แชร์

บทที่ 8

ผู้เขียน: เมียเมียลู่
เคอหนิงหัวเราะ

เธอหลุดหัวเราะออกมาจริง ๆ

เสียงนั้นลอดผ่านช่องประตูเข้าไป ทำให้สีซือเฉิงถึงกับใจกระตุกวูบ

เขาบังคับรถเข็นออกจากห้อง แต่กลับเห็นเพียงแผ่นหลังของเคอหนิงที่กำลังเดินขึ้นบันไดไป

จู่ ๆ เขาก็รู้สึกใจหวิว ๆ อย่างบอกไม่ถูก

ชายหนุ่มตรงไปใช้ลิฟต์ส่วนตัวขึ้นไปยังชั้นสองทันที

ภายในห้องนอน เคอหนิงกำลังลากกล่องกระดาษออกมา

สีซือเฉิงขมวดคิ้วเล็กน้อย “หนิงหนิง ทำอะไรอยู่น่ะ”

เคอหนิงเงยหน้าขึ้น ส่งยิ้มให้ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น “เพิ่งรับคดีใหม่มาน่ะค่ะ ฐานะทางบ้านของลูกความไม่ค่อยดีเท่าไหร่ คนในสำนักงานกฎหมายเลยรวบรวมเสื้อผ้าที่ไม่ค่อยได้ใส่แล้วไปบริจาคให้ ถือเป็นการช่วยเหลือกันนิด ๆ หน่อย ๆ”

“เยอะขนาดนี้เลยเหรอ”

สีซือเฉิงทอดสายตามองกล่องกระดาษที่สูงระดับหัวเข่าเหล่านั้น

“มีเยอะก็ยิ่งดีสิคะ”

เคอหนิงโกหกหน้าตาย “ยังไงที่บ้านเราก็ยังมีเสื้อผ้าอีกตั้งเยอะ”

ทว่าสีซือเฉิงยังคงรู้สึกตะขิดตะขวงใจ เขาบังคับรถเข็นเข้าไปในห้องแต่งตัว

เมื่อเห็นว่าเสื้อผ้าพร่องไปเพียงเล็กน้อยจริง ๆ ถึงได้ลอบถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก

แต่ขณะกำลังจะหันรถเข็นกลับออกมา สายตาของเขาก็พลันชะงักงัน

“ชุดมงกุฎหงส์ตอนแต่งงานเอาไปไว้ไหนแล้วล่ะ”

สวมมงกุฎหงส์คลุมผ้าแดง แต่งเข้าบ้านอย่างสมเกียรติ...

เคอหนิงไม่มีครอบครัวฝั่งหญิงคอยหนุนหลัง ซ้ำผู้ใหญ่ตระกูลสียังเรียกร้องให้จัดงานแต่งงานอย่างเรียบง่ายที่สุด

วันนั้น... เธอจึงไม่มีโอกาสได้สวมแม้กระทั่งชุดเจ้าสาว

แต่สีซือเฉิงก็ไม่ได้ปล่อยให้เธอต้องน้อยเนื้อต่ำใจ

เขาสั่งตัดชุดเจ้าสาวโบราณพร้อมมงกุฎหงส์แบบครบเซ็ตให้เธอ

เคอหนิงได้รับของขวัญชิ้นนี้ในคืนเข้าหอ

เธอหวงแหนมันราวกับชีวิต ต้องคอยเอาออกมาดูแลรักษาด้วยตัวเองอยู่เป็นประจำ

และนับตั้งแต่วินาทีนั้นเป็นต้นมา เธอก็ได้ตัดสินใจอย่างแน่วแน่

ต่อให้สีซือเฉิงจะต้องพิการไปตลอดชีวิต ต่อให้พวกเขาไม่อาจเป็นสามีภรรยากันอย่างแท้จริงได้ เธอก็ยินดีและเต็มใจที่จะดูแลเขาไปตราบชั่วชีวิต

มือที่กำลังลากกล่องชะงักไปเล็กน้อย เคอหนิงสูดลมหายใจเข้าลึก ซ่อนแววตาสมเพชตัวเองเอาไว้มิดชิด ก่อนจะเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “เจียงซินเห็นแล้วถูกใจ เลยบอกว่าจะขอยืมไปใส่เล่นสักสองสามวันน่ะค่ะ”

“แล้วคุณก็ให้ยืม?”

“นาน ๆ ทีเธอจะเอ่ยปากขอ ถ้าไม่ให้ยืมก็คงดูใจแคบไปหน่อย”

เรื่องพรรค์นี้ ใครใช้ให้เธอทำตัวใจกว้างกันล่ะ...

