Se connecterทูตสวรรค์ผิดพลาด... จับวิญญาณผิดตัว กำลังจะส่งหลินเยว่มาเกิดใหม่ในบทชีวิตรันทด เพื่อชดใช้เวรกรรมที่เจ้าตัวไม่เคยก่อ พวกเขาปิดปากนางด้วยการมอบมิติลับ พร้อมของสี่อย่างที่ใช้เอาตัวรอด หลินเยว่รู้ดี เธอไม่มีทางเอาชนะเจ้าหน้าที่ของสวรรค์ได้ การร้องเรียนไปอาจยิ่งทำให้แย่กว่าเดิม เอาเถอะ... ข้าไม่มีทางก้มหัวให้โชคชะตา ลำบากอีกกี่ชาติ ก็ไม่หวั่น เพราะข้าจะลิขิตทุกอย่างเอง!
Voir plus白石澪がキーボードを叩く音だけが、薄暗いサーバールームに響いていた。
時刻は午後八時を回っている。オフィスフロアはとっくに閑散としているはずなのに、澪はまだここにいた。三台のモニターを前に、コードの一行一行を丁寧に確認しながら、微調整を続けている。 画面には、澪が二年かけて構築してきた営業支援AIの管理ダッシュボードが広がっていた。顧客の購買傾向、過去の商談履歴、季節変動の予測グラフ――。膨大なデータが整然と並び、システムは今この瞬間も静かに学習を続けている。 (また精度が上がった) 澪は小さく息を吐いた。満足感というより、安堵に近い感覚だった。このシステムが正しく動いている限り、会社の営業部は順調に回る。 正確には――久我蒼真が、順調に回る。 そう思った瞬間、スマートフォンが震えた。 「澪、まだ会社か?」 蒼真からのメッセージだった。 「うん。少し作業が残ってて」 「はやく帰れよ。俺はもう飲み会終わって家に帰るとこ」 それだけで、会話は終わった。「お疲れ」の一言もなければ、「気をつけて」もない。澪はスマートフォンをポケットにしまい、再びモニターに向き直った。 白石澪、二十六歳。オーシャン商事株式会社の情報システム部に所属する社内SEだ。 入社四年目の今も、社内での扱いはほとんど変わらない。「パソコン係」「便利屋」。誰かのPCが不調になれば呼ばれ、プリンターが紙詰まりを起こせば呼ばれ、Excelの関数がわからないと言われれば呼ばれる。それが澪の日常だった。 本来の業務――社内インフラの管理やシステム開発――をこなしながら、そういった雑務も引き受けてきた。断れない性格が災いしているとわかっていても、困っている人を見ると放っておけなかった。 情報システム部は五人で構成されている。部長の浅野を筆頭に、先輩社員が三人、そして澪。規模の割に仕事量は多く、全員が常に手一杯だった。 だからこそ澪は、残業を厭わなかった。自分が処理できることは自分で片づける。そうすることで、チームの負担を少しでも減らしたかった。 ただし、今夜の残業は情報システム部の仕事ではない。 澪が今いじっているシステムは、会社の資産ではない。澪個人が、個人のサーバーで動かしているAIエンジンだ。会社にはライセンスとして月額一円で使用権を提供している。法的には澪の所有物であり、契約を終了すれば即座に止まる。 (この契約書を蒼真が読んだことは、たぶん一度もない) 澪はそっとため息をついた。 サーバールームの空調が低く唸っている。澪は両手を膝に置き、天井を仰いだ。 入社当初は違った。エンジニアとして貢献したい、会社のシステムをもっとよくしたいという気持ちで溢れていた。大学でコンピュータサイエンスを学び、プログラミングを武器に、新卒でオーシャン商事に飛び込んだ。 ところが現実は想像と異なっていた。情報システム部の仕事は、システム開発よりも保守と雑務の比率が圧倒的に高かった。「DXなんて夢物語」と先輩たちは笑った。「うちは商社だから、ITはあくまでもサポート」と浅野部長は繰り返した。 それでも澪は諦めなかった。業務時間外に、こっそりと開発を続けた。 営業支援AIは、その結晶だった。 最初は単純な顧客管理ツールとして作り始めた。だが澪のアイデアはどんどん膨らんだ。機械学習のアルゴリズムを組み込み、過去の取引データを食わせ、成約パターンを学習させた。顧客ごとに最適なアプローチ方法を提案する機能も加えた。商談の成功率が高い時間帯まで予測できるようにした。 完成したシステムを、澪はひとり静かに営業部に提供した。 正式な申請は通さなかった。「月額一円」という形式的なライセンスを設けることで、私的流用との線引きはした。でも澪の上司も、経営陣も、このシステムの本当の姿を知る人間はほとんどいない。 手を挙げたのが、久我蒼真だった。 当時、蒼真は営業成績が伸び悩んでいた。三年目で結果を求められ、焦りが顔に出ていた。