Share

บทที่ 17

Author: Karawek House
last update Last Updated: 2025-08-24 21:42:53

“อ๊ะ...” ยามนี้นางถึงขั้นเผลอส่งเสียงไร้ยางอายออกมาแล้ว

หนิงซินเกลียดตัวเองที่เผลอคล้อยตามโจรขืนใจผู้นี้

ยามที่เขาออกแรงขยับเอวรัวถี่ นางถึงกับเผลอเลื่อนมืออันอ่อนแรงขึ้นจับต้นแขนเขาไว้ ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าอยากห้ามหรืออยากสัมผัสตัวคนผู้นี้กันแน่

เพียงรู้เท่าทันความรู้สึกนึกคิดของตัวเอง หนิงซินก็ตกใจจนแทบลืมวิธีหายใจ

นี่นาง...

ไม่...ไม่...ไม่...ไม่...!

หนิงซินกัดริมฝีปากน้อยๆ อย่างไร้เรี่ยวแรง พยายามดึงสติ

นางพยายามยึดความชิงชังไว้แน่นหนัก พยายามไม่ลืมว่าคนผู้นี้กำลังลงทัณฑ์ทรมาน ทรมานด้วยของสิ่งนี้...ของที่เคยทำให้ร่างกายนางคล้ายกับจะปริแยกออกเป็นสองส่วน

เขากำลังจะ...ทำให้นางเสียสติ...

นี่กระมัง ที่เขากล่าวเอาไว้ว่าจะทำให้นางทรมานยิ่งกว่าตาย...

หนิงซินสะอื่นค้าง หอบหายใจรัวถี่ พยายามจิกเล็บข่วนเขาเท่าที่ยังพอจะมีเรี่ยวแรงหลงเหลือ นางต้องการให้เขาหยุด หยุดทำเรื่องต่ำทรามที่ทำให้นางทั้ร้อนรุ่มทั้งหัวใจเต้นแรงทั้งๆ ที่อ่อนล้าเต็มทีแล้ว คาดไม่ถึงว่ายิ่งนางพยายามต่อต้านเช่นนั้น คนด้านบนกลับยิ่งขยับเอวรัวถี่ ทั้งเร็วและแรงยิ่งขึ้น ยิ่งขึ้น ยิ่งขึ้นเรื่อยๆ

นี่มัน...นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน?

นางไม่เข้าใจ...ไม่เข้าใจเลยสักนิด...

หรือเพราะนางทำร้ายเขา เขาจึงลงทัณฑ์ทรมานนางหนักหน่วงกว่าเก่า?

“...อ...หยุด...” นางเอ่ยเสียงแหบพร่า เบาหวิวเหมือนเสียงภูติพรายกระซิบกระซาบ ผลที่ได้รับกลับมาคือการกอดรั้งร่างนางเข้าแนบแน่น มือหนึ่งกดเอว มือหนึ่งกดหัวเข้าหาตัว ใช้ทั้งส่วนบนและล่างบดขยี้ทั้งริมฝีปากและ...ส่วนที่อ่อนไหวเปราะบางที่สุดของนาง

เนิ่นนางนัก เขาซุกไซร้ซอกคอ ขบกัดใบหูนาง เอ่ยเสียงแหบห้าว มัวเมา

“ปีศาจ...เจ้ามัน...เป็นปีศาจชัดๆ” เขาถึงกับลงโทษนางด้วยการพลิกร่างนางขึ้นคร่อมด้านบนแล้วฟาดฝ่ามืออันหยาบกร้านลงบนแก้มก้นที่ยามนี้ต้องความเย็นจนแดงจัด เสียงดัง

เพี๊ยะ!

