ログイン“อากาศมันร้อนค่ะพ่อ แล้วนี่จะหาเสียงเสร็จกี่โมงคะ”
“น่าจะสี่โมงนะลูกแล้วไปปราศรัยต่ออีกสองชั่วโมงก็กลับไปกินอาหารเย็นที่บ้าน ถ้าบูลไม่ไหวก็กลับบ้านไปก่อนก็ได้นะลูก” พุฒิพงษ์บอกลูกสาวอย่างรู้ใจพิมลภัสไม่เคยออกมาช่วยเขาหาเสียงเพราะไม่สู้ร้อนและคนมากเบียดเสียดกันแต่วันนี้ที่มาก็น่าจะเห็นนวพรรษมานั่นเองหากชายหนุ่มชอบลูกสาวของเขาก็ดีสิจะได้เป็นทองแผ่นเดียวกัน
“ไม่เป็นไรค่ะพ่อ บูลพอทนได้ค่ะ” พิมลภัสตอบพ่อในเมื่อเธอออกมาแล้วจะกลับไปก่อนได้ยังไงแต่ถ้าไม่ไหวจริงๆก็บอกว่างานที่โรงแรมมีปัญหาละกัน
“งั้นพ่อไปก่อนนะลูก ทำอะไรก็ให้พองามอย่าประเจิดประเจ้อนะลูก” คนเป็นพ่อเตือนลูกสาวอย่างรู้จักนิสัยดีแต่เขาก็ไม่สามารถห้ามได้เพราะพิมลภัสติดนิสัยจากเมืองนอกมามีความมั่นใจในตัวเองสูงไม่แคร์ใครหากชอบก็ชอบไม่ชอบก็คือไม่ชอบเลิกคือเลิกถ้าเธอพอใจ
“ค่ะพ่อ” ร่างผอมเพรียวมองนวพรรษที่ถูกสาวน้อยสาวใหญ่รุมขอถ่ายรูปไปตลอดทางทำให้เธอไม่ได้ใกล้ชิดเขาจึงเดินตามหลังจนกระทั่งเที่ยงวันก็แวะกินอาหารตามสั่งที่ตลาดซึ่งแต่ละคนก็จ่ายกันเองไม่อยากถูกกล่าวหาว่าซื้อเสียงเพราะทีมงานทุกคนจะได้รับค่าแรงและค่าอาหารกันทุกคน
“บูลว่าไปรับประทานอาหารที่โรงแรมดีกว่านะคะคุณจุล บูลกลัวว่าอาหารที่นี่มันจะไม่สะอาดค่ะ” พิมลภัสมองร้านอาหารตามสั่งที่ต้องบริการน้ำดื่มเองและแม่ครัวก็พูดเสียงดังโต้ะอาหารก็มีแต่คราบสกปรกฝังลึกแม้จะเช็ดแล้วแต่เธอก็ไม่กล้ากินอาหารที่นี่แน่
“ก็ไม่น่าจะมีอะไรนะครับ ทุกคนเขาก็กินกันที่นี่หากคุณบูลจะไม่สะดวกจะไปรับประทานที่โรงแรมก็เชิญตามสบายนะครับ” ชายหนุ่มไม่ได้สนใจใครอยู่แล้วแม้แต่ลูกสาวของเพื่อนพ่อที่ตามมาหาเสียงและไม่ได้เอาอกเอาใจในเมื่อโตๆกันแล้วก็ต้องดูแลตัวเองได้เขามาช่วยพุฒิพงษ์หาเสียงไม่ได้มาเอาใจลูกสาวของเขา
“คุณจุลคะหนูขอถ่ายรูปหน่อยค่ะ” จู่ๆก็มีนพวกนักศึกษามาขอถ่ายรูปกับนวพรรษซึ่งชายหนุ่มก็ยืนขึ้นเพื่อถ่ายรูปและไม่ได้มีแค่นักศึกษาแต่มีชาวบ้านประชนที่เห็นก็เข้ามาขอถ่ายรูปจนชายหนุ่มเกือบไม่ได้กินข้าวกลางวันและพิมลภัสก็อตัวกลับก่อนอ้างว่างานที่โรงแรมมีปัญหา