「使えるものは何でも使う」という実利主義から飛びついた彼は、AIの提案を試すうちに成績を上げていき、翌年には部内トップに輝いた。 そしてその流れで、ふたりは付き合いはじめた。 (私が好きだったのか、AIが気に入ったのか) 今となっては、澪にもわからない。 モニターの光が澪の眼鏡のレンズに反射する。彼女はため息を押し込め、最後の確認を終えた。明日も営業部のみんながこのシステムを使う。データは蓄積され、予測精度は上がり、成約数は増える。 誰も澪の名前を呼ばなくても、システムは動き続ける。 パソコン係は、今日も静かに仕事を終えた。 オフィスを出ると、六月の夜風が頬を撫でた。澪はコートの前を合わせながら、駅へ向かう道を歩いた。街灯の下、自分の影が長く伸びている。 スマートフォンを取り出して、蒼真との会話を見返した。「はやく帰れよ」。それだけ。 (彼は今日、何件商談があったんだろう) AIが提案した順番通りに客先を回っているはずだ。成約率は先月より高いはずだ。澪はその数字をダッシュボードで確認しているが、蒼真の口からその話を聞いたことは、最近ほとんどない。 代わりに聞くのは、自分の武勇伝だ。 「今日も俺の読みが当たってさ、あの客先、絶対このタイミングだと思ってたんだよ」 蒼真はそう言って笑う。AIの提案を自分の「読み」だと思っている。いや、知っていても、そう言いたいのかもしれない。 澪はそれを指摘したことがない。指摘する意味を見出せなかった。 (私は所詮、裏方だから) そう思いながら駅の改札をくぐる。澪の足取りは、いつも少しだけ重い。 その夜、帰宅した澪はシャワーを浴びながら、ふと考えた。自分が今やっていることは、正しいのだろうか。こっそりと作ったAIを、こっそりと使わせている。法的な問題はないとしても――自分はこのまま、ずっと誰にも見えない場所で動き続けるのだろうか。 鏡に映る自分の顔は、少し疲れて見えた。 明日もきっと、誰かにパソコンの設定を頼まれる。明日もきっと、蒼真はAIの提案通りに商談を進め、好成績を上げる。明日もきっと、澪は誰にも気づかれないまま、このシステムを動かし続ける。 それでいい、と思う自分がいた。 本当にそれでいいのかと、問い返す自分もいた。 答えは出ないまま、澪は眠りについた。六月の夜は、静かに更けていった。ตอนที่ 67 เริ่มต้นบทใหม่ในสวรรค์ เกิดความปั่นป่วนขึ้นเงียบ ๆทูตนำส่งวิญญาณชุดดำขมวดคิ้ว “นี่...เจ้ารู้หรือไม่ มิติลับของนางสร้างเรื่องใหญ่แล้ว”ทูตวิญญาณชุดขาวส่ายหน้า “จะสร้างเรื่องใดได้เล่า นางก็แค่ใช้มันเอาตัวรอดมิใช่หรือ”“ตามข้ามาดูเองเถิด”เมื่อพวกเขาปรากฏกายเหนืออ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ทูตชุดดำเอ่ยเสียงต่ำ “ดูเถิด...นางเลือก น้ำ และถึงขั้นเลือกในระดับเขื่อนมาวางไว้”ชุดขาวเลิกคิ้ว “ผู้ใดจะคาดคิด...แต่ก็ใช่ว่าจะเสียหายอันใดมิใช่หรือ”ทูตวิญญาณชุดดำเพียงยกมือชี้ไปยังเบื้องล่าง กลุ่มผู้คนมากมายกำลังทำไร่ทำนา ปลูกต้นไม้และเด็ก ๆ หัวเราะเล่นน้ำอย่างแข็งแรง “คนเหล่านั้น...เดิมตามชะตาจะอดอยาก ล้มตายจากความหิวโหยและหนาวเหน็บ เด็กเหล่านี้ก็คงไม่รอดมากนัก แต่เพราะเขื่อนนี้ ทุกอย่างเปลี่ยนไปหมด”เขากล่าวต่อ “นอกจากน้ำเขือน นางยกถังน้ำนมมาจากแจกจ่ายให้เด็กเหล่านั้นดื่มทุกวัน ดูเอาเถอะไม่มีเค้าโครงความยากเข็ญสักนิด”เสียงเขาเข้มขึ้น “ที่สำคัญ...สถานที่นี้ ไม่ควรมีฝน ทว่าผ่านไปเพียงหนึ่งปี เมฆฝนกลับก่อตัว...และโปรยปรายลงมา”ทูตวิญญาณชุดขาวเบิกตากว้าง “เช่นนั้นย่อมหมายถึงเทพบนสวรรค์ย่อมสังเก