ราวกับว่าครั้งเดียวยังไม่สาแก่ใจ เขาลงมือฟาดก้นที่แดงร้อนของนางซ้ำ จากนั้นก็ยิ่งขยับเคลื่อนเร็วขึ้น เร็วขึ้น เร็วขึ้นเรื่อยๆ ทำเอาประสาทสัมผัสที่ตื่นตัวถึงขีดสุดของนางแบกรับไม่ไหว จนท้ายที่สุดก็ระเบิดโพลงออกมา

มันทั้งระเบิดโพลงข้างในหัว...และระเบิดโพลงที่ช่วงล่างนั่น...

แต่เขาก็ยัง...ยังไม่ยอมหยุด เขาพลิกร่างนางกลับลงนอนเบื้องล่าง กระแทกกระทั้นย่ำยีนางไม่หยุด

ตอนนี้นาง...ไม่ไหวแล้ว...ทนต่อไปไม่ไหวอีกแล้ว...

หนิงซินไร้สิ้นเรี่ยวแรงจะขัดขืน ปิดเปลือกตาลงอย่างสิ้นหวัง สองมือน้อยๆ เคลื่อนคล้อยลงอย่างเชื่องช้า ได้แต่ภาวนาขอให้การลงทัณฑ์ของแม่ทัพใจทรามผู้นี้จบลงโดยเร็ว คาดไม่ถึงว่าสิ่งที่ได้รับกลับมาจะเป็นเสียงแค่นหัวเราะอย่างเย็นชา ตามมาด้วยคำสบถบ่นพึมพำ ก่อนก่นด่า เรียกขานนางว่า ‘ปีศาจ’

“...ปีศาจจิ้งจอก...เจ้าก็คือ...ปีศาจจิ้งจอก...ล่อลวงผู้คน...” เขาเอ่ยน้ำเสียงเมามาย

ปีศาจ...

หากข้าเป็นปีศาจ แล้วท่านเล่า...คือสิ่งสิ่งใด?

หนิงซินอยากจะเถียง แต่ยามนี้นางอ่อนล้าเต็มทีแล้ว

เอาเถิด เรื่องมาถึงขั้นนี้นางก็ทำสิ่งใดไม่ได้แล้ว ในเมื่อเขาแค้นนางนัก ชิงชังนางนัก ก็ให้เขาลงทัณฑ์นางให้สาแก่ใจ...

ขอเพียงมันทำให้เขาเลิกทำร้ายคนบริสุทธิ์

ขอเพียงเขายอมเหลือทางรอดให้อาณาประชาราษฏร์ของนาง

ขอเพียงเขายอมปล่อยราชวงศ์สกุลหนิงที่หลงเหลืออยู่ไป...

ขอเพียงแค่เขายุติการเข่นฆ่าทำลายล้างอย่างไร้เหตุผล

ขอเพียงเท่านี้...หากชีวิตและจิตวิญญาณของนางมีค่าพอจะแลกกับสิ่งเหล่านี้ ก็จงพรากมันจากนางไปเถิด...นาง องค์หญิง จะไม่ร่ำไห้เสียอกเสียใจแล้วสักนิด

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • หนิงซินกงจู่ เชลยแค้นแสนรัก   บทที่ 45

