分享

บทที่ 3

作者: เจียงจื่อหยา
ฮั่วจินเฉินเหมือนไม่ได้คิดว่าเธอจะขอหย่า สีหน้าของเขายิ่งมืดครึ้มลง “ฉันไม่ยอมรับการหย่าเด็ดขาด”

เสิ่นชูถึงกับชะงักไป

เขาไม่ยอมหย่า หรือว่าเพราะ…

เขาพูดต่อว่า “คุณย่าเองก็ไม่มีวันยอมเหมือนกัน”

จากนั้นก็ตามมาด้วยเสียงปิดประตูเสียงดัง

เสิ่นชูยืนนิ่งอยู่กับที่อยู่นาน หัวใจเหมือนถูกก้อนสำลีอุดเอาไว้ ความรู้สึกของตัวเองเมื่อกี้มันน่าขำสิ้นดี

ที่เขาไม่ยอมหย่า จะเป็นเพราะเธอได้ยังไงกันล่ะ?

ก็แค่เพราะกลัวว่าคุณย่าฮั่วจะไม่เห็นด้วยก็เท่านั้นเอง

น่าเสียดายที่เขาไม่รู้เลยว่า คุณย่าฮั่วตกลงแล้ว

คืนนั้นทั้งสองคนแยกย้ายกันไปแบบไม่มีความสุข แยกห้องนอนกัน เช้าวันต่อมา หลังจากที่แม่บ้านมาทำงานแล้ว ฮั่วจินเฉินก็หายตัวไป

เสิ่นชูทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นนั่งกินอาหารเช้าเงียบๆ อยู่คนเดียว แม่บ้านเก็บกวาดห้องเสร็จออกมา แล้วถามว่า “คุณผู้หญิง ของในบ้านนี่หายไปตั้งเยอะคะ?”

เสิ่นชูชะงักไปทันที

ขนาดแม่บ้านยังสังเกตเห็นเลยว่าของในบ้านหายไปเยอะ

แต่เขากลับไม่เคยถามสักคำ

เขาใส่ใจหรือเปล่า แค่นี้ก็เห็นได้ชัดแล้ว

เสิ่นชูยิ้มบาง “ของมันเก่าแล้วน่ะ ฉันเลยเอาไปทิ้ง แต่ไม่ใช่ของสำคัญอะไรหรอก”

แม่บ้านไม่ได้ถามต่อ

จนถึงช่วงกลางวัน เสิ่นชูได้รับโทรศัพท์จากผู้อำนวยการโรงพยาบาล บอกว่ามีเคสผ่าตัดใหญ่ คนไข้มีอาการวิกฤติ แต่แพทย์ที่เชี่ยวชาญการผ่าตัดสมองดันไปดูงานต่างเมือง มีเพียงเธอที่ทำได้

เสิ่นชูรีบไปที่โรงพยาบาล เปลี่ยนชุดผ่าตัดแล้วเข้าห้องฉุกเฉินทันที ที่นั่นมีอาจารย์แพทย์หลักเกือบทั้งหมดรวมตัวอยู่ ซึ่งก็รวมถึงเหวินฉู่ด้วย

ทั่วทั้งห้องฉุกเฉินอบอวลไปด้วยกลิ่นคาวเลือด

ผิดกับหมอคนอื่นที่กรูกันไปตรวจบาดแผลของคนไข้ เหวินฉู่กลับไม่กล้าแม้แต่จะเข้าใกล้ เอาแต่กลั้นอาการคลื่นไส้ แล้วอาเจียนแห้งอยู่ตลอด

“คุณหมอเสิน มาแล้วหรือคะ” วิสัญญีแพทย์เดินเข้ามาหา “คนไข้ตกลงมาจากไซต์งานก่อสร้าง เพิ่งถูกส่งตัวมาที่โรงพยาบาล ตอนนี้หมดสติไม่รู้สึกตัวแล้วค่ะ”

เสิ่นชูเห็นสภาพอันน่าสยดสยองของคนไข้ ถึงกับสูดหายใจเฮือกใหญ่

เหล็กเส้นยาวยี่สิบเซนติเมตรเสียบทะลุกะโหลกศีรษะผ่านเบ้าตาของคนไข้ แม้เขาจะหมดสติ แต่ยังคงมีสัญญาณชีพอยู่ เรียกได้ว่าปาฏิหาริย์มาก!

