LOGINฉันไม่เคยบังคับใคร และฉันเป็นคนใจกว้างที่มีทางเลือกให้เธอถึง 3 ทาง //ทางเดินที่ปูด้วยคมมีด อีกทางคือหุบเหว และทางสุดท้ายคือนรก
View Moreยามเย็นแถบชานเมือง บนถนนผู้คนบางตา การจราจรไม่ได้แออัดหรือคลาคล่ำไปด้วยยานพาหนะและผู้คนที่สัญจรไปมาอย่างหนาแน่นเช่นในเมือง ทว่าผู้คนกลับดิ้นรนเข้าหาความวุ่นวายเหล่านั้น มุ่งหน้าเข้าสู่ความเจริญที่มากกว่าเพื่อความอยู่รอดของตนเอง เช่นเดียวกับของขวัญ หญิงสาวกำพร้าที่เสียพ่อแม่ไปตั้งแต่ยังเด็ก
ชุมชนแออัดที่ห่างออกมาจากตัวเมืองคือที่อาศัยของเธอ ซอยเล็กที่คับแคบเต็มไปด้วยบ้านเรือนที่ปลูกติดกันเป็นพืด เรียกได้ว่าคุยอะไรกันไม่ต้องแอบฟังก็ได้ยิน
ซ่า!!!!
ของขวัญเดินหลบน้ำที่สาดออกมาจากบ้านหลังหนึ่ง อาจดูน่าตกใจสำหรับคนที่ไม่เคยได้พบเจอ แต่สำหรับเธอมันคงเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันไปแล้ว ผู้คนในชุมชนไม่ได้มีระบบสาธารณูปโภคที่ดี หาเลี้ยงชีพไปวัน ๆ ตามแต่โชคชะตาจะพาไป มีตั้งแต่เรื่องถูกกฎหมายจนถึงวนเวียนขึ้นลงสถานีตำรวจจนกลายเป็นบ้านหลังที่สอง เจอหน้าร้อยเวรบ่อยยิ่งกว่าพ่อแม่
“ทำไมกลับค่ำจังล่ะ”
“ทำโอทีจ้ะ...วันนี้ได้หรือเสีย”
“วันนี้เรียกเจ้ได้เลย เจ้ามือหน้าแห้งไปเลยวันนี้”
ของขวัญสนทนากับหญิงวัยกลางคนขาไพ่อันดับหนึ่งที่คุ้นเคยกันดีในชุมชน ก่อนจะเดินผ่านไป หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าสีเข้มหลังจากพระอาทิตย์ตก สายลมเย็นชื้นพัดมาปะทะร่างกายทำให้รับรู้ได้โดยธรรมชาติว่าอีกไม่นานเม็ดฝนก็คงจะโปรยปรายลงมา เธอเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นเพราะไม่อยากเดินตากฝนให้เสื้อผ้าเปียกแนบกายท่ามกลางซอยที่เป็นแหล่งรวมอบายมุขทุกแขนง จนแทบไม่อยากจะนึกถึงสายตาขี้เมากลางวงเหล้าเขย่าไฮโลที่จะจับจ้องมายังตัวเธอยามเปียกปอน
ชีวิตความเป็นอยู่ของเธอจัดว่าไม่ดีนัก หรือหากเอ่ยกันตามตรงก็ถือว่าค่อนข้างแย่เลยทีเดียว ของขวัญต้องใช้ชีวิตดิ้นรนเพื่อเอาตัวรอดมาโดยตลอด ก่อนที่มารดาจะลาจากโลกนี้ไปได้ฝากฝังเธอเอาไว้กับพี่สาว ทว่าผู้เป็นป้าไม่ได้ปฏิบัติต่อเธออย่างดีตามที่ได้รับปากเอาไว้ บ่อยครั้งที่ป้าและลุงเขยดื่มเหล้าจนเมาแล้วทุบตีเธอ อีกทั้งยังนำปัญหามาสู่ของขวัญนับครั้งไม่ถ้วน ทั้งสองมักจะอ้างบุญคุณที่เลี้ยงดูหญิงสาวมาเป็นเงื่อนไข เพื่อให้ของขวัญต้องใช้หนี้การพนันแทน
