Masuk“อากาศมันร้อนค่ะพ่อ แล้วนี่จะหาเสียงเสร็จกี่โมงคะ”
“น่าจะสี่โมงนะลูกแล้วไปปราศรัยต่ออีกสองชั่วโมงก็กลับไปกินอาหารเย็นที่บ้าน ถ้าบูลไม่ไหวก็กลับบ้านไปก่อนก็ได้นะลูก” พุฒิพงษ์บอกลูกสาวอย่างรู้ใจพิมลภัสไม่เคยออกมาช่วยเขาหาเสียงเพราะไม่สู้ร้อนและคนมากเบียดเสียดกันแต่วันนี้ที่มาก็น่าจะเห็นนวพรรษมานั่นเองหากชายหนุ่มชอบลูกสาวของเขาก็ดีสิจะได้เป็นทองแผ่นเดียวกัน
“ไม่เป็นไรค่ะพ่อ บูลพอทนได้ค่ะ” พิมลภัสตอบพ่อในเมื่อเธอออกมาแล้วจะกลับไปก่อนได้ยังไงแต่ถ้าไม่ไหวจริงๆก็บอกว่างานที่โรงแรมมีปัญหาละกัน
“งั้นพ่อไปก่อนนะลูก ทำอะไรก็ให้พองามอย่าประเจิดประเจ้อนะลูก” คนเป็นพ่อเตือนลูกสาวอย่างรู้จักนิสัยดีแต่เขาก็ไม่สามารถห้ามได้เพราะพิมลภัสติดนิสัยจากเมืองนอกมามีความมั่นใจในตัวเองสูงไม่แคร์ใครหากชอบก็ชอบไม่ชอบก็คือไม่ชอบเลิกคือเลิกถ้าเธอพอใจ
“ค่ะพ่อ” ร่างผอมเพรียวมองนวพรรษที่ถูกสาวน้อยสาวใหญ่รุมขอถ่ายรูปไปตลอดทางทำให้เธอไม่ได้ใกล้ชิดเขาจึงเดินตามหลังจนกระทั่งเที่ยงวันก็แวะกินอาหารตามสั่งที่ตลาดซึ่งแต่ละคนก็จ่ายกันเองไม่อยากถูกกล่าวหาว่าซื้อเสียงเพราะทีมงานทุกคนจะได้รับค่าแรงและค่าอาหารกันทุกคน
“บูลว่าไปรับประทานอาหารที่โรงแรมดีกว่านะคะคุณจุล บูลกลัวว่าอาหารที่นี่มันจะไม่สะอาดค่ะ” พิมลภัสมองร้านอาหารตามสั่งที่ต้องบริการน้ำดื่มเองและแม่ครัวก็พูดเสียงดังโต้ะอาหารก็มีแต่คราบสกปรกฝังลึกแม้จะเช็ดแล้วแต่เธอก็ไม่กล้ากินอาหารที่นี่แน่
“ก็ไม่น่าจะมีอะไรนะครับ ทุกคนเขาก็กินกันที่นี่หากคุณบูลจะไม่สะดวกจะไปรับประทานที่โรงแรมก็เชิญตามสบายนะครับ” ชายหนุ่มไม่ได้สนใจใครอยู่แล้วแม้แต่ลูกสาวของเพื่อนพ่อที่ตามมาหาเสียงและไม่ได้เอาอกเอาใจในเมื่อโตๆกันแล้วก็ต้องดูแลตัวเองได้เขามาช่วยพุฒิพงษ์หาเสียงไม่ได้มาเอาใจลูกสาวของเขา
“คุณจุลคะหนูขอถ่ายรูปหน่อยค่ะ” จู่ๆก็มีนพวกนักศึกษามาขอถ่ายรูปกับนวพรรษซึ่งชายหนุ่มก็ยืนขึ้นเพื่อถ่ายรูปและไม่ได้มีแค่นักศึกษาแต่มีชาวบ้านประชนที่เห็นก็เข้ามาขอถ่ายรูปจนชายหนุ่มเกือบไม่ได้กินข้าวกลางวันและพิมลภัสก็อตัวกลับก่อนอ้างว่างานที่โรงแรมมีปัญหา
“เฮ้อ..” นวพรรษถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อสาวสวยเดินจากไปทำให้คนติดตามทั้งสองยิ้มขำ
