับผู้หญิงคนหนึ่งที่นั่งบนตักด้วยสายตาเรียบนิ่ง พลางส่ายหน้าไปมาอย่างเอือมระอา
ทันใดนั้น พายุก็ผลักอีกฝ่ายลงจากตักแกร่งอย่างรวดเร็ว แล้วเอ่ยขึ้น
“ออกไปก่อนปะ”
หลังจากที่หญิงสาวคนนั้นเดินออกไป ไต้ฝุ่นก็นั่งไขว่ห้างบนโซฟาตัวยาว ยกแขนขึ้นมากอดอก พลางหรี่ตามองพี่ชายตัวเองด้วยสายตาจับผิด
“ว่าที่พี่สะใภ้ผมเปล่าเนี่ย”
“เฮียไม่ตาต่ำเอาผู้หญิงแบบนี้มาเป็นเมียหรอกเว้ย” พายุตอบกลับทันควัน ก่อนจะเปิดดูแฟ้มเอกสารบางอย่าง
ไต้ฝุ่นหัวเราะในลำคอเบาๆ พร้อมกับส่ายหน้าไปมาช้าๆ
“หึ! เฮียอย่าพลาดละกัน”
“ไม่มีทาง”
สิ้นเสียงของพี่ชาย ไต้ฝุ่นก็พลันนึกอะไรบางอย่างมาขึ้นได้ จึงเอ่ยถามออกไปทันที
“เออ! แล้วตกลงเฮียเรียกผมมานี่ มีเรื่องด่วนอะไรหรือเปล่า?”
พายุเงยหน้ามองสบสายตาคมกริบของเขาตรงๆ ก่อนจะพูดขึ้น
“เฮียจะถามว่ามึงสนใจรับลูกค้าสักคนไหมวะ”
คำพูดนั้น ทำเอาไต้ฝุ่นเบิกตากว้างทันที คิ้วหนาขมวดเข้าหากันแน่น พลางตอบกลับอย่างรวดเร็ว
“โหเฮีย…นึกว่าเรื่องอะไร ผมบอกแล้วไงว่าไม่ทำอะ”
สิ้นเสียงของเขา พายุก็จ้องหน้าน้องชายตัวเองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะถือแฟ้มเอกสารข้อมูลของลูกค้าเดินมานั่งลงบนโซฟาด้านข้างเขา แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“แต่คุณสมบัติที่เขาขอมา มันมีมึงคนเดียวไง ถ้าคนอื่นทำได้กูไม่ขอร้องมึงหรอกไอ้ฝุ่น”
“เฮียก็ปฏิเสธไปดิ บอกว่าที่นี่ไม่มีใครมีคุณสมบัติตามที่เขาต้องการ” ไต้ฝุ่นตอบกลับทันควัน แค่บอกลูกค้าไปตรงๆ ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร
ทันใดนั้น พายุก็ขมวดคิ้วแน่น พลางเอนหลังพิงพนักโซฟา แล้วหันมามองสบตากับเขาอย่างแน่วแน่
“ทำแบบนั้นบริษัทกูก็เสียชื่อกันหมดพอดี”
เพราะบริษัท BFR หรือ บริษัทเช่าผู้ชายของพายุ มีสโลแกนที่ว่า…ต้องการผู้ชายแบบไหน ขอแค่กระซิบบอก BFR ทางเรามีบริการหนุ่มหล่อทุกประเภทตามที่คุณต้องการ
“บริษัทของเฮีย...ไม่ใช่ของผมสักหน่อย” เขาพูดเสียงเบา ก่อนจะลุกขึ้นพรวดเพื่อเตรียมเดินออกไป
ทว่าพายุดันคว้าแขนของเขาเอาไว้ พร้อมกับกระตุกให้นั่งลง
“ไอ้ไต้ฝุ่น ถือว่าช่วยเฮียสักครั้งได้ไหมวะ”
เขาหันไปสบตาพี่ชายด้วยแววตานิ่งงัน พลางถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่เมื่อเห็นสายตาอ้อนวอนของอีกฝ่าย ก่อนจะทรุดตัวนั่งลงตามเดิมอย่างเชื่องช้า
“ผมไม่อยากทำว่ะ”
คำพูดนั้น ทำให้พายุขมวดคิ้วแน่น ดวงตาเริ่มแข็งกร้าวขึ้น
ในเมื่อคำขอร้องไม่อาจเปลี่ยนใจได้ ทางเลือกเดียวที่เหลืออยู่ คือการบีบบังคับ
“ถ้ามึงไม่ทำ กูจะบอกม๊าว่ามึงโกหกเรื่องที่มีแฟน”
