LOGIN
อ๊ากกก
แป้งหอมผุดลุกขึ้นนั่งพร้อมกับแหกปากร้องดังลั่น ก่อนจะรีบเอามือปิดปากเพราะกลัวว่าคนข้างห้องจะรำคาญ
“ฝ ฝันแบบนี้อีกแล้ว ” เอ่ยพึมพำเสียงแหบเบา
ทั้งที่เขาก็ไม่ได้เป็นคนชอบดูหนังแนวซอมบี้สยองขวัญ ต่อสู้ เลือดสาด แล้วทำไมตัวเองถึงฝันแบบนี้ได้ ถ้าฝันแค่ครั้งเดียวมันก็ไม่ใช่เรื่องที่แปลกหรอกแต่นี่เล่นฝันติดต่อกันมาเป็นอาทิตย์ พอตื่นขึ้นมาแป้งหอมก็ยังจำทุกอย่างได้อย่างแม่ยำ
มันเป็นฝันที่แปลกประหลาดมาก ในความฝันมันเหมือนจริงมากจนน่ากลัวราวกับว่าเขาได้ไปอยู่ในเหตุการณ์นั้นจริง ๆ
ในความฝันที่เขาเห็นคืออนาคตข้างหน้าโลกใบนี้จะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ต่อมวลมนุษย์ทุกคน
เมื่อมีชายคนหนึ่งป่วยด้วยโรคประหลาดเนื่องจากได้รับสารบางอย่างจากที่ทำงาน เขามีไข้สูง กล้ามเนื้อแขนขาเริ่มชักกระตุก กินยาตามที่หมอให้ก็ไม่หาย
เขาลางานเพื่อมารักษาตัวที่บ้าน วันดีคืนดีก็ลุกขึ้นมากัดคนในครอบครัว จากนั้นก็วิ่งออกจากบ้านไปไล่กัดคนอื่นต่อ
สองนาทีถัดไปภรรยากับลูกที่นอนจมกองเลือดก็ฟื้นขึ้นมาในสภาพศพเดินได้
ซอมบี้แพร่ระบาดอย่างรวดเร็วไปทั่วทั้งเมือง J และเมืองอื่น ๆ แม้ทางกองทัพจะเข้ามาช่วยเหลือประชาชนก็ไม่สามารถรับมือได้เพราะประชากรซอมบี้มีเยอะเกินไป
ผู้คนที่เหลือรอดอยู่อย่างสิ้นหวัง ทุกวันต้องหนีหัวซุกหัวซุนเพื่อหลบหนีซอมบี้ อาหารที่กักตุนไว้ก็ร่อยหรอลงทุกที พวกเขาเหนื่อยทั้งกายเหนื่อยทั้งใจ
แต่แล้วโชคก็เข้าข้างพวกเขาเมื่อมนุษย์ได้รับพลังพิเศษ ทว่าบางคนก็เป็นคนไร้พลัง ซึ่งแต่ละคนก็จะมีพลังไม่เหมือนกัน พลังที่ว่ามีทั้งพลังเคลื่อนย้ายสิ่งของ พลังน้ำ พลังไฟ พลังลม พลังไม้ พลังน้ำแข็ง พลังเหล็กและพลังอื่น ๆ
คนที่ไร้พลังก็ต้องใช้ชีวิตอย่างน่าสงสาร ต้องทำงานหนักรับใช้คนที่มีพลังเนื่องจากพวกเขาต่อสู้กับซอมบี้ไม่ได้จึงถูกมองว่าเป็นภาระ
หนึ่งในคนที่ไร้พลังก็คือแป้งหอม ตอนที่อยู่ในค่ายอพยพเขาต้องทำงานที่พวกมีพลังสั่ง ถ้าไม่ทำก็จะไม่มีอาหารกิน เขาต้องอดมื้อกินมื้อเพื่อเก็บอาหารไว้กินได้นาน ๆ
อยู่มาวันหนึ่งเพื่อนสนิทของเขาที่ไร้พลังเกิดมีพลังขึ้นมา
แป้งหอมดีใจมากที่เพื่อนมีพลัง พอคนอื่นรู้เรื่องนี้เข้าเพื่อนของเขาถูกย้ายไปพักอยู่อีกตึกใหญ่ ซึ่งตึกนี้จะเป็นตึกที่คนมีพลังอาศัยอยู่ ด้านในจะมีเครื่องอำนวยความสะดวกและอาหารมากมาย
