بيت / รักโบราณ / หงส์เหินเหนือดารา / บทที่ 3 ถอนพิษรักจนฟ้าสาง nc

مشاركة

บทที่ 3 ถอนพิษรักจนฟ้าสาง nc

last update تاريخ النشر: 2026-08-10 21:31:01

“อย่ามองนะ... คนบ้า ปิดตาเดี๋ยวนี้...”  ซินเยว่ยกสองมือขึ้นปิดบังใบหน้าของตนเองด้วยความอับอายจนแทบแทรกแผ่นดินหนี นางเป็นถึงหมอหญิงผู้ทรงเกียรติ  แต่กลับต้องมานอนอ้าขาให้บุรุษแปลกหน้าเชยชมอย่างน่ารังเกียจ

“เจ้าช่างงดงามยิ่งนัก ซินเยว่... งดงามจนข้าแทบคลั่ง”

จ้าวเฟยหรงเอื้อมมือไปดึงมือเล็กของนางออก ตรึงไว้กับที่นอนด้านบน ก่อนจะโน้มใบหน้าลงไปประกบจูบริมฝีปากบางอย่างเรียกร้องและดูดดื่ม  ลิ้นร้อนตวัดพัวพันเกี่ยวกระหวัดปลายลิ้นเล็กอย่างเอาแต่ใจ  รสจูบในครานี้ไม่ได้ป่าเถื่อนเท่าคราแรก แต่มันเต็มไปด้วยความเร่าร้อนและลุ่มหลงจนซินเยว่เผลอครางอืออา ตอบสนองเขาไปอย่างหลงลืมตัว

ในขณะที่ริมฝีปากยังคงป้อนจูบแสนหวาน  สะโพกสอบก็เริ่มขยับขับเคลื่อนอีกครั้ง!

“อึก... อ๊ะ...” ซินเยว่สะดุ้งเฮือก  ร่างกายแอ่นโค้งตอบรับสัมผัส

การสอดแทรกในท่วงท่าที่เรียวขาถูกยกสูงขึ้นเช่นนี้ ทำให้แก่นกายหนุ่มสามารถทะลวงเข้าไปได้ลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิม ทุกครั้งที่เขากระแทกตัวเข้าหา ปลายหัวหยักบานก็กระทบเข้ากับจุดกระสันลึกสุดภายในกาย

“พั่บ! พั่บ! พั่บ!”    “อ๊ะ!..ฮึกกก”

เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังก้องไปทั่วห้องปรุงยา  แข่งกับเสียงฟ้าร้องด้านนอก  จ้าวเฟยหรงเร่งจังหวะสะโพกถี่รัวและหนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ เขาดึงรั้งท่อนเอ็นออกมาจนเกือบหลุด  แล้วกระแทกกลับเข้าไปจนสุดโคนซ้ำแล้วซ้ำเล่า ร่างของซินเยว่สั่นคลอนไปตามแรงอัดกระแทก  เตียงไม้ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดราวกับจะพังทลายลงมาได้ทุกเมื่อ

“อ๊ะ... อ๊า... มะ... ไม่ไหว...ท่านแม่ทัพ ข้า..ข้า..ซี๊ดดด”

หมอหญิงผู้อ่อนต่อโลกไม่อาจทนต่อความรัญจวนใจที่แสนสาหัสนี้ได้อีกต่อไป   นางปล่อยเสียงครางหวานหูออกมาอย่างไม่อาย ความเจ็บปวดถูกแทนที่ด้วยความสุขสมที่พุ่งทะยานราวกับพลุแตกในหัว  พิษราคะจากตัวเขาส่งผ่านการเชื่อมต่อ ทำให้ร่างกายของนางตอบสนองเขาอย่างบ้าคลั่ง  ช่องทางอ่อนนุ่มตอดรัดความแข็งแกร่งเป็นจังหวะถี่กระชั้น

“เรียกข้าว่าเฟยหรง... เรียกชื่อข้า ซินเยว่”  ชายหนุ่มคำรามสั่งเสียงพร่า

เขาถอนจูบออก เปลี่ยนเป้าหมายลงมาที่ทรวงอกอวบอิ่มที่กำลังกระเพื่อมไหวตามแรงกระแทก ริมฝีปากร้อนครอบครองยอดปทุมถันสีสด ดูดดึงและขบเม้มสลับซ้ายขวา   มือหนาอีกข้างก็เอื้อมลงไปบดขยี้ติ่งเนื้อเกสรตรงปากทางรักเพื่อเพิ่มความเสียวซ่านให้นางเป็นทวีคูณ

“อ๊าาาา! เฟยหรง... เฟยหรง! ข้า... ข้าจะตายแล้ว อื้ออออ!”

ซินเยว่หวีดร้องเรียกชื่อเขาเสียงหลง ร่างกายบิดเร่าด้วยความทรมานแต่สุขสม  สองมือเล็กที่หลุดจากการเกาะกุมจิกเล็บลงบนแผ่นหลังกว้างของแม่ทัพหนุ่มจนเลือดซิบเพื่อระบายความอัดอั้น

เมื่อได้ยินสตรีใต้ร่างเรียกขานนามของตนด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยแรงตัณหา เส้นความอดทนของจ้าวเฟยหรงก็ขาดสะบั้น! แม่ทัพทมิฬโหมกระหน่ำสอดใส่แก่นกายเข้าออก  ราวกับต้องการจะตอกอัดตัวตนของเขาให้ฝังรากลึกเข้าไปในจิตวิญญาณของนาง

“อา... ซินเยว่... เมียข้า...”  เขาคำรามลั่น เร่งจังหวะถี่ยิบในช่วงโค้งสุดท้าย ก่อนที่ร่างหนาจะเกร็งกระตุกอย่างรุนแรง เขาอัดกระแทกความยิ่งใหญ่เข้าไปจนสุดโคน ปลดปล่อยหยาดน้ำรักสีขาวขุ่นที่ร้อนระอุฉีดพ่นเข้าไปในมดลูกของนางระลอกแล้วระลอกเล่า  ซินเยว่เองก็กระตุกเกร็งไปทั้งร่าง  ช่องทางรักบีบรัดความแข็งขึงแน่นหนึบ  นางหวีดร้องสุดเสียงก่อนจะล่องลอยไปแตะขอบสวรรค์เป็นครั้งที่สอง  ร่างบอบบางหอบหายใจรวยริน  ทรวงอกกระเพื่อมขึ้นลงอย่างหนักหน่วง ก่อนที่สติสัมปชัญญะของหมอหญิงจะดับวูบไปเพราะความเหนื่อยล้าที่เกินจะรับไหว

จ้าวเฟยหรงทิ้งตัวลงนอนทาบทับอยู่บนร่างของสตรีที่หลับสนิท ซบใบหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ่น หอบหายใจโกยอากาศเข้าปอด  ยามเหม่า (05.00 - 06.59 น.)

พายุฝนที่โหมกระหน่ำมาทั้งคืน บัดนี้สงบลงแล้ว เหลือเพียงหยาดฝนปรอยๆ  ที่โปรยปรายลงมา ท้องฟ้าเริ่มทอแสงสีเทาหม่น

บ่งบอกถึงการเริ่มต้นของวันใหม่  อุณหภูมิในร่างกายของจ้าวเฟยหรงกลับเข้าสู่สภาวะปกติ  พิษราคะกลืนวิญญาณที่เกือบจะคร่าชีวิตเขาได้ถูกชำระล้างออกไปจนหมดสิ้นด้วยการเสพสมอย่างหนักหน่วงตลอดทั้งคืน

