Masukของขวัญลืมตาตื่นขึ้นมาในตอนเช้าของอีกวัน เธอหลับตาลงอีกครั้งแล้วโคลงศีรษะเบา ๆ เพื่อเรียกสติตัวเองและขับไล่ความมึนงง เพียงขยับเล็กน้อยก็รู้สึกปวดระบมไปทั้งตัว ลำแขนเล็กฝืนยันร่างกายให้ลุกนั่ง หญิงสาวนั่งนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง พยายามไล่เรียงลำดับเหตุการณ์ที่พอจะจำได้ ของขวัญแม้จะยังรู้สึกมึนงงอยู่แต่ก็พอจะจำเรื่องราวได้ดี หากแต่ความทรงจำสุดท้ายก่อนที่จะตื่นลืมตาขึ้นมานั้นคือเธอถูกจับมัดมือไพล่หลัง เสี่ยเม้งคุยโทรศัพท์กับใครสักคนจากนั้นก็ถูกพาตัวมาที่รถ แล้วจากนั้นความทรงจำของเธอก็ขาดไป
ของขวัญกวาดสายตามองไปรอบตัว ห้องนอนสีขาวคุมโทนด้วยสีเทาอ่อนดูสะอาดสะอ้าน เตียงกว้างสีขาวละมุน ข้าวของถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบ ของขวัญก้าวเท้าลงจากเตียง เธอย่นหน้าเมื่อความเจ็บวิ่งแปลบไปทั้งร่างกาย มือบางลูบไปยังแขนและไหล่ที่ระบมจากการถูกฉุดกระชาก มองสำรวจไปทั่วร่างกายของตัวเองก็พบว่าเสื้อผ้าของตัวเองยังอยู่ครบ หากแต่มันสกปรกไปกว่าที่ควรจะเป็นอยู่มาก ของขวัญเดินไปที่ประตูและพบว่ามันไม่ได้ถูกล็อกจากด้านนอก เธอเปิดประตูออกแล้วเดินลงบันไดมาพลางกวาดสายตามองไปโดยรอบ
---บ้านของใคร--- หรือมีคนช่วยเธอออกมาจากขุมนรกนั่น
บ้านหลังขนาดกลาง หากแต่สะดวกสบายครบครัน บรรยากาศช่างน่าอยู่ดูอบอุ่นอย่างที่ทั้งชีวิตเธอไม่กล้าวาดฝันมาก่อนว่าจะมีโอกาสได้เป็นเจ้าของ หากเจ้าของบ้านหลังนี้ยื่นมือเข้าช่วยเหลือเธอจากคนกักขฬะพวกนั้น ของขวัญก็อยากจะขอบคุณเขาสักหน่อยก่อนไป
“ตื่นแล้วเหรอ??”
ร่างบางสะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจ เหลียวมองไปรอบตัวเพื่อหาที่มาของเสียงทุ้มนั้น แต่รอบตัวกลับไม่พบใครสักคน
“มองหาฉันเหรอ” ทั้งที่รู้อยู่เต็มอกแต่ยังต้องการที่จะเอ่ยถาม
“คุณคือเจ้าของบ้านเหรอคะ คุณช่วยฉันจากเสี่ยเม้งไว้ใช่ไหม ขอบคุณมากนะคะ”
ของขวัญเดินหยุดที่หน้าประตูบานหนึ่งที่ปิดสนิท และเสียงปริศนาก็ดังขึ้นอีกครั้ง
“เข้ามาสิ”
เธอเปิดประตูเข้าไปตามเสียงทุ้ม อยากจะขอบคุณเขาที่ยื่นมือเข้าช่วยเหลือเธอออกมาจากบ่อนเสี่ยเม้งและคนกักขฬะเหล่านั้น
“สวัสดีค่ะ”
ชายผู้หนึ่งกำลังนั่งมองหน้าจอมอนิเตอร์ขนาดใหญ่ที่แสดงภาพกล้องวงจรปิดนับสิบตัวภายในบ้านหลังนี้ เขาหมุนเก้าอี้หันมาหาเธอ ใบหน้าหล่อเหลา คิ้วหนาเป็นเส้นตรง รับกับจมูกโด่งเป็นสันและริมฝีปากหยัก ทว่าความหล่อเหลานั้นกลับชวนให้รู้สึกถึงความน่าหวาดหวั่นไปพร้อมกัน
