LOGINอีกฝ่ายตกอยู่ในภวังค์เหม่อลอย ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่หลี่ลี่กุมมือเธอไว้ “คุณวางใจได้เลยค่ะ พวกเราจะต้องช่วยลูกชายของคุณออกมาให้ได้แน่นอน!”พอได้ยินคำนี้ พยาบาลก็พยักหน้ารับ ทำได้เพียงฝากความหวังทั้งหมดไว้ที่พวกเขาเมื่อออกจากบ้านของพยาบาลและกลับเข้ามาในรถ ขณะที่กู้ฉือจวินกำลังคาดเข็มขัดนิรภัย เขาก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้หลี่ลี่มองด้วยความสงสัย เอ่ยถามขึ้น “นายหัวเราะอะไรเนี่ย?”“หัวเราะคุณนั่นแหละ” กู้ฉือจวินสบตากับแววตาที่ฉายแววฉงนและมีความไร้เดียงสาของเธออย่างจนใจ “คุณไม่รู้ด้วยซ้ำว่าลูกชายของเขาอยู่ที่ไหน แต่กลับกล้าเอ่ยปากรับประกันซะดิบดีขนาดนั้นได้ยังไง?”เธอสำลักคำพูดทันที “ฉัน... ฉันก็ทำไปเพื่อให้เธอสบายใจต่างหากล่ะ! อีกอย่าง เมื่อกี้นายเองก็บอกไม่ใช่เหรอว่า ลูกชายของเธอต้อง อย่างน้อยตอนนี้ก็ควรจะปลอดภัยดี”คำพูดช่วงท้ายนั้นตัวเธอเองก็ไม่ค่อยแน่ใจนัก น้ำเสียงจึงพลอยอ่อนยวบลงไปด้วยกู้ฉือจวินกระตุกมุมปาก จะว่ายิ้มก็ไม่ใช่จะบอกว่าไม่ยิ้มก็เชิง “ผมไม่กล้ารับประกันหรอกนะ”เธอลดสายตาลงมองต่ำ สองมือขย้ำกางเกงแน่น “คงไม่ได้เกิดเรื่องขึ้นจริง ๆ หรอกนะ...”เมื่อเห็นว่าเธอเป็น
จนกระทั่งทางหยุนซานเปิดเส้นทางร่วมมือกับโรงพยาบาล ทำให้โรงพยาบาลของพวกเขามียาทรงประสิทธิภาพเช่นกัน ยิ่งไปกว่านั้นยาทรงประสิทธิภาพเหล่านี้ยังมีราคาถูกกว่านำเข้าอยู่มาก ช่วยให้ผู้ป่วยโรคมะเร็งในอำเภอหลายคนสามารถแบกรับค่าใช้จ่ายและยื้อชีวิตต่อไปได้ง่ายขึ้นทว่าตั้งแต่เมื่อสามปีก่อน จู่ ๆ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลก็สั่งให้ห้องจ่ายยาเพิ่มราคายาทรงประสิทธิภาพของหยุนซานให้สูงขึ้นช่วงแรกพวกเขาคิดว่าเป็นความประสงค์ทางฝั่งหยุนซาน ประกอบกับในปีนั้นทางหยุนซานไม่ได้ส่งคนมาตรวจสอบบัญชีตามระเบียบปฏิบัติเหมือนเคย แต่พอถึงกำหนดวันที่ไรก็จะมีคนนำส่งยามาให้เสมอ เธอจึงไม่ได้คิดอะไรมากตามคำสั่งของผู้อำนวยการ หลังจากห้องจ่ายยาปรับราคายาทรงประสิทธิภาพขึ้น ช่วงแรกก็ยังคงทำกำไรได้ตามปกติ แม้ว่าราคาจะสูงกว่าเดิมอยู่ห้าสิบกว่าบาท แต่ญาติผู้ป่วยจำนวนมากก็ยังคงพอรับได้ กระทั่งเธอเข้ามารับช่วงต่อสมุดบัญชี ถึงได้พบจุดที่ผิดปกติเข้าหลี่ลี่อ้าปากค้างเล็กน้อย แววตาฉายแววเคลือบแคลง “ตอนที่เราตรวจสอบบัญชีกันวันนั้น ตัวเลขยอดเงินไม่ตรงกัน แต่การเข้าออกของตัวยากลับมีหลักฐานบันทึกไว้ครบถ้วน มันเป็นเพราะอะไรกัน?”พยาบาลสู
