แชร์

บทที่ 6

ผู้เขียน: เจียงจื่อหยา
“เธอก็เป็นผู้ใหญ่แล้วนะ จะมาคิดเล็กคิดน้อยกับเด็กไปทำไมกัน?”

เสิ่นชูถึงกับอึ้งไป แม้จะรู้อยู่แล้วว่าเขาไม่มีวันเชื่อใจเธอ แต่การลำเอียงเฉันฉันงอย่างเปิดเผยแบบนี้ ก็มันก็ทำให้เธอเจ็บปวดใจอยู่ดี

นัยน์ตาของเธอเอ่อคลอด้วยความขมขื่น พยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้ “ฉันไม่ได้ผลักเขาเลย!”

ฮั่วจินเฉินหัวเราะแห้ง “เธอหมายความว่าเด็กอายุแค่ไม่กี่ขวบ จะล้มเองแล้วใส่ร้ายเธออย่างนั้นเหรอ?”

หัวใจของเสิ่นชูสั่นสะท้าน

รู้ทั้งรู้ว่าเขาไม่มีวันเชื่อ ทำไมยังต้องอธิบายล่ะ...

เธอก้มตาลง พยายามทำให้ตัวเองนิ่งที่สุด “ฉันโชคร้ายเองที่มาเจอพวกคุณ พอใจแล้วใช่ไหม?”

เธอหันหลังกำลังจะไป

“หยุดนะ”

เสิ่นชูหยุดชะงักไป แต่ก็ไม่ได้หันกลับมา

“ซีซียังเป็นเด็ก เธอจะถือสาอะไรนักหนา” น้ำเสียงของฮั่วจินเฉินอ่อนลงเล็กน้อย “ขอโทษซีซีเถอะ”

“จินเฉิน ช่างเถอะนะ...” เหวินฉู่รีบพูดแทนเธอทันที

สายตาของเขากลับเย็นยะเยือก “ผิดก็คือผิด ควรขอโทษก็ต้องขอโทษ”

เสิ่นชูกำมือแน่นจนเล็บจิกลึกลงในฝ่ามือ แต่เธอกลับลืมความเจ็บปวดไปแล้ว

เธอหันหน้ากลับมา จ้องไปที่ฮั่วจินเฉิน แล้วชี้ไปยังกล้องวงจรปิดใต้เสาไฟที่อยู่ไม่ไกล “คอนโดไท่ผิงมีกล้องวงจรปิดอยู่ทั่ว อยากสวมบทฮีโร่ช่วยสาวงาม ทำไมคุณถึงไม่ไปดูภาพจากกล้องวงจรปิดก่อนล่ะ!”

“หากในกล้องพิสูจน์ว่าฉันผิด ฉันจะขอโทษ แต่ถ้าไม่ใช่ความผิดของฉัน อย่าหวังว่าจะบังคับให้ฉันพูด!”

เสิ่นชูก็ไม่ชายตามองเขาอีก หันหลังแล้วจากไปทันที

หน้าอกของฮั่วจินเฉินบีบรัดแน่นขึ้น สีหน้าเริ่มเคร่งขรึมขึ้น

เหวินฉู่พลันสะดุ้งกับคำว่า “กล้องวงจรปิด” กลัวว่าเขาจะไปตรวจสอบจริง เธอจึงรีบคว้าแขนเขาไว้ “จินเฉิน ช่างเถอะ ซีซีไม่ได้เป็นอะไรมาก อีกอย่างฉันก็เชื่อว่าคุณหมอเสินคงไม่ได้เจตนา”

เธอจะปล่อยให้เขาไปดูหลักฐานไม่ได้ จึงรีบเปลี่ยนเรื่อง “จินเฉิน ซีซีกำลังจะสายแล้ว พวกเราไปกันเถอะ”

ฮั่วจินเฉินดึงแขนกลับมา “ฉันแจ้งผู้อำนวยการโรงเรียนไว้แล้ว เธอพาซีซีไปเถอะ เธอจัดการทุกอย่างไว้แล้ว ฉันยังมีประชุม”