สีหน้าของสีซือเฉิงดูไม่สบอารมณ์นัก “เดี๋ยวอีกสองสามวัน ผมจะทวงคืนให้

แล้วกัน”

“ค่อยว่ากันเถอะค่ะ”

เคอหนิงดันของทั้งหมดไปไว้ที่หน้าประตู “ดึกมากแล้ว คุณยังไม่ไปนอนอีก

เหรอคะ”

สีซือเฉิงชะงักไป

แม้ว่าหลังแต่งงานเขาจะแยกห้องนอนกับเคอหนิงมาโดยตลอด แต่ก็เป็นเธอที่คอยดูแลพาเข้านอนเสมอ

ช่วงนี้ที่บ้านมีเรื่องวุ่นวายเกิดขึ้นไม่เว้นแต่ละวัน เคอหนิงจึงไม่มีเวลามาดูแลเขา ซึ่งเขาก็ไม่ได้เก็บมาใส่ใจ

แต่มีเพียงเจ้าตัวเท่านั้นที่รู้ดีว่า... พักหลังมานี้เขานอนหลับไม่สนิทเลย

“ซือเฉิง คุณเป็นอะไรไปคะ”

เคอหนิงแกล้งทำเป็นไม่เข้าใจ

“อ้อ เปล่าหรอก”

เมื่อเห็นว่าเคอหนิงไม่มีทีท่าว่าจะพาเขากลับไปส่งที่ห้องนอน สีซือเฉิงก็ไม่อยากเป็นฝ่ายเอ่ยปากขอร้อง จึงทำได้เพียงกล่าวคำว่าราตรีสวัสดิ์

น้ำเสียงนั้นเจือความน้อยใจลึก ๆ โดยที่แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังไม่รู้ตัว

ในยามที่สรรพสิ่งเงียบสงัด

เคอหนิงอาศัยความมืดขนกล่องกระดาษใส่เสื้อผ้าของตัวเองทั้งสองใบลงมาข้างล่าง แล้วขับรถออกไป

ที่อพาร์ตเมนต์ จิ่งจือนั่งรอเธอจนง่วงเหงาหาวนอน

กว่าเขาจะโผล่มาก็เล่นเอารอจนเงือกหลับ มิหนำซ้ำยังต้องมารับบทเป็นกรรมกรแบกหามให้เธอตอนกลางดึกอีกต่างหาก

รุ่งขึ้น ทั้งสองคนก็นอนหลับเป็นตายไม่รู้เรื่องรู้ราว

ตัดภาพมาที่สีซือเฉิงตื่นนอนและลงมาข้างล่าง ภายในห้องอาหารมีเพียง เจียงอวิ๋นฮ่วน

ส่วนเจียงซินก็สวมผ้ากันเปื้อนทำอาหารอยู่ในครัว ซึ่งเป็นภาพที่เห็นได้ยากยิ่ง

ชายหนุ่มกวาดสายตามองซ้ายขวา ทว่ากลับไร้เงาร่างที่คุ้นเคย

จังหวะนั้น เจียงซินก็ยกอาหารเช้าออกมาพอดี เธอเอ่ยทักทายด้วยรอยยิ้ม “พี่รอง ทานมื้อเช้าสิคะ”

สีซือเฉิงเข็นรถเข้าไปใกล้ เอ่ยถามด้วยท่าทีราวกับไม่ใส่ใจนัก “เคอหนิงล่ะ”

“เห็นว่าออกไปทำงานตั้งแต่เช้าตรู่แล้วล่ะค่ะ”

เจียงซินตอบหน้าตาย พลางช่วยจัดเตรียมชุดทานอาหารให้เขา

สีซือเฉิงเพียงพยักหน้ารับเบา ๆ แล้วเริ่มลงมือทานอาหารอย่างเชื่องช้า

เมื่อเห็นว่าเขาไม่ได้ซักไซ้ไล่เลียงอะไรต่อ เจียงซินก็ลอบถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก

เพราะเมื่อคืนนี้... เธอเห็นเหตุการณ์ทุกอย่างหมดแล้ว

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • หนีชายลวงมาพึ่งบอสคลั่งรัก   บทที่ 100