“เฮ้อ..” นวพรรษถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อสาวสวยเดินจากไปทำให้คนติดตามทั้งสองยิ้มขำ
“ถึงกับถอนหายใจเลยเหรอครับคุณจุล” ชรินแซวเจ้านายแล้วยิ้ม
“ผมไม่ชินที่มีผู้หญิงตามมันอึดอัด หากไม่ได้ตั้งใจก็อย่ามาเลยดีกว่าเพราะไม่มีใครจะมานั่งเอาใจพวกหล่อนกันหรอกครับ” นวพรรษพูดคุยกับคนสนิททั้งสองเบาๆดีนะที่เขาเกรงใจเพื่อนของพ่อไม่งั้นไล่ตะเพิดไปแล้ว
เมื่อรับประทานอาหารกลางวันอิ่มกันแล้วทุกคนก็ออกเดินหาเสียงต่อและได้รับการตอบรับอย่างท่วมท้นและไม่มีใครจะมาแย่งพื้นที่เขตหนึ่งของพุฒิพงษ์ไปได้แน่จนกระทั่งสิห้านาฬิกาทุกคนก็ตรงไปที่สนามกีฬาประจำจังหวัดที่ตอนนี้มีประชาชนให้ความสนใจมาฟังคำปราศรัยของหัวหน้าพรรคและผู้สมัครแต่ละคนพูดถึงนโยบายในการทำงานเพื่อช่วยเหลือประชาชนให้มีความเป็นอยู่ดีขึ้นสนับสนุนการเกษตรของชาวบ้านประกันราคาพืชไร่นาและถนนหนทางที่ผุพังเพื่อซ่อมแซมให้ชาวบ้านเดินทางสะดวกเพราะบางพื้นที่เข้าออกลำบากเวลาไม่สบายไปหาหมอก็ลำบากซึ่งน้อยคนนักที่จะให้ความสนใจบางคนตอนหาเสียงนี่ไหว้ทุกคนบอกจะทำโน่นนี่นั่นแต่สุดท้ายพอได้เป็นส.ส.ก็หายเงียบเข้ากลีบเมฆไม่เคยโผล่หน้ามาให้เห็นนอกจากจะหาผลประโยชน์ใส่ตัวและพวกพ้องแต่ส.ส.น้ำดีก็มีเยอะถึงเขาจะเอื้อผลประโยชน์ให้ครอบครัวหรือพรรคพวกแต่เขาก็ช่วยเหลืออย่างจริงจังซึ่งก็มีหลายประเภท เมื่อทุกคนปราศรัยเสร็จก็ได้รับเสียงปรบมืออย่างท่วมท้นก่อนจะแยกย้ายกันกลับบ้านเวลาสิบแปดนาฬิกา
“ผมขอขอบคุณทุกท่านมากนะครับวันนี้พวกเราได้รับการต้อนรับจากพี่น้องทุกท่านล้นหลามเลยครับ” พุฒิพงษ์ยกมือไหว้ขอบคุณทุกคนที่มาช่วยหาเสียงและพรุ่งนี้ต้องไปช่วยเขตสองอีกหนึ่งวันก่อนที่ทุกคนจะไปช่วยผู้สมัครรับเลือกตั้งที่พิษณุโลก
“เพราะฐานเสียงของนายแน่นมากกว่านะพุด รับรองว่านายได้เป็นส.ส.สมัยที่สี่แน่” เตชทัชพูดกับเพื่อนหากการเลือกตั้งครั้งนี้พรรคของเขาได้ส.ส.เยอะก็มีสิทธิ์ได้จัดตั้งรัฐบาลเพราะมีพัธมิตรหลายพรรคที่ได้ทาบทามในทางลับไว้แล้ว
