Share

บทที่ 23

Author: Karawek House
last update Last Updated: 2025-08-26 21:12:11

ท่ามกลางความแตกตื่นของเหล่าทหาร แม่ทัพใหญ่ควบม้าศึกกร้าว-แกร่ง แหวกอากาศ พุ่งตรงเข้าหากระโจมหลังใหญ่กลางค่ายพักทัพ ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมแม่ทัพเช่นตนต้องเร่งรีบและร้อนรนจนแทบนั่งไม่ติดอานม้าถึงเพียงนี้

กับแค่สตรีผู้หนึ่ง... ซ้ำยังเป็นสตรีที่ตนชิงชัง!

เมื่อแรกลงจากหลังม้า แม่ทัพใหญ่คิดเช่นนั้น เพียงตั้งใจแวะมาดูว่านางกินอยู่อย่างไร จากนั้นก็สั่งให้ทหารรับใช้คอยเตรียมอาหารและน้ำดื่มให้นาง แล้วค่อยกลับออกไป ทว่าเมื่อเปิดม่านหนาทึบก้าวขาเข้ากระโจม กลิ่นกามาชวนคลื่นเหียนที่ชวนให้รู้สึกไม่ดีก็ลอยเข้ามาปะทะจมูก ทำเอาคลื่นความรู้สึกผิดโถมเข้าใส่เฉียบพลัน ยิ่งเห็นภาพข้าวของล้มระเนระนาดกระจัดกระจายและร่องรอยคราบกามาประสมคราบโลหิตจางๆ รวมถึงเส้นผมที่สยายยาวเรี่ยพื้นของสตรีผิวซีดขาวราวกับศพที่นอนขดตัวอยู่บนฟูก ผู้ได้ชื่อว่า ‘แม่ทัพทมิฬ’ เช่นตน ยังอดชะงักไปชั่วครู่มิได้

ยามนี้คิ้วกระบี่คมเข้มย่นเข้าหากันเครียดเคร่ง

นี่นางทนอยู่ในกระโจมคาวคลุ้งชวนคลื่นเหียนเช่นนี้ได้อย่างไร?

เขาไม่เข้าใจสักนิด

จริงอยู่ที่ว่านางเป็นองค์หญิงองค์สำคัญของแว่นแคว้น ย่อมต้องมีข้าราชบริพารคอยรองมือรองเท้า เฝ้าดูแลรับใช้ตั้งแต่ยามตื่นจวบจนหลับใหล ทว่า...จะอย่างไรสตรีเยาว์วัยผู้นี้ก็นับว่าเป็นสตรีผู้หนึ่ง ซ้ำยังเป็นสตรีที่ปฏิญาณละทางโลก เข้าอาราม ถือศีลครองพรหมจารีย์ เป็นสตรีศักดิ์สิทธิ์ของอารามหลวงที่ใหญ่โตที่สุดในยี่สิบหกแคว้นเจ็ดสิบสามชนเผ่า หรือจะบอกว่าองค์หญิงที่ละทางโลก เข้าอารามหลวง ปฏิบัติธรรม วางตัวอยู่ในฐานะสตรีศักดิ์สิทธิ์ ยังได้รับข้อยกเว้น มีคนคอยตามติด เฝ้าปรนนิบัติ พัดวีให้ จึงไม่รู้วิธีกระทำสิ่งใดด้วยตนเองเลยสักนิด