ตอนที่ 66 ความผิดพลาด หลังมื้ออาหาร หลินเยว่นั่งพิงซบไหล่ลู่เผยบนสันเขื่อน ลมกลางคืนพัดอ่อนโยนคล้ายจะโอบล้อมทั้งสองไว้ ชายหนุ่มเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มลึก“พวกเขาคงอยู่ที่นี่ไม่นานนัก...อีกไม่นานคงรีบกลับไปบอกเล่าทุกสิ่งที่เมืองหลวง”หลินเยว่ยิ้มอ่อน แววตาเจือความขบขัน “พวกเขาบอกว่าข้าคือคนที่สวรรค์เลือก...แต่ท่านรู้หรือไม่ จริง ๆ แล้ว ข้าคือข้อผิดพลาดของสวรรค์ต่างหาก”ขณะนั้นหลินเยว่ก็ดึงน้ำปั่นสีแดงออกมา“ดื่มนี้สิ...น้ำแตงโมปั่นสดชื่นนัก”ลู่เผยรับจากหลินเยว่มาอีกมือก็กระชับอ้อมกอด ดวงตาเต็มไปด้วยความมั่นคง “เรื่องอื่นอาจผิดพลาดได้...แต่สำหรับฮูหยิน ข้าจะไม่มีวันเป็นความผิดพลาดเด็ดขาด หลังเสร็จสิ้นเรื่องนี้...พวกเรามีบุตรด้วยกันสักคนดีหรือไม่”หลินเยว่เงยหน้ามองเขา ดวงแก้มระเรื่อขึ้นโดยไม่รู้ตัว “บุตรหรือ...ข้าไม่เคยคิดถึงเลย”ลู่เผยหัวเราะเบา ๆ ลูบเส้นผมเธออย่างอ่อนโยน “หากเจ้ามิพร้อม เราก็ยังไม่ต้องรีบร้อน...ข้าเข้าใจพวกเราอาจจะยังต้องการท่องเที่ยวอีก”หญิงสาวส่ายหน้าช้า ๆ รอยยิ้มอบอุ่นผุดบนริมฝีปาก “มิใช่ไม่อยาก เพียงแต่...ข้าไม่เคยคิดเรื่องนี้มาก่อน อีกอย่างตอนนี้...ข้าเพ
ตอนที่ 65 สวรรค์ล้วนเมตตา เสียงขุดดินและเสียงตะโกนประสานงานของชาวบ้านยังคงดังระงมรอบบริเวณ เสนาบดีเสิ่นก้าวลงจากหลังม้า เดินไปยังกลุ่มชาวบ้านที่กำลังขุดคลองด้วยท่าทีสงบมั่นคง ดวงตาคมกริบกวาดมองบรรยากาศอย่างถี่ถ้วนไม่นานนัก ชายวัยกลางคนผู้หนึ่งรีบวางมือจากงานคุมคนงานก้าวออกมาคารวะ เขาก้มศีรษะต่ำกล่าวด้วยความเกรงใจ“คารวะใต้เท้า...ผู้น้อยสายตาตื้นเขิน ไม่ทราบนามของท่านคือ”ขุนนางผู้ติดตามก้าวออกมากล่าวเสียงดังฟังชัด “ท่านผู้นี้คือเสนาบดีเสิ่น ได้รับราชโองการให้มาตรวจสอบพื้นที่กันดารแห่งนี้ด้วยตนเอง”ชายผู้นั้น รีบก้มตัวโขกศีรษะ “คารวะท่านเสนาบดีเสิ่น! ผู้น้อยไม่ทราบว่าท่านจะมาเยือน จึงไม่ได้จัดการต้อนรับเสียมารยาทแล้ว”เสนาบดีเสิ่นโบกมือเบา ๆ แย้มรอยยิ้มเมตตาน้ำเสียงอ่อนโยน “ไม่อาจตำหนิเจ้าได้ ข้าได้ยินว่า...ที่แห่งนี้มีอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ใช่หรือไม่ คลองเหล่านี้...จะรับน้ำจากอ่างนั้นมาหรือ”เขารีบตอบด้วยความนอบน้อม “ขอรับใต้เท้า อ่างเก็บน้ำอยู่ห่างจากที่นี่ราวห้าสิบลี้ หากเดินตามคลองไปก็จะถึง... ทุกวันนี้พวกเราขยันกันนัก วันหนึ่งขุดคลองได้เกือบหนึ่งลี้ ทว่าที่ตรงนี้จึงยังไม