“ถึงกับถอนหายใจเลยเหรอครับคุณจุล” ชรินแซวเจ้านายแล้วยิ้ม
“ผมไม่ชินที่มีผู้หญิงตามมันอึดอัด หากไม่ได้ตั้งใจก็อย่ามาเลยดีกว่าเพราะไม่มีใครจะมานั่งเอาใจพวกหล่อนกันหรอกครับ” นวพรรษพูดคุยกับคนสนิททั้งสองเบาๆดีนะที่เขาเกรงใจเพื่อนของพ่อไม่งั้นไล่ตะเพิดไปแล้ว
เมื่อรับประทานอาหารกลางวันอิ่มกันแล้วทุกคนก็ออกเดินหาเสียงต่อและได้รับการตอบรับอย่างท่วมท้นและไม่มีใครจะมาแย่งพื้นที่เขตหนึ่งของพุฒิพงษ์ไปได้แน่จนกระทั่งสิห้านาฬิกาทุกคนก็ตรงไปที่สนามกีฬาประจำจังหวัดที่ตอนนี้มีประชาชนให้ความสนใจมาฟังคำปราศรัยของหัวหน้าพรรคและผู้สมัครแต่ละคนพูดถึงนโยบายในการทำงานเพื่อช่วยเหลือประชาชนให้มีความเป็นอยู่ดีขึ้นสนับสนุนการเกษตรของชาวบ้านประกันราคาพืชไร่นาและถนนหนทางที่ผุพังเพื่อซ่อมแซมให้ชาวบ้านเดินทางสะดวกเพราะบางพื้นที่เข้าออกลำบากเวลาไม่สบายไปหาหมอก็ลำบากซึ่งน้อยคนนักที่จะให้ความสนใจบางคนตอนหาเสียงนี่ไหว้ทุกคนบอกจะทำโน่นนี่นั่นแต่สุดท้ายพอได้เป็นส.ส.ก็หายเงียบเข้ากลีบเมฆไม่เคยโผล่หน้ามาให้เห็นนอกจากจะหาผลประโยชน์ใส่ตัวและพวกพ้องแต่ส.ส.น้ำดีก็มีเยอะถึงเขาจะเอื้อผลประโยชน์ให้ครอบครัวหรือพรรคพวกแต่เขาก็ช่วยเหลืออย่างจริงจังซึ่งก็มีหลายประเภท เมื่อทุกคนปราศรัยเสร็จก็ได้รับเสียงปรบมืออย่างท่วมท้นก่อนจะแยกย้ายกันกลับบ้านเวลาสิบแปดนาฬิกา
“ผมขอขอบคุณทุกท่านมากนะครับวันนี้พวกเราได้รับการต้อนรับจากพี่น้องทุกท่านล้นหลามเลยครับ” พุฒิพงษ์ยกมือไหว้ขอบคุณทุกคนที่มาช่วยหาเสียงและพรุ่งนี้ต้องไปช่วยเขตสองอีกหนึ่งวันก่อนที่ทุกคนจะไปช่วยผู้สมัครรับเลือกตั้งที่พิษณุโลก
“เพราะฐานเสียงของนายแน่นมากกว่านะพุด รับรองว่านายได้เป็นส.ส.สมัยที่สี่แน่” เตชทัชพูดกับเพื่อนหากการเลือกตั้งครั้งนี้พรรคของเขาได้ส.ส.เยอะก็มีสิทธิ์ได้จัดตั้งรัฐบาลเพราะมีพัธมิตรหลายพรรคที่ได้ทาบทามในทางลับไว้แล้ว
จากนั้นทุกคนก็กลับไปที่บ้านของพุฒิพงษ์เพื่ออาบน้ำอาบท่าแล้วมากินอาหาค่ำที่ทางเจ้าของบ้านได้จัดไว้ต้อนรับทุกคนซึ่งจะไปกินที่ร้านอาหารของเขาหรือที่โรงแรมก็ได้แต่กลัวจะเป็นที่ครหาจึงเลี้ยงอาหารค่ำที่บ้านอย่างเงียบๆซึ่งไม่ผิดอะไรเพราะไปช่วยกันหาเสียงไม่มีเหล้ายาปลาปิ้ง
นวพรรษอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จก็ไปรับประทานอาหารค่ำพร้อมกับทุกคนเมื่ออิ่มแล้วชายหนุ่มก็ขอตัวไปนอนพักเพราะวันนี้เหนื่อยมาทั้งวันทำให้พิมลภัสเสียดายที่ไม่ได้คุยกับชายหนุ่มเพราะเธอมัวแต่คุยกับวีรินทร์ที่แวะมากินข้าวด้วยพอหันไปอีกทีก็ไม่เห็นนวพรรษกับลูกน้องแล้ว
“น้ำน่านจะกลับกรุงเทพเมื่อไหร่ล่ะ”
“วันจันทร์ค่ะ น่านจะออกจากบ้านสายๆหน่อยค่ะ แล้วพี่บูลไม่ไปเที่ยวกรุงเทพบ้างเหรอคะเดี๋ยวจะเอ้าท์นะคะ” คนอยู่กรุงเทพก็ไม่ได้ตามแฟชั่นเพราะหญิงสาวแต่งตัวตามสไตสเรียบง่ายของเธอคือเสื้อยืดกางเกงยีนส์สกินนี่หรือไม่ก็กางเกงผ้าลินินเอวยืดใส่สบายๆรอเท้าผ้าใบ
“จริงด้วยสิน้ำน่าน วันก่อนพี่เจอยัยทรายกับเพื่อนไปกินข้าวที่ร้านริมน้ำหิ้วกระเป๋าชาแนลรุ่นล่าสุดใบเกือบสองแสนเลยนะไม่รู้ว่าน้ำน่านเห็นหรือยัง” เธอแปลกใจว่าทำไมวีรินทร์กับภาสิริซึ่งเป็นหลานเสี่ยใหญ่เศรษฐีคนดังของจังหวัดแต่การใช้ชีวิตต่างกันราวหน้ามือกับหลังมือคนหนึ่งไฮโซหรูหราหน้าใหญ่อวดว่าตัวเองร่ำรวยอีกคนใช้ชีวิตติดดิน และเธอก็มีกระเป๋าราคาแพงเหมือนกันอย่างชาแนล แอร์เมส หลุยส์ วิตตรอง ซึ่งเป็นที่นิยมในหมู่ไฮโซคนดังแต่เธอทำงานเก็บเงินซื้อเอง
“น่านยังไม่เจอพี่ทรายเลยค่ะ ยังไม่ได้ไปบ้านโน้นเลยกะว่าพรุ่งนี้เช้าค่อยไปหาปู่ย่าค่ะ” วีรินทร์ไม่ค่อยสนใจญาติสาวเพราะไม่ถูกกันตอนนี้ภาสิริเรียนจบปริญญาตรีแล้วกลับมาช่วยงานที่บ้านซึ่งไม่รู้ว่าทำจริงหรือไม่แต่ป้าบอกว่าอย่างนั้น
“เรานี่น้าทำตัวยาจกจริงๆเลย” พิมลภัสว่าให้น้องสาวคนสวย
“ก็น่านยังเรียนไม่จบและยังของเงินแม่กับพ่อใช้อยู่นี่คะ เอาไว้น่านหาเงินได้เองก่อนแล้วค่อยซื้อมาใช้ค่ะ” วิรินทร์พูดยิ้มๆเธอไม่ได้สนใจของพวกนี้และไม่คิดจะซื้อมาใช้
“อ่อ,น้ำน่านรู้จักคุณจุลหรือเปล่า”
“จุลไหนคะ”
“นี่ยัยน้ำน่านก็คุณนวพรรษ ภัทรกิจโภคิน ผู้สมัครรับเลือกตั้งส.ส.ที่กรุงเทพพรรคเดียวกับพ่อของพี่ไงล่ะอย่าบอกอีกนะว่าไม่รู้จัก”
“ก็น่านไม่ได้สนใจนี่คะ ว่าแต่มีอะไรคะ”
“พี่ชอบเขาน่ะสิ แล้วคืนนี้ว่าจะชวนเขาดื่มสักหน่อยแต่ไม่รู้หายไปไหนแล้วสงสัยกลับบ้านพักไปแล้วมั้ง” คนพูดผิดหวังที่ไม่ได้ดื่มกับหนุ่มหล่อ พิมลภัสกล้าพูดเปิดเผยเพราะวีรินทร์ไม่ใช่คนปากโป้ง
