LOGINเขาเป็นถึงจอมขมังเวทย์ฝีมือฉกาจในนิยายแต่โดนเขียนให้ตายแบบไม่เป็นธรรม แถมตื่นขึ้นมาในร่างของประธานบริษัทสุดเนี้ยบ ส่งไปยุคไหนไม่ส่ง ดันส่งมายุคปัจจุบันที่เขาใช้อาคมไม่ได้เลยเนี่ยนะ! ไอ้ยมบาล!
View Moreหนังสือนิยายเล่มหนึ่ง
หน้าที่ 423
.
.
ปีพุทธศักราช ๒๓๑๔
ยามที่เวหาถูกบดบังด้วยสุริยุปราคาครึ่งเสี้ยว เมฆหมอกขาวขุ่นปริศนาก็ลอยอ้อยอิ่งกลบกลืนรัศมีจนเลือนราง
กระแสลมกลางวันแสก ๆ พัดกรรโชกวูบใหญ่ นำพากลิ่นสาบสางของโคลนตมและตะไคร่น้ำเน่าให้ฟุ้งขจรขจายจนชวนคลื่นเหียน ทั้งยังหอบเอาใบไม้แห้งกรอบที่โรยราปลิดขั้วให้ลอยละล่องผ่านหน้าเรือนกระโจมไม้เก่าคร่ำคร่าที่ตั้งเบียดเสียดเป็นชุมชนแออัดริมตลิ่ง เงียบสงัดจนวังเวงผิดวิสัย
ตามพื้นถนนแห้งกรังเกลื่อนไปด้วยซากนกซากกาที่นอนตายกระจัดกระจาย ปนเปกับข้าวของที่ตกระเนระนาด เป็นหลักประกันเดียวที่ชี้ให้แจ้งชัดว่าที่นี่ไม่ใช่เขตรกร้าง
เพียงแต่ชาวบ้านเพิ่งจะพากันวิ่งเอาชีวิตหนีตายจากบางอย่างที่น่าสะพรึงกลัวไป
“ฮึก... ฮือ... ช่วยหนูด้วย ช่วยเปิดประตูให้หนูที!” ท่ามกลางภาพความสงัด มีเพียงเสียงสะอื้นไห้ฟูมฟายของเด็กหญิงตัวน้อยที่ดังระงมโหยหวน ขาดเป็นห้วง ๆ “เปิดประตูให้หนูทีเถิด!”
ปั่ก ปั่ก!
เด็กหญิงตัวน้อยยืนตัวสั่นเทิ้มทุบประตูไม้เก่าของบ้านหลังหนึ่งอย่างบ้าคลั่งจนข้อนิ้วขึ้นสีซีดขาว
หวังเพียงให้คนด้านในที่เธอเห็นหน้าคร่าตามาตลอด เมตตาเปิดรับเธอเข้าไปซ่อนตัวด้วย แต่กลายเป็นว่าเบื้องหลังบานไม้นั้น คนที่อยู่ภายในกลับทำได้เพียงนั่งตัวสั่นงันงกกำกอดกันแน่น แม้จะสงสารจับใจที่เด็กน้อยต้องมาพลัดหลงกับแม่ยามเกิดเหตุชุลมุน
แต่ความรักตัวกลัวตายนั้นย่อมมีมากกว่า
ทุกคนถึงได้พร้อมใจปิดประตูลงกลอนแน่นหนา ไม่กล้าแม้แต่จะส่งเสียงดัง ด้วยรู้ดีว่ายามนี้เรื่องฉิบหายกำลังจะอุบัติขึ้นอีกระลอกในไม่ช้า
หากจะถามหาต้นเหตุ คงต้องย้อนไปเมื่อครึ่งชั่วยามก่อนที่ขบวนของ ธาร ขุนหมื่นกรมแพทยาผู้เกรียงไกร ได้กระชับพื้นที่เข้ามาเพื่อล้อมจับจอมขมังเวทย์ตัวดีอย่าง ปราจ หนามยอกอกของทางหลวงนานนับสิบปี
จอมขมังเวทย์ผู้นี้ แท้จริงแล้วเป็นถึงลูกชายเจ้าพระยาแต่กลับถูกพ่อแท้ ๆ ตัดหางปล่อยวัดด้วยเหตุบางอย่างจนจิตใจบิดเบี้ยวและเลือกหันเข้าหาความดำมืดของไสยศาสตร์สายดำ ฝึกฝนอาคมแก่กล้า กลายเป็นเรื่องเล่าขานไปทั่วทั้งแผ่นดิน
กรมแพทยาต้องเสียมือดีไปนับไม่ถ้วนก็เพราะจอมขมังเวทย์ผู้นี้ คราวนี้ถึงต้องส่งขุนหมื่นธาร ผู้มีอาคมแกร่งกล้าที่สุดมาปลิดชีพจอมขมังเวทย์ตัวร้ายเองกับมือ
ทว่า...