เขากลับไปขึ้นรถไปทันที

เหวินฉู่มองฮั่วจินเฉินที่ขับรถออกไป มือที่กำจนแน่น โดยลืมไปว่ายังจับมือเหวินซีไว้

“แม่ ผมเจ็บ”

เหวินซีร้องโอดโอยเพราะถูกบีบแรงเกินไป

เหวินฉู่เพิ่งรู้สึกตัว นั่งย่อตัวลงประคองบ่าของเขาเอาไว้ แววตาฉายความหม่นลึกปนยินดี “ซีซี หนูทำได้ดีมาก เยี่ยมที่สุด”

“จริงเหรอ?” ดวงตาของเหวินซีเป็นประกาย

เขาไม่เข้าใจอะไรนักหรอก

รู้แต่เพียงว่า หากสิ่งที่ทำลงไปทำให้แม่ยิ้มได้ ได้รับคำชมจากแม่ นั่นเป็นเรื่องที่ดี

เหวินฉู่ยิ้มแล้วลูบแก้มลูกชาย “ซีซี หนูเองก็อยากให้คุณอาเป็นพ่อของหนูใช่ไหม?”

เด็กน้อยพยักหน้าด้วยความยินดี

รอยยิ้มของเหวินฉู่ยิ่งเย็นยะเยือก “ดังนั้นหนูต้องทำเอาใจคุณอาให้มากๆ ให้เขาชอบหนูเข้าใจไหมจ๊ะ?”

เขาพยักหน้าแรง “ผมทำแน่!”

…

ทันทีที่ฮั่วจินเฉินถึงบริษัท ผู้ช่วยหวังน่าก็เดินเข้ามาเขา “ท่านประธานฮั่ว นายหญิงผู้เฒ่ารออยู่ในห้องทำงานแล้วค่ะ”

ฮั่วจินเฉินตอบอืม แล้วเดินเข้าไปในห้อง

คุณย่าฮั่วนั่งอยู่บนโซฟาอย่างสง่างาม ถือถ้วยชาจิบเบาๆ เธอเงยหน้ามามองเขา “ฉันได้ยินมาว่าเธอให้เหวินฉู่ไปอยู่ที่โรงพยาบาลเดียวกับเสิ่นชูงั้นเหรอ?”

ฮั่วจินเฉินคลายเนกไทออก นั่งลงฝั่งตรงข้าม “เสิ่นชูเป็นคนไปฟ้องเหรอ?”

คุณย่าฮั่ววางถ้วยชาลงอย่างแรง แล้วตะคอกว่า “จินเฉิน อย่าเอะอะก็ระแวงภรรยาของเธอนะ เสิ่นชูเป็นคนขี้ฟ้องเหรอ?”

ฮั่วจินเฉินยิ้มอย่างเย็นชา “เธอไม่ใช่งั้นเหรอ?”

“เสิ่นชูแต่งเข้ามาในตระกูลฮั่วยังไง คุณย่าบังคับให้ผมแต่งงานกับเธอยังไง ผมไม่ลืมหรอกนะครับ”

สีหน้าของคุณย่าฮั่วเคร่งขรึมขึ้นมาไม่น้อย แววตาเสียดสี “หากเธอมาฟ้องจริง คิดว่าเหวินฉู่ยังจะมีโอกาสกลับประเทศมาอีกงั้นเหรอ?”

ฮั่วจินเฉินนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนสบสายตคุณย่าฮั่ว “คุณย่าห้ามทำร้ายเธอนะครับ”

คุณย่าฮั่วยิ้มด้วยความโกรธ “เธอเคยรับเงินจากฉันไปห้าสิบล้านแล้วทิ้งเธอไป ผู้หญิงที่เห็นแก่ประโยนช์มากกว่าแบบนี้ มีดีอะไร!”

“หากไม่ใช่เพราะคุณย่า เธอจะจากผมไปเหรอครับ?”

