Masukวันต่อมา ที่บ้านใหญ่ตระกูลกู้กำลังมีการเจรจากับสามีภรรยาตระกูลนีเรื่องการยกเลิกการหมั้นหมาย ถึงแม้ว่ากู้ถิงจะพยายามประนีประนอมบรรยากาศ และให้สัญญาว่าหากในอนาคตตระกูลนีต้องการความช่วยเหลือประการใดก็ตาม ตระกูลกู้ยินดีจะทุ่มเทสนับสนุนจนถึงที่สุด แต่สามีภรรยาตระกูลนีกลับไม่ได้รู้สึกซาบซึ้งใจเลยแม้แต่น้อย โดยเฉพาะคุณนายนีท่ามกลางความเงียบงันปกคลุมไปทั่วห้องรับรอง เธอวางถ้วยชาลง เสียงกระทบกันของก้นถ้วยดังกังวานชัดเจน ท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบสงัดราวกับป่าช้านี้ช่างบาดหูเสียจริง“คุณกู้พูดจาหรูหราฟังดูดีเสียจริงนะคะ” เธอจัดแต่งปลายแขนเสื้ออย่างเชื่องช้า น้ำเสียงเจือแววไม่พอใจที่ไม่ได้ปิดบังแม้แต่น้อย “ตระกูลนีของเราไม่เคยขาดเงินทองหรือฐานะหน้าตาเลย แต่สิ่งที่เราต้องการคือศักดิ์ศรี และความบริสุทธิ์ของลูกสาวต่างหาก ในเมื่อเรื่องการแต่งงานระหว่างสองตระกูลได้ประกาศออกไปให้สาธารณชนรับรู้แล้ว แต่พวกคุณกลับมาบอกว่าจะขอยกเลิกการหมั้นหมายกะทันหันแบบนี้เนี่ยนะคะ? ลูกสาวฉันถูกถอนหมั้นอย่างไร้สาเหตุ เสียงซุบซิบนินทาจากคนนอกหลังจากนี้ ทางตระกูลกู้คิดจะจัดการยังไงคะ?”กู้ถิงมีสีหน้าลำบากใจ เขาคาดการณ์
“ผมขับรถมา ไม่ดื่มหรอกครับ”“มารับคนสินะ?”“ยังต้องถามอีกเหรอ?”ทั้งสองคนผลัดกันพูดไปมาประโยคต่อประโยคราวกับกำลังเล่นทายปริศนาคำใบ้อยู่เสิ่นชูหันไปถามหลี่ลี่ “ทานข้าวเสร็จแล้วอยากเคลียร์กับเขาสักหน่อยไหม?”หลี่ลี่เม้มปากแน่นไม่ยอมพูดอะไร ทำเพียงช้อนสายตาขึ้นมองกู้ฉือจวินแวบหนึ่ง และจังหวะนั้นเอง กู้ฉือจวินก็มองตรงมาพอดีความจริงแล้วเธอคิดไว้ตั้งแต่แรกแล้วว่า ถ้าหากกู้ฉือจวินมาตามรับเธอกลับด้วยตัวเอง เธอก็พร้อมจะกลับไปกับเขาแต่เธอก็ไม่คิดว่าเขาจะตามมาเร็วขนาดนี้!แบบนี้มันจะไม่ทำให้สิ่งที่เธอทำมาทั้งหมดกลายเป็นการหาเรื่องงี่เง่าไปหน่อยเหรอ?ฮั่วจินเฉินวางแก้วลงแล้วเอ่ยสั่งแม่บ้าน “ไปหยิบกระเป๋าเดินทางของเธอลงมา”แม่บ้านถึงกับชะงักค้างไปทันทีเธอเพิ่งจะจัดห้องเสร็จไปเมื่อบ่ายนี้เองนะ!“คุณหนูหลี่ จะกลับแล้วเหรอคะ?” แม่บ้านหันไปถามเพื่อความแน่ใจอีกครั้งฮั่วจินเฉิน “...”นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้ซาบซึ้งถึงคำว่า ความมีอำนาจตัดสินใจในบ้านหลังนี้ของตนได้หลุดลอยไปแล้วอย่างแท้จริงหลี่ลี่ใช้ตะเกียบเขี่ยเมล็ดข้าวในชามเล่น “ค่ะ รบกวนด้วยนะคะ”แม่บ้านพยักหน้ารับ ไม่นานนักเธอก็ลาก