สีหน้าของป้าคนนั้นดูย่ำแย่อย่างถึงที่สุด ถึงตอนนี้เธอไม่สนเรื่องเอาหน้าเอาตาอะไรอีกแล้ว ผลักลูกชายออกแล้วเดินปรี่มาหยุดอยู่ตรงหน้ากู้ฉือจวินพร้อมกับชี้หน้าด่ากราด "ได้สิ งั้นก็แจ้งความเลย! นึกว่ามีแต่พวกแกหรือไงที่แจ้งความเป็นน่ะ! วันนี้พวกแกมากล่าวหาว่าลูกสะใภ้ฉันขายยาปลอม ถ้าเอาหลักฐานออกมาไม่ได้ล่ะก็ ฉันจะเอาเรื่องพวกแกให้ถึงที่สุด คอยดู!"หลี่ลี่ถึงกับอึ้งงันไป หลักฐานเหรอ?แย่แล้ว พวกเธอมีหลักฐานที่ไหนกันล่ะ!เธอรีบหันไปมองกู้ฉือจวินทันที กู้ฉือจวินกลับมีสีหน้าราบเรียบไม่เปลี่ยน เขายกโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดเบอร์โทรออกจริง ๆ"สวัสดีครับ ช่วยโอนสายไปยังสถานีตำรวจอำเภอหลี่เซี่ยนให้หน่อยครับ""แก... แก..." นึกไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะทำจริงขึ้นมา ป้าโกรธจนมือสั่นระริก แทบจะเป็นลมล้มพับไป ลูกชายรีบเข้ามาประคองแม่ของตัวเองไว้ทันที "แม่ครับ!""อย่าแจ้งความนะ!" ในที่สุด พยาบาลสาวที่คอยหลบหน้าอยู่ตลอดก็วิ่งเตลิดออกมาจากในบ้าน ดวงตาแดงก่ำมองมาทางกู้ฉือจวินและหลี่ลี่ "ฉันยอมพูดทุกอย่างแล้ว พวกคุณอย่าแจ้งความเลยนะคะ! แจ้งความไม่ได้เด็ดขาดนะ!"กู้ฉือจวินลดโทรศัพท์ลง น้ำเสียงราบเรียบ "ผมรู้ว่าเร
เรื่องนี้ได้รับความสนใจจากทางหน่วยงานปกครองท้องถิ่นของอำเภออย่างรวดเร็วเช่นกัน ภายหลังการประชุมสิ้นสุดลง หม่าอี้ที่มีสีหน้าบึ้งตึงทะมึนก็ได้เดินทางไปยังที่พักของเถ้าแก่จง เถ้าแก่จงทราบข่าวล่วงหน้านานแล้วและรู้ดีว่าอีกฝ่ายมาด้วยเหตุใด แต่ก็ยังคงประดับรอยยิ้มออกมาต้อนรับแขกที่ห้องรับแขก "ท่านมาแล้วหรือครับ..."หม่าอี้เดินมาหยุดหน้าโต๊ะ ก่อนจะกวาดคว่ำชุดน้ำชาบนโต๊ะอย่างแรง การกระทำที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันนี้ทำให้ลูกน้องที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ตกใจจนไม่มีใครกล้าเงยหน้า ต่างพากันก้มหน้าหลุบตาลงเงียบกริบรอยยิ้มของเถ้าแก่จงชะงักค้างไปเล็กน้อย ทว่ายังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิมโดยสีหน้าไม่เปลี่ยนหลังจากระบายอารมณ์ออกไปชุดใหญ่แล้ว หม่าอี้ก็เดินตรงเข้ามาหาเขา สีหน้ายากจะคาดเดา "มันเกิดเรื่องอะไรขึ้น พวกเวรนั่นโผล่มาจากไหน แล้วตอนที่ข่าวเพิ่งออกมาทำไมถึงไม่รีบมาบอกฉันให้เร็วกว่านี้!"เถ้าแก่จงหลุบตาลง กัดฟันอธิบาย "ขออภัยด้วยครับท่านผู้อำนวยการ ตอนที่ผมรู้ข่าว เรื่องมันก็สายเกินไปเสียแล้วครับ""...หัวหน้าครับ ความจริงแล้วโทษพี่จงไม่ได้หรอกครับ" ชายร่างสูงใหญ่บึกบึนที่มีรอยสักรูปงูที่คอเดินออกมาช่วยอธิบา