“เธอ…” คุณย่าฮั่วเหมือนนึกอะไรขึ้นได้ จู่ๆ ก็หัวเราะแล้วลุกขึ้นอย่างช้าๆ “ฮั่วจินเฉิน ฮั่วจินเฉิน เธอกำลังหลงผิดคิดว่าหินกรวดเป็นไข่มุกสูงส่ง วันหนึ่งเธอจะนึกเสียใจเอง ฉันจะไม่ยุ่งเรื่องของเธอกับเสิ่นชูอีก อยากหย่าก็หย่าเลย เธอก็จัดการเอง”

เธอเดินออกจากห้องทำงานไป

กล้ามเนื้อกรามของฮั่วจินเฉินกระตุก ดวงตาขุ่นมัวประหนึ่งหมึกที่เข้มข้นจนคลายไม่ออก

เสียใจหรือ?

เขาจะเสียใจได้อย่างไร

เสิ่นชูได้รับเกียรติยศความมั่งคั่งที่เธอต้องการแล้ว เธอจะไปจากเขาได้จริงเหรอ?

ไม่ เธอไม่มีวันไปจากเขาได้!

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป
ความคิดเห็น (3)
goodnovel comment avatar
อารยา ภูราศรี
น่าสนใจที่จะอ่านต่อ
goodnovel comment avatar
Kwanmanus PNT
อะไรคับเนี่ย
goodnovel comment avatar
ภาสินี ศรีจินดาสายชล
หงุดหงิดพระเอก
ดูความคิดเห็นทั้งหมด

บทล่าสุด

  • หกปีไร้ใจ สามีเลวเพิ่งรู้ว่ารักหลังหย่า   บทที่ 950

    “แล้วผมล่ะ?”เสิ่นชูชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะยกมือขึ้นหยิกแก้มเขาเบา ๆ “คุณนี่นะ... ช่วงนี้อยู่ด้วยกันตั้งหลายวันยังไม่พออีกเหรอ?”เขากุมมือเธอไว้แล้วจูบลงบนฝ่ามือ “ไม่พอ”“ฮั่วจินเฉิน!” เสิ่นชูร้องอุทานออกมาด้วยความตกใจ เธอตั้งใจจะดึงมือกลับโดยสัญชาตญาณ ทว่าอีกฝ่ายกลับกุมไว้แน่นเสียจนขยับไม่ได้ แถมยังเอามาแนบแก้มไว้อีกต่างหาก“คุณดุผม” หางตาและใบหน้าของเขาเจือแววไร้เดียงสา ทว่ากลับดูคล้ายปีศาจหนุ่มพราวเสน่ห์ที่คอยล่อลวงคนเสียเหลือเกิน “คืนนี้คุณต้องชดเชยให้ผมอย่างสมน้ำสมเนื้อหน่อยแล้วล่ะ”“...”แบบนี้ใครจะไปต้านทานไหวกันเล่า!ช่วงบ่าย หลี่ม่านยวี่มารับเธอตามนัดจริง ๆ ทันทีที่เธอนั่งลงในรถ ยอมรับเลยว่าตั้งแต่ที่หลี่ม่านยวี่เปลี่ยนทรงผม การแต่งตัวก็ไม่หลงเหลือเค้าลางความน่าเบื่อคร่ำครึแบบ “สไตล์แม่ชี” อย่างในอดีตอีกต่อไป ช่างสมคำร่ำลือจริง ๆ ว่าคนเราขอแค่ยอมเปลี่ยนวิถีชีวิตดูสักครั้ง มันเป็นราวกับยาคืนความอ่อนเยาว์เลยทีเดียว!“เป็นยังไง วันนี้ชุดนี้ของแม่ดูแปลกตาไปเหรอ?”เสิ่นชูส่ายหัว “ไม่แปลกเลยค่ะ เหมาะกับคุณแม่มาก ๆ เลยค่ะ!”เธอไม่ได้พูดจาเอาใจเพื่อหวังผล เดิมทีหลี่ม่านยวี่