“ยัยนั่นอยู่กับคุณใช่ไหม?”“ใช่ค่ะ” เสิ่นชูเดินออกไปที่ระเบียง “ฉันถามเธอแล้ว เธอว่ากำลังหนีออกจากบ้านอยู่ กลัวเสียหน้าน่ะ ต้องให้คุณมาง้อถึงจะยอมกลับ”น้ำเสียงจากปลายสายเจือความจนปัญญาอยู่เล็กน้อย “งั้นไว้ผมค่อยไปรับยัยนั่นตอนดึก ๆ หน่อยแล้วกัน”เสิ่นชูเอ่ยถาม “แล้วเรื่องคุณนีนานั่นมันยังไงกันแน่?”“นีนามาเมืองจิงไม่ได้มาเพื่อเจอผมหรอกครับ แค่แวะมาคุยเรื่องยกเลิกการหมั้นหมายเฉย ๆ ผมไม่คิดว่าเธอจะหึงขนาดนี้” กู้ฉือจวินนวดสันจมูกของตัวเอง ท่าทางกลัดกลุ้มแบบนี้จะมีให้เห็นก็ต่อเมื่อเขาต้องเจอเคสผู้ป่วยโรคยากเท่านั้น“เธอเป็นคนคิดมาก ช่วงแรกนี้คงต้องรบกวนคุณช่วยอดทนเอาใจใส่เธอให้มากขึ้นหน่อย ส่วนเรื่องของคุณกับคุณหนูนี ก็อธิบายให้เธอฟังดี ๆ เดี๋ยวเธอก็ยอมรับฟังเอง”หลังวางสาย เสิ่นชูเพิ่งมารู้สึกตัวว่าช่วงนี้เธอนี่ทำหน้าที่เป็น “ที่ปรึกษาปัญหาหัวใจ” ได้ดีเยี่ยมจริง ๆ ปลอบคนโน้นทีคนนี้ทีฮั่วจินเฉินกลับจากบริษัทเร็วกว่ากำหนด พอเดินเข้าบ้านมาก็เห็นภาพที่หลี่ลี่กำลังคลอเคลียอยู่กับเสิ่นชู ทั้งสองคนกำลังนั่งเล่นเกมกันอยู่แม่บ้านเดินออกจากห้องครัวออกมาต้อนรับ “คุณผู้ชายกลับมาแล้วค่ะ คุ
ฮั่วเฉิงเยี่ยเพิ่งออกจากบ้านใหญ่ได้ไม่นาน หวังน่าก็นำข่าวมารายงานให้ฮั่วจินเฉินฟังฮั่วจินเฉินนั่งลงบนเก้าอี้หมุนอย่างไม่รีบร้อน มือพลิกเปิดแฟ้มเอกสารที่วางเตรียมไว้บนโต๊ะอย่างไม่ใส่ใจ “ป่วยเป็นโรคอะไร ไปตรวจสอบหรือยัง?”หวังน่าเอ่ย “ในข้อมูลระบุว่าเป็นโรคไตค่ะ ตอนที่อยู่ในเรือนจำมีประวัติการใช้ยาและการรักษาอยู่”“ไม่ไปโรงพยาบาล แต่กลับวิ่งไปคุกเข่าที่บ้านใหญ่ก่อน ดูท่าอาการป่วยของเขาคงยังไม่ถึงขั้นเป็นอันตรายถึงชีวิตสินะ” สายตาของฮั่วจินเฉินหยุดอยู่ที่หัวกระดาษครู่หนึ่ง ปลายนิ้วเคาะเบา ๆ บนแผ่นกระดาษ น้ำเสียงยากนักจะค้นหาเศษเสี้ยวอารมณ์โกรธ “เรื่องแค่นี้ก็ยื่นขอรักษาตัวนอกเรือนจำได้ คนที่อยู่เบื้องหลังคงไม่ธรรมดา”หวังน่าเข้าใจความนัยทันที จึงรีบเสริมขึ้นว่า “น่าสงสัยจริง ๆ ค่ะ ตามรายงานจากสายข่าวระบุว่า ตอนที่ฮั่วเฉิงหยุนตรวจร่างกายครั้งแรกในเรือนจำไม่พบความผิดปกติใด ๆ เพิ่งจะมาวินิจฉัยว่าเป็นโรคไตเมื่อสองเดือนก่อนนี่เองค่ะ ตอนนี้ดิฉันชักจะไม่แน่ใจแล้วว่าอันไหนจริงอันไหนปลอม”“จะจริงหรือปลอม เดี๋ยวเวลาก็เป็นเครื่องพิสูจน์เอง” ฮั่วจินเฉินปิดแฟ้มเอกสารแล้วโยนไว้ข้าง ๆ ตัว เอนกายพิ