แม่ทัพหนุ่มค่อยๆ ลืมตาขึ้น ดวงตาคมกริบกลับมาเป็นสีนิลลึกล้ำดั่งเช่นปกติ  ไร้ซึ่งร่องรอยของความบ้าคลั่ง เขายันตัวลุกขึ้นนั่ง มองดูสภาพห้องปรุงยาที่เละเทะไม่ต่างจากสมรภูมิรบ ก่อนจะก้มลงมองสตรีที่กำลังนอนหลับใหลอยู่บนเตียงไม้  หลินซินเยว่นอนขดตัวคุดคู้ด้วยความหนาวเย็น  ร่างกายบอบบางขาวเนียนบัดนี้เต็มไปด้วยรอยช้ำจางๆ จากน้ำมือของเขา หยาดโลหิตสีแดงสดที่แห้งกรังผสมกับคราบน้ำรักยังคงเปรอะเปื้อนอยู่ตามเรียวขาและผ้าปูเตียง เป็นหลักฐานชั้นดีว่าเขาได้พรากความบริสุทธิ์ของนางไปอย่างป่าเถื่อนเพียงใด

จ้าวเฟยหรงรู้สึกถึงก้อนความผิดที่แล่นขึ้นมาจุกที่คอ  เขาเป็นถึงแม่ทัพผู้เกรียงไกร ปกป้องราษฎรนับหมื่นแสน แต่กลับต้องมาย่ำยีสตรีผู้บริสุทธิ์นางหนึ่งเพียงเพื่อรักษาชีวิตของตนเอง  ทว่า... นอกจากความรู้สึกผิดแล้ว ลึกๆ ในใจของเขากลับมีความรู้สึก ‘หวงแหน’ ก่อตัวขึ้นอย่างรุนแรง  รสชาติความหอมหวานและเสียงครางเรียกชื่อของนางยังคงดังก้องอยู่ในหัว ร่างกายของนางช่างเข้ากับเขาได้ดีราวกับสวรรค์สรรค์สร้าง  เขาเอื้อมมือไปหยิบผ้าห่มผืนบางที่ตกอยู่บนพื้นมาคลุมร่างให้หมอหญิงอย่างเบามือ ปลายนิ้วหยาบกร้านเกลี่ยปอยผมที่ปรกหน้าผากมนของนางออก

“ข้าจ้าวเฟยหรง... ขอสาบานต่อฟ้าดิน”  เขาพึมพำเสียงแผ่วเบาแต่หนักแน่น

“ในเมื่อข้าพรากพรหมจรรย์ของเจ้ามาแล้ว เจ้าก็คือ ‘ฮูหยิน’ ของข้าแต่เพียงผู้เดียว ข้าจะปกป้องเจ้าด้วยชีวิต จะไม่มีผู้ใดกล้ารังแกเจ้าได้อีก”  ชายหนุ่มลุกขึ้นยืน  คว้าชุดเกราะและเสื้อผ้าที่ขาดวิ่นของตนมาสวมใส่อย่างลวกๆ แววตาของแม่ทัพทมิฬแปรเปลี่ยนเป็นความเหี้ยมเกรียมและเย็นชาเมื่อนึกถึงต้นตอของเรื่องราวทั้งหมด

‘เสนาบดีกรมกลาโหม หวังฉี’

ไอ้สุนัขเฒ่าแซ่หวัง  มันกล้าบังอาจสมคบคิดกับแคว้นศัตรู  ลอบส่งมือสังหารและใช้พิษสกปรกนี้หวังจะให้เขาธาตุไฟแตกซ่านตายอย่างทรมาน  หากเขาตายไป ชินอ๋องหยางหลงย่อมเหมือนถูกตัดแขนขวา  อำนาจทางการทหารย่อมสั่นคลอน

“หึ... สวรรค์ยังไม่ต้องการชีวิตข้า ไอ้สุนัขเฒ่าหวังฉี... เตรียมล้างคอรอรับดาบของข้าได้เลย!”จ้าวเฟยหรงกัดกรามแน่น เขาจำต้องรีบกลับไปรายงานเรื่องแผนกบฏนี้ให้ ‘ชินอ๋องหยางหลง’ ทราบโดยด่วน ก่อนที่พวกมันจะลงมือขั้นต่อไป  แม่ทัพหนุ่มหันกลับมามองหลินซินเยว่อีกครั้ง เขาปลดป้ายหยกประจำตัวแม่ทัพสลักคำว่า ‘จ้าว’ วางไว้ข้างหมอนของนาง พร้อมกับถุงเงินก้อนโต