“มีด้วยเหรอคะที่ผู้ชายปฏิเสธพี่บูล” วีรินทร์พูดแล้วยิ้มเพราะพิมลภัสถือได้ว่าเป็นสาวเนื้อหอมมากในจังหวัดมีหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่มาจีบไม่เว้นแต่ละวัน
“ไม่ต้องมาพูดเลยนะน้ำน่านงั้นคืนนี้ดื่มกับพี่ดีกว่า นายบูมก็อยู่ที่รี
สอร์ทแล้วมีแต่ผู้ใหญ่ทั้งนั้น” พิมลภัสชวนน้องสาวข้างบ้านดื่มด้วยความเซ็งเมื่อผิดแผนที่เธอตั้งใจจะชวนหนุ่มไฮโซรูปหล่อดื่ม
“น่านขอเป็นพรุ่งนี้เย็นได้มั้ยคะ ตอนเช้าน่านต้องช่วยงานแม่เดี๋ยวจะตื่นไม่ไหวค่ะ” วีรินทร์ปฎิเสธพรุ่งนี้ต้องช่วยงานแม่ทั้งวันเพราะพวกท่านจะมาช่วยพ่อของพิมลภัสหาเสียง
“ก็ได้จ้ะ งั้นพรุ่งนี้เย็นนะน้องรัก” สองสาวตกลงกันแล้วก็คุยกันจนกระทั่งสามทุ่มครึ่งวีรินทร์ก็ขอตัวกลับบ้านพร้อมพ่อกับแม่
“ค่ะพี่บูล น่านกลับก่อนนะคะ”
วีรินทร์ขอตัวกลับพร้อมพ่อแม่ขี่สกู้ดเตอร์ไซค์ไฟฟ้านำหน้ารถมอเตอร์ไซค์ของพ่อที่มีแม่นั่งซ้อนท้ายกลับบ้านเพื่อพักผ่อนพรุ่งนี้พ่อแม่จะไปช่วยลุงพุดหาเสียงอีก
เช้าวันถัดมาทุกคนก็ตื่นแต่เช้าเพื่อไปหาเสียงที่อำเภอน้ำปาด อำเภอท่าปลาตามหมายกำหนดการที่วางไว้จึงทำให้ทุกคนตื่นแต่เช้าและพิมลภัสก็ตามไปอีกเช่นเดิม
“ทำหน้าให้มันดีๆหน่อยสิตาจุล” เตชทัชพูดกับลูกชายเบาๆหลังจากรับประทานอาหารเช้าพร้อมกับทุกคนและเตรียมตัวไปช่วยผู้สมัครเขตสอง
“คุณพ่อครับ” ชายหนุ่มเหลือบมองด้านหลังแล้วเงียบไปเมื่อเพื่อนของพ่อเดินมาหา
“พร้อมหรือยังนายทัช จุล” พุฒิพงษ์ถามเพื่อนกับลูกชายที่ยืนที่รถพร้อมกับคนสนิท
“พร้อมครับคุณลุง”
“ไม่เยอะเนาะ คราวก่อนหมดไปห้าหมื่นกว่าเอง” พรรษชลพูดกระเซ้าว่าที่ป้าของหลานแฝดยิ้มๆทำให้เมฆากับนวพรหันมามองหน้ากัน“งั้นไม่ธรรมดาแล้วล่ะค่ะ แล้วเราจะซื้ออะไรกันดีคะพี่เจ็ท” คนได้เป็นคุณอาโดยไม่ทันได้ตั้งตัวก็คิดไม่ออกว่าจะซื้อของอะไรรับขวัญหลาน“เราซื้อรถตู้ดีมั้ยครับพี่เจ็ท เพราะข้าวของเครื่องใช้คงมีเยอะแล้ว” เมฆาเสนอเขาคิดว่าข้าวของเครื่องใช้เด็กอ่อนคงมีหมดแล้ว“เออจริงสิ นายจุลมันเพิ่งรู้ว่ามีลูกไม่ทันตั้งตัวงั้นเราไปดูรถกันดีกว่าจะได้ให้เขาแต่งให้พร้อมสำหรับหลานแฝด”“พี่เจ็ทแล้วหลานสาวเราชื่ออะไรคะ”“แฝดพี่ชื่อเด็กหญิงสายน้ำ ชื่อเล่นน้องน้ำฟ้า แฝดน้องน้องชื่อเด็กหญิงสายธาราชื่อเล่นน้องน้ำปิง แม่ชื่อน้ำน่าน” พรรษชลตอบน้องสาว“เพราะมากค่ะ แม่น้ำมาสองสายแล้วเหลืออีกสองสายก็ครบแม่น้ำสี่สายแล้วนะคะ” นวพรพูดยิ้มๆ“เดี๋ยวนายจุลมันก็ทำครบทั้งสี่สายเองแหละครับน้องจุ๊บ” เมฆาพูดยิ้มๆ“ดีไม่ดีมีน้ำเจ้าพระยาสายที่ห้าอีกนะน้องรัก หึๆๆ..” พรรษชลพูดเสริมแล้วขำหากน้องชายของเขาแต่งงานกับวีรินทร์จริงก็ต้องน้ำยมน้ำวังและน้ำเจ้าพระยาแน่ๆมาริดามองพรรษชล เมฆา นวพรคุยกันแล้วก็ไม่ห่วงเพื่อนเพราะทุกคนไม่ไ
“น้องมายด์จะดื่มอะไรครับ เดี๋ยวรอจุ๊บกับนายเมฆก่อนพอดีพี่นัดสองคนนั้นไว้แต่พอรู้เรื่องหลานก็ตื่นเต้นจนลืมนัดรีบมาซื้อของรับขวัญหลานก่อน” พอได้ยินคำตอบทำเอาลุงเขาตื่นเต้นเรื่องมีหลานก็ใช่แต่ที่หนักกว่านั้นคือวางแผนเจอคนตรงหน้านี่แหละสองหนุ่มสาวคุยถึงหลานสาวทั้งสองและมาริดาก็เอารูปหลานแฝดที่วีรินทร์ส่งมาให้เธอดูและเธอก็เอาให้พรรษชลหรือลุงของหลานแฝดดูว่าหลานน้อยน่ารักน่าชังขนาดไหนเมฆากับนวพรลงจากรถก็เดินเข้าไปในห้างรริเวอร์เซ็นเตอร์ริมแม่น้ำเจ้าพระยาแล้วโทรหาพี่ชายพอรู้ว่าอยู่ร้านกาแฟก็เดินไปตรงไปทันทีด้วยความอยากรู้ว่ามีเรื่องอะไรสำคัญไปกว่าเรื่องงานของเธอ“น้องจุ๊บจะรีบไปไหนครับยังไงพี่เจ็ทก็ไม่หนีไปไหนหรอกครับ” เมฆาบอกน้องสาวเพื่อนและในอนาคตอาจจะเป็นเจ้านายของเขาหากนวพรรษเอาจริงทางการเมืองแม้จะชอบหญิงสาวแต่เขาขอเก็บไว้ในใจและไม่คิดจะบอกใครเพราะฐานะที่แตกต่างกันมาก“ก็ไหนพี่เมฆบอกว่าคุยงานเสร็จจะรีบกลับบริษัทไม่ใช่เหรอคะ” นวพรถามเจ้านายหนุ่มหล่อก็เขาเป็นคนพูดเองแท้ๆ“ไม่เป็นไรหรอกครับแค่วันเดียว พี่อนุโลมให้” คนที่จริงจังกับงานมาตลอดตอบผู้หญิงในดวงใจของเขาที่เก็บไว้ลึกสุดใจไม่สามารถบ
“ตอนนี้น้องน้ำฟ้ากับน้องน้ำปิงแข็งแรงดีแล้วคุณหมอก็ให้แม่ดูแลเองค่ะ” วีรินทร์มองลูกสาวที่กินนมอิ่มแล้วนอนหลับอย่างมีความสุข“แล้วชื่อจริงของลูกล่ะน้ำน่านตั้งชื่อไว้หรือยังครับ” เขาไม่แปลกใจว่าทำไมวีรินทร์ถึงตั้งชื่อลูกสาวว่าน้ำฟ้ากับน้ำปิงเพราะแม่ก็เป็นแม่น้ำสายหนึ่งจะให้ลูกสาวชื่อน้ำยมกับน้ำวังคงไม่เหมาะถ้าเป็นลูกชายว่าไปอย่าง งั้นเขาต้องมีลูกให้ครบแม่น้ำทั้งสี่สายเลยสิ คุณพ่อลูกสองคิดยิ้มๆกับแผนการในใจของตัวเองทั้งที่ยังจัดการเรื่องของตัวเองไม่เรียบร้อยเลย“ปู่ย่าตายายตั้งให้แล้วค่ะ น้องน้ำฟ้าชื่อสายน้ำ น้องน้ำปิงชื่อสายธารา..” วีรินทร์พูดคุยกับพ่อของลูกตามปกติเพราะเธอทำใจได้นานแล้วจะโทษเขาฝ่ายเดียวก็ไม่ได้เพราะเธอเป็นฝ่ายเลือกไม่ยุ่งเกี่ยวกับเขาเองตอนนี้เธอตัดสินใจแล้วก็อยู่ที่นวพรรษกับครอบครัวของเขารับข้อเสนอของเธอหรือเปล่าหากพวกเขาไม่ตกลงเธอก็พร้อมจะสู้เพื่อลูก“สายน้ำ สายธารา ชื่อลูกสาวพ่อจุลเพราะมากครับ” นวพรรษมองลูกสาวแล้วยิ้มเหมือนคนบ้าก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปเพื่อเอาไปอวดลุงป้าน้าอาน้องๆและเพื่อนที่กรุงเทพและไม่ยอมลุกไปไหนจนกระทั่งปู่ย่ามาเยี่ยมหลานสาวคนเป็นพ่อก็บอกปู
“ผมมีธุระครับ ถ้าไม่มีอะไรผมขอตัวก่อนนะครับ” เขาไม่มีเวลาจะสนใจผู้หญิงคนอื่นเพราะเมียเพิ่งคลอดลูกอยู่ที่โรงพยาบาล“เดี๋ยวสิคะคุณจุล หวานขอไปด้วยคนได้มั้ยคะพอดีหวายไม่รู้จักใครอยู่ไปก็ไม่มีเพื่อนคุยค่ะ” เธอรู้จักแค่นวพรรษกับพ่อแม่ของเขาและพิมลภัสและพ่อแม่น้องชายของเธอเท่านั้นส่วนคนในพรรคเธอไม่รู้จักเพราะเธอตามนวพรรษมาไม่ได้มาเพื่อทำความรู้จักกับทุกคน“ท่านรัฐมนตรีครับขอถ่ายรูปด้วยครับ” นักข่าวหนุ่มเดินเข้ามาของถ่ายรูปรัฐมนตรีหนุ่มรูปหล่อกับลูกสาวท่านนายก“เอ่อ..” นวพรรษกำลังจะปฏิเสธ“ได้เลยค่ะคุณนักข่าว” สิริยากรเดินไปเกาะแขนส.ส.หนุ่มหล่อแล้วฉีกยิ้มเกือบถึงใบหูเอียงหน้าไปจะซบไหล่ของเขา“คุณหวาย” นวพรรษผลักลูกสาวท่านนายกออกอย่างลืมตัวเพราะเขาไม่อยากเป็นข่าวกับเธอและหลีกเลี่ยงมาตลอดหากข่าวนี้แพร่ออกไปฝ่ายค้านก็จะเอามาเล่นงานเขาว่าได้เป็นรัฐมนตรีเพราะคบกับลูกสาวท่านนายก ทั้งที่พวกเขาแค่เจอกันตามงานทักทายกันเล็กน้อยก็ยังเป็นข่าวซึ่งเขาก็ตอบไม่ตามความจริงว่าแค่รู้จักกันเจอกันตามงานเลี้ยงไม่ได้สนิทกัน “คุณจุลยิ้มหน่อยสิคะ” สิริยากรไม่รู้สึกรู้สาทั้งที่ถูกชายหนุ่มผลักออกกลับเงยหน้าโปรยยิ้มให