ปัง!!!!!!! เพียงปลายนิ้วของเขาสัมผัสปุ่มสีแดงบนรีโมตที่อยู่ในมือ ประตูที่เปิดก็ปิดเข้าหากันในทันที ของขวัญสะดุ้งตัวหันกลับไปมองประตูที่ปิดลง มือเรียวกำเข้าหากันและมีเหงื่อซึม แม้ไม่รู้สึกถึงอันตรายแต่ก็สัมผัสไม่ได้ถึงความปลอดภัยเช่นกัน
“คุณเป็นใครคะ”
“เธอจำเป็นต้องรู้เหรอ” เขาตอบเธอด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ใบหน้ายังคงนิ่งไร้อารมณ์ เท้าบางก้าวถอยหลังทันที เมื่อเมฆินทร์ยืนขึ้น เขาดูนิ่งและเยือกเย็นจนน่ากลัว มือหนาขยับสูทตัวนอกเล็กน้อย ก่อนเบนสายตามองหญิงสาวที่ทำท่าอึกอัก เขาถอดเสื้อสูทตัวนอกวางพาดไว้บนพนักพิงเก้าอี้ทำงานตัวใหญ่ แล้วปลดกระดุมเสื้อและกระดุมที่แขนออก เมฆินทร์ก้าวเข้ามาหาเธออย่างใจเย็น ทว่าความใจเย็นนั้นกลับทำให้ของขวัญรู้สึกถึงอันตรายที่คืบคลานเข้ามาหาเธอ เธอก้าวถอยหลังแล้วกลับหลังหัน สมองสั่งให้ร่างกายออกวิ่งให้ไว
“หยุด!!” เขาเอ่ยเสียงเข้ม ในขณะที่หญิงสาวกำลังพยายามเปิดประตูและส่งเสียงเรียกให้ใครสักคนช่วยเธอ แต่ที่นี่คือพื้นที่ส่วนตัวของเมฆินทร์ และคนที่อยู่ที่นี่ก็ล้วนแต่เป็นคนของเขาทั้งนั้น
“เจ็บคอเปล่า ๆ”
เขาทิ้งตัวลงบนโซฟาตัวใหญ่ สายตาจับจ้องหญิงสาวที่รูปร่างเย้ายวน ของขวัญไม่ใช่คนบอบบางทว่าก็ไม่ได้ถึงกับอวบอั๋น รูปร่างของเธอตรงตามความต้องการของเมฆินทร์ เรียกได้ว่าถูกใจเป็นการส่วนตัวก็ว่าได้
“ของขวัญ”
เจ้าของชื่อนิ่งชะงัก หันกลับมามองคนที่นั่งไม่ทุกข์ร้อนอะไรด้วยความไม่เข้าใจ ในหัวของเธอเต็มไปด้วยคำถามมากมาย เขาเป็นใครกันแน่ เขาช่วยเธอเอาไว้จากคนเลวพวกนั้นหรือเป็นพวกเดียวกัน หากเสี่ยเม้งขายเธอให้กับคนอื่นจริง ที่นี่ดูแล้วอย่างไรก็ไม่ใกล้เคียงกับผับบาร์หรือสถานที่ค้าประเวณีเลยสักนิด
“คุณเป็นใครกันแน่ คุณรู้จักชื่อฉันได้ยังไง”
มุมปากของเมฆินทร์ยกขึ้นข้างหนึ่ง เขาไม่ตอบคำถามเธอในทันที แต่กลับคว้าเอาเครื่องดื่มสีน้ำตาลทองมารินลงแก้วที่มีน้ำแข็งอยู่ก้อนหนึ่ง ท่าทางใจเย็นของเขากลับทำให้ของขวัญเริ่มหวาดหวั่น เธอไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเขาหรือสถานที่แห่งนี้เลยสักนิด การไม่รู้ยิ่งทำให้กดดันและอึดอัด เมฆินทร์ยกแก้วในมือขึ้นดื่ม ทว่าสายตาคมไม่ได้ละออกจากใบหน้าสวยเลยสักวินาที
