Se connecterคุณนายซูเดินออกมาจากในห้องเพื่อขอคุยกับเสิ่นชูตามลำพัง หลังจากเสี่ยวเหวินเดินกลับเข้าห้องไป คุณนายซูก็แทบจะทรุดตัวคุกเข่าลงกับพื้น เสิ่นชูรีบเข้าไปประคองร่างของเธอไว้ได้ทันท่วงที “คุณนายซูคะ นี่คุณกำลังจะทำอะไรคะ?”“คุณนายฮั่วคะ เรื่องราวในอดีตต้องขอโทษจริง ๆ ค่ะ ตอนนั้นตระกูลซูถูกผลประโยชน์ชั่ววูบบดบังดวงตาไปจริง ๆ หากตอนนั้นพวกเราไม่วู่วามบุ่มบ่ามขนาดนั้น บางทีเรื่องราวหลังจากนั้นก็คงไม่เกิดขึ้น” ในดวงตาของคุณนายซูเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดต่อตนเอง เธอเอามือกุมหน้าอกที่ปวดร้าว “นับตั้งแต่ลูกสาวคนโตจากไป พวกเราก็ละเลยความรู้สึกของซิ่นเฉิงไปจริง ๆ การที่เธอต้องกลายมาเป็นแบบนี้ในทุกวันนี้ แท้จริงแล้วก็ต้องโทษพวกเรา เป็นพวกเราคนเป็นพ่อเป็นแม่เองที่ทำร้ายเธอ!”เสิ่นชูช่วยพยุงแขนของเธอไว้ “คุณนายซูคะ…”“ครั้งนี้ ฉันไม่รู้จริง ๆ ว่าจะขอบคุณคุณยังไงดี ถ้าต้องแลกด้วยชีวิตของฉัน ฉันก็ยินยอมโดยไม่เสียดายเลยค่ะ!”“คุณพูดเกินไปแล้วค่ะ” เสิ่นชูเข้าใจความรู้สึกของคุณนายซูดี “ในฐานะเพื่อนของซิ่นเฉิง การได้เห็นครอบครัวของคุณได้กลับมาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากัน ฉันก็ดีใจมากแล้วค่ะ คุณไม่ได้ติดค้างอะไรฉัน
ยิ่งไปกว่านั้น เดิมทีเฟิงสวิ้นก็ไม่ใช่คนที่จะยอมอยู่อย่างสงบเสงี่ยมเจียมตัวอยู่แล้ว การที่ซูซิ่นเฉิงติดตามเขา ก็เท่ากับว่าต้องใช้ชีวิตอยู่บนคมดาบและเสี่ยงอันตรายตลอดเวลา…เช้าวันถัดมา เมื่อซูซิ่นเฉิงตื่นนอนแล้วเดินลงมาชั้นล่าง เสิ่นชูก็นั่งรอเธออยู่ที่ห้องอาหารแล้ว “ตื่นแล้วเหรอ?”ซูซิ่นเฉิงพยักหน้า เดินตรงมาที่โต๊ะอาหาร มองดูอาหารเช้าที่จัดวางไว้ตรงหน้าตัวเอง ชามโจ๊กข้าวโอ๊ตนมสด จานบะหมี่ไข่เส้นนุ่ม และยังมีผักรวมกับธัญพืชเคียงมาด้วย“ฉันกำลังท้องอยู่ กินของมัน ๆ เลี่ยน ๆ มากไม่ได้ อาหารเช้าวันนี้ก็เลยค่อนข้างรสจืดไปหน่อยนะ”“ไม่เป็นไรเลยค่ะ” ซูซิ่นเฉิงกลัวว่าเสิ่นชูจะเข้าใจผิดว่าตนรังเกียจ จึงรีบอธิบาย “ฉันกินได้ทุกอย่างเลยค่ะ”ในใจของเสิ่นชูพลันหนักอึ้งลง ซูซิ่นเฉิงในความทรงจำของเธอมีนิสัยคล้ายกับหลี่ลี่มาก ทั้งยังแฝงความทะนงตัวอยู่นิด ๆ ทว่าคมเขี้ยวเหล่านั้นในบัดนี้กลับถูกขัดเกลาจนเรียบมนไปหมดสิ้น ถึงขนาดปฏิบัติตัวกับคนอื่นด้วยความระมัดระวังและเจียมเนื้อเจียมตัวถึงเพียงนี้“ฉันได้ยินมาว่า เธอรู้จักกับหลี่ลี่ที่บริษัทด้วยเหรอ?”มือของซูซิ่นเฉิงชะงักกึก เงยหน้าขึ้นมองเสิ่นชู
