Share

บทที่ 18

Author: Karawek House
last update Last Updated: 2025-08-25 20:51:11

เปรี้ยง!

เสียงฟ้าผ่า เสียงม้าร้องและย่ำเท้า กลิ่นความชื้น และเสียงเปาะแปะจากเม็ดฝนที่ตกลงกระทบหลังคากระโจม ปลุกให้หนิงซินที่สลบไสลไปแล้วรอบหนึ่งรู้สึกตัวตื่นขึ้นพร้อมๆ กับความเสียวซ่านลึกล้ำที่ถาโถมเข้ามาไม่หยุดหย่อน

“อ๊ะ...!” นางรีบตะครุบปากไม่รักดีที่ส่งเสียงคล้ายเมื่อตอนที่โดน...ทั้งๆ ที่สายตายังคงพร่ามัว

นี่มัน...นี่มันอะไรกัน...

เหตุใด…เหตุใดกระโจมพักถึงได้ขยับโยกเช่นนี้?

ไม่ถูก...ที่โยกโยนไปมา...ที่โยกโยนไปมาคือร่างกายนางต่างหาก!

หนิงซินเบิกตาโพลง เพียงเห็นเต็มสองตาว่า ไม่เพียงยามนี้ตนเองตกอยู่ในสภาพสวมอาภรณ์จิ้งจอกคล้ายไม่สวม นอนหงาย ทอดกายชันเข่าอ้าขา ให้แม่ทัพต่ำช้าเจ้าของกระโจมกระทำย่ำยีเอาตามใจ หว่างขายังฉ่ำเยิ้มเปียกแฉะเพราะการกระทำอันน่ารังเกียจของอีกฝ่าย ภายในช่องทางคับแน่นที่ถูกยัดเยียดสิ่งแปลกปลอมเข้าๆ ออกๆ ก็ทั้งเต้นตุบทั้งบีบรัดแก่นกายเขาไม่หยุด เหมือนรื่นเริงใจที่ได้แนบเนื้อนุ่มนิ่มให้อีกฝ่ายเสพสุข ระเลงรัก ระรื่นวสัตน์ นางก็ตกใจจนถึงขั้นแทบประคองสติเอาไว้ไม่อยู่

เหตุใด...เหตุใด...

ยามนี้นางไม่เพียงนอนทอดร่างถ่างขาให้แม่ทัพต่ำช้ากระทำตามใจเท่านั้น ร่างกายนางยังตอบสนองอีกฝ่ายเป็นอย่างดี มันทั้งร้อนวูบวาบ ทั้งสุขสม ทั้งอิ่มเอม ทั้งยังต้องการให้คนผู้นี้เติมเต็มช่องว่างบางอย่างในกายให้มากขึ้น มากขึ้น และมากขึ้น

นี่นาง...นางกลายเป็นสตรีเช่นใดไปแล้ว!

เพียงได้สติเท่านั้น หนิงซินรวบอาภรณ์จิ้งจอกขาวมาคลุมหน้าอกสล้างใหญ่ พยายามกดถดถอยหนี แต่กลับโดนคนมือไวคว้าสะโพกไว้มั่น

“หยุด...หยุดนะ!” ก่อนหน้านี้ถูกเขาข่มเหงรังแกจนอ่อนล้าสติพร่าเลือน จนสุดท้ายก็หมดสติไป คาดไม่ถึงว่าหลังจากนางหมดสติไปแล้ว คนต่ำช้าผู้นี้กลับยังสานต่อเรื่องที่ค้างคา ทำราวกับว่าหากค่ำคืนนี้ยังตักตวงไม่เต็มอิ่มก็จะไม่มีวันรามือจากนางเป็นอันขาด

คนผู้นี้...คนผู้นี้แท้จริงแล้วหาใช่มนุษย์ แต่เป็นปีศาจราคะ เขาหาได้ดื่มสุราแล้วเมามาย แต่ดื่มสุราแล้วเป็นบ้า เป็นบ้าไปแล้วต่างหาก!