ดั่งคำมั่นที่ได้มอบให้บิดามารดา โดยไม่รู้เลยว่าอนาคตจะเป็นเช่นไร วันเวลาล่วงเลยมาเนิ่นนานจากวันเป็นเดือนหมุนผ่านเป็นปี คำมั่นในวัยเก้าขวบของเด็กชายพยับเมฆยังคงเป็นเช่นนั้นมาโดยตลอด ความรักของพี่ชายมอบไว้ให้น้องทั้งสอง ทั้งดูแลและปกป้องอย่างดีที่สุดทว่าหากหมุนย้อนคืนเวลากลับไปได้ ซีร์รัสในวัยยี่สิบสามปีจะไม่ยอมพูดอะไรแบบนั้นออกมาเป็นอันขาด หรือไม่ถ้าเปลี่ยนได้ขอให้คำมั่นแค่กับพิลวี่คนเดียวก็พอ“คุณครูโทรมาบอกเฮียว่าคลาวด์โดดเรียน”ผู้ปกครองจำเป็นเคยถามน้องชายที่แอบเอาเบอร์โทรศัพท์ตัวเองไปให้คุณครูแทนเบอร์โทรศัพท์ของเมฆินทร์และอวัศยา ความเจ้าเล่ห์กะล่อนร้ายไม่มีใครเกินคลาวด์ตัวแสบ ที่ขยันสร้างงานให้พี่ชายอย่างซีร์รัส“คลาวด์ไม่ได้โดดเรียน แค่ไปสั่งสมประสบการณ์นอกรั้ว”“คลาวด์ไปไหนมา ไม่งั้นเฮียไม่ไปนะ พรุ่งนี้ให้ป๊าไปพบครูเองเลย”“จะบ้าเหรอ ให้ป๊าไปก็โดนกินหัวสิ” คลาวด์บ่นอุบอิบ ที่ให้ครูที่โรงเรียนโทรหาพี่ชายก็เพราะกลัวว่าเรื่องจะถึงเมฆินทร์ผู้เป็นพ่อ แต่พี่ชายบังเกิดเกล้ากลับข่มขู่กันแบบนี้ซะได้“แล้วจะโดดทำไม”“คลาวด์เน้นเข้าร่วม ไม่เน้นเข้าเรียน”น้องชายตัวดีทิ้งตัวลงนั่งข้างซีร์รั
“ของเฮีย แจ้มน้องหมอกของเฮีย...ปะป๊าห้ามขโมย”“โอ้โห...คนมาทีหลังทำไมเขาออกตัวแรงแบบนี้”เมฆินทร์หัวเราะลูกชาย เพราะตั้งแต่รู้ความเจ้าคลาวด์ตัวแสบก็หวงมารดายิ่งกว่าอะไร ทั้งยังทำตัวติดหนึบ“มาเฟียที่ไหนติดแม่ครับ”“ปะป๊าจะเป็น...” คลาวด์หันไปหาพี่ชาย “เฮียเยียกอะไรนะ ที่ไม่ถูกกัน...ที่ไม่ชอบกัน”“ศัตรู” ซีร์รัสกระซิบบอกน้องชายเบา ๆ“อื้ม ๆ” ตัวแสบหันกลับมาหาบิดาอีกครั้ง“ปะป๊าจะเป็นศัตรูกับหัวหน้ามาเฟียตุ๊กแกหยอ”เมฆินทร์ชำเลืองมองขวดนมของรักของหวงแล้วยื่นมือไปคว้ามาถือไว้“ใช่...แล้วนี่ก็คือตัวประกัน”คลาวด์ทำหน้ามุ่ยหันมองหน้าอวัศยาเพื่อขอความช่วยเหลือ ทว่ามารดากลับส่ายหน้าเบา ๆ“อยากได้ขวดนมคืนก็เอาคุณแม่มาแลก”“ไม่ได้ เฮียคลาวด์จะปกป้องคุณแม่จากอสูรร้าย”“เฮียคลาวด์ไม่เป็นมาเฟียแล้วเหรอ” อวัศยาเอ่ยเย้าแหย่ลูกชาย“เป็นมาเฟียสู้กับอสูร”จินตนาการของเด็กน้อยช่างล้ำลึกจากมาเฟียสักลายมังกรสู่มาเฟียสู้อสูร การ์ตูนทุกเรื่องที่เคยดูหลอมรวมมาไว้เป็นเรื่องเดียว มาเฟียฟันหลอผละออกจากอกมารดาแล้วพุ่งตัวเข้าหาเมฆินทร์ คลาวด์กระโจนเข้าหาบิดาที่พร้อมจะเอนตัวลงนอน ทั้งสองคนกอดกันกลิ้งไปมาพร้อมเสีย