    นางไม่แน่ใจนักว่าเป็นเสด็จพ่อหรือเสด็จแม่ของนางที่เป็นคนต้นคิด รู้เพียงสิ่งหนึ่งที่เสด็จพ่อและเสด็จแม่ของนางคาดไม่ถึง ก็คือเรื่องที่อาจเกิดมีกองทัพไร้พ่าย ที่ยิ่งรบราก็ยิ่งขยายตัว ด้วยได้เหล่าทหารของแว่นแคว้นน้อยใหญ่ที่ห้อม้าไปรบรา ชักชวนกันมาสวามิภักดิ์ ขอย้ายฝั่ง ติดตามรับใช้ รบชนะมาแล้วทั่วทั้งแผ่นดิน สุดท้ายก็ย่ำเท้าเข้าหาแคว้นป๋ายที่เป็นเป้าหมายสุดท้าย...ซึ่งบางทีสุดท้ายแล้วอาจมิใช่เพราะต้องการตัวนาง หรือต้องการลงทัณฑ์นาง แต่เป็นเพราะต้องการครองความเป็นใหญ่ รวบรวมแผ่นดินให้เป็นหนึ่ง เรื่องคว้าชัยชนะครอบครองหญิงงาม หรือลงทัณฑ์หญิงแพศยาและแคว้นที่ก่อให้เกิดภัยสงครามจนเดือดร้อนทุกหย่อมหญ้า ก็เป็นเพียงข้ออ้างเท่านั้นแต่นางจะไม่ยอมให้เป็นเช่นนั้นเพราะไม่ต้องการให้เป็นเช่นนั้น นางจึงตัดสินใจออกมาพบคนผู้นี้ที่เลี่ยงจินอู่ตั้งแต่แรก ยอมกระทั่งใช้ตัวเองเป็นหลักประกันเพื่อให้เกิดความไขว้เขว และเพื่อสร้างทางรอดให้แคว้นป๋าย รวมถึงสร้างทางรอดให้ผู้ไม่อาจปล่อยวางจากสถานะของตนอย่างเสด็จแม่ของนางสักหนึ่งสายจะอย่างไรแคว้นป๋ายก็ไม่อาจต้านทานกองทัพเรือนแสนของเฮยเซ่อเย่ว์ เ

  • หนิงซินกงจู่ เชลยแค้นแสนรัก   บทที่ 44

    รุ่งเช้าวันถัดมา ในที่สุดราชสาสน์จากวังหลวงแคว้นป๋ายก็เดินทางมาถึง เนื้อความในราชสาสน์สรุปสั้นๆ ได้ว่า ‘แม้เราห่วงใยทหารหาญและราษฎร แต่ทหารส่วนใหญ่รักภักดีต่อแว่นแคว้น ยอมตายไม่ยอมจำนน แม่ทัพใหญ่โปรดให้เวลาเราเกลี้ยกล่อมคนเหล่านั้น และได้โปรดส่งตัวลูกสาวเราคืนมา’ หยางหยางอ่านสาสน์แล้วแค่นหัวเราะ หนิงซินเห็นดังนั้นก็พอคาดเดาเนื้อความในราชสาสน์นั้นได้ นางแสร้งขยับตัว ก่อนร้อง ‘โอ๊ย’ เสียงดัง อันที่จริงนางตั้งใจเอาไว้ว่าจะแสร้งทำ คาดไม่ถึงว่าเพียงขยับตัวนิดเดียว จะเจ็บกร้าวร้าวระบมไปหมด หยางหยางได้ยินนางร้องเสียงดังก็ลืมตัว รีบวางสาสน์ในมือ ขยับเข้าประคองให้ร่างน้อยเอนหลังลงนอนพักดังเดิม “หญิงหม้ายสกุลอวี๋กล่าวว่าเจ

  • หนิงซินกงจู่ เชลยแค้นแสนรัก   บทที่ 43

    เรื่องนั้นก็เรื่องหนึ่ง สถานการณ์ในยามนี้ก็อีกเรื่องหนึ่งสตรีในอ้อมกอดเขา แม้เนื้อแท้แล้วจะเป็นผู้บริสุทธิ์ ทว่าเมื่อมองอีกแง่ก็อาจกล่าวได้ว่าเรื่องทั้งหมดแม้คล้ายจะมิใช่ความผิดของนาง ความผิดอันมิได้เกิดจากความประสงค์ของตัวนางนั้น ล้วนเกิดขึ้นจากการมีอยู่ของ ‘องค์หญิงรองแคว้นป๋าย’ อย่างนางทั้งสิ้น และถึงแม้ตัวตนของนางที่เห็น นับตั้งแต่พบกันที่เลี่ยงจินอู่จนถึงยามนี้ ไม่มีส่วนใดเลยที่ดูคล้าย ‘นางจิ้งจอกแพศยา หญิงงามล่มเมืองชั่วช้า ที่เที่ยวหาประโยชน์และเล่นสนุกไปวันๆ ด้วยการหว่านเสน่ห์ยั่วยวนบุรุษให้หลงใหล' ยามนี้เขากลับค้นพบความจริงที่ชวนให้ไม่รู้ว่าสมควรสงสารเห็นใจหรือชิงชังนางเพิ่มขึ้นอีกข้อ...แม้นางจะมิได้มีเจตนา ทว่า...เพียงองค์หญิงอย่างนางขยับกายเล็กน้อยและหายใจแผ่วเบา กลับทำให้บุรุษร่างใหญ่เช่นเขาถึงกับสั่นสะท้านไปทั่วทั้งร่างช่างเป็นสตรีที่สมควรถูกจับขังไว้ให้พ้นจากผู้คนโดยแท้หยางหยางพยายามกุมสติ กดสัญชาตญาณที่ทำให้เขาและนางมาถึงจุดนี้ จุดที่ลงมานอนกอดก่ายกันอยู่บนฟูกแม้นางจะตกเป็นของเขาแล้วก็ตาม ทว่านั่นมิใช่