จากนั้นทุกคนก็กลับไปที่บ้านของพุฒิพงษ์เพื่ออาบน้ำอาบท่าแล้วมากินอาหาค่ำที่ทางเจ้าของบ้านได้จัดไว้ต้อนรับทุกคนซึ่งจะไปกินที่ร้านอาหารของเขาหรือที่โรงแรมก็ได้แต่กลัวจะเป็นที่ครหาจึงเลี้ยงอาหารค่ำที่บ้านอย่างเงียบๆซึ่งไม่ผิดอะไรเพราะไปช่วยกันหาเสียงไม่มีเหล้ายาปลาปิ้ง
นวพรรษอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จก็ไปรับประทานอาหารค่ำพร้อมกับทุกคนเมื่ออิ่มแล้วชายหนุ่มก็ขอตัวไปนอนพักเพราะวันนี้เหนื่อยมาทั้งวันทำให้พิมลภัสเสียดายที่ไม่ได้คุยกับชายหนุ่มเพราะเธอมัวแต่คุยกับวีรินทร์ที่แวะมากินข้าวด้วยพอหันไปอีกทีก็ไม่เห็นนวพรรษกับลูกน้องแล้ว
“น้ำน่านจะกลับกรุงเทพเมื่อไหร่ล่ะ”
“วันจันทร์ค่ะ น่านจะออกจากบ้านสายๆหน่อยค่ะ แล้วพี่บูลไม่ไปเที่ยวกรุงเทพบ้างเหรอคะเดี๋ยวจะเอ้าท์นะคะ” คนอยู่กรุงเทพก็ไม่ได้ตามแฟชั่นเพราะหญิงสาวแต่งตัวตามสไตสเรียบง่ายของเธอคือเสื้อยืดกางเกงยีนส์สกินนี่หรือไม่ก็กางเกงผ้าลินินเอวยืดใส่สบายๆรอเท้าผ้าใบ
“จริงด้วยสิน้ำน่าน วันก่อนพี่เจอยัยทรายกับเพื่อนไปกินข้าวที่ร้านริมน้ำหิ้วกระเป๋าชาแนลรุ่นล่าสุดใบเกือบสองแสนเลยนะไม่รู้ว่าน้ำน่านเห็นหรือยัง” เธอแปลกใจว่าทำไมวีรินทร์กับภาสิริซึ่งเป็นหลานเสี่ยใหญ่เศรษฐีคนดังของจังหวัดแต่การใช้ชีวิตต่างกันราวหน้ามือกับหลังมือคนหนึ่งไฮโซหรูหราหน้าใหญ่อวดว่าตัวเองร่ำรวยอีกคนใช้ชีวิตติดดิน และเธอก็มีกระเป๋าราคาแพงเหมือนกันอย่างชาแนล แอร์เมส หลุยส์ วิตตรอง ซึ่งเป็นที่นิยมในหมู่ไฮโซคนดังแต่เธอทำงานเก็บเงินซื้อเอง
“น่านยังไม่เจอพี่ทรายเลยค่ะ ยังไม่ได้ไปบ้านโน้นเลยกะว่าพรุ่งนี้เช้าค่อยไปหาปู่ย่าค่ะ” วีรินทร์ไม่ค่อยสนใจญาติสาวเพราะไม่ถูกกันตอนนี้ภาสิริเรียนจบปริญญาตรีแล้วกลับมาช่วยงานที่บ้านซึ่งไม่รู้ว่าทำจริงหรือไม่แต่ป้าบอกว่าอย่างนั้น
“เรานี่น้าทำตัวยาจกจริงๆเลย” พิมลภัสว่าให้น้องสาวคนสวย
“ก็น่านยังเรียนไม่จบและยังของเงินแม่กับพ่อใช้อยู่นี่คะ เอาไว้น่านหาเงินได้เองก่อนแล้วค่อยซื้อมาใช้ค่ะ” วิรินทร์พูดยิ้มๆเธอไม่ได้สนใจของพวกนี้และไม่คิดจะซื้อมาใช้
“อ่อ,น้ำน่านรู้จักคุณจุลหรือเปล่า”
“จุลไหนคะ”