“ร้องไห้ให้ตายอีแช่มมันก็ไม่เปิดประตูรับเอ็งหรอก นังหนู”
เด็กสาวสะดุ้งเฮือกหันขวับไปตามต้นทางเสียง ก่อนสายตาจะสบเข้ากับร่างของชายคนหนึ่ง
“ให้ลุงช่วยพังบ้านเข้าไปลากคอมันออกมาหาเอ็งไหมล่ะ?”
เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาสะอาดสะอ้านกำลังยิ้มร่า เรือนร่างที่ผิวพรรณขาวซีดประหนึ่งซากศพไร้วิญญาณอาบชุ่มไปด้วยโลหิตสีสด นั่งหย่อนใจอยู่บนหลังคาเรือนฝั่งตรงข้าม ก่อนโบกมือที่ถือมีดพร้าลงอักขระดำขลับไปมา คล้ายเป็นการทักทายหนูน้อยเบื้องล่าง
แต่นอกจากเจ้าหนูจะไม่ยินดีกับการปรากฏตัวของเขา ซ้ำแล้วยังแผดเสียงกรีดร้องดังระงมไปทั่วคุ้งน้ำ...
“กรี๊ดดดด!!”
เหตุใดเจ้าจอมขมังเวทย์ที่ควรจะสยบอยู่แทบเท้าขุนหมื่นธาร ถึงได้มานั่งยิ้มเผล่อยู่ตรงนี้ได้?!
“เฮ้ย เงียบปากเอ็งเดี๋ยวนี้!”
“ช่วยด้วย! ใครก็ได้ช่วยหนูด้วย! ไอ้ปราจ... ไอ้หมอผีเวรมันจะฆ่าหนูแล้ว!”
ชายผู้มีศักดิ์เป็นผู้ใหญ่กว่าหลายสิบปีถึงกับชะงักงัน ก่อนจะแหวเสียงสวนกลับไปในทันควัน
“ไอ้พ่อเอ็งสิ! ข้าแก่กว่าพ่อเอ็งเสียอีกกระมัง! ผู้หลักผู้ใหญ่ที่ไหนมันสั่งสอนให้เรียกคนคราวลุงว่าไอ้อย่างนี้วะเฮ้ย!?”
หนูน้อยไม่รอช้า รีบสาวเท้าโกยจ้ำอ้าวหนีไปพร้อมสีหน้าตื่นตระหนกสุดขีด ทิ้งให้ปราจต้องยืนขบกรามแน่นด้วยความฉุนกึก ก่อนจะเหวี่ยงตัวโดดลงจากหลังคามายืนสงบนิ่งอยู่บนพื้นดินแทน
“วันห่าเหวอะไรของกู! นอนอยู่ดี ๆ ไอ้พวกกรมฉิบหายนั่นก็ดันมาหาเรื่องกูถึงที่ แถมยังต้องมาโดนเด็กเล็กเรียกจิกหัวเป็นหมูเป็นหมาอีก… เอ้า? แล้วนั่นอะไรของมึงอีก ไอ้ตัวข้างหน้านั่น?”
เสียงทุ้มพึมพำด้วยความระอาขั้นสุด พลางสาวเท้าเดินหน้าบูดบึ้งไปตามทาง กระทั่งสายตาไปปะทะเข้ากับร่างที่โชกไปด้วยเลือดแดงฉานของใครอีกคน
“มึง... ไอ้หมอผีจัญไร!”
ริมฝีปากสวยได้รูปกระตุกยิ้มเจื่อน ครั้นเห็นว่าขุนหมื่นเวรตะไลนั่นยังอุตส่าห์ลากสังขารเน่า ๆ ตามมาดักหน้าเขาจนได้
ทั้งที่ปราจอุตส่าห์ยอมออมมือให้เพราะเห็นว่าฝีมือกากเดนแท้ ๆ เลยไม่อยากเสียแรงลดตัวไปเล่นด้วย แต่มันกลับยังรั้นลุกขึ้นมาตอแยกวนใจเขาไม่จบสิ้น รู้แบบนี้น่าจะทุบให้หัวแหลกตามลูกน้องมันไปเสียก็ดี
“ตามกูมาหาพระแสงอันใด? กูบอกให้มึงนอนตายตกไปเงียบ ๆ ไม่ใช่รึไอ้ธาร?”