“ขวัญรีบกลับบ้านเร็ว ป่านนี้ลุงกับป้าแกโดนซ้อมตายหรือยังไม่รู้” เข็ม เพื่อนรุ่นราวเดียวกันที่อาศัยในชุมชนวิ่งมาหาเธอด้วยสีหน้าตื่นตระหนก ไม่รู้ว่าเพื่อนต้องเผชิญกับสิ่งใดอีก ด้วยความใกล้ชิดที่ไม่อาจเลี่ยงของคนในชุมชน จึงไม่อาจปิดบังเรื่องราวที่เกิดขึ้นในชีวิตของหญิงสาวเอาไว้ได้
“อะไรเข็ม ใครทำอะไรป้ากับลุง”
“เสี่ยเม้งส่งคนมาทวงหนี้น่ะสิ คราวนี้ไม่รู้ว่าเท่าไร บ้านแกพังหมดแล้ว”
“อีกแล้วเหรอ ผ่านไปยังไม่ถึงสองอาทิตย์ก็กลับไปเล่นอีกแล้ว”
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เจ้าหนี้ติดตามลุงกับป้าของเธอมาถึงที่บ้าน ของขวัญเห็นสิ่งเหล่านี้มาตั้งแต่เด็กจนโต บางครั้งก็ถูกลูกหลงจากการทวงหนี้ไปด้วย พอโตมาก็ต้องเป็นคนที่คอยตามชดใช้ให้ป้าและลุงเขย ของขวัญวิ่งไปที่บ้านด้วยความรีบร้อน ถึงแม้ว่าสองสามีภรรยาจะไม่ได้ปฏิบัติต่อเธอดีเท่าไรนัก แต่ก็เป็นญาติสองคนสุดท้ายที่เธอรู้จักและเหลืออยู่
เสียงโหวกเหวกดังออกมาจากด้านในของบ้านหลังเล็กที่ค่อนข้างทรุดโทรม ข้าวของถูกโยนทิ้งออกมาระเกะระกะเกลื่อนกลาดอยู่ด้านนอก เสียงร้องอ้อนวอนของพรรณีดังขึ้นก่อนเสียงตะคอกก่นด่าจะตามมา
“ลุง ป้า เป็นอะไร ทำไมเป็นแบบนี้”
สภาพข้าวของด้านนอกที่เละเทะยังไม่น่าตกใจเท่าสภาพสะบักสะบอมของพรรณีและสุกิจที่นอนฟุบอยู่พื้น ใบหน้าของทั้งคู่ปูดบวม เนื้อตัวเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำ
“เสี่ยเม้งมันให้ลูกน้องซ้อมเอาน่ะสิ” พรรณีตวาดตอบอย่างฉุนเฉียว
“ลุงกับป้าเข้าบ่อนอีกแล้วเหรอ หนูพึ่งให้เงินไปจ่ายหนี้เขาก็พากันไปใหม่เหรอ” ของขวัญถามด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่ายและท้อแท้กับพฤติกรรมของป้าและลุงเขยของตัวเองที่ติดการพนันอย่างหนัก หลายต่อหลายครั้งที่เธอต้องหาเงินมาใช้หนี้พนันให้กับทั้งสองคน ไม่เช่นนั้นก็จะถูกทำร้ายร่างกายบ้าง ถูกข่มขู่พังข้าวของเสียหายบ้าง แต่ก็ไม่เคยเข็ดหลาบ