“นี่ยัยน้ำน่านก็คุณนวพรรษ ภัทรกิจโภคิน ผู้สมัครรับเลือกตั้งส.ส.ที่กรุงเทพพรรคเดียวกับพ่อของพี่ไงล่ะอย่าบอกอีกนะว่าไม่รู้จัก”
“ก็น่านไม่ได้สนใจนี่คะ ว่าแต่มีอะไรคะ”
“พี่ชอบเขาน่ะสิ แล้วคืนนี้ว่าจะชวนเขาดื่มสักหน่อยแต่ไม่รู้หายไปไหนแล้วสงสัยกลับบ้านพักไปแล้วมั้ง” คนพูดผิดหวังที่ไม่ได้ดื่มกับหนุ่มหล่อ พิมลภัสกล้าพูดเปิดเผยเพราะวีรินทร์ไม่ใช่คนปากโป้ง
“มีด้วยเหรอคะที่ผู้ชายปฏิเสธพี่บูล” วีรินทร์พูดแล้วยิ้มเพราะพิมลภัสถือได้ว่าเป็นสาวเนื้อหอมมากในจังหวัดมีหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่มาจีบไม่เว้นแต่ละวัน
“ไม่ต้องมาพูดเลยนะน้ำน่านงั้นคืนนี้ดื่มกับพี่ดีกว่า นายบูมก็อยู่ที่รี
สอร์ทแล้วมีแต่ผู้ใหญ่ทั้งนั้น” พิมลภัสชวนน้องสาวข้างบ้านดื่มด้วยความเซ็งเมื่อผิดแผนที่เธอตั้งใจจะชวนหนุ่มไฮโซรูปหล่อดื่ม
“น่านขอเป็นพรุ่งนี้เย็นได้มั้ยคะ ตอนเช้าน่านต้องช่วยงานแม่เดี๋ยวจะตื่นไม่ไหวค่ะ” วีรินทร์ปฎิเสธพรุ่งนี้ต้องช่วยงานแม่ทั้งวันเพราะพวกท่านจะมาช่วยพ่อของพิมลภัสหาเสียง
“ก็ได้จ้ะ งั้นพรุ่งนี้เย็นนะน้องรัก” สองสาวตกลงกันแล้วก็คุยกันจนกระทั่งสามทุ่มครึ่งวีรินทร์ก็ขอตัวกลับบ้านพร้อมพ่อกับแม่
“ค่ะพี่บูล น่านกลับก่อนนะคะ”
วีรินทร์ขอตัวกลับพร้อมพ่อแม่ขี่สกู้ดเตอร์ไซค์ไฟฟ้านำหน้ารถมอเตอร์ไซค์ของพ่อที่มีแม่นั่งซ้อนท้ายกลับบ้านเพื่อพักผ่อนพรุ่งนี้พ่อแม่จะไปช่วยลุงพุดหาเสียงอีก
เช้าวันถัดมาทุกคนก็ตื่นแต่เช้าเพื่อไปหาเสียงที่อำเภอน้ำปาด อำเภอท่าปลาตามหมายกำหนดการที่วางไว้จึงทำให้ทุกคนตื่นแต่เช้าและพิมลภัสก็ตามไปอีกเช่นเดิม
“ทำหน้าให้มันดีๆหน่อยสิตาจุล” เตชทัชพูดกับลูกชายเบาๆหลังจากรับประทานอาหารเช้าพร้อมกับทุกคนและเตรียมตัวไปช่วยผู้สมัครเขตสอง
“คุณพ่อครับ” ชายหนุ่มเหลือบมองด้านหลังแล้วเงียบไปเมื่อเพื่อนของพ่อเดินมาหา
“พร้อมหรือยังนายทัช จุล” พุฒิพงษ์ถามเพื่อนกับลูกชายที่ยืนที่รถพร้อมกับคนสนิท
“พร้อมครับคุณลุง”