โรสมีพลังที่สามารถเก็บของใส่ในมิติได้ พลังนี้เป็นที่ต้องการมากเพราะเวลาที่ทีมล่าออกไปหาอาหารข้างนอกค่ายอพยพจะได้นำกลับมาทีละมาก ๆ
โรสเป็นหญิงสาวที่ป็อปปูล่าในหมู่ของคนมีพลังเนื่องจากเธอมีใบหน้าที่สวยและโดดเด่นกว่าคนอื่น ๆ เธอจึงได้รับการดูแลจากคนอื่นค่อยข้างดี
แรก ๆ เธอก็แวะเวียนเอาอาหารมาแบ่งให้เพื่อนบ้าง พอกลับเห็นสภาพแวดล้อมที่คนไร้พลังอยู่มันก็ทำให้เธอรู้สึกไม่อยากมาเหยียบที่นี่อีก ผ่านไปไม่กี่วันเธอก็หายไปเลย
เขานึกเป็นห่วงว่าเพื่อนรักเป็นอะไรหรือเปล่า เพราะเธอมักออกไปนอกค่ายบ่อย ๆ กลัวว่าจะได้รับบาดเจ็บ เขาจึงแอบไปหาเธอที่ตึกใหญ่ พบว่าเธอกำลังดื่มกินอย่างมีความสุขกับพรรคพวกหลังกลับมาจากออกล่า พอเห็นแบบนั้นเขาก็ถอยออกมาอย่างเงียบ ๆ
ชีวิตประจำวันของแป้งหอมในค่ายอพยพไม่มีอะไรมาก ตื่นเช้ามาก็เดินไปรับอาหารเช้า ซึ่งทางค่ายจะทำอาหารแจกให้พวกเขาวันละสองมื้อ ทานเสร็จก็ทำงานต่อ
มีบางครั้งที่แป้งหอมขึ้นไปทำความสะอาดให้คนบนตึกใหญ่ทำให้เขาเดินสวนทางกับโรสโดยความบังเอิญ ด้วยความคิดถึงเพื่อนจึงเดินเข้าไปทักทาย แต่อีกฝ่ายทำเหมือนไม่รู้จักแถมยังมองเขาด้วยสายตาที่รังเกียจ
แป้งหอมไม่คิดเลยว่านิสัยของคนเราจะเปลี่ยนไปมากขนาดนี้หลังจากที่มีพลังพิเศษ
ต่อมากำแพงของค่ายอพยพเกิดป็นรูรั่วทำให้ซอมบี้มุดเข้ามาไล่กัดคนในค่ายราวกับฝูงผึ้ง
เขาวิ่งหนีเหมือนกับคนอื่น ๆ ขาเรียวเล็กวิ่งไปทางตึกใหญ่เพราะคิดว่าที่นั่นจะปลอดภัยเนื่องจากกลุ่มมีพลังรวมตัวกันอยู่ที่นั่น
เหลือเพียงไม่กี่ก้าวเขาก็จะถึงประตูแล้ว แต่เนื่องจากภายในในตึกมีคนเยอะเกินไป พวกเขาเลยต้องกำจัดคนบางส่วนออกไปเพื่อลดส่วนแบ่งของอาหารและไม่ให้ซอมบี้เข้ามา จึงปิดประตูปล่อยให้คนที่เหลือโดนซอมบี้กัด
ขณะที่วิ่งสายตาก็เหลือบไปเห็นว่าโรสกำลังถูกซอมบี้ไล่ต้อน ในใจลึก ๆ ของแป้งหอมยังเห็นว่าโรสเป็นเพื่อนอยู่เขาจึงตัดสินใจวิ่งเข้าไปช่วย
“ โรส ไม่เป็นอะไรนะ ”
เขายื่นมือไปดึงเธอให้ลุกขึ้นแต่พอตั้งตัวได้อีกฝ่ายตอบแทนด้วยการผลักเขาจนล้มลงส่วนเธอก็วิ่งหนีไป ทิ้งให้เขาถูกซอมบี้รุมกัด
พอมานั่งทบทวนเรื่องเก่า ๆ ที่ผ่านแป้งหอมก็พบว่าเพื่อนสนิทคนนี้มักจะเอาเปรียบเขาอยู่ตลอดจริง ๆ