  • หนิงซินกงจู่ เชลยแค้นแสนรัก   บทที่ 42

    จู่ๆ แววตานาง ณ ยามแรกพบก็ผุดขึ้นมาในใจ หยางหยางเผลอกอดกระชับร่างน้อยในอ้อมแขนอย่างลืมตัวไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม เขาบอกนางไปแล้วว่าจะรับผิดชอบในสิ่งที่ทำ เขาไม่คิดจะกลับคำ เช่นนั้นก็ช่างอารามศักดิ์สิทธิ์ ช่างท่าทีของแคว้นป๋ายนั่นเถอะ แค่ปกป้องนางไว้ข้างกายก็พอแล้วมิใช่หรือ?เมื่อได้ข้อสรุปหยางหยางก็คร้านจะครุ่นคิด เขาปล่อยตัวเองเข้าสู่ห้วงนิทรา ไม่เคยนึกมาก่อนว่าจะมีวันที่สามารถหลับสนิทเคียงข้างใครสักคนได้เช่นนี้ฝ่ายหนึ่งหลับใหล ฝ่ายที่แกล้งหลับแล้วกลายเป็นหลับๆ ตื่นๆ มาตลอดอย่างหนิงซินพลันรู้สึกตื่นเต็มตาเมื่อตอนถูกกอดเข้าแนบอกนางลืมตาที่แดงก่ำขึ้นช้าๆ จ้องมองหน้าอกที่ได้ยินเสียงหัวใจเต้นอย่างสม่ำเสมอนิ่งค้างน่าเสียดายที่วัดจากกำลังทหารในยามนี้แล้ว ต่อให้คนผู้นี้ตายตก แคว้นป๋ายก็ต้องปราชัยและถูกทำลายลงไปอยู่ดี ดังนั้น ทางเลือกเดียวของนางในยามนี้จึงมีเพียงการปล่อยให้คนผู้นี้กอดร่างตัวเองไว้เสด็จแม่เคยสอนเอาไว้ว่าอย่างไรนะ?‘ผู้ใดเป็นศัตรู หากฆ่าไม่ได้ ก็จงควบคุม’แต่ไหนแต่ไรนางไม่ใคร่จะใส่ใจคำสอน