หางคิ้วของฮั่วจินเฉินเลิกขึ้นเล็กน้อย สีหน้าที่เมื่อครู่ยังดูผ่อนคลายสบาย ๆ หายวับไปในพริบตา รัศมีความเย็นเยียบแผ่ซ่านออกมาจนบรรยากาศลดฮวบลง“เข้าใจแล้วครับ เดี๋ยวผมจะให้คนคอยจับตาดูไว้ มีอะไรอีกไหมครับ?”“ไม่มีแล้ว แค่โทรมาเตือนแกไว้ก่อน อีกอย่าง รีบให้คนไปรับลูกสาวแกกลับมาได้แล้ว ปล่อยให้แม่แกคอยช่วยเลี้ยงหลานอยู่เรื่อย มันดูไม่เข้าท่าเลยนะ!”ฮั่วจินเฉินหัวเราะในลำคอเบา ๆ “ถ้าอย่างนั้นคุณพ่อจะมาช่วยเลี้ยงเองก็ได้นะครับ”ฮั่วเฉิงเยี่ยตัดสายทิ้งอย่างรวดเร็วฮั่วจินเฉินโยนโทรศัพท์มือถือไว้ข้างกายอย่างไม่ใส่ใจนัก เสิ่นชูซึ่งจับสังเกตการเปลี่ยนแปลงทางสีหน้าของเขาได้อย่างรวดเร็วจึงเอ่ยถามขึ้น “เกิดอะไรขึ้นเหรอ?”“ดูท่าเรื่องชดเชยของเราคงต้องเลื่อนออกไปก่อนแล้วล่ะ” ปลายนิ้วเรียวไล้แผ่วเบาผ่านปลายผมของเธอ “อารองถูกปล่อยตัวออกมาแล้ว เกรงว่าการกลับมาของเขาครั้งนี้ คงจะไม่สงบเป็นแน่”หัวคิ้วของเสิ่นชูขมวดมุ่นเข้าหากันทันทีฮั่วเฉิงหยุนได้ออกมารักษาตัวนอกเรือนจำแบบนี้ ไม่ใช่เรื่องดีอย่างแน่นอนในอดีตเขาร่วมมือกับตระกูลฉินวางแผนสร้างอุบัติเหตุรถยนต์ขึ้นมาจนเป็นเหตุให้คุณหญิงย่าฮั่วเสียชี
เช้าวันถัดมา เสิ่นชูตื่นขึ้นมาพร้อมกับอาการปวดศีรษะตุบ ๆ ราวกับหัวจะระเบิด สิ่งเดียวที่เธอจำได้ราง ๆ คือเมื่อคืนเธอเผลอดื่มแอลกอฮอล์เข้าไป แต่กลับจำไม่ได้เลยสักนิดว่าตัวเองกลับมาถึงห้องนอนได้อย่างไร เธอยกมือขึ้นนวดขมับเบา ๆ แล้วหันไปมองทางโต๊ะข้างเตียง ซึ่งมีน้ำอุ่นหนึ่งแก้วกับยาแก้เมาค้างวางเตรียมไว้ ข้าง ๆ กันมีกระดาษโน้ตแปะทับไว้ด้วยตัวอักษรลายมือว่า “ตื่นแล้วดื่มน้ำเยอะ ๆ นะ ถ้ายังปวดหัวก็กินยาด้วย”เสิ่นชูกำกระดาษโน้ตในมือแน่น ปลายนิ้วรู้สึกอุ่นวาบขึ้นมาเล็กน้อยเธอพยายามใช้ความคิดเค้นความทรงจำเมื่อคืน แต่ภาพเหตุการณ์กลับขาดตอนเหมือนลูกปัดที่หลุดร่วงจากเส้นด้าย ต่อให้พยายามร้อยเรียงอย่างไรก็ปะติดปะต่อไม่สำเร็จ จำได้ลาง ๆ แค่ว่าช่วงสุดท้ายเธอเหมือนถูกห่อหุ้มด้วยอ้อมกอดอันอบอุ่น ปลายจมูกกรุ่นกลิ่นหอมเย็นของต้นเฟอร์อันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งเป็นกลิ่นเฉพาะของฮั่วจินเฉินนั่นเองดูท่าเธอคงจะถูกฮั่วจินเฉินอุ้มกลับมาจริง ๆ สินะเธอเลิกผ้าห่มออกแล้วลงจากเตียง สัมผัสได้ถึงความนุ่มยวบของพรมปูพื้นใต้ฝ่าเท้าที่ทำให้รู้สึกโคลงเคลงเล็กน้อย พอเดินลงมาถึงชั้นล่าง เสียงกุ๊กกักเบา ๆ ก็ดังแว่วมาจากท
![พิศวาสรักลูกหนี้ (NC20+) [ซีรีส์ พิศวาสรัก 1/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)






