Share

บทที่ 24

Author: Karawek House
last update Last Updated: 2025-08-26 22:09:53

แม่ทัพเฮยเซ่อเย่ว์ก้าวขาเข้าใกล้ร่างน้อยๆ ที่ไม่ต้องบอกก็เดาออกว่าบอบช้ำถึงเพียงไหนอย่างระมัดระวัง ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมต้องระมัดระวังย่องย่าง ประพฤติตนราวเป็นโจรในที่พักของตนเองเช่นนี้ บางที...บางทีอาจเป็นเพราะองค์หญิงแคว้นป๋ายในยามนี้ นอนนิ่งอยู่บนฟูก...หลับสนิท ไม่รับรู้ถึงการมาของเขาเลยสักนิด อีกทั้ง...ความรู้สึกผิดจากเบื้องลึก กำลังกัดกร่อนเกาะกินจิตใจ ทำให้เขาไม่แม้แต่จะอยากรบกวนการพักผ่อนอย่างอ่อนล้าของนาง

ขณะผู้กระทำความผิดคิดว่าสมควรกลับออกไปเงียบๆ สตรีบนฟูกก็ผินหน้ามาทั้งๆ ที่ยังหลับตาแน่นสนิท นางขดตัวที่สั่นเทาเข้าหากัน ซุกไซ้ผ้าขนจิ้งจอกผืนใหญ่ที่ห่มคลุม มองคล้ายลูกแมวแรกเกิดซุกอกมารดา

ตอนนี้เองเขาถึงเพิ่งได้สังเกตว่าทั้งใบหน้าและเนื้อตัวของนางแดงจัดเพียงใด อีกทั้งน้ำตาก็ยังไหลรินไม่หยุด ริมฝีปากสั่นระริก

“ข้า...ขอโทษ...” จู่ๆ นางก็พึมพำขึ้นมา เสียงเบาหวิวราวเสียงกระซิบจากปรโลก “...ขอโทษ...” นางพึมพำซ้ำ น้ำตาท่วมทะลัก

นาง...ละเมอ?

นางกำลังรู้สึกผิด?

กล่าวถึงมุมมองของนางแล้ว ชั่วอึดใจที่นางตัดสินใจลอบออกจากวังหลวงเดินทางมายังเขตสงครามอย่างเลี่ยงจินอู่ สตรีที่ได้รับการกล่าวขานว่ามีสติปัญญาเลิศล้ำอย่างนาง ย่อมต้องรู้ถึงความเสี่ยงของการออกมาเจรจากับศัตรูด้วยตนเองเป็นอย่างดี ทว่านางก็ยังกล้าส่งตัวเองมาอยู่ในเงื้อมือเขา ยามถูกฉุดขึ้นหลังม้าพากลับค่ายพักก็มิได้ดีดดิ้นโวยวาย คล้ายกับว่าเตรียมใจมาก่อนแล้ว และยินยอมตกเป็นตัวประกันด้วยความเต็มใจ ทั้งหมดก็เพราะต้องการให้ทางฝั่งเฮยเซ่อเย่ว์ยอมรับข้อเสนอของนาง ทั้งหมดก็เพื่อแคว้นของนาง เหล่าราษฏรของนาง และผู้คนในราชวงศ์สกุลหนิงของนาง... นางย่อมรู้ดีที่สุด ว่าสุดท้ายแล้ว ไม่ว่านางจะได้กลับออกไปอย่างบริสุทธิ์ผุดผ่องและปลอดภัยดีหรือไม่ อย่างไรก็ตาม...ชื่อเสียงของสตรีที่ย่างเท้าเข้าค่ายพักทัพศัตรูซึ่งเต็มไปด้วยบุรุษเรือนแสน ย่อมต้องถูกทำลาย สิ่งที่นางจะได้รับในภายภาคหน้า มีเพียงความอัปยศอดสูเท่านั้น

