共有

บทที่ 22

作者: Karawek House
last update 最終更新日: 2025-08-26 21:07:54

ร่างสูงสง่าควบอาชาแหวกค่ายพักทัพ มุ่งตรงไปยังกระโจมหลังใหญ่ใจกลางค่าย หน้าดำคร่ำเคร่งจนเหล่าทหารนายกองล้วนแตกตื่นตกใจและยิ่งกว่าสงสัยใคร่รู้ ทว่าด้วยระเบียบวินัยกองทัพอันเข้มงวด พวกเขาทำได้เพียงลอบเหลียวมองตามเท่านั้น

ผ่านไปชั่วอึดใจใหญ่ หลังเห็นท่านแม่ทัพของตนกระโจนลงจากหลังม้า พุ่งเข้ากระโจมพักไปแล้ว นายกองปากไวคนหนึ่งก็ยั้งปากเอาไว้ไม่ไหว รำพึงออกมาจนได้ “ท่านแม่ทัพที่รีบร้อนเช่นนั้น...สีหน้าเช่นนั้น...ดูวิตกกังวลและคล้ายจะ...หวาดกลัวถึงเพียงนั้น...พวกเจ้าเคยเห็นหรือไม่...”

เรื่องของผู้เป็นนายใครจะกล้าสอดปาก โดยเฉพาะยิ่งแล้ว เมื่อคนผู้นั้นเป็นถึงผู้ที่ตนต่างสาบานว่าจะยอมพลีกายถวายชีวิต สุดแล้วแต่คนผู้นั้นจะบัญชา...

จู่ๆ ก็มีคนนึกขึ้นได้

“ไม่ใช่ว่าสองคืนก่อน ท่านแม่ทัพพาตัวองค์หญิงศักดิ์ศิทธิ์แคว้นป๋ายขึ้นหลังม้า กลับค่ายเรามาด้วยกันหรอกรึ?”

เหล่าทหารต่างเหลียวสบตากันไปมาเลิ่กลั่ก

เช่นนั้นในกระโจมหลังใหญ่นั่น...

เช่นนั้น ผู้ที่ทำให้ท่านแม่ทัพถึงกับต้องเร่งห้อม้าพุ่งตรงไปหา หน้าดำคร่ำเคร่ง ทั้งดูกังวล ทั้งดูหวาดวิตกเช่นนั้น...

นายกองปากไวไม่เพียงยั้งความคิดไม่อยู่ เขายังยั้งปากเปราะๆ เอาไว้ไม่อยู่อีกด้วย

“ไม่ผิดแล้ว! ไม่แน่ว่าระหว่างพวกเขา...ต่อมาท่านแม่ทัพเกิดทำตัวไม่ถูกจึงหนีหน้า ทว่าต่อมาคิดตก สำนึกผิด จึงคิดกลับไปงอนง้อขอคืนดี!” เขาถ่มน้ำลายลงพื้น สบถบ่น “องค์หญิงแคว้นป๋ายช่างดีจริงๆ ไม่ทันไรก็หว่านเสน่ห์ใส่ท่านแม่ทัพของพวกเราจนได้ ช่างประพฤติตนได้สมคำร่ำลือโดยแท้!”

เหล่าทหาร ณ บริเวณ นั้น ต่างเบือนหน้าหนีกันไปคนละทาง

คำวิพากษ์วิจารณ์ผู้เป็นนายเช่นนี้ พวกเขาเหล่าพลทหารที่ไหนเลยจะกล้ารับฟัง

ทว่า...องค์หญิงศักดิสิทธิ์แคว้นป๋ายเช่นนั้นรึ?