  • หกปีไร้ใจ สามีเลวเพิ่งรู้ว่ารักหลังหย่า   บทที่ 949

    “พูดอะไรเหลวไหล ใครไปแอบเช็กโทรศัพท์คุณกันเล่า!”เขาถอดผ้ากันเปื้อนออกแล้ววางพาดไว้บนโต๊ะ ก่อนจะทิ้งตัวเอนกายพิงโซฟาในขณะที่สองแขนยันพนักพิงโซฟาไว้ ส่วนตัวเธอถูกกักตัวให้อยู่ในวงแขนของเขาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้“โทรศัพท์ผม ให้คุณเปิดดูได้ตามสบาย อยากดูอะไรก็ดูได้เลย ไม่ต้องเกรงใจหรอก”เสิ่นชูเม้มริมฝีปากเล็กน้อย “เมื่อกี้คุณพ่อคุณติดต่อมาต่างหาก!”“พ่อว่าไงบ้างล่ะ?”“บอกว่าคุณแม่กำลังจะอาละวาดขอหย่ากับพ่อน่ะสิ”“...”ฮั่วจินเฉินนั่งไขว่ห้างเอียงตัวลงบนโซฟาข้าง ๆ ก่อนจะหัวเราะออกมาอย่างจนปัญญาพร้อมกับยกมือขึ้นกุมขมับเสิ่นชูขยับขึ้นไปนั่งคร่อมบนตัวเขา มือเรียวเล็กดึงรั้งปกเสื้อของเขาไว้ “มันน่าขำนักหรือไง?”เขาใช้แขนข้างหนึ่งประคองรอบเอวบางของเธอไว้ รอยยิ้มในแววตายังคงไม่จางหาย ทว่ากลับเจือกระแสคลื่นใต้น้ำที่อันตรายเพิ่มขึ้นมาเล็กน้อย เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ “จากนิสัยพ่อผม การที่ตอนนี้ท่านใส่ใจเรื่องแม่มาโวยวายขอหย่าถือว่าเป็นเรื่องดี แต่ตัวคุณสิ...”ปลายนิ้วโป้งของเขาไล้เบา ๆ บนพวงแก้มที่เริ่มร้อนผ่าวของเธอ น้ำเสียงทั้งเกียจคร้านและเจือความหยอกเย้า “เมื่อกี้เห็นหัวเราะเจ้าเล่ห์

  • หกปีไร้ใจ สามีเลวเพิ่งรู้ว่ารักหลังหย่า   บทที่ 948

    มุมปากของหลี่ม่านยวี่กระตุกอย่างแรง เธอกระแทกตะเกียบลงบนโต๊ะเสียงดัง “ฮั่วเฉิงเยี่ย คุณพูดจาแบบนี้หมายความว่ายังไง สงสัยว่าฉันนอกใจเหรอ?”กล้ามเนื้อกรามของฮั่วเฉิงเยี่ยขยับเล็กน้อย เขาเบือนหน้าหนีไปทางอื่น “หลังจากที่คุณกลับมาจากไปเดินช้อปปิ้งกับเสิ่นชู จู่ ๆ ก็ไปเปลี่ยนลุคใหม่แถมยังไปทำเล็บมา ไหนจะทำท่าทางเมินเฉยใส่ผมมาหลายวันติดกันแบบนี้ จะไม่ให้ผมคิดมากได้ยังไง?”พวกบรรดาเศรษฐีหรือภรรยาข้าราชการระดับสูงในแวดวงสังคมเหล่านั้น ที่แอบไปมีความสัมพันธ์นอกสมรสน่ะ ก็ไม่ใช่ว่าเขาจะไม่เคยพบเจอเสียเมื่อไหร่ ไม่ว่าชายหรือหญิง พออายุถึงเกณฑ์ระดับหนึ่งแล้ว หากชีวิตคู่มีปัญหาประกอบกับทางบ้านมีฐานะหรือมีเงินเหลือเฟือ ก็ยากนักที่จะไม่หลงระเริงไปมี “บ้านเล็กบ้านน้อย” นอกบ้านอีกทั้งเมื่อไม่นานมานี้ ภรรยาของญาติสนิทมิตรสหายในกลุ่มเพื่อนร่วมงานของเขายังมีข่าวฉาวเรื่องการเลี้ยงดูเด็กหนุ่มอีกด้วย ผู้ชายคนนั้นอายุเพียงยี่สิบปี ยังหนุ่มยังแน่น หน้าตาหล่อเหลา ร่างกายกำยำล่ำสัน แถมยังมีคารมคมคายรู้ว่าต้องเอาอกเอาใจเหล่าคุณนายมีฐานะอย่างไรตัวเขาเองแม้จะไม่เคยคิดสนใจจะเลี้ยงเมียน้อยคนไหน ทั้งยังไม่มีเวลาแ