เหวินฉู่ฝืนทนอาการคลื่นไส้ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า “คุณหมอเสิน คุณแน่ใจเหรอว่าจะทำการผ่าตัดนี้จริงๆ? ถ้าพลาดเพียงนิดเดียว คนไข้อาจตายได้ทันทีนะ”

“ถ้าฉันทำไม่ได้ แล้วคุณทำได้เหรอ?”

คำพูดของเสิ่นชู ทำให้สีหน้าของเหวินฉู่หม่นหมองลงไปทันที

เธอสวมถุงมือ สั่งทีมแพทย์ “เริ่มเปิดกะโหลก ลดความดันในสมองก่อน พยายามเอาลิ่มเลือดออกให้หมด”

วิสัญญีแพทย์และทีมผู้ช่วยต่างเตรียมพร้อมเต็มที่

เหวินฉู่กัดริมฝีปาก “ต้องให้ฉันอยู่ช่วยไหม?”

“คนที่ไม่เกี่ยวให้ออกไปให้หมด” แค่เห็นท่าทีของเธอเมื่อกี้ เสิ่นชูก็รู้แล้วว่าถ้าให้เธออยู่ต่อก็ไม่มีประโยชน์

“แต่ว่า…”

“หันหน้าเหวิน สถานการณ์ของคนไข้ตอนนี้วิกฤตมาก คุณออกไปปลอบใจญาติของคนไข้ดีกว่านะคะ”

ศัลยแพทย์หัวหน้าศูนย์แทบไม่มีใครกล้ารับเคสนี้ เพราะหากพลาดครั้งเดียว อาจจบอาชีพของตัวเองลงได้ในทันที

ยิ่งไปกว่านั้นตั้งแต่เหวินฉู่เดินเข้ามาเป็นยังไง ทุกคนในห้องก็เห็นๆ กันอยู่

หากไม่ใช่เพราะมีคนหนุนหลังอยู่ คงถูกต่อว่าจนเละไปแล้ว

เหวินฉู่กำมือแน่น จำใจเดินออกจากห้องผ่าตัดไป

…

หลังจากตรวจสอบจนแน่ใจว่าไม่มีการกระทบกระเทือนที่ก้านสมอง และไม่มีเส้นเลือดใหญ่เสียหาย ทีมผ่าตัดก็ใช้เวลากว่าสี่ชั่วโมงเต็มค่อยๆ เอาเหล็กเส้นออก จากนั้นค่อยทำการผ่าตัดซ่อมฐานกะโหลก

การผ่าตัดยืดเยื้อจนถึงช่วงเย็น เมื่อเห็นสัญญาณชีพของคนไข้กลับมาคงที่ ทุกคนต่างก็โล่งใจ

หลังการผ่าตัดเสร็จสิ้น แพทย์คนอื่นก็รีบไปแจ้งข่าวกับญาติของคนไข้

เสิ่นชูเองก็ตรงไปยังห้องทำงานของผู้อำนวยการ

เมื่อผู้อำนวยการโจวได้ยินว่าการผ่าตัดสำเร็จ เขาตื่นเต้นมาก “เสี่ยวชู ครั้งนี้เพราะเธอช่วยไว้จริงๆ”

“ไม่ใช่เพราะฉันเพียงคนเดียวหรอกค่ะ เป็นเพราะทีมแพทย์ประสานงานกันได้ดี อีกทั้งคนไข้เองก็โชคดี เหล็กเส้นเสียบทะลุสมอง แต่ไม่โดนส่วนสำคัญ ไม่อย่างนั้นต่อให้เป็นเทวดาก็ช่วยไม่ได้”

ผู้อำนวยการโจวพยักหน้า แล้วพยายามเกลี้ยกล่อมอีกครั้ง “เรื่องการโอนย้ายตำแหน่ง เธอไม่คิดทบทวนหน่อยเหรอ?”