“ขามากับขากลับต่างกันลิบลับเลยนะครับพี่เจ็ท” นักร้องหนุ่มหล่อมองไปทางกระจกหลังที่น้องโจ น้องจ้าวน้องมอสนอนหลับมีเมฆากับคนสนิทของเขานั่งด้วย“เด็กๆก็เป็นแบบนี้แหละ กินนอนเล่นเที่ยวเอาไว้นายมีลูกเมื่อไหร่ก็จะรู้เองแหละ” พรรษชลตอบนักร้องหนุ่มที่เฝ้ามองน้องสาวคนเล็กของตระกูลมาตั้งแต่งานแต่งงานของยุวันดากับพัทธณเดชแต่ไปไม่ถึงไหนเพราะนักร้องหนุ่มเนื้อหอมเกินไป“คงอีกนานครับ” โป้งพูดเนือยๆมองตรงถนนเพราะความไม่รู้จักพอของเขาทำให้เสียโอกาสเมื่อเจอคนที่ใช่“เอาน่าคนเรามันก็ต้องมีผิดพลาดกันบ้างอยู่ที่นายจะแก้ไขยังไงก็เห็นนายเทมส์เป็นตัวอย่างแล้วนี่นา พี่เอาใจช่วย” พรรษชลพูดอย่างเข้าใจเพราะเขาผ่านมาก่อนกว่าภรรยาจะเชื่อใจและไว้ใจก็ใช้เวลหลายปีละมันคุ้มค่ามากกับเวลาที่รอคอย“ขอบคุณครับพี่เจ็ท” โป้งขอบคุณพ่อลูกสามที่ประวัติในอดียาวเป็นหางว่าว“นายต้องเชื่อคนมีประสบการณ์มาก่อนนะโป้ง หึๆๆ..” เมฆาพูดแล้วหัวเราะในลำคออย่างขำๆ“เอ่อ ไอ้พ่อคนดี ใครจะเหมือนแกล่ะเห็นเงียบแม่งฟาดเรียบ ดีนะที่ยัยจุ๊บไม่รู้ไม่งั้นแกแย่แน่ๆ” พรรษชลว่าน้องเขยอย่างหมั่นไส้ที่วางตัวดีมาตลอดไม่เหมือนเขากับน้องชายรถออฟโรดขับตามกันก
“พ่อว่าเราค่อยเล่นกันตอนเย็นดีมั้ยครับ เดี๋ยวลูกๆอาบน้ำแต่งตัวเสร็จและกินข้าวเช้ากันแล้วพ่อจะพาไปเที่ยวดูพี่เสือพี่สิงโตที่สวนสัตว์เปิดเขาเขียวดีมั้ยครับ” นวพรรษบอกลูกๆ“โอเคค่า/ ดีคร้าบ/ค้าบ..” เด็กๆต่างก็เห็นด้วยเพราะยังไงก็ได้เล่นน้ำทะเลแต่ไปดูพี่เสือพี่สิงโตก่อนดีกว่าส่วนคนเล็กสุดได้ยินพี่ชายทั้งสองก็คร้าบก็พูดตามเอาพ่อจุลปวดหัวจิ้ดเลยทีเดียว“พี่น้ำยมพี่น้ำวังเป็นผู้ชายต้องพูดครับ น้องน้ำเจ้าพระยาเป็นผู้หญิงต้องพูดว่า ค่ะ” คนเป็นพ่อสอนลูกสาวคนเล็กที่ชอบเลียนแบบพี่สาวพี่ชายพูดและจะพูดแต่คำท้าย“ค่า”“ดีมากลูกรัก งั้นเราไปอาบน้ำกันดีมั้ย” ถึงจะนอนดึกดื่นแค่ไหนหากเป็นเรื่องของลูกๆคุณพ่อลูกดกก็ดูแลลูกๆได้เป็นอย่างดี“ค่ะพ่อจุล/ครับพ่อจุล/ จูง..”“ฮ่าๆๆ/คิกกๆๆ..” นวพรรษกับลูกๆหัวเราะพร้อมกันเมื่อคนเล็กสุดพูดตามพี่ๆและพูดไม่ชัด“บ้านนี้เสียงดังอะไรกัน” เมฆาอุ้มน้องจิ๋วเดินมาหน้าเต็นท์แล้วน้องโจกับน้องจ้าวก็ช่วยกันเปิดเต็นท์มองลุงจุลกับพี่น้องที่หัวเราะกันเสียงดัง“พวกเราขำน้องน้ำเจ้าพระยาค่ะคุณอาเมฆ น้องโจ น้องจ้าวเดี๋ยวพวกเราจะไปเที่ยวสวนสัตว์ค่ะ” น้องน้ำฟ้าบอกน้องๆทั้งสอง“จริงเหรอค่