  • หกปีไร้ใจ สามีเลวเพิ่งรู้ว่ารักหลังหย่า   บทที่ 947

    “คุณนายสกุลอู๋งั้นเหรอ?” ฮั่วจินเฉินเอ่ยราวกับกำลังพูดถึงคนที่ไม่สำคัญอะไร เขาเพียงหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ “เดาว่าตอนนั้นคงอยากแต่งงานกับพ่อผม แต่ไม่สำเร็จ เลยมองแม่ผมเป็นหนามกวนใจสินะ”เสิ่นชูพลันประหลาดใจ ต่อมเผือกถูกสะกิดขึ้นมาอย่างรุนแรง “มีเรื่องแบบนี้จริง ๆ เหรอเนี่ย?”“ผมเดาน่ะ”“...”ฮั่วจินเฉินยกมือขึ้นโอบไหล่เธอ คนขับรถเห็นดังนั้นจึงเลื่อนแผ่นกั้นขึ้นเงียบ ๆ อย่างรู้หน้าที่เธอลดเสียงเบาลง “คุณจะทำอะไร?”“ก็แค่คนตระกูลอู๋ แม่ยังไม่ได้เอามาใส่ใจเลย แต่คุณกลับเก็บมาคิดจริงจังซะงั้น” เขาแสร้งทำเป็นงอน น้ำเสียงอู้อี้ “พอมีลูก เวลาส่วนตัวของคุณก็แทบไม่มีผมอยู่ในนั้นเลย วันนี้พาแม่ไปชอปปิง พรุ่งนี้ก็อยู่กับลูก แล้วเมื่อไหร่จะมาอยู่กับผมบ้างล่ะ?”เสิ่นชูอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะผลักอกเขาเบา ๆ “คุณงานยุ่งท่วมหัวซะขนาดนั้น มาน้อยใจเรื่องแค่นี้เนี่ยนะ?”“ดูท่าเสี่ยวชูกำลังตำหนิผมอยู่สินะว่าที่ไม่มีเวลาให้” เขาหรี่ตาลงพลางยิ้ม “ถ้าอย่างนั้นก็ได้ เดี๋ยวผมบอกหวังน่าว่าช่วงนี้ขอพักยาว ๆ จะได้อยู่กับคุณให้เต็มที่”เสิ่นชู “...”ให้ตายสิ เธอไปพูดแบบนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่กัน!...ฮั่วเฉิงเ