“เอ้า อีหลานเวร มีสิทธิ์อะไรมาว่าฉันฉอด ๆ เงินแค่นั้นเทียบกับบุญคุณของฉันที่ไม่ปล่อยให้แกนอนข้างถนนได้รึไง ฉันก็แค่อยากแก้มือ ไปเอาเงินมาคืนให้แกนี่ไง แทนที่จะสำนึกถึงความพยายามของพวกฉัน” น้ำเสียงของป้าเหยียดหยันพร้อมใช้นิ้วชี้ผลักไปที่หน้าผากมนของร่างบาง จนหน้าต้องหันตามแรงมือ
“เออ ป่านนี้คงได้กลายเป็นคนเร่ร่อน หรือไม่ก็ถูกเอาไปขายที่ไหนแล้วก็ไม่รู้” สุกิจเอ่ยสนับสนุนภรรยาของตน โดยไม่คิดแยกแยะ และตัวเขาเองนั่นแหละคือตัวการที่พาพรรณีก้าวเข้าสู่วังวนนี้
“ลุงกับป้าอย่าเข้าบ่อนอีกเลย หนูขอล่ะ จะให้ทำอะไรก็ยอม” หลานสาวกำพร้าเอ่ยขอร้องทั้งน้ำตาด้วยความเหนื่อยล้าในใจ ตลอดหลายปีที่ผ่านมาของขวัญต้องแบกรับภาระทุกอย่างภายในบ้าน รวมถึงหนี้สินจากการพนันที่นับวันจะมากขึ้นเรื่อย ๆ จากหลักพันค่อย ๆ ขยับขึ้นไปจนแตะหลักหมื่น บางครั้งก็หลายหมื่น แน่นอนว่าทุกครั้งก็เป็นเธอที่ต้องแก้ปัญหาให้มาโดยตลอด
“จริงเหรอ ที่แกว่าอะไรก็ยอม” พรรณีถามย้ำเพื่อความมั่นใจ ความคิดที่ชั่วร้ายในหัวได้รับการตอบสนอง สองสามีภรรยามองสบตากัน ยกยิ้มอย่าเจ้าเล่ห์แฝงไปด้วยเลศนัย
“ขอแค่ลุงกับป้าไม่เข้าบ่อนอีก”
“ได้ ๆ ป้าจะไม่เข้าบ่อนอีก แต่แกต้องทำตามที่บอกนะ อย่าโกหกนะ”
“รอบนี้เท่าไรหนูจะพยายามหามาจ่ายให้”
“สองแสน” สุกิจเอ่ยตอบสั้น ๆ หากแต่ดังก้องในสมองของหลานสาว อาจเป็นเพียงเศษเงินของใครบางคน ทว่าสำหรับของขวัญทั้งชีวิตเธอก็ยังไม่เคยได้เห็นมันเสียด้วยซ้ำ
“สองแสน!!!!!!!” ดวงตาคู่งามเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงเป็นที่สุด เมื่อได้ยินจำนวนเงินยอดหนี้สินที่มากมายจากการเล่นพนันของคนทั้งสอง
“นี่ลุงกับป้าทำไมถึงเล่นเสียเยอะได้ขนาดนั้น เงินตั้งสองแสนหนูจะไปเอามาจากไหน”
“แกไม่ต้องหาเงินหรอก”
“ป้าหมายความว่ายังไง” หลานสาวเอ่ยถามป้าด้วยความไม่เข้าใจ
“ก็เสี่ยเขาอยากได้แก...ไปเป็นเมียอีกคน”
“ป้า!!! เมียอีกคนมันก็คือเมียน้อย”
“แล้วแกจะไปใช้คำว่าเมียน้อยทำไม อีกอย่างเมื่อกี้แกก็บอกเองว่าอะไรก็ยอม”