เพียงแต่ตอนนั้นเขารักเพื่อนมากและไม่ใช่คนที่คิดเล็กคิดน้อย คิดแค่ว่าอะไรที่ช่วยเพื่อนได้ก็ช่วย
ล่าสุดโทรมาขอยืมเงินไปรักษาแม่ที่ป่วยเขาก็ให้ยืมไปพร้อมกับบอกว่ามีเงินเมื่อไหร่ก็ค่อยเอามาคืนอย่างใจกว้าง
นี่ก็ผ่านมาหลายเดือนแล้วก็ยังไม่คืน อาทิตย์ก่อนยังทักมาขอยืมเพิ่มอีก
จนเขาฝันเห็นเหตุการณ์ต่าง ๆ จึงได้รู้มาว่าอีกฝ่ายไม่ได้เอาเงินไปรักษาแม่อย่างที่บอกจริง ๆ แต่เอาซื้อของใช้แพง ๆ ไปอวดเพื่อน
ในขณะที่เขาก็กินอย่างประหยัด แต่เพื่อนรักของเขาอย่างโรสกลับได้กินแต่ของดี ๆ แพง ๆ
ชายหนุ่มสถบเบา ๆ หลังจากนี้เขาจะไม่หลงกลคำพูดหวานของเธออีกแล้ว
“ เอ๊ะ เกิดอะไรขึ้น ” แป้งหอมหลับตาลงครู่หนึ่งพอลืมตาขึ้นมาอีกครั้งพบว่าตัวเองไม่ได้อยู่ในห้องนอนแต่เป็นที่อื่นแทน
“ หรือว่าจะเป็นมิติเหมือนที่เราเคยอ่านเจอในนิยาย ” ชายหนุ่มพูดกับตัวเองเบา ๆ
ทุ่งหญ้าสีเขียวโล่ง ๆ ไกลสุดลูกหูลูกตา มีลมพัดเย็นสบาย เขารู้สึกเหมือนได้กลิ่นดินกลิ่นหญ้าด้วย
แล้วเขาจะออกจากที่นี่ยังไงล่ะ?
วูบ
เอ? ออกมาแล้ว
แป้งหอมกระพริบตาปริบ ๆ ด้วยความมึนงง เมื่อพบว่าตัวเองออกจากมิติแล้ว ชายหนุ่มจึงลองนึกภาพในมิติอีกครั้งทำให้รู้ว่าการเข้าออกมิตินั้นง่ายมากเพียงแค่นึกสิ่งนั้นในหัว
แต่มีสิ่งหนึ่งที่เขายังสงสัย ในความฝันเขาเป็นคนไร้พลังหนิ แล้วทำไมเขาถึงกลายเป็นคนมีพลังได้
หรือมันจะเป็นการแจ้งเตือนให้เขารู้ตัวว่าอีกไม่นานภาพที่เขาเห็นในความฝันจะกลายเป็นจริง
ถ้าจำไม่ผิดยังมีเวลาอีกสามเดือนกว่าจะถึงวันที่ซอมบี้ยึดครองโลก เพียงพอให้แป้งหอมมีเวลากักตุนอาหาร
ไม่ได้การล่ะ เขาต้องเตรียมตัวให้พร้อม
เขาจะไม่ยอมอยู่อย่างคนไร้ค่าเด็ดขาด
ทางด้านอลันหลังจากที่ได้พูดคุยกับอาโจหรือที่คนอื่นรู้จักในนามว่าพลเอกโจนาธานคร่าว ๆ แล้ว เขาก็รู้สึกว่าสิ่งที่อีกฝ่ายกำลังจะทำนั้นดีมากและเป็นประโยชน์กับทุกคน ใครบ้างจะไม่อยากให้ซอมบี้หายไปจากโลกใบนี้ถ้าหากทุกคนร่วมด้วยช่วยกันต้องสำเร็จแน่ ๆ ไม่นานมนุษย์ก็จะได้กลับมาใช้ชีวิตในแบบดั่งเดิม“ทางกองทัพต้องการคนที่มีฝีมือเข้าร่วมภารกิจในการกวาดล้างซอมบี้ให้สิ้นซาก ฉันว่าจะเอาด้วยพวกนายมีความเห็นยังไง” อลันนำเรื่องที่คุยกับอาโจมาบอกกล่าวกับคนอื่น