“หมดแรงกันเลยเหรอครับพี่” นักร้องหนุ่มถามรุ่นพี่ทั้งหลายขำๆ“นานๆได้วิ่งขนาดนี้ทำเอาขาอ่อนไปเหมือนกันแหละ” นวพรรษตอบหนุ่มรุ่นน้องที่แสดงออกว่าชอบน้องสาวของเขาแต่ดันมีข่าวรักสามเส้ากับดารานักร้องสาวแบบนี้ใครจะไปอยากได้มาเป็นน้องเขยล่ะ“แกถนัดแต่ออกกำลังกายในร่มน่ะสิ” พีรวัสล้อเพื่อนด้วยความหมั่นไส้ก็เพราะเล่นแต่กีฬาในร่มถึงทำให้มีลูกดกกว่าใคร“หรือแกไม่ชอบวะ”“แกก็ถามมาได้ใครจะไม่ชอบล่ะ เป็นกิจกรรมโปรดของฉันเลยเพื่อน” พีรวัสตอบทันควันเขาคิดว่าผู้ชายทุกคนต้องชอบเหมือนกันหมด“นึกว่าแกจะปฏิเสธ” จิรายุพูดขึ้นเพราะเขาก็ชอบออกกำลังกายในร่มมากกว่ากลางแจ้งแบบนี้“พี่มิ้งล่ะครับ ชอบกีฬาแบบไหน” ภาสกรถามเพื่อนพี่ชายแล้วยิ้มเขาไม่ได้มองว่าเมทิราเป้นผู้หญิงเพราะหน้าตาท่าทางร่างกายของเธอเหมือผู้ชายเจ้าสำอางมากกว่าแล้วหล่อกว่าพระเอกดังที่นั่งข้างเขาอีก“พี่ได้หมดทั้งกีฬาในร่มและกลางแจ้งมันก็ท้าทายตื่นเต้นดี” เมทิรพูดแล้วยกยิ้มมุมปาก“พูดได้ดีมาไอ้แมน สมกับเป็นคาสโนว่าตัวพ่อเลยเพื่อน” พีรวัสชมเพื่อนกึ่งหมั่นไส้และต้องยอมรับว่าเมทิรานั้นเนื้อหอมกับเพศเดียวกันและขึ้นชื่อว่าเจ้าชู้มีสาวๆมากมายสุดท้ายก็มี
“ขอบใจมานะนายใบ” เตชทัชขอบใจนายใบคนดูแลบ้านที่อยู่มานานตั้งแต่รุ่นพ่อจนมารุ่นลูกก็ยังอยู่ช่วยดูแลบ้านเป็นอย่างดี“พ่อจะไปดูหลังบ้านสักหน่อย” ปู่มิตรบอกลูกหลานแล้วเดินไปพร้อมกับวิเชียรและทุกคนก็เดินตามไปด้วย“เด็กสนุกกันใหญ่เลยนะคะคุณพ่อดูสิ” เยาวเรศพูดกับพ่อแล้วนั่งลงบนพื้นหญ้าข้างพ่อที่นั่งบนม้านั่งอัลลอยด์สีขาว“พวกลูกตอนเด็กๆก็แบบนี้แหละเล่นน้ำกันไม่ยอมขึ้นจนแม่ของพวกลูกต้องขู่ว่าถ้าไม่ฟังจะไม่พามาเที่ยวทะเลอีกนั่นแหละถึงได้ยอมขึ้นจากน้ำ” ปูมิตรพูดถึงความหลังยิ้มๆ“ใช่ค่ะคุณพ่อ ตองจำได้ตนนั้นเราไปปราณฯกันแล้วเล่นน้ำจนตองไม่สบายถูกคุณแม่ทำโทษไม่พามาเที่ยวทะเลกันเป็นปีเลยค่ะ” อภิสรก็จำได้ว่าตอนนั้นเธอน่าจะหกเจ็ดขวบได้“เห็นหลานๆแล้วพวกเราก็แก่กันเยอะเลยเนาะพี่เยาว์” เตชทัชพูดอย่างขำๆในอ้อมแขนมีน้องมดที่ชี้มือชี้ไม้ไปหาพี่ๆ“อายุเป็นเพียงแค่ตัวเลขจะไปสนใจทำไมจริงมั้ยเดียร์ ตอง” เยาวเรศตอบน้องชายแล้วหันไปพูดกับน้องสะใภ้“แน่นอนค่ะพี่เยาว์” ปิยมาศตอบพี่สาวของสามีแล้วยิ้มๆ“งั้นเราไปหาพี่ๆดีกว่านะลูก” เตชทัชบอกน้องมดแล้วพาหลานสาวเดินลงไปดูหลานๆเพราะลูกชายลูกสะใภ้ลูกเขยช่วยกันขนของเข้าบ้า
“งั้นนอนรอพี่จุลเลยครับลูก” นวพรรษลุกขึ้นเดินไปเลือกหนังสือนิทานเรื่องราชสีห์กับหนูแล้วกลับมาที่เตียงมีลูกๆทั้งสี่และภรรยานอนรอฟังเขาเล่านิทานให้ฟังเสียงห้าวดังกังวานดุดันเป็นราชสีห์แล้วเปลี่ยนเสียงสองเป็นหนูน้อยควบคุมระดับเสียงสูงเสียงต่ำเพื่อเรียกร้องให้ลูกๆสนใจผ่านไปไม่ถึงครึ่งเรื่องสองแฝดและน้องชายทั้งสองก็ตาหรี่ปรือฝืนตัวเองเพื่อจะฟังนิทานให้จบแต่ทนความง่วงไม่ไหวก็หลับไปตามๆกันรวมถึงแม่ของลูกที่หลับไปก่อนลูกๆทั้งสี่“ฝันดีครับลูกหมูน้อยของพ่อจุล” นวพรรษก้มลงหอมแก้มลูกๆทุกคนก่อนจะจูบกลีบปากอิ่มแม่ของลูกเบาๆ“ฮืม..ลูกหลับแล้วเหรอคะ” วีรินทร์งัวเงียมองสามีและลูกที่นอนกลางเตียงส่วนเธอกับสามีต้องนอนประกบไว้ทั้งสองฝั่ง“เรียบร้อยแล้วครับที่รัก”“ฝันดีค่ะพี่จุล ฮืมม..” วีรินทร์บอกฝันดีสามีเบาๆแล้วถูกปิดกลีบปากอิ่มอย่างอ่อนหวานกระหวัดปลายลิ้นหยอกเย้าลิ้นนุ่มอย่างดูดดื่มก่อนจะถอนออกไม่งั้นได้อุ้มแม่ของลูกไปบอกรักแน่“หืมม...ฝันดีครับที่รัก” นวพรรษถอนจูบออกมองสบตากับภรรยาด้วยความรักสุดหัวใจก่อนจะไปนอนฝั่งของตัวเองมองดูผลผลิตฝีมือของตัวเองอย่างภูมิใจไม่คิดว่าตัวเองจะทำได้ต้องขอบคุณพิมลภัสท
“ใครคิดกันเนี่ยไม่ได้ค่ะ เยาว์ต้องตบรางวัลหลานๆหน่อยแล้วค่ะ” เยาวเรศพูดขึ้นเพราะหลานๆน่ารักกันเหลือเกิน“จริงค่ะพี่เยาว์ ตองร่วมด้วยค่ะ”“แล้วจะขาดผมได้ยังไงครับ” เตชทัชพูดขึ้นแล้วทั้งสามพี่น้องภัทรกิจโภคินก็ตรงไปหน้าเวทีหยิบดอกกุหลาบที่ประดับเป็นพุ่มสวยงามคนละสีเพื่อเด็กๆจะได้ไปรับรางวัลถูกเมื่อเพลงจบก็ได้รับเสียงปรบมือดังลั่นทำให้เด็กๆยิ้มชอบใจก่อนจะไปรับดอกไม้จากคุณปู่คุณย่าที่นำมามอบให้เป็นรางวัล“สวัสดีครับทุกท่าน