เสิ่นชูนั่งรอข่าวคราวอย่างเงียบสงบอยู่ภายในวิลล่าฮั่วจินเฉินนั่งอยู่ข้างกายเธอ เมื่อสัมผัสได้ถึงความกังวลและตึงเครียดของเธอ จึงวางฝ่ามืออุ่นทาบลงบนหลังมือของเธอเบา ๆ เพื่อส่งสัญญาณให้เธอสบายใจในตอนนั้นเอง เสียงกริ่งประตูก็ดังขึ้น แม่บ้านที่กำลังง่วนอยู่กับการทำงานจึงวางมือแล้วเดินไปเปิดประตูหลังจากฝางถัวและหวังน่าพาคนเดินเข้ามาด้านใน เสิ่นชูก็ลุกขึ้นยืนทันที สายตาจับจ้องเขม็งไปที่ร่างของซูซิ่นเฉิงซึ่งยืนอยู่ข้างหลังคนทั้งสองซูซิ่นเฉิงกวาดสายตามองสำรวจรอบห้องนั่งเล่นรอบหนึ่งก่อน ในที่สุดสายตาจึงเบนมาประสานเข้ากับสายตาของเสิ่นชูเธอชะงักนิ่งไปในคราแรก ความรู้สึกยากจะอธิบายผุดขึ้นมาในก้นบึ้งหัวใจ คนตรงหน้าช่างดูคุ้นเคยและอบอุ่นสนิทสนมอย่างน่าประหลาด ถึงขนาดทำให้เธอยอมลดกำแพงและปลดความระแวดระวังลงได้อย่างง่ายดายเสิ่นชูค่อย ๆ ขยับก้าวเท้าเดินเข้าไปใกล้เธอ น้ำเสียงสั่นเครือและแหบพร่า “ซินเฉิง… ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ…”ซูซิ่นเฉิงยืนแข็งทื่ออยู่กับที่ ซินเฉิง… ซินเฉิงงั้นเหรอ…ชื่อเรียกนี้ช่างคุ้นเคยเหลือเกิน!“คุณ… คือใครคะ?”“ฉันชื่อเสิ่นชู”เธอพึมพำคำว่า “เสิ่นชู” ซ้ำไปซ้ำมาใน
นี่มันจะบังเอิญเกินไปแล้ว!เธอรีบก้มหน้าก้มตาจดบันทึกอย่างตั้งอกตั้งใจ ปลายปากกาตวัดลงบนสมุดโน้ตอย่างรวดเร็ว ในใจเต็มไปด้วยความรู้สึกอิ่มเอมเบิกบาน เหมือนคนที่กำลังนั่งทำข้อสอบเอ็นทรานซ์อยู่ดี ๆ แล้วพบว่าข้อสอบทั้งชุดดันเป็นข้อสอบที่ตัวเองเคยฝึกทำมาหมดแล้วอย่างไรอย่างนั้นหลังจากการประชุมสิ้นสุดลง ทุกคนต่างทยอยเดินออกจากหอประชุมเนื่องจากหน้าลิฟต์มีคนยืนต่อแถวรออยู่แน่นขนัด หลี่ลี่จึงเดินเลี่ยงไปยืนตรงมุมกำแพงที่ปลอดคน พิงผนังพลางพลิกดูสมุดบันทึกไปพลางระหว่างรอคนซา ไม่นานนัก กู้ฉือจวินกับกลุ่มผู้บริหารระดับสูงคนอื่น ๆ ก็เดินออกมาจากอีกฟากหนึ่งของหอประชุมพอหลี่ลี่เห็นเขาเข้า จิตใต้สำนึกจึงรีบยกสมุดบันทึกขึ้นมาบังใบหน้าของตัวเองไว้ พร้อมกับหดตัวลีบชิดติดกำแพง ตั้งใจว่าจะรอให้พวกเขาเดินผ่านไปไกลเสียก่อนค่อยเดินออกไป ทว่าจังหวะก้าวเท้าของกู้ฉือจวินกลับหยุดชะงักลงกะทันหัน โดยหยุดยืนห่างจากเธอเพียงไม่กี่ก้าวเท่านั้น“หลี่ลี่”เสียงของเขาไม่ได้ดังมากนัก ทว่ากลับดังก้องเข้าไปในโสตประสาทของหลี่ลี่อย่างชัดเจนแจ่มแจ้งร่างทั้งร่างของเธอแข็งทื่ออยู่กับที่ ทำได้เพียงเงยหน้าขึ้นแล้วกดเสียงถา