“หยุดรึ” เขาพึมพำเสียงทุ้มต่ำ “เจ้าชอบมันด้วยซ้ำ” เขาถึงกับดึงต้นขาข้างหนึ่ง ลากนางลงมาให้แนบสนิทกับร่างกายตน ปิดปากน้อยๆ ของนางด้วยริมฝีปาก จากนั้นขยับโยกสะโพกขึ้นลงรัวถี่ ปล่อยให้แผงอกแกร่งกร้าวบดเบียดเสียดสีกับหน้าอกอันอวบอิ่มนุ่มนิ่มทว่าแน่นตึงของนาง เสกสร้างความรู้สึกหฤหรรษ์วาบหวามอันน่าพิศวง

“อื้อ!” หนิงซินดิ้นรนเหมือนปลาติดตาข่าย พยายามใช้สองมือผลักไส ดันไหล่หนาๆ นั่น ดันตัวเขาออกไป พอดันไม่ได้ก็พยายามง้างมือเขา แต่กลับสู้แรงบุรุษต่ำช้านี่ไม่ได้สักนิด

อันที่จริง องค์หญิงอย่างนางกับแม่ทัพที่ห้อม้ากรำศึกมายาวนานอย่างคนผู้นี้ ตั้งแต่แรก เทียบกันแล้วก็เหมือนไม้ซี่กับไม้ซุง เรื่องที่จะให้ไม้ซี่อย่างนางไปงัดค้างแข็งข้ออะไรนั่นย่อมเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว ทว่า...ทว่านางยังไม่อยากยอมแพ้ เพราะหากยามนี้นางยอมแพ้ ยอมปล่อยตัวปล่อยใจ ยอมปล่อยให้เขากระทำเรื่องต่ำทรามเหล่านี้โดยไม่พยายามป้องปัดขัดขืนแม้สักนิด นางกลัวว่าท้ายที่สุดแล้วตนเองจะกลายเป็นดั่งสตรีที่แม่นมเคยกล่าวถึง ว่าเป็นหญิงแพศยาน่ารังเกียจที่เสพติดกามารมณ์ หลงระเริงในรสรักจนไม่ใส่ใจใคร่ครวญถึงจรรยามารยาทอันดีงามที่เหล่าสตรีดีๆ พึงปฎิบัติ แม้แต่หน้าตาของตนเองและบรรพชนก็หาได้แยแสแม้สักนิด สตรีเช่นนี้...แม่นมกล่าวว่า สุดท้ายแล้วเมื่อแก่ชราไร้สิ้นความงามก็หมดสิ้นคุณค่า...สำหรับตัวนางที่ตกต่ำกลายเป็นหญิงบำเรอของแม่ทัพผู้หนึ่ง และอาจหนักหนาถึงขั้นกลายเป็นหญิงคณิกาในกองทัพ คงไม่กล้าคาดฝันถึงการได้ใช้ชีวิตอย่างมีเกียรติจวบจนผมขาวโพลนไปทั่วทั้งศีรษะ ทว่า...ครั้นจะให้เปลี่ยนแปลงตนเอง เปลี่ยนแปลงความเชื่อ เปลี่ยนไปเป็นสตรีอย่างที่ถูกปลูกฝังมาว่าน่ารังเกียจชิงชังเช่นนั้น...จะอย่างไรนางก็ทำใจยอมรับไม่ไหวจริงๆ

ถูกแล้ว...นางจะอดทนรองรับทั้งตัณหาและโทสะของคนต่ำช้าผู้นี้เพียงสามวันเท่านั้น รอจนเฮยเซ่อเย่ว์และแคว้นป๋ายเจรจาตกลงกันได้ หมดหน้าที่นางเมื่อไหร่ องค์หญิงอย่างนางก็จะขอยอมตายเพื่อรักษาเกียรติศักดิ์ศรีของราชวงศ์สกุลหนิง อารามหลวง และคนแคว้นป๋าย จะไม่ยอมใช้ชีวิตอย่างอัปยศอดสูในฐานะ ‘หญิงบำเรอ’ ให้ราชวงศ์สกุลหนิง บรรพชน คนแคว้นป๋าย และอารามศักดิ์สิทธิ์ที่ยกนางขึ้นเป็นสตรีศักดิ์สิทธิ์เพียงหนึ่งเดียวของอารามหลวงเทียนป๋าย ต้องอับอายขายหน้าอย่างเด็ดขาด!