อารามศักดิ์สิทธิ์แคว้นป๋ายขึ้นชื่อลือชาเรื่องเคร่งครัดมารยาทธรรมเนียม ยึดถือหลักปฏิบัติบัญญัติสามร้อยเจ็ดสิบสองข้อเป็นที่ตั้ง ซ้ำยัง...ติดจะยึดมั่นในหลักคำสอนและจารีตดั้งเดิมจนกล่าวได้ว่าล้าหลังมิใช่รึ? อีกทั้ง...แม้จะมิได้ใส่ใจเหล่าสตรีนัก จะอย่างไรพวกนางในภาพจำของเขานั้น โดยทั่วไปก็ชมชอบความงดงาม ความสะอาดสะอ้าน และความเป็นระเบียบเรียบร้อย เช่นนั้นแล้ว ต่อให้องค์หญิงผู้นี้จะกระทำสิ่งใดด้วยตนเองไม่เป็นเลยสักอย่าง อย่างน้อยๆ ก็สมควรนำผืนผ้าอาภรณ์และสิ่งของที่เปรอะเปื้อนคาวคลุ้งไปชะล้างในถังไม้นั่น เก็บกวาดให้กระโจมที่ตนต้องอยู่อาศัย สะอาดตาขึ้นบ้าง หรืออย่างน้อยๆ ก็ต้องมีกลิ่นที่ดีมากขึ้นสักหน่อยมิใช่หรือ? ยังไม่ต้องกล่าวถึงเรื่องที่นางหาได้ยินยอมพร้อมใจ แต่ถูก...ข่มเหงรังแก นาง...เขาไม่เข้าใจสักนิด ว่านางทนมองสิ่งของเหล่านี้ ทนเห็นคราบความคาวเหล่านี้ ทนอยู่กับกลิ่นกามาคาวคลุ้งเช่นนี้ได้อย่างไร ไหนจะยังผ้าขนจิ้งจอกที่เปรอะทั้งคราบโลหิตจางๆ และคราบกามาผืนนั้นอีกเล่า นางเอาไปนุ่งห่มอย่างไม่ตะขิดตะขวงใจเช่นนั้นได้อย่างไร?

นี่มัน...

หรือนางจะเสียสติไปแล้ว?

จู่ๆ เขาก็พลันตระหนักได้ถึงเรื่องหนึ่ง

นางเป็นสตรีศักดิ์สิทธิ์ ของอารามศักดิ์สิทธิ์ที่เคร่งครัดจารีตประเพณี ยึดมั่นในหลักธรรมคำสั่งสอนดั้งเดิมอันเชื่อว่า ‘ไม่ว่าจิตใจหรือร่างกาย สะอาดบริสุทธิ์นั้นสูงส่งเป็นที่สุด’ ...ไม่แน่ว่านางเองก็อาจมีความคิดความเชื่อเช่นนั้น

เคยได้ยินว่ามีอยู่บ้างเหมือนกัน สตรีที่ถูกกระทำย่ำยีแล้วรับไม่ได้จนถึงกับสติฟั่นเฟือน...บ้างก็เอาแต่ขังตัวเองอยู่แต่ในห้อง ทำร้ายตนเอง หนักเข้าหน่อยก็ถึงกับฆ่าตัวตาย

นี่คงไม่ใช่ว่าสตรีที่เคร่งศาสนาเช่นนาง...

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • หนิงซินกงจู่ เชลยแค้นแสนรัก   บทที่ 45