นางรู้...แต่นางก็ยอมมา และเพียงชั่วอึดใจที่นางมาถึงที่นี่ สตรีที่กล้าหาญเด็ดเดี่ยว ทว่าอ่อนแอบอบบางดั่งกลีบดอกหลี ก็ถูกเขาที่ลุแก่โทสะย่ำยี ต้องพบเจอเรื่องเลวทรามต่ำช้าวนซ้ำตั้งไม่รู้กี่หนจนตกอยู่ในสภาพนี้...กระทั่งข้าวปลาอาหาร วัดจากร่องรอยสำรับอาหารที่เห็น เดาว่าที่ได้กลืนลงท้องก็คงมีเพียงมื้อเช้าของวันที่เขาทิ้งเอาไว้เท่านั้น ส่วนน้ำดื่ม...ก็คงได้ดื่มเพียงชาจากจอกและกาที่มาพร้อมสำรับอาหารชุดนั้น

“ข้า...ขอโทษ...เป็นเพราะข้า...ฮึก...”

“...ขอ...ฮึก...โทษ...”

เห็นนางไร้สติ เพ้อไม่หยุด กรอบหน้าและร่างกายชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อ แม่ทัพทมิฬก็สังหรณ์ใจไม่ดีขึ้นมา เขารีบขยับเข้าไปแตะหน้าผาก อังจมูกเล็กๆ จิ้มลิ้มนั่น และจับชีพจร

เมื่อเห็นว่านางทั้งตัวร้อนเป็นไฟ ลมหายใจทั้งร้อนระอุและรวยริน อีกทั้งชีพจรยังอ่อนแรงเต็มที ก็รัวเสียงสั่งทหารยืนยามหน้ากระโจมเสียงดัง

“ใครอยู่ข้างนอก ให้คนไปตามหมอมา! เร็วเข้า!” สั่งแล้วแม่ทัพหนุ่มก็หันกลับมามองสภาพร่างเล็กๆ ที่ห่มคลุมไว้ด้วยอาภรณ์ขนจิ้งจอกเปรอะคราบเลือดผสมคราบความคาวจางๆ อย่างลำบากใจ

จะอย่างไรนางก็เป็นราชนิกูล เป็นสตรีศักดิ์สิทธิ์ที่ได้รับการเคารพนับถือผู้หนึ่ง ต่อให้ไม่ใช่สตรีศักดิ์สิทธิ์หรือองค์หญิงผู้สูงส่ง ก็ยังนับว่าเป็นสตรี การจะให้ผู้อื่นมาพบเห็นนางในสภาพล่อแหลมเช่นนี้ ในสภาพแวดล้อมเช่นนี้นับว่าหาควรไม่ ไวเท่าความคิด แม่ทัพใหญ่ของกองทัพเรือนแสนรีบลงมือทำสิ่งที่ไม่เคยต้องกระทำด้วยตนเอง

เขาเก็บกวาดข้าวของทุกอย่างให้เข้าที่ ที่เปรอะเปื้อนคราบความคาวและเลือดพรหมจรรย์ก็จับยัดใส่ห่อผ้าที่ผูกขึ้นจากเสื้อคลุมตัวยาวของตนเอง หลังจากรื้อค้นเสื้อผ้าที่ดูสะอาดและผิวสัมผัสนุ่มสบายที่สุดออกมาได้ชุดหนึ่ง ก็รีบออกไปรับน้ำสะอาดที่ทหารรับใช้นำมาส่งให้ตามคำสั่งรองแม่ทัพเจิ้งถึงหน้ากระโจม นำมาเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้นาง เมื่อเห็นว่าผิวของนางแดงช้ำจากการเช็ดถูและบีบจับของตน ก็ขมวดคิ้วเข้าหากัน อดแปลกใจไม่ได้ที่คนผู้หนึ่งกลับบอบบางได้ถึงเพียงนี้

“ราวกับ...เด็กแรกเกิด...” เขาพึมพำโดยไม่รู้ตัว

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • หนิงซินกงจู่ เชลยแค้นแสนรัก   บทที่ 45