ความสามารถของเสิ่นชูเขาเห็นมาตลอด ไม่เพียงเป็นศัลยแพทย์ที่อายุน้อยที่สุด ซ้ำยังเป็นผู้หญิงอีกด้วย ซึ่งหาได้ยากมากในวงการแพทย์

เมืองเจียงเฉิงยังไงก็เป็นแค่เมืองระดับสามเล็กๆ สวัสดิการกับค่าตอบแทนของโรงพยาบาลย่อมเทียบกับเมืองจิงไม่ได้ การที่เธอยอมสละตำแหน่งแล้วขอย้ายไปที่โรงพยาบาลเจียงเฉิง มันน่าเสียดายจริงๆ

เสิ่นชูเพียงยิ้มแล้วส่ายหน้า “ฉันตัดสินใจแล้วค่ะ แต่ว่าท่านไม่ต้องกังวลไปนะคะ หากมีเรื่องอะไรต้องการความช่วยเหลือ ถ้าฉันว่างจะกลับมาช่วยแน่นอนค่ะ”

เมื่อได้ยินดังนั้น ผู้อำนวยการโจวก็ไม่ตื้ออีก

หลังจากออกจากห้องทำงานของผู้อำนวยการ เสิ่นชูก็เห็นฮั่วจินเฉินเดินปรี่เข้ามาหาเธอ

เธอหยุดเดิน กำลังจะเอ่ยปากพูด

เขากลับเดินผ่านหน้าของเธอไป แล้วพูดสั้นๆ ว่า “คุณหมอเสิน ผมมีเรื่องจะคุยกับคุณ”

เสิ่นชูกับฮั่วจินเฉินเดินไปที่ระเบียง เพิ่งจะผ่าตัดเสร็จ ที่จริงเธอเหนื่อยมาก สีหน้าดูอ่อนล้า “คุณมีเรื่อง…”

“ทำไมต้องหาเรื่องขัดขาเหวินฉู่ในห้องผ่าตัดด้วย?”

在 APP 繼續免費閱讀本書
掃碼下載 APP

最新章節

  • หกปีไร้ใจ สามีเลวเพิ่งรู้ว่ารักหลังหย่า   บทที่ 942

    ในใจของเสิ่นชูรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาเล็กน้อย เธอพลิกมือกลับไปกุมมือของอีกฝ่ายไว้ แล้วเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล “รู้แล้วค่ะคุณแม่ คุณแม่เองก็ต้องดูแลสุขภาพด้วยนะคะ”พูดจบก็ไม่ลืมที่จะหันไปกำชับฉีเวินเหยียนกับซีซือต่อ “พี่คะ พี่สะใภ้ ฝากดูแลคุณพ่อคุณแม่ด้วยนะคะ”เรื่องระหว่างพี่ชายของเธอกับซีซือก็ใกล้จะสมหวังแล้ว การเปลี่ยนคำสรรพนามเป็นเรื่องที่อีกไม่นานเกินรออย่างแน่นอน“วางใจเถอะนะ” ฉีเวินเหยียนยกมือขึ้นวางบนไหล่ของเธอ ก่อนจะเบนสายตาไปมองฮั่วจินเฉิน “ดูแลน้องสาวฉันให้ดี ๆ ล่ะ”แม้สีหน้าของฮั่วจินเฉินจะดูเรียบเฉย แต่กลับแฝงไว้ด้วยความเคารพอย่างเต็มเปี่ยม “ไม่ต้องบอก ผมก็รู้อยู่แล้วครับ” หลังจากส่งคนตระกูลฉีกลับไปแล้ว บรรยากาศเงียบสงบก็กลับคืนสู่สวนหย่อมอีกครั้งเสิ่นชูทอดสายตามองไฟหน้ารถที่ค่อย ๆ แล่นออกไปไกลจนลับตา ราวกับกำลังใช้ความคิดบางอย่างอยู่ฮั่วจินเฉินเอื้อมมือไปปัดเส้นผมที่ปรกลงมาเบา ๆ “เหนื่อยไหม?”“นิดหน่อย” “งั้นพวกเรารีบไปพักผ่อนกันเถอะ”เธอนิ่งอึ้งไปเล็กน้อยก่อนจะหันกลับมามอง “คืนนี้พักที่บ้านใหญ่เหรอ?”ฮั่วจินเฉินหัวเราะในลำคอ “ก็ไม่ใช่ว่าไม่เคยนอนสักหน่อย”สา