    นางไม่แน่ใจนักว่าเป็นเสด็จพ่อหรือเสด็จแม่ของนางที่เป็นคนต้นคิด รู้เพียงสิ่งหนึ่งที่เสด็จพ่อและเสด็จแม่ของนางคาดไม่ถึง ก็คือเรื่องที่อาจเกิดมีกองทัพไร้พ่าย ที่ยิ่งรบราก็ยิ่งขยายตัว ด้วยได้เหล่าทหารของแว่นแคว้นน้อยใหญ่ที่ห้อม้าไปรบรา ชักชวนกันมาสวามิภักดิ์ ขอย้ายฝั่ง ติดตามรับใช้ รบชนะมาแล้วทั่วทั้งแผ่นดิน สุดท้ายก็ย่ำเท้าเข้าหาแคว้นป๋ายที่เป็นเป้าหมายสุดท้าย...ซึ่งบางทีสุดท้ายแล้วอาจมิใช่เพราะต้องการตัวนาง หรือต้องการลงทัณฑ์นาง แต่เป็นเพราะต้องการครองความเป็นใหญ่ รวบรวมแผ่นดินให้เป็นหนึ่ง เรื่องคว้าชัยชนะครอบครองหญิงงาม หรือลงทัณฑ์หญิงแพศยาและแคว้นที่ก่อให้เกิดภัยสงครามจนเดือดร้อนทุกหย่อมหญ้า ก็เป็นเพียงข้ออ้างเท่านั้นแต่นางจะไม่ยอมให้เป็นเช่นนั้นเพราะไม่ต้องการให้เป็นเช่นนั้น นางจึงตัดสินใจออกมาพบคนผู้นี้ที่เลี่ยงจินอู่ตั้งแต่แรก ยอมกระทั่งใช้ตัวเองเป็นหลักประกันเพื่อให้เกิดความไขว้เขว และเพื่อสร้างทางรอดให้แคว้นป๋าย รวมถึงสร้างทางรอดให้ผู้ไม่อาจปล่อยวางจากสถานะของตนอย่างเสด็จแม่ของนางสักหนึ่งสายจะอย่างไรแคว้นป๋ายก็ไม่อาจต้านทานกองทัพเรือนแสนของเฮยเซ่อเย่ว์ เ

  • หนิงซินกงจู่ เชลยแค้นแสนรัก   บทที่ 44

    รุ่งเช้าวันถัดมา ในที่สุดราชสาสน์จากวังหลวงแคว้นป๋ายก็เดินทางมาถึง เนื้อความในราชสาสน์สรุปสั้นๆ ได้ว่า ‘แม้เราห่วงใยทหารหาญและราษฎร แต่ทหารส่วนใหญ่รักภักดีต่อแว่นแคว้น ยอมตายไม่ยอมจำนน แม่ทัพใหญ่โปรดให้เวลาเราเกลี้ยกล่อมคนเหล่านั้น และได้โปรดส่งตัวลูกสาวเราคืนมา’ หยางหยางอ่านสาสน์แล้วแค่นหัวเราะ หนิงซินเห็นดังนั้นก็พอคาดเดาเนื้อความในราชสาสน์นั้นได้ นางแสร้งขยับตัว ก่อนร้อง ‘โอ๊ย’ เสียงดัง อันที่จริงนางตั้งใจเอาไว้ว่าจะแสร้งทำ คาดไม่ถึงว่าเพียงขยับตัวนิดเดียว จะเจ็บกร้าวร้าวระบมไปหมด หยางหยางได้ยินนางร้องเสียงดังก็ลืมตัว รีบวางสาสน์ในมือ ขยับเข้าประคองให้ร่างน้อยเอนหลังลงนอนพักดังเดิม “หญิงหม้ายสกุลอวี๋กล่าวว่าเจ

  • หนิงซินกงจู่ เชลยแค้นแสนรัก   บทที่ 43

    เรื่องนั้นก็เรื่องหนึ่ง สถานการณ์ในยามนี้ก็อีกเรื่องหนึ่งสตรีในอ้อมกอดเขา แม้เนื้อแท้แล้วจะเป็นผู้บริสุทธิ์ ทว่าเมื่อมองอีกแง่ก็อาจกล่าวได้ว่าเรื่องทั้งหมดแม้คล้ายจะมิใช่ความผิดของนาง ความผิดอันมิได้เกิดจากความประสงค์ของตัวนางนั้น ล้วนเกิดขึ้นจากการมีอยู่ของ ‘องค์หญิงรองแคว้นป๋าย’ อย่างนางทั้งสิ้น และถึงแม้ตัวตนของนางที่เห็น นับตั้งแต่พบกันที่เลี่ยงจินอู่จนถึงยามนี้ ไม่มีส่วนใดเลยที่ดูคล้าย ‘นางจิ้งจอกแพศยา หญิงงามล่มเมืองชั่วช้า ที่เที่ยวหาประโยชน์และเล่นสนุกไปวันๆ ด้วยการหว่านเสน่ห์ยั่วยวนบุรุษให้หลงใหล' ยามนี้เขากลับค้นพบความจริงที่ชวนให้ไม่รู้ว่าสมควรสงสารเห็นใจหรือชิงชังนางเพิ่มขึ้นอีกข้อ...แม้นางจะมิได้มีเจตนา ทว่า...เพียงองค์หญิงอย่างนางขยับกายเล็กน้อยและหายใจแผ่วเบา กลับทำให้บุรุษร่างใหญ่เช่นเขาถึงกับสั่นสะท้านไปทั่วทั้งร่างช่างเป็นสตรีที่สมควรถูกจับขังไว้ให้พ้นจากผู้คนโดยแท้หยางหยางพยายามกุมสติ กดสัญชาตญาณที่ทำให้เขาและนางมาถึงจุดนี้ จุดที่ลงมานอนกอดก่ายกันอยู่บนฟูกแม้นางจะตกเป็นของเขาแล้วก็ตาม ทว่านั่นมิใช่