    เขาลุกขึ้นแล้วรีบวิ่งเหยาะ ๆ ตามไปติด ๆ “นายครับ นี่คุณจะไปไหนครับเนี่ย?” “เมืองหลิน”“หลิน”ทีแรกเขาพยักหน้ารับ ก่อนจะโพล่งออกมาด้วยความตกใจ “กลับเมืองหลินเหรอครับ? นี่คุณคงไม่ได้จะไปหาคุณเคอหรอกใช่ไหม?!” ลู่วั่งเฉินไม่ตอบรับและไม่ปฏิเสธ “ไม่ได้นะครับ!” ฟางอี้รีบพุ่งเข้าไปขวางเร็วกว่าใคร “คุณก็รู้ดีว่าตอนนี้คุณชายรองกับคุณชายสามกำลังรอหาจุดอ่อนมาข่มขู่คุณอยู่ ถ้าขืนปล่อยให้พวกเขารู้เข้า…” เขาถอนหายใจด้วยความร้อนรนใจ “นายครับ วางใจเถอะ ทางคุณเคอผมคอยจับตาดูให้อยู่ตลอด รับรองว่าไม่ปล่อยให้เธอเป็นอะไรไปเด็ดขาด” “อีกอย่าง ตอนนี้คุณเคอก็ปลอดภัยดีแล้ว ผมคอยติดตามข่าวเธออยู่ตลอด ถ้าเกิดเรื่องผิดปกติขึ้นมาจริง ๆ ผมจะรีบรายงานคุณเป็นคนแรกแน่นอนครับ!”“เลิกพูดพล่ามได้แล้ว” บรรยากาศรอบตัวลู่วั่งเฉินลดต่ำลงจนน่าอึดอัด แผ่กลิ่นอายเย็นเยียบออกมาบางเบา “ฉันถามแค่ว่า... เคอหนิงได้รับบาดเจ็บได้ยังไง?” “คือเธอ…” ฟางอี้อ้ำอึ้ง คล้ายอยากจะพูดแต่ก็ชะงักไป “คือว่าเธอ…”ในจังหวะนั้นเอง ประตูห้องทำงานก็ถูกผลักเข้ามาจากด้านนอก เป็นคนในทีมเลขานุการของลู่วั่งเฉินนั่นเอง ทว่าลู่วั่งเฉินไ

  • หนีชายลวงมาพึ่งบอสคลั่งรัก   บทที่ 99

    เมืองอวิ๋นจิง ซ่งซื่อกรุ๊ปหลังจากฟางอี้สแกนนิ้วเข้างาน เขาก็เดินไปเคาะประตูห้องทำงานประธาน รอจนได้ยินเสียงตอบรับว่า “เชิญครับ” จากด้านใน ถึงได้กล้าผลักประตูเข้าไป “นายครับ ข่าวสด ๆ ร้อน ๆ เพิ่งออกจากเตาเลย คุณเคอจะมาที่เมืองอวิ๋นจิงแล้วนะครับ!” น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความตื่นเต้นดีใจอย่างปิดไม่มิด มือที่กำลังเซ็นเอกสารของลู่วั่งเฉินชะงักไปเล็กน้อย เขาตวัดสายตาขึ้นมอง สบเข้ากับดวงตาเปื้อนยิ้มของฟางอี้ แล้วจู่ ๆ ในใจก็รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย “เคอหนิงมาเมืองอวิ๋นจิง แล้วนายจะดีใจหน้าบานไปทำไม?” “เอ๋?” ฟางอี้ชะงักไปเล็กน้อย “นี่คุณไม่ดีใจเหรอครับ?”ลู่วั่งเฉินถึงกับไปไม่เป็นเมื่อโดนย้อนถาม “พอเลย เลิกกวนประสาทฉันได้แล้ว” ชายหนุ่มกระแอมเบา ๆ กลบเกลื่อน พลิกหน้าเอกสารในมือ ทำทีเป็นกวาดสายตาอ่าน ทั้งที่ความจริงไม่ได้เข้าหัวเลยสักตัวอักษรเดียว ก่อนจะแกล้งถามด้วยท่าทีนิ่งขรึมว่า “รู้ไหมว่าเคอหนิงมาทำอะไรที่เมืองอวิ๋นจิง?” “น่าจะมาเรื่องงานนะครับ” ฟางอี้ยืดตัวตรง “คดีภรรยาฆ่าสามีที่กำลังเป็นข่าวดังในเมืองอวิ๋นจิงช่วงนี้น่ะครับ” “แม่ของเด็กผู้ชายคนหน