ตอนที่ 64 เห็นด้วยตาตัวเอง หลังจากพูดคุยกันเสร็จ ไป๋จิ้งหานกับซูเหยียนก็ขอตัวออกเดินทางกลับเมืองหลวง ในขณะเดียวกันกลุ่มขุนนางตรวจการนำโดยเสนาบดีเสิ่นก็กำลังเดินทางมา ท้องฟ้าเหนือดินแดนกันดารเป็นสีหม่นมัว เมฆฝุ่นคลุ้งกระจายไปทั่วผืนดิน เสียงลมหวีดหวิวเสียดผ่านพงหญ้าแห้งเหมือนเสียงคร่ำครวญที่ไร้จบสิ้นขบวนเสนาบดีเสิ่นกำลังเคลื่อนตัวช้า ๆ ผ่านเส้นทางกันดาร รถม้าและม้าศึกหลายสิบตัวเคลื่อนตามเป็นแถว ขุนนางผู้ติดตามแต่ละคนต่างใช้ผ้าเช็ดหน้าปิดจมูก กันไม่ให้ฝุ่นทรายเข้าไปอุดอู้พวกเขาต่างกระซิบคุยกัน “ดูแล้วน่าจะเป็นเรื่องลวงกระมัง”ทว่าในเส้นการเดินทางหาได้มีแค่กลุ่มของขุนนางนี้เสนาบดีเสิ่นเลิกผ้าม่านมองไปข้างหน้า เห็นกลุ่มคาราวานพ่อค้ากำลังมุ่งหน้าไปในทิศเดียวกัน หีบห่อและเกวียนสินค้าถูกบรรทุกเต็มจนแทบเอียง เสียงโห่ร้องของคนงานดังเซ็งแซ่“พ่อค้าอีกแล้วหรือ...” ขุนนางใหญ่เอ่ยถาม สีหน้าเต็มไปด้วยความประหลาดใจ“เหตุใดดินแดนกันดารเช่นนี้ถึงได้มีพ่อค้ามากมายแห่มา” พวกเขาต่างมีคำถามในใจเสียงเกวียนไม้ครืดคราดผสมเสียงฝีเท้าม้าโหม่งพื้นดินแห้งกรัง กลายเป็นท่วงทำนองอึดอัดท
ตอนที่ 63 คุกเข่า รุ่งอรุณแรกของวันใหม่ แสงอาทิตย์สาดผ่านม่านหมอกบาง ๆ เหนืออ่างเก็บน้ำ เสียงนกป่าดังแว่วคลอไปกับเสียงผู้คนที่เริ่มทยอยออกมาจากกระโจม เตรียมแรงกายสำหรับการขุดคลองต่อในวันนี้ท่ามกลางบรรยากาศที่กำลังคึกคัก เสียงเกือกม้าดัง ตึกตัก ตึกตัก ดังใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ ขบวนม้าหลายสิบ
ตอนที่ 60 จับจองพื้นที่ถนนสายที่มุ่งสู่ตะวันออกเฉียงเหนือแน่นขนัดด้วยผู้คนมากมาย ทั้งเกวียนไม้เก่า ม้าเพรียวกาย รวมถึงผู้คนที่เดินเท้าแบกหาบหนักล้วนหลั่งไหลไปในทิศทางเดียวกันครอบครัวสกุลถัว นั่งพักล้อมวงเล็ก ๆ ข้างทาง ท่ามกลางเสียงผู้คน ฮูหยินยกน้ำส่งให้สามีพลางเอ่ยด้วยรอยยิ้มบาง “โชคดีที่ท่านพี
ตอนที่ 58 ดินแดนใหม่ หลินเยว่ยืนมองผืนดินแห้งแตกระแหงสุดสายตา ลมร้อนพัดผ่านจนปลายผ้าอาภรณ์ปลิวสะบัด ดวงตาของนางหรี่ลงราวกับกำลังครุ่นคิดถึงสิ่งใดเขื่อน...ภาพเขื่อนใหญ่ผุดขึ้นมาในห้วงสมองทันที กำแพงหินมหึมาขวางทางน้ำไว้ แต่เพียงเสี้ยวอึดใจนางก็ส่ายหน้าเบา ๆ ในใจ ใหญ่เกินไป...จากนั้นความ
ตอนที่ 57 ออกสำรวจไป๋เจี้ยนได้มอบที่ดินผืนนั้นให้ไป๋จิ้งหานดูแลแต่เมื่อเขาได้รับมา กลับมิได้ถือครองเอง หากสั่งให้โอนเป็นชื่อของหลินเยว่ทั้งหมด เดิมทีเพียงให้ผู้ใดนำหลักฐานไปส่งก็นับว่าเพียงพอ ทว่าชายหนุ่มกลับตัดสินใจจะนำเอกสารไปส่งด้วยตนเอง“เจ้าจะไปด้วยตนเอง...ทำเช่นนั้นด้วยเหตุใดกัน” ซูเหยียนเอ


















commentaires