หลี่ลี่ยื่นหน้าเข้าไปดู "โทรศัพท์จากพี่ชายฉันเหรอ"กู้ฉือจวินกดรับสาย ปลายสายเอ่ยปากขึ้นมาก็พูดถึงชื่อ "หม่าอี้" ในทันที"ประธานฮั่วตัวอยู่ถึงเมืองจิง แต่หูตากว้างไกลไม่เบาเลยนะครับ" กู้ฉือจวินใช้น้ำเสียงราบเรียบ เมื่อเหลือบเห็นหลี่ลี่ยื่นหัวเข้ามาแอบฟัง เขาก็ไม่ได้หลบเลี่ยง "หม่าอี้ถูกย้ายมาจากเมืองเจียงเฉิงจริง ๆ จุดประสงค์อะไรผมไม่ทราบ แต่มีความเป็นไปได้สูงมากว่าจะพุ่งเป้ามาที่หยุนซานของพวกคุณ"ปลายสายส่งเสียงหัวเราะในลำคอเบา ๆ "ก็อาจจะใช่ แต่ผมก็นึกว่าคุณแค่แวะมาเที่ยวอำเภอหลีเซี่ยนเล่น ๆ สักสองสามวันเสียอีก ตอนนี้น้องสาวผมยังติดอยู่ที่อำเภอหลีเซี่ยน คุณเองก็พลอยอยู่ต่อด้วยงั้นหรือ""ไม่ใช่คุณเป็นคนเชิญผมมาหรอกหรือครับ" กู้ฉือจวินถามกลับ น้ำเสียงแฝงรอยยิ้มจาง ๆ ที่แทบสังเกตไม่เห็น "ให้ผมมาปกป้องน้องสาวคุณถึงที่แบบนี้ ผมคิดค่าตัวนะ ประธานฮั่ว"หลี่ลี่ชะงักไปทันควัน "หมายความว่ายังไง นายไม่ได้มาเพราะฉันหรอกเหรอ!"ฮั่วจินเฉินได้ยินเสียงของหลี่ลี่ก็ขมวดคิ้ว "พวกคุณอยู่ด้วยกันเหรอ"กู้ฉือจวินยื่นโทรศัพท์ส่งให้หลี่ลี่ ส่วนสายตาของเขายังคงจับจ้องมองทางข้างหน้าอย่างมีสมาธิ เมื่อหลี่
กู้ฉือจวินนิ่งเงียบไปสองวินาที ก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างอ่อนใจ"นายจะถอนหายใจทำไมเนี่ย ตกลงนายจะแต่งกับฉันไหม!" หลี่ลี่คว่ำปากนั่งคร่อมอยู่บนเอวของเขา สีหน้าราวกับลูกแมวที่ไม่พอใจ หรี่เปลือกตาลงพลางแยกเขี้ยวขู่ฟ่อบีบคั้นเอาคำตอบจากเขาเขาปล่อยให้เธอวุ่นวายอยู่ในอ้อมอกของเขาอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงกุมข้อมือของเธอไว้ "ข่าวเรื่องการหมั้นหมายของผมกับตระกูลนีเพิ่งจะแพร่ออกไปได้แค่ไม่กี่เดือน จู่ ๆ จะให้แต่งงานกับคุณตอนนี้ มันยังไม่เหมาะ"หลี่ลี่ผละตัวออกจากอ้อมกอดของเขา เท้าทั้งสองข้างแตะลงพื้น "นายก็แค่ไม่อยากแต่งกับฉันต่างหากล่ะ ช่างเถอะ ถ้างั้นฉันไม่แต่งแล้ว!"เธอพูดจบก็ทำท่าจะเดินออกไปอีก กู้ฉือจวินรีบคว้ามือเธอไว้แล้วดึงเข้ามากอดจากทางด้านหลัง เขารู้สึกจนปัญญาแต่ก็ไม่ได้โมโหเธอ "ช่วยฟังผมพูดให้จบดี ๆ ก่อนไม่ได้หรือไง ต่อให้ต้องไปสู่ขอคุณที่บ้านจริง ๆ ก็ต้องรอให้จัดการเรื่องของตระกูลนีให้เรียบร้อยเสียก่อน"มุมปากของเธอค่อย ๆ ยกยิ้มขึ้น ถูกง้อจนอารมณ์ดีขึ้นมาแล้ว จากนั้นจึงหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับเขา "งั้น... นายไม่ได้ชอบคุณหนูนีเหรอ""ถ้าผมชอบเธอ ผมยังจะมาอยู่ที่นี่ไหม"หลี่ลี่ถึงกั






![บ่วงรักรอยบาป [NC-20+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