  • หนิงซินกงจู่ เชลยแค้นแสนรัก   บทที่ 42

    จู่ๆ แววตานาง ณ ยามแรกพบก็ผุดขึ้นมาในใจ หยางหยางเผลอกอดกระชับร่างน้อยในอ้อมแขนอย่างลืมตัวไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม เขาบอกนางไปแล้วว่าจะรับผิดชอบในสิ่งที่ทำ เขาไม่คิดจะกลับคำ เช่นนั้นก็ช่างอารามศักดิ์สิทธิ์ ช่างท่าทีของแคว้นป๋ายนั่นเถอะ แค่ปกป้องนางไว้ข้างกายก็พอแล้วมิใช่หรือ?เมื่อได้ข้อสรุปหยางหยางก็คร้านจะครุ่นคิด เขาปล่อยตัวเองเข้าสู่ห้วงนิทรา ไม่เคยนึกมาก่อนว่าจะมีวันที่สามารถหลับสนิทเคียงข้างใครสักคนได้เช่นนี้ฝ่ายหนึ่งหลับใหล ฝ่ายที่แกล้งหลับแล้วกลายเป็นหลับๆ ตื่นๆ มาตลอดอย่างหนิงซินพลันรู้สึกตื่นเต็มตาเมื่อตอนถูกกอดเข้าแนบอกนางลืมตาที่แดงก่ำขึ้นช้าๆ จ้องมองหน้าอกที่ได้ยินเสียงหัวใจเต้นอย่างสม่ำเสมอนิ่งค้างน่าเสียดายที่วัดจากกำลังทหารในยามนี้แล้ว ต่อให้คนผู้นี้ตายตก แคว้นป๋ายก็ต้องปราชัยและถูกทำลายลงไปอยู่ดี ดังนั้น ทางเลือกเดียวของนางในยามนี้จึงมีเพียงการปล่อยให้คนผู้นี้กอดร่างตัวเองไว้เสด็จแม่เคยสอนเอาไว้ว่าอย่างไรนะ?‘ผู้ใดเป็นศัตรู หากฆ่าไม่ได้ ก็จงควบคุม’แต่ไหนแต่ไรนางไม่ใคร่จะใส่ใจคำสอน