ๆ“ก็น่าสนใจอยู่นะ งั้นฉันเอาด้วย” ภูผาเอ่ยขึ้น“ปกติพวกเราก็ออกล่าซอมบี้เพื่อฝึกใช้พลังกันเป็นประจำอยู่แล้ว มีคนมาช่วยหลาย ๆ คนก็ยิ่งดี” ในเมื่อเพื่อนของเขาเข้าร่วมอินทัศมีหรือจะไม่เอาด้วยที่อินทัศพูดนั้นก็มีเหตุผล โดยปกติแล้วที่นี่จะมีกิจกรรมให้ฮันเตอร์ทุกคนได้ปลดปล่อยพลังของตัวเองออกมา เพื่อให้ตนสามารถใช้พลังได้คล่องและเก่งขึ้นเพราะหากคนที่มีพลังอยู่แล้ว แต่ไม่ค่อยได้ฝึกใช้พลังบ่อย ๆ ระดับพลังก็จะเท่าเดิม แต่ถ้าใครอยากแข็งแกร่งขึ้นก็ต้องใช้พลังบ่อย ๆฮันเตอร์ทุกคนจึงต้องออกไปล่าซอมบี้ข้างนอกกำแพง ซึ่งการฆ่าซอมบี้ได้ 1 ตัวก็จะได้หนึ่งแต้ม แต่ล
ในช่วงสายของอีกวันอลันก็ติดต่อไปยังกองทัพ ทหารที่ได้รับสายพอรู้ว่าปลายสายเป็นใครก็บอกให้เขาถือสายรอก่อนจะรีบนำโทรศัพท์ไปให้พันเอกโจนาธานทันที“ท่านพลเอกครับ คุณอลันจากค่ายอพยพ LION ติดต่อมาแล้วครับ ”“รีบเอาโทรศัพท์มาให้ผม ” โจนาธารรับโทรศัพท์จากมือของลูกน้องมาก่อนจะกล่าวสวัสดีคนที่อยู่ในสายก่อนหน้านี้พลเอกโจนาธานได้รับรายงานเกี่ยวกับค่ายอพยพ LION ซึ่งเป็นที่พูดถึงกันอย่างมากว่าดูแลทุกคนดี ไม่เอาเปรียบ รังแก ซ้ำยังมีทรัพยากรที่มากล้น ผู้คนต่างพรรณนาว่าที่นี่เป็นดั่งสวรรค์บนดิน คนที่เข้าไปแล้วไม่อยากจะออกไปไหนค่ายอพยพแห่งนี้เข้าง่ายออกก็ง่าย ทุกคนที่เข้ามาต้องทำตามกฎ หากใครไม่ปฏิบัติตามจะถูกพาออกไปจากค่ายทันทีและไม่อ่อนข้อให้กับคนที่กระทำผิด ในเมื่อพวกเขาดูแลดีขนาดนี้แล้วแต่ยังทำผิดอีกคน ๆ นั้นก็ไม่สมควรอยู่ที่นี่อีกต่อไปพอสืบดูก็พบว่าเจ้าของค่ายอพยพแห่งนี้เป็นลูกชายของลีโอที่เป็นเพื่อนสนิทของโจนาธาน เขาจึงสั่งให้ลูกน้องหาทางติดต่อกับคนในค่าย โชคดีที่ทหารมีญาติที่อาศัยอยู่ในค่ายนั้นพอดี จนในที่สุดก็ได้ช่องทางการติดต่อมาโจนาธารไม่รอช้าติดต่อไปยังเบอร์ที่ได้มา รอสายไม่นานก็มีคนรับ ซึ
วันเวลาผันเปลี่ยนจากวันเป็นเดือนจากเดือนเป็นปี แต่มนุษย์ก็ต้องเผชิญกับความอดอยากเหมือนเดิม กระนั้นก็ยังต้องสู้รบกับซอมบี้เหมือนเดิมและเหมือนว่าซอมบี้จะไม่ลดลงเลยอาหารเริ่มร่อยหรอทำให้เหล่าฮันเตอร์ต้องออกเดินทางไกลเพื่อไปหาอาหารกลับมาให้คนที่อยู่ในค่าย ยิ่งไกลก็ยิ่งต้องใช้เวลาหลายวัน แม้ว่าพวกเขาจะพยายามปลูกพืชไว้กินเอง