“รอข้าก่อน ซินเยว่... สะสางเรื่องกบฏเสร็จสิ้นเมื่อใด ข้าจะส่งเกี้ยวแปดคนหามมารับเจ้าเข้าจวนแม่ทัพอย่างสมเกียรติ”  ชายหนุ่มก้มลงประทับรอยจูบที่หน้าผากมนของสตรีผู้เป็นดั่งผู้มีพระคุณและภรรยาของเขา  ก่อนจะหมุนตัวใช้วิชาตัวเบากระโดดพุ่งทะยานออกไปทางหน้าต่าง กลืนหายไปกับสายหมอกยามเช้าทิ้งไว้เพียงกลิ่นอายความเร้าร้อน

และรอยตราบาปที่ประทับลึกลงบนร่างกายและจิตใจของหมอหญิงผู้บริสุทธิ์...คล้อยหลังจ้าวเฟยหรงจากไปเพียงครึ่งชั่วยามร่างบอบบางบนเตียงไม้ก็ค่อยๆ รู้สึกตัว หลินซินเยว่ลืมตาขึ้นด้วยความยากลำบาก ความเจ็บร้าวแล่นปลาบไปทั่วแผ่นหลังและช่วงล่างจนนางต้องนิ่วหน้า  นางพยายามยันตัวลุกขึ้นนั่ง ผ้าห่มผืนบางเลื่อนหลุดลงมา

เผยให้เห็นร่องรอยแห่งความอัปยศที่ปรากฏชัดเจนบนผิวกาย

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • หงส์เหินเหนือดารา   บทที่ 21 (ตอนจบ): หงส์เหินเหนือดารา

    สามปีต่อมา...กงล้อแห่งโชคชะตาได้พัดพาความสงบสุขมาสู่แผ่นดินต้าหยางอย่างแท้จริงณ เมืองเจียงหนาน ดินแดนแห่งสายน้ำและดอกท้อเรือนไม้หลังกะทัดรัดริมทะเลสาบซีหู ถูกล้อมรอบด้วยสวนผักและแปลงดอกไม้ที่แข่งกันชูช่อ‘เสิ่นอวี้’ ในวัยเบญจเพสที่ล่วงเลย ทว่ากลับดูงดงามและเปล่งปลั่งยิ่งกว่าสตรีวัยแรกรุ่น นางกำลังยืนเก็บลูกท้อสดๆ จากต้น รอยยิ้มหวานละมุนประดับอยู่บนใบหน้าที่ไร้ซึ่งร่องรอยความทุกข์ระทม“ฮูหยิน ระวังสะดุดรากไม้นะ”เสียงทุ้มต่ำดุดัน ทว่าแฝงไปด้วยความอบอุ่นดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงใหญ่ของ ‘เฮ่อเหลียน’ ที่เดินเข้ามาช่วยประคองตะกร้าผลไม้ในมือนาง อดีตองครักษ์เงาและนักฆ่าผู้ไร้หัวใจ บัดนี้กลายเป็นเพียงชาวประมงและพ่อค้าสมุนไพรผู้หลงใหลในตัวภรรยาอย่างถอนตัวไม่ขึ้น“ข้าไม่ได้อ่อนแอเพียงนั้นเสียหน่อย ท่านพี่ก็ห่วงเกินไป” เสิ่นอวี้หัวเราะคิกคัก ก่อนจะเขย่งปลายเท้าขึ้นประทับจูบเบาๆ ที่สันกรามของสามีเฮ่อเหลียนรวบเอวนางเข้ามากอด รอยแผลเป็นบนใบหน้าของเขาไม่ได้ทำให้นางหวาดกลัว กลับเป็นเครื่องเตือนใจถึงความรักที่เขามีต่อนาง “ข้าย่อมต้องห่วงสิ... ยิ่งตอนนี้ ในท้องของท่านมี ‘ลูกน้อย’ ของเราอยู่ด้วย ข

