LOGINวายุ นักธุรกิจหนุ่มวัย 33 ปี เขาเป็นพี่ชายของเพื่อนสนิทและมีอาณาเขตบ้านติดกัน เธอที่ทั้งดื้อรั้นและขี้อ้อนสร้างความเอือมระอาให้เขาไม่น้อย จนเขาเข้าเรียนมหาวิทยาลัยซึ่งอยู่ไกลบ้านจึงทำให้หลุดพ้นจากยัยเด็กดื้อ นาน ๆ ทีได้กลับมาเจอกัน ยัยเด็กดื้อก็ยังดื้อเหมือนเดิม แต่ที่ไม่เหมือนเดิมคือยัยเด็กแสบดันสวยขึ้นเป็นกอง แถมรูปร่างยังเซ็กซี่น่ากอดน่าฟัด จากเมื่อก่อนอยากจะไปให้ไกล ๆ ตอนนี้กลับเป็นอยากเข้าใกล้อย่างแนบชิดสนิทเนื้อ แป้งร่ำ นักศึกษาสุดสวยวัย 20 ปี เป็นเพราะเป็นลูกคนเดียวเธอจึงเหงาอยากมีเพื่อนเล่น จึงได้แอบไปเล่นกับพี่ชายและเพื่อนรุ่นเดียวที่มีบ้านติดกันอยู่บ่อย ๆ เด็กที่เมื่อก่อนเป็นเด็กขี้แยที่มักจะร้องไห้ขี้มูกโป่งให้เขาโอ๋อยู่เสมอ เมื่อโตขึ้นเด็กขี้แยคนนั้นกลับเป็นสาวสวยสะพรั่ง ความรู้สึกของเขาที่มีต่อเธอจึงเริ่มเปลี่ยน ไม่ได้มองเธอเป็นน้องสาวอีกต่อไป แต่มองในฐานะผู้ชายมองผู้หญิงที่พร้อมจะทำให้เธอมาเป็นของเขาได้ทุกเมื่อ และเด็กขี้แยคนนั้นเมื่อโตขึ้นเธอก็ดื้อใช่ย่อย ไม่อยากจะยุ่งด้วยหรอกหากว่าเขาไม่ได้สนใจเธออยู่ ปฏิบัติการปราบพยศเด็กแสบจึงได้เริ่มต้นขึ้น
View More"แป้ง! เสร็จหรือยังลูก พี่ยุกับวามาแล้ว"
เสียงตะโกนเรียกลูกสาวของหญิงวัยกลางคนดังที่ชั้นล่างของบ้าน ก่อนจะมีเสียงปิดประตูดังตึ้งจากชั้นสองจากน้ำมือของเจ้าของชื่อ "เสร็จแล้วค่า!" เสียงหวานตะโกนลงมาจากชั้นบนโดยที่ยังไม่เห็นตัวคนพูดด้วยซ้ำ ทั้งเสียงปิดประตูเสียงดังและการตะโกนตอบกลับบ่งบอกถึงนิสัยของเธอว่าไม่ได้เรียบร้อยสมเป็นกุลสตรี แต่คนที่รับรู้การตะโกนโหวกเหวกของเธอก็ชินกันหมดแล้วว่าแป้งร่ำไม่ใช่ผู้หญิงเรียบร้อยดั่งผ้าพับไว้เหมือนเพื่อนของเธอที่แม่ของเธอเพิ่งเอ่ยชื่อไป "ดูเอาเถอะยุ วา ลูกน้าโตเป็นสาวเป็นนางแล้วก็ยังกระโดกกระเดก แล้วชาตินี้น้าจะมีลูกเขยกับเขาไหมเนี่ย" นาตยาถอนหายใจเบา ๆ แล้วหันไปหาสองชายหญิงรุ่นลูก ที่ทั้งคู่สละเวลามาเป็นธุระเรื่องการย้ายถิ่นอาศัยของลูกสาวเพียงคนเดียวของเธอ "น้านาตไม่รู้อะไร