หนิงซินปิดเปลือกตา เบือนหน้าหนี กัดริมฝีปากแน่น พยายามอดทนอดกลั้น ไม่ตอบสนองแม่ทัพต่ำช้า

คาดไม่ถึงว่าในชั่วอึดใจถัดมาจะถูกขบกัดลำคอขาวผ่องเข้าเต็มแรง

“อ๊ะ!” นางพยายามใช้ใบหน้าเล็กๆ เบียดหน้าคนใจทรามออกไปโดยสัญชาตญาณ คาดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายกลับย้ายไปขบกัดลำคออีกข้างด้วยความแรงระดับเดียวกัน

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • หนิงซินกงจู่ เชลยแค้นแสนรัก   บทที่ 45

    นางไม่แน่ใจนักว่าเป็นเสด็จพ่อหรือเสด็จแม่ของนางที่เป็นคนต้นคิด รู้เพียงสิ่งหนึ่งที่เสด็จพ่อและเสด็จแม่ของนางคาดไม่ถึง ก็คือเรื่องที่อาจเกิดมีกองทัพไร้พ่าย ที่ยิ่งรบราก็ยิ่งขยายตัว ด้วยได้เหล่าทหารของแว่นแคว้นน้อยใหญ่ที่ห้อม้าไปรบรา ชักชวนกันมาสวามิภักดิ์ ขอย้ายฝั่ง ติดตามรับใช้ รบชนะมาแล้วทั่วทั้งแผ่นดิน สุดท้ายก็ย่ำเท้าเข้าหาแคว้นป๋ายที่เป็นเป้าหมายสุดท้าย...ซึ่งบางทีสุดท้ายแล้วอาจมิใช่เพราะต้องการตัวนาง หรือต้องการลงทัณฑ์นาง แต่เป็นเพราะต้องการครองความเป็นใหญ่ รวบรวมแผ่นดินให้เป็นหนึ่ง เรื่องคว้าชัยชนะครอบครองหญิงงาม หรือลงทัณฑ์หญิงแพศยาและแคว้นที่ก่อให้เกิดภัยสงครามจนเดือดร้อนทุกหย่อมหญ้า ก็เป็นเพียงข้ออ้างเท่านั้นแต่นางจะไม่ยอมให้เป็นเช่นนั้นเพราะไม่ต้องการให้เป็นเช่นนั้น นางจึงตัดสินใจออกมาพบคนผู้นี้ที่เลี่ยงจินอู่ตั้งแต่แรก ยอมกระทั่งใช้ตัวเองเป็นหลักประกันเพื่อให้เกิดความไขว้เขว และเพื่อสร้างทางรอดให้แคว้นป๋าย รวมถึงสร้างทางรอดให้ผู้ไม่อาจปล่อยวางจากสถานะของตนอย่างเสด็จแม่ของนางสักหนึ่งสายจะอย่างไรแคว้นป๋ายก็ไม่อาจต้านทานกองทัพเรือนแสนของเฮยเซ่อเย่ว์ เ

  • หนิงซินกงจู่ เชลยแค้นแสนรัก   บทที่ 44

    รุ่งเช้าวันถัดมา ในที่สุดราชสาสน์จากวังหลวงแคว้นป๋ายก็เดินทางมาถึง เนื้อความในราชสาสน์สรุปสั้นๆ ได้ว่า ‘แม้เราห่วงใยทหารหาญและราษฎร แต่ทหารส่วนใหญ่รักภักดีต่อแว่นแคว้น ยอมตายไม่ยอมจำนน แม่ทัพใหญ่โปรดให้เวลาเราเกลี้ยกล่อมคนเหล่านั้น และได้โปรดส่งตัวลูกสาวเราคืนมา’ หยางหยางอ่านสาสน์แล้วแค่นหัวเราะ หนิงซินเห็นดังนั้นก็พอคาดเดาเนื้อความในราชสาสน์นั้นได้ นางแสร้งขยับตัว ก่อนร้อง ‘โอ๊ย’ เสียงดัง อันที่จริงนางตั้งใจเอาไว้ว่าจะแสร้งทำ คาดไม่ถึงว่าเพียงขยับตัวนิดเดียว จะเจ็บกร้าวร้าวระบมไปหมด หยางหยางได้ยินนางร้องเสียงดังก็ลืมตัว รีบวางสาสน์ในมือ ขยับเข้าประคองให้ร่างน้อยเอนหลังลงนอนพักดังเดิม “หญิงหม้ายสกุลอวี๋กล่าวว่าเจ