“อะไรวะ! เฮียอย่ามาขู่กันดิ” ไต้ฝุ่นตอบกลับทันควัน เพราะไม่อยากวุ่นวายเหมือนที่ผ่านมา และเรื่องนี้พี่ชายของเขาก็รู้ดี จึงได้หยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมาต่อรองกับเขา
“จะทำไหม?” พายุถามย้ำอีกครั้ง พลางจ้องหน้าน้องชายอย่างรอคำตอบ
ทว่าเขายังคงนั่งเงียบ คิ้วหนาเริ่มขมวดเข้าหากันเป็นปม ราวกับพยายามใช้ความคิด
“เฮียให้มึงตัดสินใจหนึ่งนาที” อีกฝ่ายว่า
ทันใดนั้น ไต้ฝุ่นก็เบิกตากว้างขึ้นทันที ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ
“แม่ง! ให้เวลาคิดโคตรนานอะ”
สิ้นเสียงน้องชาย พายุก็ไหวไหล่แบบไม่ใส่ใจนัก เขานั่งไขว่ห้างกระดิกเท้าไปมาช้าๆ พลางรอคำตอบด้วยท่าทีสบายๆ แต่สายตากลับจับจ้องอย่างคาดหวัง
เวลาผ่านไปยังไม่ถึงหนึ่งนาที อีกฝ่ายก็เอ่ยขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับตั้งใจรอฟังคำตอบจากเขา
“หมดเวลาแล้ว ว่าไงมึงจะทำไหม?”
ไต้ฝุ่นถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ก่อนจะตอบออกไปอย่างจำยอม
“เฮ้อ! นัดเขามาคุยรายละเอียดก่อนละกัน ถ้าเรื่องมากไม่ถูกชะตา ผมปฏิเสธนะ”
“มึงพูดแบบนี้ทีไร ปฏิเสธลูกค้ากูทุกรายอะ” พายุว่า เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาขอให้ไต้ฝุ่นช่วยรับงาน แต่ทุกครั้งที่ได้นัดเจอกับลูกค้า สุดท้ายน้องชายตัวดีของเขาก็มักจะปฏิเสธอยู่เสมอ
“ก็ลูกค้าเฮียแต่ละคนลวนลามผมฉิบหาย” เขาตอบออกไปตามความจริง แค่ไปคุยรายละเอียดงาน มือก็เลื้อยกันราวกับปลาหมึก
พายุหัวเราะในลำคอเบาๆ ก่อนจะเปิดแฟ้มเอกสารลูกค้าขึ้นดูอีกครั้ง แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบ
“คนนี้ไม่ใช่แบบนั้นแน่นอน เพราะเหตุผลที่เธอกรอกมาไม่มีเรื่องพวกนี้เลย”
คำพูดนั้น ทำให้ไต้ฝุ่นขมวดคิ้วแน่น ก่อนจะถามกลับอย่างไม่เข้าใจ
“แล้วมันจะมีเหตุผลอะไรอีกวะเฮีย ที่ผู้หญิงจะมาเช่าผู้ชายแบบนี้”
นอกจากจ้างไปสนองความต้องการของตัวเอง
“เขาเขียนแค่ต้องการหาแฟนปลอมๆ ไปหลอกพ่อแม่เท่านั้นว่ะ” พายุเอ่ยขึ้น ขณะพลิกดูเอกสารในแฟ้ม
ประโยคนั้น ทำเอาไต้ฝุ่นชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะเลิกคิ้วขึ้นอย่างไม่อยากเชื่อหูตัวเอง
“แค่นี้! คนอื่นก็ทำได้ปะวะเฮีย...” เขาพูดออกมา สีหน้าเต็มไปด้วยความงุนงงปนไม่เข้าใจ ว่าทำไมเรื่องง่ายๆ แบบนี้ถึงต้องมาโยนให้เขา
ทว่ายังพูดไม่ทันจบประโยคดี พายุก็เอ่ยแทรกเสียก่อน
“แต่เขาต้องการคนที่ไม่มีแฟน…มีตาสีน้ำตาล ไม่มีรอยสักนอกร่มผ้า เลี้ยงแมว และโกหกเก่ง”
สิ้นคำพูดของพี่ชาย คิ้วหนาก็ขมวดแน่นโดยอัตโนมัติ อะไรมันจะบังเอิญตรงกับเขาได้ขนาดนี้