ที่มหาวิทยาลัยแป้งมีหนุ่มมาจีบเพียบเลยนะคะ" วาวีที่เป็นเพื่อนรุ่นเดียวกันพูดขึ้นราวจะฟ้องแม่เพื่อนกลาย ๆ แต่ที่เธอพูดก็เป็นเรื่องจริงเพราะรูปร่างหน้าตาของเพื่อนของเธอนั้นดึงดูดเพศตรงข้าม โดยที่ไม่ต้องลงทุนหว่านเสน่ห์ก็มีหนุ่มแวะเวียนมาขายขนมจีบไม่ขาด วาวีไม่ได้สังเกตเลยว่าขณะที่เธอพูดทีเล่นทีจริงอยู่นั้น สีหน้าของพี่ชายเธอนั้นเปลี่ยนเป็นบึ้งตึงเพียงใด "นินทาอะไรฉันยัยวา" และแล้วบุคคลที่เป็นหัวข้อสนทนาก็เดินลงบันไดมาถึงชั้นล่าง หญิงสาวร่างกายอรชรสมสัดส่วนที่อยู่ในชุดเสื้อยืดพอดีตัวสีครีมและกางเกงยีนเข้ารูปสีเข้มหิ้วกระเป๋าใบโตด้วยมือสองข้างมาด้วย จึงทำให้เธอต้องเอนตัวนิด ๆ ไปทิศตรงกันข้ามกับกระเป๋าเพื่อถ่วงเอาไว้ "ฉันฟ้องน้านาตว่าแกมีหนุ่มมาจีบ ไม่นานแกก็อาจจะมีแฟน" วาวียิ้มเย้ยเพื่อนรักที่ได้ใส่สีตีไข่เพื่อน "จะมีแฟนแม่ไม่ว่า แต่อย่าให้เสียการเรียนนะลูก" นาตยาเตือนลูกสาวเสียงเครียด ไม่ได้กีดกันหากลูกสาวจะมีแฟนแต่ก็ต้องเตือนสติกันหน่อยว่าตอนนี้หน้าที่ของแป้งร่ำนั้นคือการเรียน "แม่อย่าไปเชื่อยัยวาสิ หนูไม่อยากหาห่วงมาผูกคอ ตัวคนเดียวสบายดีจะตาย" แป้งร่ำรีบแก้ข้อกล่าวหาให้ตัวเอง วางกระเป๋าที่ถือมาลงที่พื้นก่อนจะชี้หน้าคาดโทษวาวี ปรายตาสวยไปมองพี่ชายของเพื่อนก็เห็นว่าเขานั้นมีสีหน้าเคร่งเครียด 'สงสัยพี่ยุจะมีเรื่องให้คิด น่าจะเป็นเรื่องงานล่ะมั้ง' ................หนึ่งทุ่มครึ่งของวันเดียวกัน หลังจากที่รับประทานอาหารเย็นกันแล้ว วายุก็เข้าห้องทำงานเพื่อเช็กอีเมลและทำงานต่อ เมื่อคาดว่าน่าจะได้เวลาที่ลูก ๆ จะเข้านอนกันแล้ว เขาก็เดินออกจากห้องทำงานด้วยใจที่กระฉับกระเฉง ด้วยเพราะว่าเมื่อตอนเย็นเมียรักอนุญาตไว้แล้วว่าคืนนี้จะให้เขากอดสองน้ำ ตั้งแต่คลอดลูกคนที่สอง เขาก็จะรอให้เมียรักพร้อมสำหรับเรื่องบนเตียงทุกครั้ง จะไม่บังคับให้เธอยอมเหมือนกับที่ผ่านมา เพราะรู้ว่าการเลี้ยงลูกนั้นเหนื่อยแสนเหนื่อย เมียรักก็ต้องอยากพักผ่อน จะมาตามใจเขาตลอดไม่ได้ แต่เธอก็ไม่เคยให้เขาอดเกินหนึ่งสัปดาห์เลยสักครั้ง เธอคงจะเห็นใจเขาเหมือนกันที่คนเซ็กซ์จัดต้องมาอด