แต่ผลผลิตที่ได้กลับน้อยนิดไม่เพียงพอสำหรับทุกคนในค่ายต่างจากค่ายอพยพ LION ที่ไม่ว่าปลูกจะอะไรก็งอกงามไปหมด พืชผักผลไม้ที่ปลูกแต่ละครั้งเก็บผลผลิตได้เยอะมาก ปีนี้ข้าวที่ปลูกเก็บได้ถึง 10 ตัน ยังมีมันสำปะหลัง แคร์รอต หัวไชเท้า กะหล่ำปลี มะเขือเทศ แตงกวา ข้าวโพด ฟักทอง หัวหอม มะละกอ สตรอว์เบอร์รี่ ส้ม และอื่น ๆน่าแปลกที่พืชบางอย่างไม่ใช่ฤดูของมันก็สามารถปลูกขึ้นได้ ทว่าทุกคนก็ไม่ได้ตกใจคิดเพียงว่ามีอาหารให้กินก็ดีกว่าอดอยาก เพราะก่อนหน้าที่จะเข้ามาอยู่ในค่ายแห่งนี้ พวกเขาแทบจะไม่มีอะไรกินเลยคิดว่าหลังจากที่ซอมบี้ถูกกำจัดหมด ผู้คนบางส่วนคงจะมีอาชีพติดตัวใหม่เป็นคนปลูกผัก แม่ค้า ช่างซ่อมบำรุง เป็นต้นช่วงนี้อลันไม่ค่อยให้ฮันเตอร์ออกไปหาอาหารจากนอกกำแพงแล้ว เพราะในค่ายมีอ
“ชอบไหมครับ” แป้งหอมถามเด็กน้อยที่ยืนจ้องรถบังคับคันใหญ่ตาเป็นประกายด้วยความเอ็นดู ได้เห็นรอยยิ้มกว้างของเด็กน้อยตรงหน้าเขาก็รู้สึกว่าดีแล้วที่วันนั้นตัดสินใจเหมาของในร้านขายของใช้เด็กมา“ชอบครับ”“ออกัสอยากลองขี่ดูไหมครับ” เด็กน้อยพยักหน้าหงึกหงึกเป็นคำตอบ“มาครับ เดี๋ยวหม่าม้าช่วยนะ” ร่างบางเริ่มชินกับการแทนตัวเองว่าหม่าม้าเวลาพูดกับออกกัสแล้ว แรก ๆ เขาก็รู้สึกขัดเขินเพราะตัวเองเป็นผู้ชาย พอพูดบ่อย ๆ ก็ชินปากนอกจากเขาแล้วพี่อลันก็ยังแทนตัวเองว่าปะป๊าด้วย พวกเราตกลงกันว่าจะรับออกัสมาเป็นลูก เด็กน้อยน่ารักมาก ๆ เลย ช่างพูดช่างเจรจา ร่าเริง และเข้ากับคนอื่น ๆ ได้ดีเวลาว่าง ๆ ไม่ฝึกซ้อมหรือทำภารกิจเหล่าลุง ๆ ฮันเตอร์ทั้งหลายก็ชอบมากเล่นกับออกัสนับตั้งแต่วันที่เจอกับออกัสจนถึงตอนนี้ก็ผ่านมาเกือบเดือนแล้ว ร่างกายของเด็กน้อยก็เริ่มมีเนื้อหนังมากขึ้น แก้มที่เคยซูบผอมก็กลายเป็นก้อนซาลาเปานุ่ม ๆ เขาชอบหอมแก้มของออกัสมากเลย“ไปเยย!”“อย่าขับเร็วนะครับ”“ครับ” แม้ปากบอกไปอย่างนั้น แต่ความเร็วก็ไม่ลดลงเลย รถบังคับคันโตเคลื่อนไปมาอยู่บริเวณสนามหญ้าก่อนจะวนกลับมาหาหม่าม้าคนสวย“พอแล้วครับเดี๋ยว