นางก็คือคนที่ทำให้รัชทายาทองค์ก่อนถูกลอบสังหาร ทำให้ต้าเฮยอ๋องผู้รักและหวงแหนบุตรชายคนโตราวกับสมบัติล้ำค่าถึงกับพิษในหัวใจกำเริบ สิ้นลมกะทันหัน ทำเอาเฮยเซ่อเย่ว์ระส่ำระสายด้วยพวกกบฏ เคราะห์ดีที่ท่านแม่ทัพของพวกเขาชาญฉลาด เก่งกล้าสามารถ จึงสามารถปกป้องตำแหน่งอ๋องส่งต่อให้องค์ชายรอง คาดไม่ถึงว่าองค์ชายรอง องค์ชายสี่ และองค์ชายห้า กลับคิดแก้แค้นทวงความยุติธรรมให้องค์รัชทายาทที่ล่วงลับและกอบหน้ากู้ศักดิ์ศรีให้เฮยเซ่อเย่ว์ จึงร่วมกันนำทัพออกรบ โดยไม่สนใจคำทัดทานของท่านแม่ทัพ ซ้ำยังออกคำสั่งให้ผู้ทัดทานอย่างท่านแม่ทัพเป็นผู้อยู่รักษาความสงบภายในแคว้น คอยป้องกันและปราบปรามเหล่ากบฏและผู้คิดร้าย ทั้งยังกลั้นแกล้งคนที่ไม่ถนัดงานเมืองเช่นท่านแม่ทัพด้วยการฝากฝังให้ร่วมสะสางงานเมืองกับเหล่าขุนนาง ไม่หวาดกลัวว่าท่านแม่ทัพจะก่อกบฏ ยึดครองเฮยเซ่อเย่ว์เป็นของตนเองเลยสักนิด

หลังจากนั้นเกิดสงครามยืดเยื้อยาวนาน หลายแคว้นต่างมีหลากเหตุผลให้ออกมารบพุ่งพัวพัน ไม่นานนัก เหล่าคนหนุ่มผู้กระหายสงครามก็ค่อยๆ ตายตก ผู้ปลิดชีพศัตรูในสนามรบต่างกล่าวกันว่าตนเองเป็นผู้ชนะ หารู้ไม่ว่าแท้จริงแล้ว ผู้ที่ได้รับชัยชนะในครั้งนี้ก็คือสงครามที่กลืนกินทุกสิ่งทุกอย่าง กระทั่งจิตวิญญาณความเป็นมนุษย์

องค์ชายทั้งสามก็มาสิ้นชีพเพราะสงครามอันยืดเยื้อยาวนานที่ว่านี้

ทั่วทั้งแผ่นดินลุกเป็นไฟ...เหล่าทหารและอาณาประชาราษฏร์ล้มตาย... จุดเริ่มต้นก็เพียงเพราะเหล่าบุรุษผู้เป็นใหญ่อยากแย่งชิงสตรีเพียงนางเดียว

สตรีเช่นนี้...

ช่างอัปมงคลโดยแท้!

สมควรนำตัวมารุมลงทัณฑ์ให้สาสม!

สมควรถูกจับแก้ผ้า เอาตัวขึ้นม้าไม้ลงทัณฑ์ ลากประจานไปทั่วทั้งแผ่นดิน!

หลากคนก็หลากความคิด...

มีเพียงเหล่าผู้อยู่ร่วมเป็นสักขีพยานในการปรากฏตัวขององค์หญิงศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น ที่รู้ว่าแท้จริงแล้ว ‘องค์หญิงแพศยาแคว้นป๋าย’ คล้ายจะมิได้เป็นดังคำเล่าลือ อีกทั้ง...ออกจะน่าสงสารเห็นใจอยู่มาก เมื่อพิจารณาจากข้อเท็จจริงที่ว่า ผู้เป็นแม่ทัพใหญ่ของค่ายนี้...ผู้เป็นนายที่พวกเขาสาบานว่าจะยอมพลีกายถวายชีวิต เคียดแค้นชิงชังและรังเกียจองค์หญิงรองผู้นั้นเพียงใด

ไม่ว่าสองคืนก่อนระหว่างพวกเขาทั้งคู่จะเกิดเรื่องใด พวกเขาเหล่าทหารแน่ใจว่าเรื่องนั้นย่อมไม่มีทางเป็นเรื่องดีสำหรับองค์หญิงรองแคว้นป๋ายเป็นแน่...