  • หนิงซินกงจู่ เชลยแค้นแสนรัก   บทที่ 43

    เรื่องนั้นก็เรื่องหนึ่ง สถานการณ์ในยามนี้ก็อีกเรื่องหนึ่งสตรีในอ้อมกอดเขา แม้เนื้อแท้แล้วจะเป็นผู้บริสุทธิ์ ทว่าเมื่อมองอีกแง่ก็อาจกล่าวได้ว่าเรื่องทั้งหมดแม้คล้ายจะมิใช่ความผิดของนาง ความผิดอันมิได้เกิดจากความประสงค์ของตัวนางนั้น ล้วนเกิดขึ้นจากการมีอยู่ของ ‘องค์หญิงรองแคว้นป๋าย’ อย่างนางทั้งสิ้น และถึงแม้ตัวตนของนางที่เห็น นับตั้งแต่พบกันที่เลี่ยงจินอู่จนถึงยามนี้ ไม่มีส่วนใดเลยที่ดูคล้าย ‘นางจิ้งจอกแพศยา หญิงงามล่มเมืองชั่วช้า ที่เที่ยวหาประโยชน์และเล่นสนุกไปวันๆ ด้วยการหว่านเสน่ห์ยั่วยวนบุรุษให้หลงใหล' ยามนี้เขากลับค้นพบความจริงที่ชวนให้ไม่รู้ว่าสมควรสงสารเห็นใจหรือชิงชังนางเพิ่มขึ้นอีกข้อ...แม้นางจะมิได้มีเจตนา ทว่า...เพียงองค์หญิงอย่างนางขยับกายเล็กน้อยและหายใจแผ่วเบา กลับทำให้บุรุษร่างใหญ่เช่นเขาถึงกับสั่นสะท้านไปทั่วทั้งร่างช่างเป็นสตรีที่สมควรถูกจับขังไว้ให้พ้นจากผู้คนโดยแท้หยางหยางพยายามกุมสติ กดสัญชาตญาณที่ทำให้เขาและนางมาถึงจุดนี้ จุดที่ลงมานอนกอดก่ายกันอยู่บนฟูกแม้นางจะตกเป็นของเขาแล้วก็ตาม ทว่านั่นมิใช่

  • หนิงซินกงจู่ เชลยแค้นแสนรัก   บทที่ 42

    จู่ๆ แววตานาง ณ ยามแรกพบก็ผุดขึ้นมาในใจ หยางหยางเผลอกอดกระชับร่างน้อยในอ้อมแขนอย่างลืมตัวไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม เขาบอกนางไปแล้วว่าจะรับผิดชอบในสิ่งที่ทำ เขาไม่คิดจะกลับคำ เช่นนั้นก็ช่างอารามศักดิ์สิทธิ์ ช่างท่าทีของแคว้นป๋ายนั่นเถอะ แค่ปกป้องนางไว้ข้างกายก็พอแล้วมิใช่หรือ?เมื่อได้ข้อสรุปหยางหยางก็คร้านจะครุ่นคิด เขาปล่อยตัวเองเข้าสู่ห้วงนิทรา ไม่เคยนึกมาก่อนว่าจะมีวันที่สามารถหลับสนิทเคียงข้างใครสักคนได้เช่นนี้ฝ่ายหนึ่งหลับใหล ฝ่ายที่แกล้งหลับแล้วกลายเป็นหลับๆ ตื่นๆ มาตลอดอย่างหนิงซินพลันรู้สึกตื่นเต็มตาเมื่อตอนถูกกอดเข้าแนบอกนางลืมตาที่แดงก่ำขึ้นช้าๆ จ้องมองหน้าอกที่ได้ยินเสียงหัวใจเต้นอย่างสม่ำเสมอนิ่งค้างน่าเสียดายที่วัดจากกำลังทหารในยามนี้แล้ว ต่อให้คนผู้นี้ตายตก แคว้นป๋ายก็ต้องปราชัยและถูกทำลายลงไปอยู่ดี ดังนั้น ทางเลือกเดียวของนางในยามนี้จึงมีเพียงการปล่อยให้คนผู้นี้กอดร่างตัวเองไว้เสด็จแม่เคยสอนเอาไว้ว่าอย่างไรนะ?‘ผู้ใดเป็นศัตรู หากฆ่าไม่ได้ ก็จงควบคุม’แต่ไหนแต่ไรนางไม่ใคร่จะใส่ใจคำสอน