    นางไม่แน่ใจนักว่าเป็นเสด็จพ่อหรือเสด็จแม่ของนางที่เป็นคนต้นคิด รู้เพียงสิ่งหนึ่งที่เสด็จพ่อและเสด็จแม่ของนางคาดไม่ถึง ก็คือเรื่องที่อาจเกิดมีกองทัพไร้พ่าย ที่ยิ่งรบราก็ยิ่งขยายตัว ด้วยได้เหล่าทหารของแว่นแคว้นน้อยใหญ่ที่ห้อม้าไปรบรา ชักชวนกันมาสวามิภักดิ์ ขอย้ายฝั่ง ติดตามรับใช้ รบชนะมาแล้วทั่วทั้งแผ่นดิน สุดท้ายก็ย่ำเท้าเข้าหาแคว้นป๋ายที่เป็นเป้าหมายสุดท้าย...ซึ่งบางทีสุดท้ายแล้วอาจมิใช่เพราะต้องการตัวนาง หรือต้องการลงทัณฑ์นาง แต่เป็นเพราะต้องการครองความเป็นใหญ่ รวบรวมแผ่นดินให้เป็นหนึ่ง เรื่องคว้าชัยชนะครอบครองหญิงงาม หรือลงทัณฑ์หญิงแพศยาและแคว้นที่ก่อให้เกิดภัยสงครามจนเดือดร้อนทุกหย่อมหญ้า ก็เป็นเพียงข้ออ้างเท่านั้นแต่นางจะไม่ยอมให้เป็นเช่นนั้นเพราะไม่ต้องการให้เป็นเช่นนั้น นางจึงตัดสินใจออกมาพบคนผู้นี้ที่เลี่ยงจินอู่ตั้งแต่แรก ยอมกระทั่งใช้ตัวเองเป็นหลักประกันเพื่อให้เกิดความไขว้เขว และเพื่อสร้างทางรอดให้แคว้นป๋าย รวมถึงสร้างทางรอดให้ผู้ไม่อาจปล่อยวางจากสถานะของตนอย่างเสด็จแม่ของนางสักหนึ่งสายจะอย่างไรแคว้นป๋ายก็ไม่อาจต้านทานกองทัพเรือนแสนของเฮยเซ่อเย่ว์ เ

  • หนิงซินกงจู่ เชลยแค้นแสนรัก   บทที่ 44

    รุ่งเช้าวันถัดมา ในที่สุดราชสาสน์จากวังหลวงแคว้นป๋ายก็เดินทางมาถึง เนื้อความในราชสาสน์สรุปสั้นๆ ได้ว่า ‘แม้เราห่วงใยทหารหาญและราษฎร แต่ทหารส่วนใหญ่รักภักดีต่อแว่นแคว้น ยอมตายไม่ยอมจำนน แม่ทัพใหญ่โปรดให้เวลาเราเกลี้ยกล่อมคนเหล่านั้น และได้โปรดส่งตัวลูกสาวเราคืนมา’ หยางหยางอ่านสาสน์แล้วแค่นหัวเราะ หนิงซินเห็นดังนั้นก็พอคาดเดาเนื้อความในราชสาสน์นั้นได้ นางแสร้งขยับตัว ก่อนร้อง ‘โอ๊ย’ เสียงดัง อันที่จริงนางตั้งใจเอาไว้ว่าจะแสร้งทำ คาดไม่ถึงว่าเพียงขยับตัวนิดเดียว จะเจ็บกร้าวร้าวระบมไปหมด หยางหยางได้ยินนางร้องเสียงดังก็ลืมตัว รีบวางสาสน์ในมือ ขยับเข้าประคองให้ร่างน้อยเอนหลังลงนอนพักดังเดิม “หญิงหม้ายสกุลอวี๋กล่าวว่าเจ