  • หงส์เหินเหนือดารา   บทที่ 20 นางหงส์เริงระบำ nc

    กาลเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนผ่าน ฤดูหนาวอันแสนเยือกเย็นถูกแทนที่ด้วยความอบอุ่น ข่าวความสงบร่มเย็นของแคว้นต้าหยางขจรขจายไปทั่วทุกสารทิศ ณ ตำหนักกลางแห่งจวนชินอ๋อง ซึ่งเป็นดั่งศูนย์กลางอำนาจรองจากวังหลวง‘องค์หญิงหนิงเหอ’ หรือในยามนี้คือ ‘ชินอ๋องเฟย’ (พระชายาเอก) ผู้เลอโฉม กำลังนั่งตรวจดูกิจการภายในจวนและบัญชีเสบียงของกองทัพอยู่บนตั่งไม้บุผ้านุ่ม นางสวมอาภรณ์สีแดงสดปักลายหงส์เพลิงสยายปีก ขับเน้นผิวพรรณขาวผ่องและใบหน้างดงามเฉี่ยวคมให้ดูสูงศักดิ์จนยากจะหาผู้ใดเปรียบ บารมีของนางในยามนี้ แผ่ซ่านจนบ่าวไพร่และขุนนางต่างก้มหัวศิโรราบด้วยความยำเกรงอย่างแท้จริง“พระชายาพ่ะย่ะค่ะ... นี่คือฎีกาจากหัวเมืองชายแดนที่ส่งมาให้ท่านอ๋องพิจารณาพ่ะย่ะค่ะ” พ่อบ้านคนสนิทคุกเข่าพร้อมชูม้วนไม้ไผ่ขึ้นเหนือศีรษะ หนิงเหอรับมันมาเปิดอ่านด้วยท่าทีสงบนิ่ง แม้จะเป็นสตรี ทว่าอ๋องปีศาจผู้เป็นสวามี กลับมอบสิทธิ์ขาดให้นางสามารถร่วมตัดสินใจในราชการทหารได้อย่างเต็มที่ในขณะที่นางกำลังจดจ่ออยู่กับตัวอักษร บานประตูตำหนักก็ถูกเปิดออก ร่างสูงตระหง่านของชินอ๋อง ‘หยางหลง’ ก้าวเข้ามาภายในห้อง บ่าวไพร่ต่างรู้หน้าที่ รีบถอยร่นออกไ

  • หงส์เหินเหนือดารา   บทที่ 19 ทายาทพยัคฆ์ nc

    ซินเยว่หน้าแดงจัด นางรีบยกมือขึ้นปิดบังทรวงอกของตนเอง แม้ด้านบนจะยังสวมเสื้ออยู่ แต่การเปิดเปลือยท่อนล่างรับลมเย็นๆ กลางสวนเช่นนี้ ทำให้นางรู้สึกหวิววาบและกระดากอายอย่างบอกไม่ถูก“อย่าปิดบังเลยคนดี... ให้สายลมและแสงจันทร์ได้สัมผัสความงดงามของเจ้าเถิด”เฟยหรงกระซิบเสียงแหบพร่า เขาย่อตัวลงคุกเข่าตรงหน้านางอีกครั้ง จับเรียวขางามให้แยกออกกว้าง พาดทับไว้บนบ่ากว้างของเขา ก่อนที่ใบหน้าหล่อเหลาจะฝังลงที่ร่องกุหลาบงามซึ่งกำลังสั่นระริก!“อ๊า! ท่านพี่! อย่านะ... ตรงนี้มัน... อื้อออ!”ร่างบางสั่นระริกเมื่อปลายลิ้นร้อนระอุของเขาตวัดเลียลงบนติ่งเนื้อเกสรอย่างพลิ้วไหว ! ความเย็นของสายลมปะทะกับความร้อนจัดจากปลายลิ้นของเขา สร้างความสยิวซ่านที่รุนแรง“จ๊วบ... จ๊วบ...”“อ๊า!...ท่านพี่..ทำไมถึงเก่งกาจเยี่ยงนี้...ซี๊ดดด” เสียงดูดกลืนน้ำหวานดังสะท้อนเบาๆ แข่งกับเสียงแมลงกลางคืน เฟยหรงรัวปลายลิ้นบดขยี้จุดกระสันของนางสองมือหนาบีบเคล้นบั้นท้ายงอนงามอย่างหนักหน่วง ซินเยว่ทนรับความเสียวซ่านไม่ไหวนางเงยหน้าขึ้นมองดวงจันทร์ หอบหายใจถี่กระชั้น สองมือจิกเกร็งลงบนขอบระเบียงไม้จนเจ็บเล็บ“อ๊าาาา! ท่านพี่.. ข้