แป้งหอมจ้องมองใบหน้าของคนที่ถูกเรียกว่าปะป๊ะอย่างฉงน พี่อลันมีลูกแล้วเหรอ? ได้แต่คิดแล้วก็สงสัย จนคนที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นปะป๊ารีบส่ายศีรษะปฏิเสธอย่างลนลานกลัวว่าคนน้องจะเข้าใจผิด คิดว่าตัวเองเป็นพ่อที่ไม่ได้เรื่อง ทิ้งลูกไว้ท่ามกลางซอมบี้“แป้งหอมอย่ามองพี่แบบนั้นสิครับ พี่ยังไม่มีลูก”“ฮึก ปะป๊า”เสียงร้องเรียกของเด็กน้อยทำให้ผู้ใหญ่สองคนหันไปสนใจเด็กตรงหน้าอีกครั้ง ดูแล้วน่าจะอายุ 2 – 3 ขวบเพราะยังตัวเล็กอยู่ สภาพมอมแมมไปทั้งตัว ไม่รู้ว่าก่อนหน้านี้เจ้าตัวถูกทิ้งให้อยู่คนเดียวมานานแค่ไหนแล้วแป้งหอมไม่ได้สนใจว่าพี่อลันจะเคยมีลูกหรือไม่ เขาเดินเข้าไปอุ้มเด็กน้อยที่กำลังร้องไห้ เจ้าตัวก็ยอมให้อุ้มแต่โดนดี แต่พอเขาเดินมาหยุดตรงหน้าพี่อลัน มือเล็กก็ยื่นไปหาร่างสูงแล้วร้องเรียกให้ปะป๊ะอุ้ม อลันจึงต้องรับเด็กน้อยมาอุ้มต่อจากแป้งหอมอย่างปฏิเสธไม่ได้“ปะ ปะป๊า ฮึก” แขนเล็กกอดคอของปะป๊ะตัวโตแน่นพร้อมกับเสียงสะอึกสะอื้นที่ดังขึ้นเป็นระยะ“โอ๋ ๆ ไม่ร้องนะครับ”น้ำเสียงทุ้มอ่อนโยนเอ่ยปลอบเด็กน้อยพลางลูบหลังอย่างเบามือ แม้จะไม่เคยเลี้ยงลูกมาก่อนแต่ชายหนุ่มก็ทำออกมาได้ดี เสียงร้องไห้หายไปเหลือเพีย
การมาเยือนโรงงานทำน้ำตาลทำให้อลันและฮันเตอร์คนอื่น ๆ ได้เจอกับซอมบี้สัตว์เป็นครั้งแรก ทำเอาทุกคนรู้สึกกลัวและตื่นเต้นไม่พร้อม ๆ กันก่อนหน้านี้พวกเขาก็ออกมาข้างนอกเพื่อหาเสบียง แต่ก็ไม่เคยมีครั้งไหนเลยที่จะเจอกับสัตว์ซอมบี้“นั่น…มันตัวอะไร” ฮันเตอร์คนหนึ่งเอ่ยเสียงสั่นแล้วชี้ไปยังสัตว์ประหลาดตรงหน้า“ตัวมันเหมือนหนูเลย”“หนูอะไรตัวเท่าแมว”“ก็หนูซอมบี้ไงครับ” แป้งหอมตอบ อย่างที่เคยบอกไปว่าสัตว์ที่ถูกซอมบี้กัดหรือกินเนื้อของคนที่ติดเชื้อจะกลายเป็นสัตว์ซอมบี้“เชี่ย มันคือเรื่องจริงเหรอวะ” น้ำเสียงประหลาดใจของใครบางคนดังขึ้น ตนแทบจะไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่เห็นเลย แต่ในโลกของซอมบี้อะไรก็เกิดขึ้นได้หนูที่ไม่ใช่หนูแต่เป็นหนูซอมบี้ ขนาดตัวของมันใหญ่กว่าหนูปกติ มีน้ำลายเหนียวไหลออกจากปาก ยามที่หนูซอมบี้เหล่านั้นอ้าปากเผยให้เห็นฟันซี้แหลมพร้อมที่จะฉีกทุกอย่างที่ขวางหน้าสายตาหลายสิบคู่มองไปยังข้างนอกหน้าต่างมีซอมบี้หนูเดินป้วนเปี้ยนอยู่หน้าโรงงานน้ำตาล ทำให้ทีมฮันเตอร์ต้องหยุดวางแผนที่รัดกุมกว่านี้ก่อนที่จะลงจากรถความจริงหนูซอมบี้ได้ยินเสียงดังจากรถที่พวกเขาขับ ทว่าอลันบอกให้ดับเครื่องเสียก