ผมขอพูดอะไรกับหลานๆสักเล็กน้อยก่อนที่เราจะได้รับชมมินิคอนเสิร์ตของคุณโป้ง หลานๆของปู่ฟังทางนี้ลูก ดอกกุหลาบที่พวกหนูได้รับวันนี้เป็นรางวัลที่ปู่ย่าทุกคนมอบให้พรุ่งนี้เอาไปรับรางวัลดอกละหนึ่งหมื่นบาทที่ปู่ๆย่าๆนะลูก สีแดงไปรับที่ปู่กับคุณย่าเดียร์ สีเหลืองไปรับที่คุณย่าเยาว์กับคุณปู่ไก่ สีขาวไปรับรางวัลที่คุณย่าตองกับคุณปู่เซ็นต์เก็บไว้ให้ดีนะลูก” เตชทัชพูดจบเสียงปรมมือดังขึ้นแล้วญาติๆแขกบางคนก็มอบรางวัลเล็กๆน้อยๆให้เด็กๆเป็นที่สนุกสนานเมื่อเตชทัชและเด็กๆลงจากเวทีก็เป็นหน้าที่ของนักร้องหนุ่มกับเพื่อนที่ร้องเพลงให้ทุกคนได้ขยับแข้งขยับขากันอย่าสนุกส่วนเด็ๆก็หอบดอกกุหลาบข
“อาหารอร่อยมากค่ะท่าน” สิริยากรชมอาหารพื้นเมืองและอาหารฝรั่งที่จัดไว้อย่างน่ากินและรสชาติอร่อยเหมือนร้านอาหารชื่อดังในกรุงเทพ“ขอบคุณครับคุณหวายเรื่องอาหารต้องยกให้ลูกชายของผมครับ นายบูมเป็นคนชอบทานอาหารก็หาพ่อครัวแม่ครัวและเชฟมีฝีมือมาประจำที่ร้านและที่โรงแรมรีสอร์ทลูกสาวลูกชายของผมเขาบริหารกันเอง
“ค่ะแม่” วีรินทร์มองตามพ่อแม่เดินออกไปจากห้องแล้วถอนหายชีวิตของเธอมีความสุขดีอยู่แล้วนวพรรษไม่น่าจะโผล่มาทำให้ชีวิตของเธอกับลูกป่วนเลย“น้ำน่านคนของพ่อน้องแฝดเฝ้าที่ห้องเด็กยังไม่ไปไหนเลยนะ” หนิงเดินเข้ามาหลังจากที่เดินไปดูหลานสาวที่ห้องเด็กก็เห็นคนของนวพรรษนั่งเฝ้าอยู่“ช่างเขาเถอะค่ะน้าหนิง เอ่อ
“แล้วตอนนี้แกพร้อมจะแต่งงานด้วยมั้ยล่ะ” คนเป็นพ่อถามลูกชายเพราะปล่อยเรื่องนี้ไว้ไม่ได้เดี๋ยวประชาชนจะหากว่าโกหกอีกสู้เปิดเผยเองดีกว่าและเขายอมรับวีรินทร์เป็นลูกสะใภ้อย่างเต็มใจและไม่ปล่อยให้หลานแฝดตัวจ้อยกำพร้าพ่อแม่แน่นอน“ผมพร้อมจะแต่งงานกับน้ำน่านทุกเวลาครับคุณพ่อ” เขาพร้อมยิ่งกว่าพร้อมเพราะอยาก
“ลูกของน้ำน่านคนเดียวนี่ใจคอน้ำน่านจะไม่บอกให้ผมรู้ว่าตัวเองมีลูกใช่มั้ย ไม่ใจดำไปหน่อยเหรอถ้าผมไม่มางานวันเกิดคุณลุงพุดผมคงเป็นไอ้โง่อีกนานกว่าจะรู้ว่ามีลูกเด็กๆคงโตเป็นสาวแล้วละมั้ง” คุณพ่อมือใหม่ตัดพ้อแม่ของลูกยัยเด็กบ้านี่พูดมาได้ว่าเป็นลูกของตัวเองคนเดียวอยากรู้นักว่าทำลูกคนเดียวได้ยังไงหากเขา