  • หกปีไร้ใจ สามีเลวเพิ่งรู้ว่ารักหลังหย่า   บทที่ 941

    หลังเสร็จสิ้นพิธีการ เข้าสู่ช่วงงานเลี้ยงครอบครัว เนื่องจากมีแต่ญาติสนิทและเพื่อนฝูงที่คุ้นเคย ไม่มีคนนอก บรรยากาศภายในงานจึงผ่อนคลายเป็นพิเศษฉีซื่อเอินกับฮั่วเฉิงเยี่ยดื่มเหล้าด้วยกันไปหลายจอก จู่ ๆ ก็หันไปพูดคุยกันเรื่องธุรกิจ ส่วนคุณนายฉีและหลี่ม่านยวี่สองสาวก็มารวมกลุ่มช่วยกันกล่อมเด็ก ๆ พร้อมกับพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์การเลี้ยงลูกไปด้วยดูเหมือนว่าความบาดหมางและเรื่องราวต่าง ๆ ในอดีตของทั้งสองตระกูลจะถูกลืมเลือนไปจนหมดสิ้น ต่างฝ่ายต่างพูดคุยกันอย่างถูกคอทีเดียวส่วนฮั่วจินเฉินไม่ต้องพูดถึง เขานั่งอยู่ข้างกายเสิ่นชูตลอดทั้งงานคอยคีบอาหารใส่จานให้ หรือไม่ก็คอยช่วยดื่มเหล้าแทนเธอใครที่ไม่รู้สถานะของทั้งคู่คงคิดว่าพวกเขาสองคน “กลับมาแต่งงานกันใหม่” กันไปนานแล้ว และตำแหน่งสะใภ้ตระกูลฮั่วก็คงหนีไม่พ้นเธออย่างแน่นอนในจังหวะนั้นเอง เสิ่นชูกลับได้รับข้อความจากกู้ฉือจวินเข้าพอดีเธอวางตะเกียบในมือลง กระซิบพูดอะไรบางอย่างข้างกายฮั่วจินเฉิน ก่อนจะลุกขึ้นเดินออกจากโต๊ะไปณ บริเวณนอกประตูใหญ่ กู้ฉือจวินยืนนิ่งอยู่หน้าตัวรถโดยไม่มีท่าทีจะเดินเข้ามาภายในบริเวณบ้านสายลมยามค่ำคืนพัดโช

  • หกปีไร้ใจ สามีเลวเพิ่งรู้ว่ารักหลังหย่า   บทที่ 940

    ภายในห้องเด็กอ่อน แม่นมคนหนึ่งกำลังช่วยกล่อมเสวี่ยเป่า ส่วนอีกคนก็กล่อมชิวเป่าอยู่ ขณะที่หลี่ลี่นั้นยืนทำตัวไม่ถูกอยู่ข้าง ๆ ราวกับเด็กที่ทำความผิด เมื่อเห็นเสิ่นชูเดินเข้ามา เธอรีบปรี่เข้าไปหาด้วยใบหน้าแสดงความน้อยอกน้อยใจทันที “พี่สะใภ้~ ฉันแค่อยากจะอุ้มดูเฉย ๆ ใครจะไปรู้ล่ะว่าเด็ก ๆ จะร้องไห้เพราะฉัน!”แม่นมรีบอธิบายด้วยความจนใจ “คุณนายคะ เมื่อครู่คุณหนูหลี่อุ้มเสวี่ยเป่าค่ะ แล้วเสวี่ยเป่าเพิ่งจะหลับไป พอโดนอุ้มขึ้นมาแบบนั้นเลยตกใจร้องงอแงขึ้นมา แถมยังปลุกคนพี่ให้ตื่นตามไปด้วยค่ะ”หลี่ลี่เบะปากแล้วพึมพำเบา ๆ “ฉันไม่รู้จริง ๆ นี่คะว่าเด็ก ๆ เพิ่งจะหลับ ถ้ารู้ฉันไม่ยื่นมือไปอุ้มให้เสียเรื่องหรอก!” เสิ่นชูรับชิวเป่ามาอุ้มไว้ เจ้าก้อนซาลาเปาตัวน้อยขยับแขนขาไปมาพร้อมกับส่งเสียงอืออาในลำคอ ทำเอาหัวใจของเธอแทบจะละลายลงตรงนั้นเลยทีเดียว“ใครใช้ให้เธออุ้มผิดคนกันล่ะ เธอไปอุ้มโดนเสวี่ยเป่า ยัยหนูนี่มีนิสัยหงุดหงิดเวลาตื่นนอน ถ้าได้อาละวาดขึ้นมาล่ะก็ไม่จบไม่สิ้นแน่”“ก็หน้าตาพวกแกเหมือนกันตั้งขนาดนั้น ฉันจะไปแยกออกได้ยังไงล่ะคะว่าใครคือชิวเป่าใครคือเสวี่ยเป่า!”หลี่ลี่ทำหน้าหงอยเสิ่นช