“อะไรวะ ทำไมมันตรงผมทุกข้อเลย”
“นั่นแหละ! เฮียเลยอยากขอให้มึงช่วย”
ไต้ฝุ่นถอนหายใจเฮือกใหญ่อีกครั้ง ก่อนจะตอบออกไปอย่างเลี่ยงไม่ได้
“อืม…จะลองดูแล้วกัน”
สามปีผ่านไป เวลาผ่านไปไวมาก ราวกับนิยาย...ในตอนนี้คุณแม่มือใหม่อย่างชาร์มได้คลอดเจ้าตัวเล็กออกมาแล้ว เป็นเด็กผู้หญิงหน้าตาน่ารัก ชื่อว่าน้อง มาเบล วันนี้เป็นวันครบรอบสองขวบของเจ้าตัวเล็ก เธอกับไต้ฝุ่นจึงตัดสินใจพาน้องมาเบล ลูกสาวสุดที่รักไปเที่ยวเล่นที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง เพื่อให้ลูกได้สนุกและเก็บความทรงจำดีๆ ในวันสำคัญเด็กน้อยในชุดกระโปรงลายดอกไม้กอดรัดคอคุณพ่อเอาไว้แน่น แก้มกลมๆ แนบอยู่กับบ่าของเขา ขณะชี้นิ้วเล็กๆ ไปทั่วบริเวณ ดวงตากลมใสเปล่งประกายระยับเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและดีใจ“ปาป๊า” เสียงหวานใสเรียกคุณพ่อไม่หยุด ทั้งที่ตอนนี้เธอกำลังอยู่ในอ้อมแขนของเขาอยู่แล้ว“ครับลูก” ไต้ฝุ่นรับคำด้วยน้ำเสียงอบอุ่น ก่อนจะก้มลงหอมแก้มลูกสาวอย่างมันเขี้ยว“ปาป๊า โน่น…” มาเบลชี้นิ้วไปยังมุมหนึ่งของโซนเด็กเล่นที่เต็มไปด้วยของเล่นหลากสี“หนูอยากเล่นเหรอคะลูก” ชาร์มเอ่ยถามอย่างเอ็นดูทว่าเจ้าเด็กน้อยกลับไม่สนใจเธอเลย ไม่แม้แต่จะหันมามองกัน เพราะมาเบลติดคุณพ่อตั้งแต่ลืมตาดูโลก ไม่ว่าจะเช้า กลางวัน เย็น หรือก่อนนอน ก็จะร้องเรียกหาแต่ปาป๊า ซึ่งกว่าไต้ฝุ่นจะได้ออกไปทำงานในแต่ละวัน ก็ต้องใช้เวล
หลายเดือนผ่านไปชาร์มยืนหน้าหงิกงออยู่หน้ากระจกใส่บานใหญ่ เนื่องจากคนตัวเล็กพยายามติดกระดุมกางเกงยีนขาสั้นตัวโปรด ทว่าแขม่วพุงแล้วแต่ก็ยังติดไม่ได้สักที จนเธอเริ่มรู้สึกหงุดหงิดเป็นอย่างมากทันใดนั้น ไต้ฝุ่นก็เดินเข้ามาเห็นภรรยาทำหน้ามุ่ยพอดี ชายหนุ่มจึงรีบเดินเข้าไปโอบไหล่เล็กเบาๆ ก่อนจะเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง“เป็นอะไรหืม? ทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะ”ร่างบางเงยหน้าขึ้นไปมองอีกฝ่ายทันที พลางทำหน้าตาเง้างอน ราวกับเด็กน้อยถูกขัดใจ“เค้าอ้วนขึ้นอ่า ใส่กางเกงตัวนี้ไม่ได้แล้ว” เธอเอ่ยออกไปเสียงเบาจากนั้น ไต้ฝุ่นก็คว้ามือเล็กให้เดินตามเขามา ชายหนุ่มทรุดตัวนั่งลงบนปลายเตียง พลางจับไหล่เล็กให้หมุนตัวช้าๆ ดวงตาคมกริบจ้องมองเธออย่างพิจารณา ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ“พี่ว่าไม่เห็นอ้วนเลย”คำพูดนั้น ทำเอาชาร์มขมวดคิ้วแน่น พลางมองเขาด้วยแววตาไม่อยากจะเชื่อ“อ้วนสิ! กางเกงคับหมดแล้วเนี่ย เค้าติดกระดุมไม่ได้เลย” เธอว่า พร้อมกับพยายามติดกระดุมต่อหน้าเขา“กางเกงมันหดหรือเปล่า” ไต้ฝุ่นเอ่ยขึ้น เพราะในสายตาเขา เธอก็ยังตัวเล็กเท่าเดิมไม่เปลี่ยนทว่าร่างบางกลับเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยสีหน้าไม่พอใจทันที“จะหดได้ไง นี่