  • หนิงซินกงจู่ เชลยแค้นแสนรัก   บทที่ 43

    เรื่องนั้นก็เรื่องหนึ่ง สถานการณ์ในยามนี้ก็อีกเรื่องหนึ่งสตรีในอ้อมกอดเขา แม้เนื้อแท้แล้วจะเป็นผู้บริสุทธิ์ ทว่าเมื่อมองอีกแง่ก็อาจกล่าวได้ว่าเรื่องทั้งหมดแม้คล้ายจะมิใช่ความผิดของนาง ความผิดอันมิได้เกิดจากความประสงค์ของตัวนางนั้น ล้วนเกิดขึ้นจากการมีอยู่ของ ‘องค์หญิงรองแคว้นป๋าย’ อย่างนางทั้งสิ้น และถึงแม้ตัวตนของนางที่เห็น นับตั้งแต่พบกันที่เลี่ยงจินอู่จนถึงยามนี้ ไม่มีส่วนใดเลยที่ดูคล้าย ‘นางจิ้งจอกแพศยา หญิงงามล่มเมืองชั่วช้า ที่เที่ยวหาประโยชน์และเล่นสนุกไปวันๆ ด้วยการหว่านเสน่ห์ยั่วยวนบุรุษให้หลงใหล' ยามนี้เขากลับค้นพบความจริงที่ชวนให้ไม่รู้ว่าสมควรสงสารเห็นใจหรือชิงชังนางเพิ่มขึ้นอีกข้อ...แม้นางจะมิได้มีเจตนา ทว่า...เพียงองค์หญิงอย่างนางขยับกายเล็กน้อยและหายใจแผ่วเบา กลับทำให้บุรุษร่างใหญ่เช่นเขาถึงกับสั่นสะท้านไปทั่วทั้งร่างช่างเป็นสตรีที่สมควรถูกจับขังไว้ให้พ้นจากผู้คนโดยแท้หยางหยางพยายามกุมสติ กดสัญชาตญาณที่ทำให้เขาและนางมาถึงจุดนี้ จุดที่ลงมานอนกอดก่ายกันอยู่บนฟูกแม้นางจะตกเป็นของเขาแล้วก็ตาม ทว่านั่นมิใช่

  • หนิงซินกงจู่ เชลยแค้นแสนรัก   บทที่ 42

    จู่ๆ แววตานาง ณ ยามแรกพบก็ผุดขึ้นมาในใจ หยางหยางเผลอกอดกระชับร่างน้อยในอ้อมแขนอย่างลืมตัวไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม เขาบอกนางไปแล้วว่าจะรับผิดชอบในสิ่งที่ทำ เขาไม่คิดจะกลับคำ เช่นนั้นก็ช่างอารามศักดิ์สิทธิ์ ช่างท่าทีของแคว้นป๋ายนั่นเถอะ แค่ปกป้องนางไว้ข้างกายก็พอแล้วมิใช่หรือ?เมื่อได้ข้อสรุปหยางหยางก็คร้านจะครุ่นคิด เขาปล่อยตัวเองเข้าสู่ห้วงนิทรา ไม่เคยนึกมาก่อนว่าจะมีวันที่สามารถหลับสนิทเคียงข้างใครสักคนได้เช่นนี้ฝ่ายหนึ่งหลับใหล ฝ่ายที่แกล้งหลับแล้วกลายเป็นหลับๆ ตื่นๆ มาตลอดอย่างหนิงซินพลันรู้สึกตื่นเต็มตาเมื่อตอนถูกกอดเข้าแนบอกนางลืมตาที่แดงก่ำขึ้นช้าๆ จ้องมองหน้าอกที่ได้ยินเสียงหัวใจเต้นอย่างสม่ำเสมอนิ่งค้างน่าเสียดายที่วัดจากกำลังทหารในยามนี้แล้ว ต่อให้คนผู้นี้ตายตก แคว้นป๋ายก็ต้องปราชัยและถูกทำลายลงไปอยู่ดี ดังนั้น ทางเลือกเดียวของนางในยามนี้จึงมีเพียงการปล่อยให้คนผู้นี้กอดร่างตัวเองไว้เสด็จแม่เคยสอนเอาไว้ว่าอย่างไรนะ?‘ผู้ใดเป็นศัตรู หากฆ่าไม่ได้ ก็จงควบคุม’แต่ไหนแต่ไรนางไม่ใคร่จะใส่ใจคำสอน