  • หนิงซินกงจู่ เชลยแค้นแสนรัก   บทที่ 41

    หญิงหม้ายสกุลอวี๋ทำแผลใส่ยา ที่ใดควรแต่งบาดแผล ที่ควรเก็บเนื้อสอดประสาน ก็กระทำได้อย่างชำนิชำนาญไม่แพ้หมอตำแยตัวจริง หลังดูแลบาดแผลให้แม่นางน้อยในอ้อมแขนท่านแม่ทัพแล้วเสร็จ นางภูมิอกภูมิใจเป็นอย่างยิ่งบาดแผลโดยปกติทั่วไปนั้น หากกว้างใหญ่นัก ย่อมต้องเย็บแผลเพื่อป้องกันบาดแผลต้องสิ่งสกปรกจนกลัดหนองหรือเกิดเจ็บไข้ได้ป่วยเพราะพิษจากบาดแผลนั้น อีกทั้งยังช่วยให้เนื้อหนังผสานกันรวดเร็วยิ่งขึ้นทว่าบาดแผลที่เกิดจากการร่วมรักเช่นนี้ไม่เหมือนบาดแผลทั่วไป...สิ่งที่นางสมควรทำยามนี้ ก็มีเพียงการตกแต่งบาดแผลให้เรียบร้อยและใส่ยา จากนั้นก็ดูแลคุณหนูผู้นี้ให้ดี ให้ทั้งยากินและยาทาติดต่อกันเท่านั้น เพราะส่วนบอบบางที่ฉีกขาดนั่น...ไม่ช้าก็เร็วก็ต้องถูกใช้งานอีกครั้งอยู่ดี หากเย็บให้บาดแผลสมาน เช่นนั้นแล้วไม่เท่ากับว่าแม่นางน้อยผู้นี้จะต้องเจ็บปวดซ้ำเมื่อมีสัมพันธ์ครั้งต่อๆ ไปอีกหรือ? นั่นย่อมมิใช่เรื่องดีแน่อย่างไรเสีย ส่วนที่บาดเจ็บนั้นก็มีไว้เพื่อถูกทะลุทะลวงอยู่แล้วตั้งแต่แรก หน้าที่ของนางจึงมีเพียงทำให้อะไรอะไรเข้าที่เข้าทาง และบรรเทาอาการเจ็บปวดให้คุณหนูน้อยท่า

  • หนิงซินกงจู่ เชลยแค้นแสนรัก   บทที่ 40

    แม่นางร่างน้อยหลับสนิท เอนซบร่างแม่ทัพใหญ่ น้ำตารินไหลออกมาไม่หยุด มองแล้วพาให้ปวดใจนักเห็นนางเป็นเช่นนี้แล้ว ท่านแม่ทัพก็คล้ายไม่กล้าฝืนปลุกสตรีในอ้อมแขนอีกหน ได้แต่สั่งให้ตัวแทนหมอตำแยอย่างนางตรวจอาการ คงจะคิดเองเออเองว่า หากแม่นางน้อยผู้นี้ยังหลับใหล ไม่รู้สึกตัว ก็นับว่าเป็นเรื่องดีที่ไม่ต้องรู้สึกอับอายขายหน้า...ช่างคิดเองเออเองเอาอย่างง่ายๆ สมกับที่เป็นบุรุษเห็นแก่ได้ ไม่รู้จักรักหยกถนอมบุปผาโดยแท้ เฮอะ!หญิงหม้ายขยับขาแม่นางน้อยของท่านแม่ทัพออกอย่างเบามือ โล่งใจเล็กน้อยที่ร่างไร้สติของนางนั้นอ่อนยวบ ยอมปล่อยให้นางจับขยับวางโดยง่ายตอนนั้นเอง หญิงหม้ายสกุลอวี๋ที่คิดว่าตัวเองเตรียมใจมาดีแล้ว ก็ต้องตกใจเพราะภาพที่เห็นตรงหน้านี่...นี่มัน...แค่เห็นร่องรอยพรหมจารีย์ที่ถูกทำลายและอาการบวมแดงจนน่าตกใจของส่วนลับ หญิงหม้ายสกุลอวี๋ก็โกรธจนเลือดลมแทบตีกลับ ต้องพยายามสูดลมหายใจเข้าลึกแล้วผ่อนลมหาใจออกยาวๆ อยู่หลายครั้ง จึงสามารถประคองสติให้มั่นคงอยู่ได้ไม่รู้จักรักหยกถนอมบุปผาก็แล้วไป นี่อะไร ไม่รู้จักถนอมยังมาย่ำยีจนบอบช้ำไปหมด

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status