  • หนีชายลวงมาพึ่งบอสคลั่งรัก   บทที่ 98

    หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง เคอหนิงก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “ลองโทรหาเขาอีกสักรอบดีไหม อย่างน้อยก็ถามไถ่สถานการณ์ดู หรือไม่ก็ลองไปพบลูกความก่อนก็ได้” “ไม่ได้!”จิ่งจือปฏิเสธแทบจะในทันที “ร่างกายเธอยังไม่หายดีเลยนะ ไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วหรือไง” “ไม่เป็นไรหรอก เขาอุตส่าห์ติดต่อมาทั้งที ลองทำความเข้าใจดูก่อนก็ไม่เสียหายอะไรนี่” เคอหนิงส่งยิ้มเชิงปลอบโยนให้จิ่งจือ “ถ้ารับได้ก็รับ ถ้ารับไม่ได้ก็แค่ปฏิเสธไป” เมื่อได้ยินคำว่าครอบครัวเดิมมีปัญหาหัวใจของเคอหนิงก็พลันรู้สึกปวดแปลบขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก อาจเป็นเพราะหัวอกเดียวกัน หรือไม่ก็คงรู้สึกสงสาร เคอหนิงจึงไม่อยากปฏิเสธคดีนี้ไปดื้อ ๆ จิ่งจือมองเธออยู่นาน ในที่สุดก็ขัดใจไม่ได้ จึงยอมต่อสายกลับไปหาปลายทางอีกครั้งต่อหน้าเคอหนิง หลังพูดคุยกันสั้น ๆ สองสามประโยคเธอก็วางสาย “เอาล่ะ เขาบอกว่าอีกสองวันจะมาที่เมืองหลิน ถึงตอนนั้นค่อยคุยกันต่อหน้า” “มาเมืองหลินเหรอ” เคอหนิงประหลาดใจเล็กน้อย “เขาไม่ได้อยู่เมืองหลินหรอกเหรอ” จิ่งจือพยักหน้า “ก็ฉันบอกแล้วไงว่าครอบครัวเขาย้ายบ้านไปตั้งแต่ตอนเขายังเด็ก ตอนนี้เหมือนจะตั้งรกรากอยู่ที่เ

  • หนีชายลวงมาพึ่งบอสคลั่งรัก   บทที่ 97

    “นี่คุณ!” สีซือเฉิงคาดไม่ถึงเลยว่าเคอหนิงจะปฏิเสธหน้าตาย ปลายนิ้วที่สั่นเทาชี้ไปยังเศษแก้วบนพื้น “เศษแก้วก็ยังอยู่ตรงนี้ น้ำร้อนก็เจิ่งนองเต็มพื้น เคอหนิง คุณเป็นคนกล้าทำแต่ไม่กล้ารับตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?” “ประธานซีพูดแบบนี้ก็แปลกไปหน่อยมั้งคะ?” น้ำเสียงเจือรอยยิ้มหยันดังขึ้นจากด้านหลัง จิ่งจือยืนพิงกรอบประตูพลางปรายตาเย็นชาจ้องมองซีซือเฉิง “เคอหนิงของพวกเราเพิ่งถูกหมอวินิจฉัยว่ามีภาวะสมองกระทบกระเทือนระดับปานกลาง ตอนที่อยากดื่มน้ำก็เลยหน้ามืดมือสั่น เผลอทำกาน้ำร้อนตกแตก จะตื่นตูมอะไรนักหนาคะ?” หญิงสาวทั้งสองคนรับลูกกันเป็นปี่เป็นขลุ่ย รุมต้อนสีซือเฉิงจนขยับตัวไม่รอด แววตาของเขาแปรเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบในพริบตา “พวกเธอคิดว่าหมอกับตำรวจโง่นักหรือไง? ถ้าเจียงซินแจ้งความขึ้นมา เคอหนิงคิดจะรับมือยังไง?” “คนที่อยากแจ้งความเกรงว่าจะไม่ได้มีแค่คุณเจียงคนเดียวนะคะ” เคอหนิงช้อนสายตาขึ้นเล็กน้อย “ฉันเองก็ได้รับบาดเจ็บ ถ้าว่ากันตามหลักเหตุผล ฉันก็ควรจะแจ้งความเหมือนกัน” สีซือเฉิงขมวดคิ้ว “ผมเคยบอกแล้วไม่ใช่หรือไงว่าจะช่วยคุณตามหาตัวคนร้ายให้?” “แล้วยังไงคะ? พอหาเจอแล้ว คุณตั้งใจจะ