  • หนิงซินกงจู่ เชลยแค้นแสนรัก   บทที่ 41

    หญิงหม้ายสกุลอวี๋ทำแผลใส่ยา ที่ใดควรแต่งบาดแผล ที่ควรเก็บเนื้อสอดประสาน ก็กระทำได้อย่างชำนิชำนาญไม่แพ้หมอตำแยตัวจริง หลังดูแลบาดแผลให้แม่นางน้อยในอ้อมแขนท่านแม่ทัพแล้วเสร็จ นางภูมิอกภูมิใจเป็นอย่างยิ่งบาดแผลโดยปกติทั่วไปนั้น หากกว้างใหญ่นัก ย่อมต้องเย็บแผลเพื่อป้องกันบาดแผลต้องสิ่งสกปรกจนกลัดหนองหรือเกิดเจ็บไข้ได้ป่วยเพราะพิษจากบาดแผลนั้น อีกทั้งยังช่วยให้เนื้อหนังผสานกันรวดเร็วยิ่งขึ้นทว่าบาดแผลที่เกิดจากการร่วมรักเช่นนี้ไม่เหมือนบาดแผลทั่วไป...สิ่งที่นางสมควรทำยามนี้ ก็มีเพียงการตกแต่งบาดแผลให้เรียบร้อยและใส่ยา จากนั้นก็ดูแลคุณหนูผู้นี้ให้ดี ให้ทั้งยากินและยาทาติดต่อกันเท่านั้น เพราะส่วนบอบบางที่ฉีกขาดนั่น...ไม่ช้าก็เร็วก็ต้องถูกใช้งานอีกครั้งอยู่ดี หากเย็บให้บาดแผลสมาน เช่นนั้นแล้วไม่เท่ากับว่าแม่นางน้อยผู้นี้จะต้องเจ็บปวดซ้ำเมื่อมีสัมพันธ์ครั้งต่อๆ ไปอีกหรือ? นั่นย่อมมิใช่เรื่องดีแน่อย่างไรเสีย ส่วนที่บาดเจ็บนั้นก็มีไว้เพื่อถูกทะลุทะลวงอยู่แล้วตั้งแต่แรก หน้าที่ของนางจึงมีเพียงทำให้อะไรอะไรเข้าที่เข้าทาง และบรรเทาอาการเจ็บปวดให้คุณหนูน้อยท่า

  • หนิงซินกงจู่ เชลยแค้นแสนรัก   บทที่ 40

    แม่นางร่างน้อยหลับสนิท เอนซบร่างแม่ทัพใหญ่ น้ำตารินไหลออกมาไม่หยุด มองแล้วพาให้ปวดใจนักเห็นนางเป็นเช่นนี้แล้ว ท่านแม่ทัพก็คล้ายไม่กล้าฝืนปลุกสตรีในอ้อมแขนอีกหน ได้แต่สั่งให้ตัวแทนหมอตำแยอย่างนางตรวจอาการ คงจะคิดเองเออเองว่า หากแม่นางน้อยผู้นี้ยังหลับใหล ไม่รู้สึกตัว ก็นับว่าเป็นเรื่องดีที่ไม่ต้องรู้สึกอับอายขายหน้า...ช่างคิดเองเออเองเอาอย่างง่ายๆ สมกับที่เป็นบุรุษเห็นแก่ได้ ไม่รู้จักรักหยกถนอมบุปผาโดยแท้ เฮอะ!หญิงหม้ายขยับขาแม่นางน้อยของท่านแม่ทัพออกอย่างเบามือ โล่งใจเล็กน้อยที่ร่างไร้สติของนางนั้นอ่อนยวบ ยอมปล่อยให้นางจับขยับวางโดยง่ายตอนนั้นเอง หญิงหม้ายสกุลอวี๋ที่คิดว่าตัวเองเตรียมใจมาดีแล้ว ก็ต้องตกใจเพราะภาพที่เห็นตรงหน้านี่...นี่มัน...แค่เห็นร่องรอยพรหมจารีย์ที่ถูกทำลายและอาการบวมแดงจนน่าตกใจของส่วนลับ หญิงหม้ายสกุลอวี๋ก็โกรธจนเลือดลมแทบตีกลับ ต้องพยายามสูดลมหายใจเข้าลึกแล้วผ่อนลมหาใจออกยาวๆ อยู่หลายครั้ง จึงสามารถประคองสติให้มั่นคงอยู่ได้ไม่รู้จักรักหยกถนอมบุปผาก็แล้วไป นี่อะไร ไม่รู้จักถนอมยังมาย่ำยีจนบอบช้ำไปหมด

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status