นวพรรษมองลูกน้อยทั้งสองในอ้อมแขนหัวใจอุ่นซ่านเมื่อได้อุ้มชูเลือดเนื้อเชื้อไขที่เขามั่นใจว่าสองแฝดสาวตัวจ้อยเป็นลูกของเขาล้านเปอร์เซ็นต์ทำให้เขามีความสุขมากอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนและไม่คิดว่าตัวเองจะมีวันนี้และยังมีลูกสาวพร้อมกันถึงสองคนทำให้คุณพ่อมือใหม่โอบกอดร่างเล็กทั้งสองด้วยความหวงแหนจนสองขอบตาร้อนผ่าว“บูลถ่ายรูปให้นะคะ” พิมลภัส์ยกโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปนวพรรษอุ้มลูกแฝดไว้สองข้างและวีรินทร์นอนอยู่บนเตียงด้านหลังรัวๆหลายรูปจนพอใจ “น่ารักมาเลยน้องแฝดหลานป้าบูล” พิมลภัสมองหลานสาวตัวจ้อยในอ้อมแขนพ่อแล้วยิ้ม“คุณพยาบาลพาหลานบูลไปนอนเถอะค่ะ” พิมลภัสเห็นพ่อของหลานตาแดงๆจึงบอกให้พยาบาลพาหลานสาวไปนอน“อิ่มแล้วหลับสบายเลยนะคะสาวน้อย ตอนกลางคืนน้องอาจจะหิวบ่อยคุณแม่อาจจะไม่ได้นอนเหนื่อยหน่อยนะคะ” คุณพยาบาลพูดกับคุณแม่มือใหม่ที่ต้องรับมือกับสองแฝดที่ตื่นพร้อมกันหิวพร้อมกันและต่อไปก็จะทำอะไรพร้อมกันทำให้พ่อแม่เหนื่อยเพิ่มเป็นสองเท่าเลยทีเดียวก่อนจะเข็นเตียงน้องแฝดกลับไปที่ห้องเด็กอ่อน“ลูกของผมน่ารักมากเลย” นวพรรษมองตามลูกสาวทั้งสองแล้วยิ้มทั้งน้ำตาไหลออกมาอย่างไม่รู้ตัวก่อนจะเช็ดน้ำตาอย่างเขินๆ
“ค่ะ” คุณแม่มือใหม่ตอบเบาๆมันเจ็บมากกว่าตอนบ่ายอีกอาจเป็นเพราะยาหมดฤทธิ์แต่เธอทนได้ยิ่งได้เห็นใบหน้าจิ้มลิ้มแดงซ่านของลูกน้อยทั้งสองความเจ็บมันก็หายแล้ว“เราแต่งงานกันนะครับน้ำน่าน” นวพรรษขอแม่ของลูกแต่งงานตามที่เขาคิดไว้ว่าต้องแต่งงานกันเพื่อจะได้เป็นครอบครัวเดียวกันอย่างสมบูรณ์ซึ่งมีพยานรักของเขาทั้งสองนอนหลับเป็นใจอยู่ตรงกลางระหว่างพ่อแม่วีรินทร์ถึงกับอึ้งไปเงยหน้ามองพ่อของลูกไม่คิดว่านวพรรษจะขอเธอแต่งงานซึ่งครั้งหนึ่งเขาก็ยอมรับผิดชอบด้วยการแต่งงานกับเธอและเธอปฏิเสธไปแล้วนี่เขาขอเธอแต่งงานอีกครั้งเพื่อลูก“คุณจุลขอแต่งงานกับฉันง่ายๆแบบนี้เลยเหรอคะ”“มันไม่ง่ายนะน้ำน่านที่จะขอแต่งงานกับใครสักคน ครั้งหนึ่งผมทำผิดกับผู้หญิงคนหนึ่งและยอมแต่งงานกับเธอเพื่อรับผิดชอบเรื่องที่เกิดขึ้นแต่เธอปฏิเสธ และครั้งนี้ผมก็ขอเธอแต่งงานอีกครั้งเพื่อครอบครัวไม่ใช่แค่เพื่อลูกแต่ผมพร้อมจะสร้างครอบครัวกับคุณถึงเราจะเริ่มต้นกันไม่ดีผมก็พร้อมจะรับผิดชอบและผมคิดว่ามันไม่ยากที่เราสองคนจะเปิดใจให้กันเพื่อลูกๆและครอบครัวของเราครับ” เขาเปิดใจให้แม่ของลูกแล้วก็เหลือแต่วีรินทร์จะยอมเปิดใจให้เขาหรือเปล่าเท่านั้น“