เพื่อนร่วมงานชายช่วยเปิดประตูที่นั่งข้างคนขับให้เธอ ขณะที่เธอกำลังจะก้าวขึ้นรถ จู่ ๆ หัวหน้างานก็เดินเข้ามาเรียกไว้ “เสี่ยวหลี่”เธอหันกลับมาด้วยความสงสัย “มีอะไรเหรอคะ?”“ฉันก็กำลังจะกลับพอดี ทางเดียวกันขอติดรถไปด้วยคนสิ” หัวหน้างานพูดพลางตบบ่าเพื่อนร่วมงานชายเบา ๆ “ขอติดรถไปด้วยคนนะ”“แต่ว่า…”เดิมทีทางกลับบ้านของหัวหน้างานมันไม่ได้ผ่านทางนี้เลยสักนิด!ทว่ายังไม่ทันที่เพื่อนร่วมงานชายจะได้เอ่ยปากแย้ง หัวหน้างานก็กวักมือเรียกให้หลี่ลี่ไปนั่งเบาะหลัง ส่วนตัวเองก็เปิดประตูนั่งลงตรงเบาะหน้าข้างคนขับหน้าตาเฉยระหว่างทาง หัวหน้างานสั่งให้เพื่อนร่วมงานชายแวะส่งหลี่ลี่ก่อน พอรถแล่นมาถึงจุดหมายปลายทาง หลี่ลี่ก็กล่าวขอบคุณแล้วลงจากรถเดินจากไปเมื่อมองดูแผ่นหลังของหลี่ลี่ที่ลับหายเข้าไปในทางเข้าเขตหมู่บ้านวิลล่าหรู หัวหน้างานก็ยกมือขึ้นฟาดเข้าที่ท้ายทอยของเพื่อนร่วมงานชายดังป๊าบ “ไอ้หนุ่ม แกแอบชอบเธอเข้าแล้วใช่ไหมล่ะ?”“…เปล่านะครับ” เพื่อนร่วมงานชายแก้ตัวอย่างเก้อเขินทันควัน“พอเลย ไม่ต้องมาทำเป็นเหนียมอายปิดบัง เธออยู่คนละระดับกับพวกเราเลยนะเว้ย อีกอย่าง เธอน่ะมีเจ้าของหัวใจแล้ว”เพ
คนในทีมต่างพากันมองท่าทีของกู้ฉือจวินเป็นหลักแม้คนของหยุนซานจะอยากเลี้ยงต้อนรับพวกเขาด้วยวิธีที่เป็นกันเองและติดดินแบบนี้ แต่ก็ต้องดูด้วยว่ากู้ฉือจวินจะทานอาหารพวกนี้ไหวไหม อีกอย่าง คนพวกนั้นคงยังไม่รู้ว่ากู้ฉือจวินเป็นคนรักความสะอาดมากเป็นพิเศษแผงลอยมื้อดึกข้างทางแบบนี้ ปกติเขาคงไม่ยอมแตะต้องเลยด้วยซ้ำไม่ใช่หรือ?คนในทีมบางคนกำลังจะเอ่ยปากเตือนเรื่องนี้ ทว่ากู้ฉือจวินกลับพูดขึ้นมาก่อน “ร้านนี้แหละครับ”ผู้บริหารระดับสูงของแผนกยิ้มแย้มพลางเลื่อนเก้าอี้เชื้อเชิญ “เชิญท่านนั่งก่อนเลยครับ”หลังจากกู้ฉือจวินนั่งลง คนอื่น ๆ ถึงค่อยทยอยนั่งตาม คนข้างกายดึงทิชชู่เปียกส่งให้ เขาจึงรับมาแกะเช็ดโต๊ะอย่างละเอียดพิถีพิถัน โดยไม่ลืมที่จะช้อนสายตามองไปยังกลุ่มคนทางฝั่งนั้นทันทีที่หลี่ลี่ประสานสายตากับเขา เธอก็รีบหลบตาวูบไปทันที“นั่นคือประธานกู้แห่งกลุ่มวิจัยยาเมืองเจียงเฉิงใช่ไหมนะ?”“ใช่แล้วล่ะ หล่อสุด ๆ ไปเลย! ไม่รู้ว่ามีแฟนหรือยังนะ” เพื่อนร่วมงานหญิงสองสามคนเริ่มออกอาการคลั่งไคล้หลี่ลี่รีบแทรกบทสนทนาขึ้นมาทันควัน “เขามีคู่หมั้นแล้วค่ะ”เป็นไปตามคาด คำพูดเพียงประโยคเดียวดับฝันจินตน





![เด็กแสบของคนเถื่อน (NC20+) [ซีรีส์ คนเถื่อน 3/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