เมฆินทร์มองลูกทั้งสองเพียงครู่ก็เข้าใจได้ ยิ่งเห็นคลาวด์ที่ทั้งตัวมีแต่รอยปากกายิ่งชวนให้ขบขัน แต่แน่นอนว่าเขาไม่คิดจะหัวเราะหรือตำหนิลูกโดยตรงด้วยถ้อยคำที่รุนแรง เมฆินทร์ย่อตัวลงนั่งคุกเข่าเพื่อคุยกับลูกชาย“ในปากกามันมีสารเคมีหนูเล่นแล้วต้องไปอาบน้ำนะ แล้วอย่าเอาปากกามาเขียนตัวเองแบบนี้มันเป็นอันตรายครับ”“ซีร์ขอโทษครับป๊า ซีร์พาน้องดื้อ” ซีร์รัสรีบออกตัวแทนน้องชาย เป็นสิ่งประจำที่เห็นได้ทุกครั้งเมื่อน้องคนใดคนหนึ่งทำผิด“หนู หนู” เด็กชายตัวน้อยที่ร่างกายเต็มไปด้วยปากกาชูมือขึ้น สองเท้ากระโดดเหยง ๆ แล้วก้าวมายืนด้านหน้าพี่ชาย“หนูเกเย เฮียเปล่า...หนูดื้อ ป๊าดุดุหนู อย่าดุดุเฮีย”“ป๊าไม่ได้ดุดุใครเลย...แต่คราวหลังอย่าเอาปากกามาเล่นแบบนี้นะ ป๊าเป็นห่วงครับ”ฝ่ามือใหญ่สองข้างวางบนศีรษะลูกชายทั้งสอง แล้วขยี้เบา ๆ ด้วยความมันเขี้ยว“ไหนป๊าขอดูมังกรหน่อยสิ”คลาวด์หันหลังมาด้วยความภูมิใจ เมฆินทร์ทำได้เพียงยิ้มกว้างกับมังกรของลูกชาย“ตุ๊กแก” พิลวี่เอ่ยขึ้นอีกครั้งพร้อมชี้ไปยังหลังของแฝดผู้พี่“ไม่ใช่พิลวี่” ซีร์รัสเจ้าของผลงานเอ่ยปฏิเสธ“นี่ไงตุ๊กแก มีลาย ๆ”“อันนั้นไม่ใช่ลาย เรียกเกล็ดมังก
“เฮีย หนูเท่ไหม...หนูเป็นมาเฟีย”คลาวด์ตัวแสบวันนี้ได้ของเล่นเป็นปากกาของเมฆินทร์ที่ตกอยู่บนพื้น พูดจบก็ยกขวดนมขึ้นกระดกอย่างหิวโหยทั้งที่ความจริงแล้วทิ้งช่วงห่างจากขวดก่อนหน้าไม่ถึงครึ่งชั่วโมง และก่อนหน้านั้นก็ยังตุนข้าวชามโตไปอีก“เอาปากกาไปเขียนตัวเองทำไม” ซีร์รัสเอียงหน้ามองเส้นยึกยือที่อยู่ตามตัวน้องชาย เด็กน้อยเพ่งมองด้วยความไม่เข้าใจ ว่าเหตุใดน้องชายจึงเล่นสกปรกแบบนี้“เล่นสกปรก เดี๋ยวโดนคุณแม่ดุนะ...ใส่เสื้อด้วยสิ”คลาวด์ปล่อยจุกนมออกจากปาก แล้วชี้ไปที่หน้าอกตัวเองเหนือพุงกลม ๆ ที่บรรจุสารพัดของกินไว้ข้างใน“ตรงนี้เยียก เฉือเผ่น...หนูดูจากหนังฉือปะป๊ามา"ลายเส้นยึกยือหงิกงอไปมา ไม่ได้เข้าใกล้เสือหรือแมวเลยด้วยซ้ำ“เฉือเผ่นคืออะไรอะ เฮียไม่เคยได้ยิน” ซีร์รัสไม่ได้กลั่นแกล้งน้องชายแต่อย่างใด แค่เพราะฟันหน้าที่เหลือเพียงเขี้ยวแดร็กคูล่าทำให้การออกเสียงของน้องชายไม่ชัดเจน จนสร้างความเข้าใจคลาดเคลื่อนให้แก่ซีร์รัส“เฉือที่มันดุ ๆ ตัวใหญ่ ๆ...ร้อง โอ้กกกกก”คลาวด์ใช้ขาสองข้างหนีบขวดนมเอาไว้ชั่วคราว แล้วยกมือขึ้นมาทำท่ากางกรงเล็บพร้อมทำเสียงเสือคำรามน่ากลัวจนเห็นเขี้ยวสองซี่ที่ฟันหน