ดั่งคำมั่นที่ได้มอบให้บิดามารดา โดยไม่รู้เลยว่าอนาคตจะเป็นเช่นไร วันเวลาล่วงเลยมาเนิ่นนานจากวันเป็นเดือนหมุนผ่านเป็นปี คำมั่นในวัยเก้าขวบของเด็กชายพยับเมฆยังคงเป็นเช่นนั้นมาโดยตลอด ความรักของพี่ชายมอบไว้ให้น้องทั้งสอง ทั้งดูแลและปกป้องอย่างดีที่สุดทว่าหากหมุนย้อนคืนเวลากลับไปได้ ซีร์รัสในวัยยี่สิบสามปีจะไม่ยอมพูดอะไรแบบนั้นออกมาเป็นอันขาด หรือไม่ถ้าเปลี่ยนได้ขอให้คำมั่นแค่กับพิลวี่คนเดียวก็พอ“คุณครูโทรมาบอกเฮียว่าคลาวด์โดดเรียน”ผู้ปกครองจำเป็นเคยถามน้องชายที่แอบเอาเบอร์โทรศัพท์ตัวเองไปให้คุณครูแทนเบอร์โทรศัพท์ของเมฆินทร์และอวัศยา ความเจ้าเล่ห์กะล่อนร้ายไม่มีใครเกินคลาวด์ตัวแสบ ที่ขยันสร้างงานให้พี่ชายอย่างซีร์รัส“คลาวด์ไม่ได้โดดเรียน แค่ไปสั่งสมประสบการณ์นอกรั้ว”“คลาวด์ไปไหนมา ไม่งั้นเฮียไม่ไปนะ พรุ่งนี้ให้ป๊าไปพบครูเองเลย”“จะบ้าเหรอ ให้ป๊าไปก็โดนกินหัวสิ” คลาวด์บ่นอุบอิบ ที่ให้ครูที่โรงเรียนโทรหาพี่ชายก็เพราะกลัวว่าเรื่องจะถึงเมฆินทร์ผู้เป็นพ่อ แต่พี่ชายบังเกิดเกล้ากลับข่มขู่กันแบบนี้ซะได้“แล้วจะโดดทำไม”“คลาวด์เน้นเข้าร่วม ไม่เน้นเข้าเรียน”น้องชายตัวดีทิ้งตัวลงนั่งข้างซีร์รั
“ของเฮีย แจ้มน้องหมอกของเฮีย...ปะป๊าห้ามขโมย”“โอ้โห...คนมาทีหลังทำไมเขาออกตัวแรงแบบนี้”เมฆินทร์หัวเราะลูกชาย เพราะตั้งแต่รู้ความเจ้าคลาวด์ตัวแสบก็หวงมารดายิ่งกว่าอะไร ทั้งยังทำตัวติดหนึบ“มาเฟียที่ไหนติดแม่ครับ”“ปะป๊าจะเป็น...” คลาวด์หันไปหาพี่ชาย “เฮียเยียกอะไรนะ ที่ไม่ถูกกัน...ที่ไม่ชอบกัน”“ศัตรู” ซีร์รัสกระซิบบอกน้องชายเบา ๆ“อื้ม ๆ” ตัวแสบหันกลับมาหาบิดาอีกครั้ง“ปะป๊าจะเป็นศัตรูกับหัวหน้ามาเฟียตุ๊กแกหยอ”เมฆินทร์ชำเลืองมองขวดนมของรักของหวงแล้วยื่นมือไปคว้ามาถือไว้“ใช่...แล้วนี่ก็คือตัวประกัน”คลาวด์ทำหน้ามุ่ยหันมองหน้าอวัศยาเพื่อขอความช่วยเหลือ ทว่ามารดากลับส่ายหน้าเบา ๆ“อยากได้ขวดนมคืนก็เอาคุณแม่มาแลก”“ไม่ได้ เฮียคลาวด์จะปกป้องคุณแม่จากอสูรร้าย”“เฮียคลาวด์ไม่เป็นมาเฟียแล้วเหรอ” อวัศยาเอ่ยเย้าแหย่ลูกชาย“เป็นมาเฟียสู้กับอสูร”จินตนาการของเด็กน้อยช่างล้ำลึกจากมาเฟียสักลายมังกรสู่มาเฟียสู้อสูร การ์ตูนทุกเรื่องที่เคยดูหลอมรวมมาไว้เป็นเรื่องเดียว มาเฟียฟันหลอผละออกจากอกมารดาแล้วพุ่งตัวเข้าหาเมฆินทร์ คลาวด์กระโจนเข้าหาบิดาที่พร้อมจะเอนตัวลงนอน ทั้งสองคนกอดกันกลิ้งไปมาพร้อมเสีย