  • หกปีไร้ใจ สามีเลวเพิ่งรู้ว่ารักหลังหย่า   บทที่ 939

    เรื่องงานเลี้ยงวันครบหนึ่งเดือนนั้น ฉีซื่อเอินให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก ท้ายที่สุดแล้วนั่นก็คือหลานสาวแท้ ๆ ของเขานี่นาเสิ่นชูชะงักไป เรื่องงานเลี้ยงวันครบหนึ่งเดือนนี้เธอยังไม่ได้ปรึกษากับฮั่วจินเฉินเลย ส่วนจะจัดออกมาในรูปแบบไหน เธอก็ยังไม่รู้เลยเช่นกัน“พ่อครับ จะกังวลไปทำไมล่ะครับ ชิวเป่ากับเสวี่ยเป่าต่างก็เป็นลูกของฮั่วจินเฉิน งานเลี้ยงวันครบหนึ่งเดือนเขาจะกล้าทำให้ลูกสาวตัวเองน้อยหน้าได้ยังไง? ถ้าคุณพ่อของเด็กจัดการได้ไม่ดี สู้พวกเราพาเด็ก ๆ กลับมาเลี้ยงที่ตระกูลฉีซะเลย ทางตระกูลฮั่วก็ไม่กล้าพูดอะไรหรอกครับ” ฉีเวินเหยียนวางเสวี่ยเป่าที่อยู่ในอ้อมแขนกลับลงไปในเปลโยก ก่อนจะใช้ของเล่นหยอกล้อให้เธอยิ้มออกมาฉีซื่อเอินได้ยินดังนั้นก็พยักหน้ารับ “นั่นสินะ ถ้าตระกูลฮั่วกล้าไม่ให้ความสำคัญ งั้นพวกเราก็กลับไปจัดที่เมืองหรงซะเลย! ตระกูลฉีของเราเลี้ยงไหวอยู่แล้ว! ฮ่า ๆ”เสิ่นชูยกมือขึ้นนวดขมับอย่างจนใจ คุณพ่อกับพี่ชายของเธอนี่กะจะสนับสนุนให้เธอกลับมาเกาะที่บ้านกินจริง ๆ สินะ!วันต่อมา ทางตระกูลฮั่วก็ส่งเทียบเชิญให้คนตระกูลฉีเดินทางไปที่บ้านใหญ่เพื่อปรึกษาหารือเกี่ยวกับโต๊ะจีนในงานเลี้ยง