  • หงส์เหินเหนือดารา   บทที่ 18 บุปผาเบ่งบานกลางสวนจันทรา

    เขาอุ้มร่างที่อ่อนระทวยของนางขึ้นไปวางบนฟูกนุ่ม ก่อนจะปลดเปลื้องอาภรณ์ของตนเองออก เผยให้เห็นความเป็นชายที่ขยายใหญ่และแข็งขึงเต็มกำลังเขาตามขึ้นไปคร่อมทาบทับ ทว่าครั้งนี้ เขาไม่ได้โหมกระแทกเข้าไปอย่างป่าเถื่อนอีกต่อไป หยางหลงประคองใบหน้านางไว้ ประกบจูบที่ริมฝีปากบางอย่างดูดดื่ม แลกเปลี่ยนลมหายใจและความหอมหวาน ขณะเดียวกัน สะโพกสอบก็ค่อยๆดันความแข็งแกร่งสอดแทรกเข้าสู่ช่องทางที่คับแคบและชุ่มฉ่ำของนางอย่างเชื่องช้า... เนิบนาบ... ทว่าลึกซึ้งจนสุดโคน “อึก... อา... ลึกเหลือเกิน...” หนิงเหอครางอู้อี้ในลำคอ สองแขนโอบกอดแผ่นหลังกว้างของเขาแน่น“ข้าจะอ่อนโยนกับเจ้า... หงส์น้อยของข้า”อ๋องปีศาจเริ่มขยับขับเคลื่อนจังหวะรัก บทเพลงวสันต์ในค่ำคืนนี้ไม่มีความป่าเถื่อนรุนแรง มีเพียงการ ‘เชื่อมต่อ’ อย่างแนบแน่นและลึกซึ้ง ทุกการสอดประสานเต็มไปด้วยความรัก การทะนุถนอม และการวิงวอนขอโทษต่อเรื่องราวในอดีต“พั่บ... พั่บ... พั่บ...” เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังเป็นจังหวะเชื่องช้าทว่าหนักแน่น หยางหลงลากไล้ริมฝีปากไปตามซอกคอและลาดไหล่ ฝังรอยจูบสีเข้มประทับตราความเป็นเจ้าของด้วยความรัก เขาจงใจขยับสะโพกเน้น