เมฆินทร์มองลูกทั้งสองเพียงครู่ก็เข้าใจได้ ยิ่งเห็นคลาวด์ที่ทั้งตัวมีแต่รอยปากกายิ่งชวนให้ขบขัน แต่แน่นอนว่าเขาไม่คิดจะหัวเราะหรือตำหนิลูกโดยตรงด้วยถ้อยคำที่รุนแรง เมฆินทร์ย่อตัวลงนั่งคุกเข่าเพื่อคุยกับลูกชาย“ในปากกามันมีสารเคมีหนูเล่นแล้วต้องไปอาบน้ำนะ แล้วอย่าเอาปากกามาเขียนตัวเองแบบนี้มันเป็นอันตรายครับ”“ซีร์ขอโทษครับป๊า ซีร์พาน้องดื้อ” ซีร์รัสรีบออกตัวแทนน้องชาย เป็นสิ่งประจำที่เห็นได้ทุกครั้งเมื่อน้องคนใดคนหนึ่งทำผิด“หนู หนู” เด็กชายตัวน้อยที่ร่างกายเต็มไปด้วยปากกาชูมือขึ้น สองเท้ากระโดดเหยง ๆ แล้วก้าวมายืนด้านหน้าพี่ชาย“หนูเกเย เฮียเปล่า...หนูดื้อ ป๊าดุดุหนู อย่าดุดุเฮีย”“ป๊าไม่ได้ดุดุใครเลย...แต่คราวหลังอย่าเอาปากกามาเล่นแบบนี้นะ ป๊าเป็นห่วงครับ”ฝ่ามือใหญ่สองข้างวางบนศีรษะลูกชายทั้งสอง แล้วขยี้เบา ๆ ด้วยความมันเขี้ยว“ไหนป๊าขอดูมังกรหน่อยสิ”คลาวด์หันหลังมาด้วยความภูมิใจ เมฆินทร์ทำได้เพียงยิ้มกว้างกับมังกรของลูกชาย“ตุ๊กแก” พิลวี่เอ่ยขึ้นอีกครั้งพร้อมชี้ไปยังหลังของแฝดผู้พี่“ไม่ใช่พิลวี่” ซีร์รัสเจ้าของผลงานเอ่ยปฏิเสธ“นี่ไงตุ๊กแก มีลาย ๆ”“อันนั้นไม่ใช่ลาย เรียกเกล็ดมังก
“เฮีย หนูเท่ไหม...หนูเป็นมาเฟีย”คลาวด์ตัวแสบวันนี้ได้ของเล่นเป็นปากกาของเมฆินทร์ที่ตกอยู่บนพื้น พูดจบก็ยกขวดนมขึ้นกระดกอย่างหิวโหยทั้งที่ความจริงแล้วทิ้งช่วงห่างจากขวดก่อนหน้าไม่ถึงครึ่งชั่วโมง และก่อนหน้านั้นก็ยังตุนข้าวชามโตไปอีก“เอาปากกาไปเขียนตัวเองทำไม” ซีร์รัสเอียงหน้ามองเส้นยึกยือที่อยู่ตามตัวน้องชาย เด็กน้อยเพ่งมองด้วยความไม่เข้าใจ ว่าเหตุใดน้องชายจึงเล่นสกปรกแบบนี้“เล่นสกปรก เดี๋ยวโดนคุณแม่ดุนะ...ใส่เสื้อด้วยสิ”คลาวด์ปล่อยจุกนมออกจากปาก แล้วชี้ไปที่หน้าอกตัวเองเหนือพุงกลม ๆ ที่บรรจุสารพัดของกินไว้ข้างใน“ตรงนี้เยียก เฉือเผ่น...หนูดูจากหนังฉือปะป๊ามา"ลายเส้นยึกยือหงิกงอไปมา ไม่ได้เข้าใกล้เสือหรือแมวเลยด้วยซ้ำ“เฉือเผ่นคืออะไรอะ เฮียไม่เคยได้ยิน” ซีร์รัสไม่ได้กลั่นแกล้งน้องชายแต่อย่างใด แค่เพราะฟันหน้าที่เหลือเพียงเขี้ยวแดร็กคูล่าทำให้การออกเสียงของน้องชายไม่ชัดเจน จนสร้างความเข้าใจคลาดเคลื่อนให้แก่ซีร์รัส“เฉือที่มันดุ ๆ ตัวใหญ่ ๆ...ร้อง โอ้กกกกก”คลาวด์ใช้ขาสองข้างหนีบขวดนมเอาไว้ชั่วคราว แล้วยกมือขึ้นมาทำท่ากางกรงเล็บพร้อมทำเสียงเสือคำรามน่ากลัวจนเห็นเขี้ยวสองซี่ที่ฟันหน