  • หกปีไร้ใจ สามีเลวเพิ่งรู้ว่ารักหลังหย่า   บทที่ 946

    ทว่าสตรีที่ยืนอยู่ตรงทางเข้าในยามนี้...เส้นผมดัดลอนความยาวระดับไหปลาร้าซอยไล่ระดับอย่างมีมิติ ทิ้งตัวพองฟูล้อมกรอบไหล่บาง ขับเน้นให้เครื่องหน้าของเธอดูอ่อนละมุนยิ่งขึ้น เธอแต่งหน้าเต็มรูปแบบ หางตาเชิดขึ้นเล็กน้อย สีริมฝีปากเป็นสีแดงกุหลาบสดใส สวมรองเท้าส้นสูงสีนู้ดชมพู ชุดสูทสตรีลำลองตัดเย็บอย่างประณีตเรียบร้อยกระทั่งปลายนิ้วก็ยังทำเล็บสไตล์ฝรั่งเศสแบบโปร่งใสทั้งร่างราวกับดอกกุหลาบที่ได้รับการรดน้ำอย่างพิถีพิถันจนเบ่งบานสะพรั่งขึ้นมาอย่างกะทันหัน งดงามเย้ายวนจนผู้คนละสายตาไม่ได้อย่าว่าแต่เขาเลย แม้แต่พ่อบ้านที่อยู่ข้าง ๆ ก็ยังยืนอึ้งค้างอยู่กับที่ ถาดในมือเกือบจะถือไว้ไม่มั่นเสียแล้วฮั่วจินเฉินเองก็ตกตะลึงไปนานถึงครึ่งนาที ก่อนจะเค้นเสียงหลุดออกมาจากลำคอว่า “...คุณแม่?”นี่คือคุณแม่บังเกิดเกล้าผู้แสนจะสำรวมและเคร่งครัดในระเบียบคนเดิมของเขาจริง ๆ หรือนี่?หลี่ม่านยวี่ส่งถุงช้อปปิ้งในมือให้กับสาวใช้ ปลายนิ้วปัดผ่านเส้นผมดัดลอนที่เพิ่งทำมาใหม่อย่างไม่ใส่ใจนัก มุมปากยกยิ้มอย่างมั่นใจ “ทำไมทำหน้าเหมือนเห็นผีกันหมดล่ะ? ทรงผมนี้เสี่ยวชูเป็นคนเลือกให้ฉันเชียวนะ”ผมดัดลอนประบ่าไล่ร

  • หกปีไร้ใจ สามีเลวเพิ่งรู้ว่ารักหลังหย่า   บทที่ 945

    ยังไม่ทันที่หลี่ม่านยวี่จะได้เอ่ยปาก เสิ่นชูก็พูดต่อขึ้นมาว่า “ลูกชายของคุณแม่สามีฉันยังดูดีกว่าสามีของคุณตั้งเยอะ จะต้องไปพึ่งสามีอะไรอีกคะ?”หลี่ม่านยวี่ได้ยินดังนั้นก็หัวเราะพรวดออกมาคำพูดนี้โดนใจเธอเข้าเต็มเป้าคุณนายอู๋โกรธจนตัวสั่นไปหมด เธอคว้าบัตรขึ้นมาแล้วเดินสะบัดก้นออกจากร้านไปด้วยความโกรธเกรี้ยวหลังจากเสิ่นชูและหลี่ม่านยวี่ซื้อกระเป๋าเสร็จก็เดินออกจากร้าน เมื่อครู่เสิ่นชูออกหน้าปกป้องเธอ แถมยังเรียกเธอว่า “คุณแม่” อีก หลี่ม่านยวี่ล้วนจำได้ขึ้นใจ!“เสี่ยวชู วันนี้ตั้งใจพาลูกมาเดินเล่นแท้ ๆ ไม่คิดเลยว่าจะต้องมาเจอเรื่องน่าขำพวกนี้ แต่ก็ต้องขอบคุณด้วยนะจ้ะ” เสิ่นชูส่ายหน้า “คุณแม่เป็นคุณย่าของลูกหนู หนูจะยืนดูเฉย ๆ ปล่อยให้โดนคนอื่นรังแกได้ยังไงล่ะคะ”หลี่ม่านยวี่ถอนหายใจยาว “แต่ยังไงซะ วันนี้หนูก็ช่วยแม่ไว้ วันนี้อยากซื้ออะไร แม่ซื้อให้หมดเลย แต่ก่อนหน้านั้น ช่วยไปดัดผมเป็นเพื่อนฉันหน่อยได้ไหม?”เธอหยุดเดินแล้วหันกลับไปมองเสิ่นชู ในแววตาประกายระยิบระยับขึ้นมาเสิ่นชูประหลาดใจ “คุณแม่จะไปดัดผมเหรอคะ?”“กำลังคิดอยู่ว่าควรเปลี่ยนทรงผมดีไหม? เช่น ดัดลอนอะไรทำนองนั้น..

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status