この本を無料で読み続ける
コードをスキャンしてアプリをダウンロード

最新チャプター

  • หนิงซินกงจู่ เชลยแค้นแสนรัก   บทที่ 45

    นางไม่แน่ใจนักว่าเป็นเสด็จพ่อหรือเสด็จแม่ของนางที่เป็นคนต้นคิด รู้เพียงสิ่งหนึ่งที่เสด็จพ่อและเสด็จแม่ของนางคาดไม่ถึง ก็คือเรื่องที่อาจเกิดมีกองทัพไร้พ่าย ที่ยิ่งรบราก็ยิ่งขยายตัว ด้วยได้เหล่าทหารของแว่นแคว้นน้อยใหญ่ที่ห้อม้าไปรบรา ชักชวนกันมาสวามิภักดิ์ ขอย้ายฝั่ง ติดตามรับใช้ รบชนะมาแล้วทั่วทั้งแผ่นดิน สุดท้ายก็ย่ำเท้าเข้าหาแคว้นป๋ายที่เป็นเป้าหมายสุดท้าย...ซึ่งบางทีสุดท้ายแล้วอาจมิใช่เพราะต้องการตัวนาง หรือต้องการลงทัณฑ์นาง แต่เป็นเพราะต้องการครองความเป็นใหญ่ รวบรวมแผ่นดินให้เป็นหนึ่ง เรื่องคว้าชัยชนะครอบครองหญิงงาม หรือลงทัณฑ์หญิงแพศยาและแคว้นที่ก่อให้เกิดภัยสงครามจนเดือดร้อนทุกหย่อมหญ้า ก็เป็นเพียงข้ออ้างเท่านั้นแต่นางจะไม่ยอมให้เป็นเช่นนั้นเพราะไม่ต้องการให้เป็นเช่นนั้น นางจึงตัดสินใจออกมาพบคนผู้นี้ที่เลี่ยงจินอู่ตั้งแต่แรก ยอมกระทั่งใช้ตัวเองเป็นหลักประกันเพื่อให้เกิดความไขว้เขว และเพื่อสร้างทางรอดให้แคว้นป๋าย รวมถึงสร้างทางรอดให้ผู้ไม่อาจปล่อยวางจากสถานะของตนอย่างเสด็จแม่ของนางสักหนึ่งสายจะอย่างไรแคว้นป๋ายก็ไม่อาจต้านทานกองทัพเรือนแสนของเฮยเซ่อเย่ว์ เ

  • หนิงซินกงจู่ เชลยแค้นแสนรัก   บทที่ 44

    รุ่งเช้าวันถัดมา ในที่สุดราชสาสน์จากวังหลวงแคว้นป๋ายก็เดินทางมาถึง เนื้อความในราชสาสน์สรุปสั้นๆ ได้ว่า ‘แม้เราห่วงใยทหารหาญและราษฎร แต่ทหารส่วนใหญ่รักภักดีต่อแว่นแคว้น ยอมตายไม่ยอมจำนน แม่ทัพใหญ่โปรดให้เวลาเราเกลี้ยกล่อมคนเหล่านั้น และได้โปรดส่งตัวลูกสาวเราคืนมา’ หยางหยางอ่านสาสน์แล้วแค่นหัวเราะ หนิงซินเห็นดังนั้นก็พอคาดเดาเนื้อความในราชสาสน์นั้นได้ นางแสร้งขยับตัว ก่อนร้อง ‘โอ๊ย’ เสียงดัง อันที่จริงนางตั้งใจเอาไว้ว่าจะแสร้งทำ คาดไม่ถึงว่าเพียงขยับตัวนิดเดียว จะเจ็บกร้าวร้าวระบมไปหมด หยางหยางได้ยินนางร้องเสียงดังก็ลืมตัว รีบวางสาสน์ในมือ ขยับเข้าประคองให้ร่างน้อยเอนหลังลงนอนพักดังเดิม “หญิงหม้ายสกุลอวี๋กล่าวว่าเจ