ๆ อยาก ๆ แกรก.. "อ้าว ยังไม่หลับกันอีกเหรอ?" วายุเอ่ยขึ้นเมื่อเปิดประตูเข้าไปในห้องสลัวแล้วเจอลูกทั้งสองยังนั่งเล่นกันอยู่ น้ำเสียงนั้นมีความผิดหวังเจือปน หันไปทางประตูห้องน้ำเมื่อเห็นแม่ของพวกแกกำลังเดินออกมาจากห้องน้ำ "พอดีหนูปวดท้องเลยยังไม่ได้กกลูกนอน" แป้งร่ำบอกสามีพร้อมกับยิ้มขอโทษ เธอรู้ว่าทำไมสามีถึงได้ทำหน้าผิดหวังขนาดนั้น วันนี้เธอกับเขานัดจะทำเรื่องเสียวสุขด้วยกัน แต่ทว่าผิดแผนเมื่อเธอรู้สึกปวดท้อ
สองปีต่อมา "แม่จ๋า น้อนปีมกินนมเสร็จยาง.. พ่อตะพาไปขี่ยดแย้ว.." เสียงใสพูดไม่ชัดของเด็กชายเปรมวัยสองขวบเจ็ดเดือนที่ดังอยู่นอกห้องทำเอาแป้งร่ำคลี่ยิ้มเอ็นดู ก้มมองเด็กน้อยที่คนเป็นพี่เอ่ยถึงซึ่งตอนนี้อยู่ในอ้อมอกของเธอ ก็พบว่าเด็กหญิงปรีณาพรรณ หรือ เด็กหญิงปริมอายุหนึ่งขวบรีบปล่อยปากให้หลุดจากยอดถันทันควัน ก่อนจะหันขวับมองไปทางประตูรอคอยการปรากฏของพี่ชายด้วยความตื่นเต้น "โยะ!(รถ)" พร้อมกับออกเสียงไม่เป็นคำตามประสาเสียงดัง แววตาเป็นประกายจนคนมองนึกหมั่นไส้ "พอพี่มาชวนไปเที่ยวล่ะอิ่มเลยนะ" แป้งร่ำว่าให้ลูกสาวตัวกลมพลางใช้ผ้าซับหยดน้ำนมที่มุมปากให้ด้วยความรัก "แอ๊" เด็กหญิงปริมร้องราวกับต้องการตอบโต้กับคุณแม่ หันกลับมามองใบหน้าใจดีของแม่เดี๋ยวเดียวก็หันไปมองประตูต่อ รออย่างใจจดใจจ่อให้คนข้างนอกเปิดประตูเข้ามารับเสียที แกรก.. "น้อนปีม.." พี่ชายเปรมเปิดประตูเข้ามาพร้อมกับเรียกน้องสาวเสียงยานคาง ใบหน้ากลมของเด็กชายยิ้มแป้นที่เห็นน้องสาวกินนมแม่เสร็จแล้ว ในที่สุดก็จะไปขี่รถเล่นได้สักที "แอ๊ะ!" เด็กน้อยปริมส่งเสียงขานรับพร้อมกับยิ้มกว้างจนเห็นฟันสี่ซี่ให้พี่ชาย รีบพลิกตัวออกจากอกแม่แ
"ไม่ต้องจับเลย อันนี้นมพ่อนะ" วายุรีบคว้ามืออวบที่กำลังจะล้วงเข้าไปในเสื้อยืดอีกครั้ง "อื้อ!" เด็กน้อยเปรมร้องประท้วงขณะที่ปากไม่ยอมปล่อยนมแสนอร่อยของแม่ มืออวบขืนแรงดึงของพ่อไว้ ก่อนจะปากเล็กก็ตั้งท่าเบะจะร้องเมื่อโดนขัดใจ "พี่ยุ แกล้งลูกทำไมเนี่ย!" แป้งร่ำเห็นว่าลูกน้อยจะร้องจึงได้ดุสามีตัวโตแต่นิสัยราวกับเด็กน้อย