  • หนีชายลวงมาพึ่งบอสคลั่งรัก   บทที่ 96

    “ฉัน...” เจียงซินชะงักจนพูดไม่ออกไปชั่วขณะ “ที่ฉันทำไปก็เพราะ...” “กรี๊ดดดด” เสียงกรีดร้องโหยหวนดังก้องไปทั่วห้องพักผู้ป่วย เคอหนิงไม่แม้แต่จะเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้อธิบาย เธอคว้ากาต้มน้ำเพื่อสุขภาพตรงหัวเตียงแล้วปาใส่ทันที น้ำร้อนจัดด้านในเป็นน้ำที่จิ่งจือเพิ่งรินให้ก่อนจะออกไปคุยโทรศัพท์เมื่อครู่ มันร้อนลวกเดือดพล่าน และสาดรดลงบนศีรษะของเจียงซินอย่างจัง กาแก้วหล่นกระแทกพื้นแตกกระจาย เจียงซินยกมือกุมพวงแก้ม ร่างคุดคู้ดิ้นทุรนทุรายอยู่บนพื้นพร้อมกับแหกปากร้องลั่น เคอหนิงมองไม่เห็นว่าอีกฝ่ายบาดเจ็บหนักแค่ไหน แต่จากรอยเลือดที่ไหลซึมตามง่ามนิ้ว เดาว่าใบหน้าน่าจะถูกเศษแก้วบาดเข้าแล้ว เป็นจังหวะเดียวกับที่สีซือเฉิงหิ้วขนมหวานร้านโปรดของเคอหนิงกลับมาพอดี ทันทีที่ก้าวออกจากลิฟต์ เขาก็ได้ยินเสียงกรีดร้องดังมาจากห้องพักผู้ป่วยของเคอหนิง ชายหนุ่มแทบจะพุ่งถลาเข้าไป และภาพแรกที่เห็นเมื่อเปิดประตูคือเจียงซินในสภาพใบหน้าอาบเลือด ในขณะที่เคอหนิงยังคงนั่งตีหน้าตายอยู่บนเตียงผู้ป่วย “ซินซิน!” ถุงขนมร่วงหล่นลงพื้นเสียงดังตุบ สีซือเฉิงรีบล้วงผ้าเช็ดหน้าออกจากกระเป๋าเสื้อมากดซับบาดแผ

  • หนีชายลวงมาพึ่งบอสคลั่งรัก   บทที่ 95

    “รอให้คุณหายดีก่อน แล้วผมจะเซ็นใบหย่าให้” วินาทีที่สีซือเฉิงเอ่ยประโยคนี้ออกมา เขารู้สึกราวกับนักโทษประหารที่ถูกส่งตัวขึ้นแท่น รอรับคมมีดที่จ่ออยู่ตรงลำคอ ทั้งที่ไม่อยากตาย แต่กลับไม่อาจเปลี่ยนแปลงอะไรได้เลย “แต่ก่อนหน้านั้น ผมจะช่วยตามหาคนที่ทำร้ายคุณให้เจอ ถือซะว่า...” เขาหลุบตาลง น้ำเสียงเจือความสั่นเครือที่ยากจะสังเกตเห็น “ถือซะว่านี่เป็นสิ่งสุดท้ายที่ผมจะทำให้คุณก็แล้วกัน” สิ้นคำ เขาก็ลุกขึ้นเดินออกจากห้องพักผู้ป่วยไป โจวเหยียนที่ยืนเฝ้าอยู่ด้านนอก พอเห็นสีซือเฉิงเดินออกมาก็รีบสาวเท้าเข้าไปหาทันที “ท่านประธานครับ นายหญิงน้อยเธอ...” “ฟื้นแล้วล่ะ” สีซือเฉิงยกมือขึ้นนวดคลึงหว่างคิ้ว เผยให้เห็นร่องรอยความเหนื่อยล้าที่หาดูได้ยาก “ไปสืบมาว่าใครเป็นคนทำร้ายเคอหนิง เรื่องนี้จะปล่อยผ่านไปเฉย ๆ ไม่ได้” โจวเหยียนพยักหน้ารับคำอย่างเห็นด้วย หลังจากสั่งงานเสร็จ สีซือเฉิงก็ไม่ได้กลับเข้าไปในห้องพักผู้ป่วยอีก เขามองผ่านกระจกหน้าประตูเข้าไป เห็นจิ่งจือกำลังนั่งปอกแอปเปิลให้เคอหนิงอยู่ข้างเตียง จู่ ๆ ก็นึกขึ้นมาได้ว่าเมื่อก่อนเวลาที่เคอหนิงป่วย เธอจะชอบกินขนมหวานร้านหนึ่งที่ย

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status