  • หกปีไร้ใจ สามีเลวเพิ่งรู้ว่ารักหลังหย่า   บทที่ 938

    “เรื่องจดทะเบียนสมรสใหม่แล้วแต่คุณเลย ผมไม่บังคับหรอก”เสิ่นชูโน้มตัวไปจูบแก้มเขาเขาชะงักไปเล็กน้อย นัยน์ตาหดเกร็งลงนิด สัมผัสอันอ่อนนุ่มที่แนบลงบนข้างแก้มเปรียบเสมือนประกายไฟดวงเล็ก ๆ ที่ลุกโชนลามเลียไปถึงก้นบึ้งหัวใจในชั่วพริบตาลูกกระเดือกของฮั่วจินเฉินขยับขึ้นลง ความอดกลั้นที่เขาพยายามประคับประคองพังทลายลงในวินาทีนี้อย่างสิ้นเชิง สัญชาตญาณทำให้เขายกมือขึ้นประคองท้ายทอยของเธอแล้วประทับจูบให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ในแววตากลัดกลุ้มไปด้วยความรู้สึกที่อัดอั้นมานาน น้ำเสียงแหบพร่าจนแทบไม่เป็นเสียง “คุณทำแบบนี้ ผมจะอดใจไม่ไหวเอานะ”ใบหูของเธอแดงก่ำ “ถึงจะไม่ได้ แต่ ไม่ได้หมายความว่าฉันจะช่วยคุณไม่ได้สักหน่อย...”...หลังจากฮั่วจินเฉินกลับมาจากเมืองกั่งเฉิง เขาก็อยู่บ้านเป็นเพื่อนเสิ่นชูถึงสามวันก่อนจะกลับไปทำงานที่บริษัท ฝางถัวเล่าเรื่องที่เสิ่นชูให้เขาจัดการครอบครัวของเสิ่นหยวนรุ่ยให้ฟังทั้งหมด ฮั่วจินเฉินเองก็สั่งให้เขาจัดการตามสมควรเช่นกัน เพียงแต่กำชับเพิ่มขึ้นมาประโยคหนึ่งว่า “ไม่อยากเห็นคนครอบครัวนี้อยู่ในเมืองจิงอีกต่อไป”หลังวางสายจากฝางถัว เขาก็ได้รับโทรศัพท์สายต่อมาคือสายจากผู้

  • หกปีไร้ใจ สามีเลวเพิ่งรู้ว่ารักหลังหย่า   บทที่ 937

    เสิ่นชูพิงหลังอยู่กับหัวเตียงพลางเล่นโทรศัพท์มือถืออย่างไม่ใส่ใจ เมื่อได้ยินเสียงความเคลื่อนไหว สายตาของเธอก็เงยขึ้นเล็กน้อย ฮั่วจินเฉินเพิ่งอาบน้ำอุ่นเสร็จและเดินออกมาโดยไม่สวมเสื้อผ้าท่อนบน เส้นผมสีดำยุ่งเล็กน้อย มีหยดน้ำเกาะพราวและร่วงหล่นลงมาไม่ขาดสาย มันหยดลงบนกระดูกไหปลาร้า ไหลลงมาถึงหน้าอก ก่อนจะกลิ้งหายเข้าไปในขอบเอวและหน้าท้องเธอมองจ้องเขม็งจนแทบละสายตาไปไหนไม่ได้ทั้งที่เคยเห็นร่างกายของเขามานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว แต่รูปร่างช่วงนี้กลับเป็นอาหารตาชั้นดีเสียเหลือเกิน!ในเสี้ยววินาทีที่เสิ่นชูเหม่อลอยไป ชายหนุ่มก็มาหยุดยืนอยู่ข้างเตียงตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ เงาร่างทอดตัวลงมาบังทัศนียภาพของเธอจนมิดเธอชะงักไปเล็กน้อย ก่อนที่ฮั่วจินเฉินจะโน้มตัวเข้ามาใกล้ “ให้ผมเข้าไปใกล้กว่านี้อีกหน่อยคุณจะได้เห็นชัด ๆ ดีไหม?”เสิ่นชูพูดไม่ออกไปชั่วขณะผู้ชายคนนี้ ยิ่งอายุมากขึ้นยิ่งหน้าหนาไร้ยางอายเข้าไปทุกที!“ไม่ดูแล้ว ๆ...” เสิ่นชูเอาหมอนขึ้นมากันเขาไว้แล้วหลบสายตาคู่นั้น “ไหนล่ะของขวัญที่ตกลงว่าจะซื้อมาให้ฉัน?”มุมปากของเขาโค้งขึ้นเล็กน้อยแล้วถือโอกาสนั่งลงที่ขอบเตียง “ผมลืมน่ะ”เม

更多章節
探索並免費閱讀 優質小說
GoodNovel APP 免費暢讀海量優秀小說,下載喜歡的書籍,隨時隨地閱讀。
在 APP 免費閱讀書籍
掃碼在 APP 閱讀
DMCA.com Protection Status