  • หนิงซินกงจู่ เชลยแค้นแสนรัก   บทที่ 43

    เรื่องนั้นก็เรื่องหนึ่ง สถานการณ์ในยามนี้ก็อีกเรื่องหนึ่งสตรีในอ้อมกอดเขา แม้เนื้อแท้แล้วจะเป็นผู้บริสุทธิ์ ทว่าเมื่อมองอีกแง่ก็อาจกล่าวได้ว่าเรื่องทั้งหมดแม้คล้ายจะมิใช่ความผิดของนาง ความผิดอันมิได้เกิดจากความประสงค์ของตัวนางนั้น ล้วนเกิดขึ้นจากการมีอยู่ของ ‘องค์หญิงรองแคว้นป๋าย’ อย่างนางทั้งสิ้น และถึงแม้ตัวตนของนางที่เห็น นับตั้งแต่พบกันที่เลี่ยงจินอู่จนถึงยามนี้ ไม่มีส่วนใดเลยที่ดูคล้าย ‘นางจิ้งจอกแพศยา หญิงงามล่มเมืองชั่วช้า ที่เที่ยวหาประโยชน์และเล่นสนุกไปวันๆ ด้วยการหว่านเสน่ห์ยั่วยวนบุรุษให้หลงใหล' ยามนี้เขากลับค้นพบความจริงที่ชวนให้ไม่รู้ว่าสมควรสงสารเห็นใจหรือชิงชังนางเพิ่มขึ้นอีกข้อ...แม้นางจะมิได้มีเจตนา ทว่า...เพียงองค์หญิงอย่างนางขยับกายเล็กน้อยและหายใจแผ่วเบา กลับทำให้บุรุษร่างใหญ่เช่นเขาถึงกับสั่นสะท้านไปทั่วทั้งร่างช่างเป็นสตรีที่สมควรถูกจับขังไว้ให้พ้นจากผู้คนโดยแท้หยางหยางพยายามกุมสติ กดสัญชาตญาณที่ทำให้เขาและนางมาถึงจุดนี้ จุดที่ลงมานอนกอดก่ายกันอยู่บนฟูกแม้นางจะตกเป็นของเขาแล้วก็ตาม ทว่านั่นมิใช่

  • หนิงซินกงจู่ เชลยแค้นแสนรัก   บทที่ 42

    จู่ๆ แววตานาง ณ ยามแรกพบก็ผุดขึ้นมาในใจ หยางหยางเผลอกอดกระชับร่างน้อยในอ้อมแขนอย่างลืมตัวไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม เขาบอกนางไปแล้วว่าจะรับผิดชอบในสิ่งที่ทำ เขาไม่คิดจะกลับคำ เช่นนั้นก็ช่างอารามศักดิ์สิทธิ์ ช่างท่าทีของแคว้นป๋ายนั่นเถอะ แค่ปกป้องนางไว้ข้างกายก็พอแล้วมิใช่หรือ?เมื่อได้ข้อสรุปหยางหยางก็คร้านจะครุ่นคิด เขาปล่อยตัวเองเข้าสู่ห้วงนิทรา ไม่เคยนึกมาก่อนว่าจะมีวันที่สามารถหลับสนิทเคียงข้างใครสักคนได้เช่นนี้ฝ่ายหนึ่งหลับใหล ฝ่ายที่แกล้งหลับแล้วกลายเป็นหลับๆ ตื่นๆ มาตลอดอย่างหนิงซินพลันรู้สึกตื่นเต็มตาเมื่อตอนถูกกอดเข้าแนบอกนางลืมตาที่แดงก่ำขึ้นช้าๆ จ้องมองหน้าอกที่ได้ยินเสียงหัวใจเต้นอย่างสม่ำเสมอนิ่งค้างน่าเสียดายที่วัดจากกำลังทหารในยามนี้แล้ว ต่อให้คนผู้นี้ตายตก แคว้นป๋ายก็ต้องปราชัยและถูกทำลายลงไปอยู่ดี ดังนั้น ทางเลือกเดียวของนางในยามนี้จึงมีเพียงการปล่อยให้คนผู้นี้กอดร่างตัวเองไว้เสด็จแม่เคยสอนเอาไว้ว่าอย่างไรนะ?‘ผู้ใดเป็นศัตรู หากฆ่าไม่ได้ ก็จงควบคุม’แต่ไหนแต่ไรนางไม่ใคร่จะใส่ใจคำสอน