“เฮียเมฆ อื้อออออออ”“ดังอีก...”“อ๊า!!! งั้นเฮียก็เร็ว ๆ แรง ๆ สิ หนูจะได้ครางดัง ๆ แบบที่เฮียชอบ” เธอกำลังท้าทายเขาเมฆินทร์ปล่อยมือจากแขนของเธอข้างหนึ่งแล้วเชยคางให้อวัศยาเอี้ยวใบหน้ามาด้านหลัง จากนั้นจึงมอบจูบดูดดื่มและเร่าร้อนให้กับเธอพร้อมการโถมกระแทก เขาให้เธอลงนอนตะแคงข้างแล้วสอดใส่ซ้อนความเสียวจากด้านหลัง“อ้าขาเอาไว้กว้าง...เดี๋ยวเฮียทำให้หนูเสร็จท่านี้”เสียงแหบพร่ากระซิบที่ข้างหู อวัศยาทำตามที่เขาบอก เธอแยกยกขาข้างหนึ่งค้างเอาไว้ มือหนึ่งของเมฆินทร์ขย้ำบีบเคล้นเต้าอวบอิ่ม ร่องลึกของกลีบดอกไม้ถูกเติมเต็มด้วยความใหญ่โตของคนที่นอนซ้อนอยู่ด้านหลัง“หันมาจูบกันหน่อย”อวัศยาเอี้ยวหันกลับไปรับจูบของเมฆินทร์ มืออีกข้างของเขาลูบไล้สะโพกงามแล้ววกมาด้านหน้า นิ้วกลางที่คุ้นเคยแหวกกลีบเนื้ออกเพื่อสัมผัสกับเม็ดเต่งตึงเหนือถ้ำลึกที่กลืนกินแท่งเนื้อแข็งขืนเข้าสู่ด้านในถ้ำลึกถูกรัวกระแทกเติมเต็มพร้อมการบดบี้ขยี้เขี่ยเม็ดแห่งความกระสัน ปากเธอรับจูบที่ดูดดื่มราวกับจะกลืนเธอลงท้อง อกอวบถูกบีบเคล้นจนเป็นรอยแดง อวัศยารู้สึกเบาโหวง คล้ายล่องลอยอย่างไร้ทิศทาง เสียวบนเสียวล่างดื่มด่ำจุมพิตที่เขาม
เมฆินทร์กดสายตาลงมองภรรยาที่ปรือตาขึ้นมามองเขา แววตาของเธอฉ่ำเยิ้มไปด้วยความปรารถนา อวัศยาจับประคองความใหญ่โตนั้นเอาไว้แล้วดูดตรงส่วนปลายของมันอย่างแรง จนเมฆินทร์ต้องครางเครือในลำคอ เธอจับแท่งเนื้อนั้นมาถูไถกับใบหน้าแล้ววกกลับมาดูดจูบแรง ๆ อีกครั้ง“บนตัวหนูได้ไหม”เมฆินทร์เอ่ยถามเจ้าของเรือนร่างว่ายินยอมให้เขาปลดปล่อยก่อนได้หรือไม่ หากจะควบคุมให้ไปต่อก็ย่อมได้ ทว่าเขาแอบคิดในใจว่าหากน้ำสีขาวขุ่นข้นราดรดบนยอดเม็ดทับทิมกลางอกอวบอิ่มจะน่ามองสักแค่ไหน“เฮียอยากตรงไหน หนูตามใจทั้งนั้น”“อย่ายั่ว...เดี๋ยวจะไม่ได้นอน”“ตอนนี้หนูก็นอนอยู่...เฮียค่ะที่ไม่ได้นอน”เสียงครางเครือกระหึ่มในลำคอ จากปากสู่ร่องอกอวบ เมฆินทร์ขบกรามแน่นเมื่ออารมณ์ความปรารถนาพุ่งจนทะลุเพดาน“อาาา...” มือใหญ่กอบกุมลำแน่นของตัวเองให้ปลายของมันถูไถกับทับทิมเม็ดงามที่กลางอก ก่อนจะปลดปล่อยของเหลวขาวขุ่นข้นหนืดราดลงบนเม็ดงามคู่นั้น“สวยงามมาก...อยากรึยัง อยากให้เอาเข้าไปรึยัง”“อื้ม”“อื้มอะไร”“อยาก...นานแล้ว” เธอตอบไม่เต็มเสียงนัก ทั้งเขินอายทั้งกระสันเสียววาบหวาม ทั้งตัวร้อนรุ่ม ทั้งร่องลึกเปียกเยิ้มต้องการให้เมฆินทร์เข้าไ