  • หงส์เหินเหนือดารา   บทที่ 17 บัลลังก์หงส์เคียงมังกร 2/2

    หยางหลงเลิกคิ้วเล็กน้อย ทว่ารอยยิ้มพึงพอใจกลับปรากฏขึ้นบนมุมปาก “ตามใจเจ้า... ทหาร! นำตัวมันไปทำลายวรยุทธ์ทิ้ง แล้วเนรเทศไปชายแดนเหนือ!”“ไม่! ฆ่าข้าเถอะ! ให้ข้าเป็นสามัญชนไร้ค่า สู้ฆ่าข้าเสียดีกว่า นังหนิงเหอ! ปล่อยข้า!” รัชทายาทร้องลั่นดิ้นรน แต่ก็ถูกทหารเกราะดำลากตัวออกไปอย่างรวดเร็วเมื่อความวุ่นวายสงบลง หยางหลงก็ก้าวเข้าไปรวบเอวบางของหนิงเหอเข้ามากอดจากทางด้านหลัง เกยคางลงบนลาดไหล่เนียนของนาง“ใจอ่อนหรือ หงส์น้อยของข้า?”“ข้าไม่ได้ใจอ่อน ข้าเพียงแค่... ตัดขาดจากอดีตอย่างสมบูรณ์แล้วต่างหาก” นางเอนหลังพิงแผงอกกว้าง “การให้เขามีชีวิตอยู่อย่างไร้เกียรติและไร้อำนาจ คือการลงทัณฑ์ที่สาสมที่สุดสำหรับคนมักใหญ่ใฝ่สูงเช่นเขา... จากนี้ไป ข้าไม่มีแคว้นซีโจว ไม่มีครอบครัวอีกแล้ว...” “ใครบอกว่าเจ้าไม่มีครอบครัว”อ๋องปีศาจจับไหล่นางให้หันกลับมาประจันหน้า เขาดึงม้วนราชโองการสีเหลืองทองที่ประทับตราหยกของฮ่องเต้ออกมาจากแขนเสื้อ แล้วยื่นให้นาง“เปิ่นหวางได้ทูลขอความชอบจากเสด็จพี่... ราชโองการนี้ คือการแต่งตั้งเจ้า ให้เป็น ‘ชินอ๋องเฟย (พระชายาเอก)’ แห่งจวนชินอ๋องอย่างเป็นทางการ เจ้าไม่ใช่เชลย ไม

  • หงส์เหินเหนือดารา   บทที่ 17 บัลลังก์หงส์เคียงมังกร 1/2

    ยามซื่อ (09.00 - 10.59 น.) หลังจากกองทัพต้าหยางคว้าชัยชนะเหนือแคว้นซีโจว์ได้อย่างเด็ดขาดเมืองหลวงก็กลับมาคึกคักและเต็มไปด้วยงานเฉลิมฉลองอีกครั้งณ ลานกว้างหน้าพระราชวัง ขบวนทัพหลวงเคลื่อนตัวเข้าสู่ประตูเมืองท่ามกลางเสียงโห่ร้องยินดีของราษฎร ทว่าท่ามกลางความยิ่งใหญ่เหล่านั้น กลับมีรถม้าคันเล็กๆ คันหนึ่งที่ดูธรรมดาสามัญ กำลังขับสวนทางออกจากประตูเมืองทิศใต้ มุ่งหน้าสู่ดินแดนทางใต้ที่ห่างไกลภายในรถม้าคันนั้น ‘เสิ่นอวี้’ ในชุดผ้าฝ้ายสีอ่อนนั่งพิงไหล่กว้างของ ‘เฮ่อเหลียน’ อดีตองครักษ์เงา ที่บัดนี้ถอดชุดดำและหน้ากากออกจนหมดสิ้น บาดแผลของเขาได้รับการรักษาจนสมานตัวดีแล้วเมื่อเช้าตรู่ ชินอ๋องหยางหลงได้เรียกตัวเฮ่อเหลียนเข้าพบ ไม่เพียงแต่มอบ ‘อิสรภาพ’ ให้ตามสัญญา ทว่ายังพระราชทานป้ายหยกละเว้นตาย ตั๋วเงินปึกใหญ่ และโฉนดที่ดินผืนงามในเมืองเจียงหนานให้เป็นของขวัญตั้งตัว“ท่านพี่... เจียงหนานที่พวกเรากำลังจะไป งดงามเหมือนที่ท่านเล่าให้ฟังหรือไม่” เสิ่นอวี้เงยหน้าขึ้นถาม รอยยิ้มของนางสดใสราวกับดอกไม้ที่ผลิบานรับแสงตะวัน เฮ่อเหลียนก้มลงจุมพิตหน้าผากมนของภรรยาก่อนจะเอื้อนเอ่ย“งดงามสิ... ที่น

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status