ลูกก็กินนมอยู่ดี ๆ ดันมาแกล้งลูกให้จะร้องเสียนี่ ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่คนตัวโตพยายามจะให้ลูกน้อยเลิกจับนมอีกข้างขณะที่กำลังดูดกินอีกข้าง ส่วนลูกน้อยก็ขัดขืนเต็มกำลัง แต่ทว่าแกก็ไม่อาจจะสู้แรงพ่อได้จึงจบด้วยการตั้งท่าจะร้องอยู่ร่ำไป และเธอก็ต้องห้ามสงครามของสองพ่อลูกทุกครั้ง "พี่ก็อยากกินบ้างนี่นา คืนนี้ขอกินบ้างนะ" วายุตีหน้าเศร้าออเซาะเมียรัก หวังว่าเมียรักจะเห็นใจเขาบ้าง คนที่ได้ดูดนมนอนแทบทุกคืนแต่ตอนนี้ต้องยกให้ลูกทั้งกลางวันกลางคืน เขาก็น่าสงสารไม่น้อยเลยนะ "น่าสงสารจัง" แป้งร่ำยิ้มหวานเอ็นดูสามีที่ทำตัวออดอ้อนสามี ไม่ได้ปฏิเสธคำขอของเขาเพราะเธอก็อยากให้เขากอดเหมือนกัน หลังจากที่โดนกอดครั้งล่าสุดไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว "ขอสี่น้ำ" วายุต่อรองพร้อมกับยกมือขึ้น
เจ็ดเดือนต่อมา เด็กทารกที่แรกเกิดมาตัวขาวแดงตอนนี้ได้กลายเป็นเด็กตัวขาวตุ้ยนุ้ยแล้ว และกำลังอยู่ในช่วงหัดคืบคลาน ช่วงนี้ทั้งแม่และพี่เลี้ยงจึงไม่ปล่อยให้คลาดสายตา จะต้องมีคนอยู่ด้วยตลอด เพราะช่วงแรกที่เด็กน้อยเปรมเริ่มเคลื่อนที่ได้ด้วยตัวเองได้ใหม่ ๆ เด็กน้อยเกือบจะกลิ้งตกบันไดสามขั้นหน้าบ้านไปแล้ว เนื่องจากว่าพี่เลี้ยงได้พามาเล่นหน้าบ้านเพื่อรับลมอ่อน ๆ โดยให้เด็กน้อยนอนบนเบาะนุ่ม แต่พี่เลี้ยงเกิดปวดท้องเบาขึ้นมาเลยลุกไปเข้าห้องน้ำโดยปล่อยให้เด็กน้อยอยู่คนเดียว เพราะคิดว่าเด็กน้อยยังไปไหนไม่ได้ ครั้นพอเสร็จธุระกลับมาก็แทบจะหัวใจวายเมื่อนายน้อยคืบคลานไปอยู่ใกล้ ๆ บันไดแล้ว นั่นคือการคืบครั้งแรกของเด็กชายเปรมที่เกือบทำให้พี่เลี้ยงของเขาตกงาน นับแต่นั้นมาเด็กน้อยไม่เคยได้อยู่ตามลำพังอีกเลยเวลาบ่ายสามโมงกว่า ๆ เป็นเวลาประจำที่รถคันโตของเจ้าของบ้านจะแล่นเข้ามาจอดที่โรงจอดรถ หลังจากที่เขาออกไปทำงานที่ออฟฟิศของรีสอร์ตตั้งแต่เช้า ตั้งแต่ที่เมียรักคลอดลูกชายตัวน้อยออกมาแล้ว วายุก็ย้ายไปทำงานที่ออฟฟิศเหมือนเดิมเนื่องจากสะดวกกว่าทำงานที่บ้าน เพราะบางครั้งมีคณะทัวร์มาลงก็จะได้ดูแลด้วยตัวเ