สองเดือนต่อมาในที่สุดวันนี้ที่รอคอยก็มาถึง...วันที่ทั้งคู่เข้าสู่ประตูวิวาห์ชาร์มอยู่ในชุดเจ้าสาวสีขาวสะอาดตา ผ้าลูกไม้บางเบาโอบล้อมรูปร่างอรชร เธอถือช่อดอกไม้สีขาวแนบอก ดวงตาเป็นประกายระยับด้วยความตื่นเต้นและความสุขที่เอ่อล้นข้างกายของเธอคือไต้ฝุ่น ชายหนุ่มอยู่ในชุดสูทสีดำทรงเนี้ยบ เขายืนอยู่ด้วยท่าทีมั่นคง แต่ในแววตากลับอ่อนโยนเต็มไปด้วยความรักที่มีต่อหญิงสาวตรงหน้าทั้งคู่หันไปมองสบตากัน พลางยิ้มกว้างออกมาอย่างมีความสุข เป็นรอยยิ้มที่สื่อได้มากกว่าคำพูดใดๆเวลาผ่านไปจนถึงช่วงบ่าย บรรยากาศยังคงเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและความสุขของแขกเหรื่อที่ยังคงร่วมแสดงความยินดีกับบ่าวสาวตอนนี้ก็มาถึงช่วงเวลาที่สาวๆ รอคอย คือการโยนช่อดอกไม้ สาวๆ ที่ยังไม่ได้แต่งงานต่างพากันยืนรายล้อมอยู่ด้านหน้าเวทีด้วยสีหน้าตื่นเต้นชาร์มยืนอยู่กลางเวที พลางหันไปมองเพื่อนๆ ด้านล่างที่โบกมือส่งเสียงเชียร์อย่างร่าเริง เธออดยิ้มกว้างออกมาไม่ได้ ดวงตาเป็นประกายระยับด้วยความสุข“พร้อมนะสาวๆ” เธอพูดขึ้นอย่างอารมณ์ดีทันใดนั้น สาวๆ ด้านล่างก็ตะโกนกลับมาเสียงดังลั่น“พร้อมแล้ว!”จากนั้น คนตัวเล็กก็หันหลังให้กลุ่มเพื่อน
เวลาล่วงเลยจนถึงเที่ยงคืน ชาร์มเหลือบมองไปทางโต๊ะของไต้ฝุ่นอีกครั้ง ก็ยังเห็นเขานั่งก้มหน้ากดไอแพดอย่างตั้งใจทันใดนั้น เธอก็หันไปกระซิบกับเพลงขวัญที่ยืนอยู่ข้างๆ “มึง! กูกลับก่อนนะ พรุ่งนี้มารับด้วยล่ะ”“โอเค เจอกันพรุ่งนี้” เพลงขวัญตอบกลับทันทีพร้อมรอยยิ้มบางๆจากนั้น ชาร์มก็เดินตรงไปหาไต้ฝุ่นที่นั่งรออยู่ไม่ไกลนักทันทีคืนนี้เธอไม่ได้ดื่มมากนัก เพราะพรุ่งนี้มีแพลนจะไปเที่ยวทะเลกับแก๊งเพื่อนสาว คนตัวเล็กจึงสังสรรค์เพียงพอให้ครึกครื้นเท่านั้นเมื่อเดินมาถึงโต๊ะของแฟนหนุ่ม แสงไฟสลัวจากผับสะท้อนลงบนหน้าจอไอแพด ทำให้เธอมองเห็นใบหน้าจริงจังของเขาได้อย่างชัดเจน ชาร์มจึงแกล้งเอ่ยทักเขาด้วยน้ำเสียงสองหวานหยดย้อย“มาคนเดียวเหรอคะ”“....” ไต้ฝุ่นนั่งนิ่ง ก้มหน้ากดไอแพดโดยไม่เงยหน้าขึ้นมามองเธอแม้แต่น้อยทันใดนั้น คนตัวเล็กจึงพูดขึ้นอีกครั้งด้วยน้ำเสียงสองอย่างออดอ้อน “ขอนั่งด้วยคนได้ไหมคะ”“มีคนนั่งแล้วครับ” เขาตอบกลับทันทีโดยไม่ละสายตาจากหน้าจอชาร์มได้แต่กลั้นยิ้ม ก่อนเปลี่ยนน้ำเสียงกลับมาเป็นปกติ แล้วเอ่ยแหย่เขาเบาๆ“พี่นัดใครมานั่งด้วยเหรอคะ?”สิ้นเสียงหวานนั้น ไต้ฝุ่นก็เงยหน้าขึ้นมามอง