  • หนิงซินกงจู่ เชลยแค้นแสนรัก   บทที่ 41

    หญิงหม้ายสกุลอวี๋ทำแผลใส่ยา ที่ใดควรแต่งบาดแผล ที่ควรเก็บเนื้อสอดประสาน ก็กระทำได้อย่างชำนิชำนาญไม่แพ้หมอตำแยตัวจริง หลังดูแลบาดแผลให้แม่นางน้อยในอ้อมแขนท่านแม่ทัพแล้วเสร็จ นางภูมิอกภูมิใจเป็นอย่างยิ่งบาดแผลโดยปกติทั่วไปนั้น หากกว้างใหญ่นัก ย่อมต้องเย็บแผลเพื่อป้องกันบาดแผลต้องสิ่งสกปรกจนกลัดหนองหรือเกิดเจ็บไข้ได้ป่วยเพราะพิษจากบาดแผลนั้น อีกทั้งยังช่วยให้เนื้อหนังผสานกันรวดเร็วยิ่งขึ้นทว่าบาดแผลที่เกิดจากการร่วมรักเช่นนี้ไม่เหมือนบาดแผลทั่วไป...สิ่งที่นางสมควรทำยามนี้ ก็มีเพียงการตกแต่งบาดแผลให้เรียบร้อยและใส่ยา จากนั้นก็ดูแลคุณหนูผู้นี้ให้ดี ให้ทั้งยากินและยาทาติดต่อกันเท่านั้น เพราะส่วนบอบบางที่ฉีกขาดนั่น...ไม่ช้าก็เร็วก็ต้องถูกใช้งานอีกครั้งอยู่ดี หากเย็บให้บาดแผลสมาน เช่นนั้นแล้วไม่เท่ากับว่าแม่นางน้อยผู้นี้จะต้องเจ็บปวดซ้ำเมื่อมีสัมพันธ์ครั้งต่อๆ ไปอีกหรือ? นั่นย่อมมิใช่เรื่องดีแน่อย่างไรเสีย ส่วนที่บาดเจ็บนั้นก็มีไว้เพื่อถูกทะลุทะลวงอยู่แล้วตั้งแต่แรก หน้าที่ของนางจึงมีเพียงทำให้อะไรอะไรเข้าที่เข้าทาง และบรรเทาอาการเจ็บปวดให้คุณหนูน้อยท่า

  • หนิงซินกงจู่ เชลยแค้นแสนรัก   บทที่ 40

    แม่นางร่างน้อยหลับสนิท เอนซบร่างแม่ทัพใหญ่ น้ำตารินไหลออกมาไม่หยุด มองแล้วพาให้ปวดใจนักเห็นนางเป็นเช่นนี้แล้ว ท่านแม่ทัพก็คล้ายไม่กล้าฝืนปลุกสตรีในอ้อมแขนอีกหน ได้แต่สั่งให้ตัวแทนหมอตำแยอย่างนางตรวจอาการ คงจะคิดเองเออเองว่า หากแม่นางน้อยผู้นี้ยังหลับใหล ไม่รู้สึกตัว ก็นับว่าเป็นเรื่องดีที่ไม่ต้องรู้สึกอับอายขายหน้า...ช่างคิดเองเออเองเอาอย่างง่ายๆ สมกับที่เป็นบุรุษเห็นแก่ได้ ไม่รู้จักรักหยกถนอมบุปผาโดยแท้ เฮอะ!หญิงหม้ายขยับขาแม่นางน้อยของท่านแม่ทัพออกอย่างเบามือ โล่งใจเล็กน้อยที่ร่างไร้สติของนางนั้นอ่อนยวบ ยอมปล่อยให้นางจับขยับวางโดยง่ายตอนนั้นเอง หญิงหม้ายสกุลอวี๋ที่คิดว่าตัวเองเตรียมใจมาดีแล้ว ก็ต้องตกใจเพราะภาพที่เห็นตรงหน้านี่...นี่มัน...แค่เห็นร่องรอยพรหมจารีย์ที่ถูกทำลายและอาการบวมแดงจนน่าตกใจของส่วนลับ หญิงหม้ายสกุลอวี๋ก็โกรธจนเลือดลมแทบตีกลับ ต้องพยายามสูดลมหายใจเข้าลึกแล้วผ่อนลมหาใจออกยาวๆ อยู่หลายครั้ง จึงสามารถประคองสติให้มั่นคงอยู่ได้ไม่รู้จักรักหยกถนอมบุปผาก็แล้วไป นี่อะไร ไม่รู้จักถนอมยังมาย่ำยีจนบอบช้ำไปหมด

続きを読む
無料で面白い小説を探して読んでみましょう
GoodNovel アプリで人気小説に無料で!お好きな本をダウンロードして、いつでもどこでも読みましょう!
アプリで無料で本を読む
コードをスキャンしてアプリで読む
DMCA.com Protection Status