  • หนิงซินกงจู่ เชลยแค้นแสนรัก   บทที่ 41

    หญิงหม้ายสกุลอวี๋ทำแผลใส่ยา ที่ใดควรแต่งบาดแผล ที่ควรเก็บเนื้อสอดประสาน ก็กระทำได้อย่างชำนิชำนาญไม่แพ้หมอตำแยตัวจริง หลังดูแลบาดแผลให้แม่นางน้อยในอ้อมแขนท่านแม่ทัพแล้วเสร็จ นางภูมิอกภูมิใจเป็นอย่างยิ่งบาดแผลโดยปกติทั่วไปนั้น หากกว้างใหญ่นัก ย่อมต้องเย็บแผลเพื่อป้องกันบาดแผลต้องสิ่งสกปรกจนกลัดหนองหรือเกิดเจ็บไข้ได้ป่วยเพราะพิษจากบาดแผลนั้น อีกทั้งยังช่วยให้เนื้อหนังผสานกันรวดเร็วยิ่งขึ้นทว่าบาดแผลที่เกิดจากการร่วมรักเช่นนี้ไม่เหมือนบาดแผลทั่วไป...สิ่งที่นางสมควรทำยามนี้ ก็มีเพียงการตกแต่งบาดแผลให้เรียบร้อยและใส่ยา จากนั้นก็ดูแลคุณหนูผู้นี้ให้ดี ให้ทั้งยากินและยาทาติดต่อกันเท่านั้น เพราะส่วนบอบบางที่ฉีกขาดนั่น...ไม่ช้าก็เร็วก็ต้องถูกใช้งานอีกครั้งอยู่ดี หากเย็บให้บาดแผลสมาน เช่นนั้นแล้วไม่เท่ากับว่าแม่นางน้อยผู้นี้จะต้องเจ็บปวดซ้ำเมื่อมีสัมพันธ์ครั้งต่อๆ ไปอีกหรือ? นั่นย่อมมิใช่เรื่องดีแน่อย่างไรเสีย ส่วนที่บาดเจ็บนั้นก็มีไว้เพื่อถูกทะลุทะลวงอยู่แล้วตั้งแต่แรก หน้าที่ของนางจึงมีเพียงทำให้อะไรอะไรเข้าที่เข้าทาง และบรรเทาอาการเจ็บปวดให้คุณหนูน้อยท่า

  • หนิงซินกงจู่ เชลยแค้นแสนรัก   บทที่ 40

    แม่นางร่างน้อยหลับสนิท เอนซบร่างแม่ทัพใหญ่ น้ำตารินไหลออกมาไม่หยุด มองแล้วพาให้ปวดใจนักเห็นนางเป็นเช่นนี้แล้ว ท่านแม่ทัพก็คล้ายไม่กล้าฝืนปลุกสตรีในอ้อมแขนอีกหน ได้แต่สั่งให้ตัวแทนหมอตำแยอย่างนางตรวจอาการ คงจะคิดเองเออเองว่า หากแม่นางน้อยผู้นี้ยังหลับใหล ไม่รู้สึกตัว ก็นับว่าเป็นเรื่องดีที่ไม่ต้องรู้สึกอับอายขายหน้า...ช่างคิดเองเออเองเอาอย่างง่ายๆ สมกับที่เป็นบุรุษเห็นแก่ได้ ไม่รู้จักรักหยกถนอมบุปผาโดยแท้ เฮอะ!หญิงหม้ายขยับขาแม่นางน้อยของท่านแม่ทัพออกอย่างเบามือ โล่งใจเล็กน้อยที่ร่างไร้สติของนางนั้นอ่อนยวบ ยอมปล่อยให้นางจับขยับวางโดยง่ายตอนนั้นเอง หญิงหม้ายสกุลอวี๋ที่คิดว่าตัวเองเตรียมใจมาดีแล้ว ก็ต้องตกใจเพราะภาพที่เห็นตรงหน้านี่...นี่มัน...แค่เห็นร่องรอยพรหมจารีย์ที่ถูกทำลายและอาการบวมแดงจนน่าตกใจของส่วนลับ หญิงหม้ายสกุลอวี๋ก็โกรธจนเลือดลมแทบตีกลับ ต้องพยายามสูดลมหายใจเข้าลึกแล้วผ่อนลมหาใจออกยาวๆ อยู่หลายครั้ง จึงสามารถประคองสติให้มั่นคงอยู่ได้ไม่รู้จักรักหยกถนอมบุปผาก็แล้วไป นี่อะไร ไม่รู้จักถนอมยังมาย่ำยีจนบอบช้ำไปหมด

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status