  • หนิงซินกงจู่ เชลยแค้นแสนรัก   บทที่ 41

    หญิงหม้ายสกุลอวี๋ทำแผลใส่ยา ที่ใดควรแต่งบาดแผล ที่ควรเก็บเนื้อสอดประสาน ก็กระทำได้อย่างชำนิชำนาญไม่แพ้หมอตำแยตัวจริง หลังดูแลบาดแผลให้แม่นางน้อยในอ้อมแขนท่านแม่ทัพแล้วเสร็จ นางภูมิอกภูมิใจเป็นอย่างยิ่งบาดแผลโดยปกติทั่วไปนั้น หากกว้างใหญ่นัก ย่อมต้องเย็บแผลเพื่อป้องกันบาดแผลต้องสิ่งสกปรกจนกลัดหนองหรือเกิดเจ็บไข้ได้ป่วยเพราะพิษจากบาดแผลนั้น อีกทั้งยังช่วยให้เนื้อหนังผสานกันรวดเร็วยิ่งขึ้นทว่าบาดแผลที่เกิดจากการร่วมรักเช่นนี้ไม่เหมือนบาดแผลทั่วไป...สิ่งที่นางสมควรทำยามนี้ ก็มีเพียงการตกแต่งบาดแผลให้เรียบร้อยและใส่ยา จากนั้นก็ดูแลคุณหนูผู้นี้ให้ดี ให้ทั้งยากินและยาทาติดต่อกันเท่านั้น เพราะส่วนบอบบางที่ฉีกขาดนั่น...ไม่ช้าก็เร็วก็ต้องถูกใช้งานอีกครั้งอยู่ดี หากเย็บให้บาดแผลสมาน เช่นนั้นแล้วไม่เท่ากับว่าแม่นางน้อยผู้นี้จะต้องเจ็บปวดซ้ำเมื่อมีสัมพันธ์ครั้งต่อๆ ไปอีกหรือ? นั่นย่อมมิใช่เรื่องดีแน่อย่างไรเสีย ส่วนที่บาดเจ็บนั้นก็มีไว้เพื่อถูกทะลุทะลวงอยู่แล้วตั้งแต่แรก หน้าที่ของนางจึงมีเพียงทำให้อะไรอะไรเข้าที่เข้าทาง และบรรเทาอาการเจ็บปวดให้คุณหนูน้อยท่า

  • หนิงซินกงจู่ เชลยแค้นแสนรัก   บทที่ 40

    แม่นางร่างน้อยหลับสนิท เอนซบร่างแม่ทัพใหญ่ น้ำตารินไหลออกมาไม่หยุด มองแล้วพาให้ปวดใจนักเห็นนางเป็นเช่นนี้แล้ว ท่านแม่ทัพก็คล้ายไม่กล้าฝืนปลุกสตรีในอ้อมแขนอีกหน ได้แต่สั่งให้ตัวแทนหมอตำแยอย่างนางตรวจอาการ คงจะคิดเองเออเองว่า หากแม่นางน้อยผู้นี้ยังหลับใหล ไม่รู้สึกตัว ก็นับว่าเป็นเรื่องดีที่ไม่ต้องรู้สึกอับอายขายหน้า...ช่างคิดเองเออเองเอาอย่างง่ายๆ สมกับที่เป็นบุรุษเห็นแก่ได้ ไม่รู้จักรักหยกถนอมบุปผาโดยแท้ เฮอะ!หญิงหม้ายขยับขาแม่นางน้อยของท่านแม่ทัพออกอย่างเบามือ โล่งใจเล็กน้อยที่ร่างไร้สติของนางนั้นอ่อนยวบ ยอมปล่อยให้นางจับขยับวางโดยง่ายตอนนั้นเอง หญิงหม้ายสกุลอวี๋ที่คิดว่าตัวเองเตรียมใจมาดีแล้ว ก็ต้องตกใจเพราะภาพที่เห็นตรงหน้านี่...นี่มัน...แค่เห็นร่องรอยพรหมจารีย์ที่ถูกทำลายและอาการบวมแดงจนน่าตกใจของส่วนลับ หญิงหม้ายสกุลอวี๋ก็โกรธจนเลือดลมแทบตีกลับ ต้องพยายามสูดลมหายใจเข้าลึกแล้วผ่อนลมหาใจออกยาวๆ อยู่หลายครั้ง จึงสามารถประคองสติให้มั่นคงอยู่ได้ไม่รู้จักรักหยกถนอมบุปผาก็แล้วไป นี่อะไร ไม่รู้จักถนอมยังมาย่ำยีจนบอบช้ำไปหมด

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status