จอมขมังเวทย์หนุ่มไม่ได้สะทกสะท้านต่อผู้แทนอาญาแผ่นดินแม้เพียงน้อย เจ้าตัวเดินมือไขว้หลังคอ วางท่าทีสำราญใจ ทั้งที่มือข้างหนึ่งก็ยังกระชับมีดพร้าลงอาคมไว้มั่น สาวเท้าตรงดิ่งเข้าหาธารที่กำลังลุกขึ้นยืนอย่างโงนเงน ด้วยสภาพสะบักสะบอมเจียนอยู่เจียนไป
“เอาอย่างไรเล่า? หากไม่รักตัวกลัวตาย... จะให้กูช่วยสงเคราะห์ส่งมึงไปให้ถึงหน้าประตูเรือนท่านพญายมเลยไหม?”
น้ำเสียงยียวนเอ่ยขึ้นอย่างถือดี ก่อนที่ปราจจะจงใจสอดเท้าสกัดขาขุนหมื่นผู้เพลี่ยงพล้ำเพียงแผ่วเบา
“อั่ก!”
ร่างของมือฉกาจแห่งกรมแพทยาก็ล้มฟาดลงไปกองกับพื้นดินอย่างหมดรูป นับว่าเป็นภาพที่ถูกอกถูกใจคนมองอยู่ไม่น้อย
“มึงนี่มันดื้อด้านเกินคนเสียจริง แต่ก็เอาเถอะ กูน่ะเป็นพวกชอบสงเคราะห์คนอยู่แล้ว ยิ่งกับมึงด้วยแล้วกูยิ่งปฏิเสธไม่ลง”
ชายผู้ปราชัยนิ่งงันไป เสียงร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวดก็ขาดหาย มีเพียงนัยน์ตาที่จดจ้องใบหน้าศัตรูคู่แค้นอย่างแน่วแน่
“มองกูเข้าไป! แล้วก็จำใส่กะโหลกมึงไว้ด้วยว่าชาติหน้าฉันใด มึงก็ไม่มีวันชนะกูได้ ไอ้ธาร! ฮ่าฮ่า!”
จอมขมังเวทย์ตัวร้ายแผดเสียงหัวเราะก้องอย่างบ้าคลั่ง ก่อนปราจจะเงื้อมีดพร้าขัดอาคมขึ้นเหนือหัว หมายจะบั่นคอชายเบื้องหน้าให้ขาดกระเด็นเพื่อปิดฉากนาฏกรรมคาวเลือดนี้เสียที!
ทว่า…
“นะโม พุทธายะ... สัจจะโน... หือ?” อักขระคาถาที่ริมฝีปากพึมพำอยู่นั่นพลันชะงักค้าง
เมื่อเห็นว่าธารที่นอนสงบนิ่งมาเนิ่นนานกลับขยับไหว หนำซ้ำมันยังชักอาวุธปืนที่ซุกซ่อนไว้ใต้สาบเสื้อออกมาอย่างรวดเร็วเกินคาดเดา!
แววตาของอีกฝ่ายทอประกายแน่วแน่ จดจ้องใบหน้าชายเบื้องหน้าตาไม่กระพริบ ในขณะที่ปราจกลับต้องยืนนิ่งงันด้วยความฉงนฉงายว่าเหตุใดร่างกายที่เคยปราดเปรียวของเขาจึงแข็งค้างราวกับโดนมือที่มองไม่เห็นตรึงไว้!
ทั้งที่หากเขาสะบัดคมมีดบั่นลงไปในยามนี้ คอของไอ้ขุนหมื่นเวรนั่นย่อมขาดกระเด็นไปแล้วแท้ ๆ!
‘ตลก... มันตลกเกินไปแล้ว! ไอ้คนที่สภาพร่อแร่เจียนตายอย่างมันจะลุกขึ้นมายืนตระหง่านได้อย่างไรกันวะ แล้วปืนนั่นอีก มันเอาไปซ่อนไว้ตอนไหน เมื่อครู่กูกระทืบมันจนจมดินแทบสิ้นใจคาตีนไปแล้วไม่ใช่รึ! นี่มันเรื่องห่าเหวอะไร?!’
ปราจได้แต่คร่ำครวญกู่ร้องอยู่ในใจ
เพราะไม่ว่าจะพินิจอย่างไร สถานการณ์เบื้องหน้าก็ดูราวกับมีอำนาจลึกลับ หรืออาจเป็นเพียงเทวดาฟ้าดินที่จงใจกลั่นแกล้งลงทัณฑ์ สยบให้เขาต้องมอดม้วยไปอย่างไม่เป็นธรรมเช่นนี้เอง
เขารู้ซึ้งดีว่าตนนั้นสามานย์เพียงใด มือคู่นี้ปลิดชีพคนมานับไม่ถ้วน ทว่าพวกมันไม่สมควรตายหรอกรึ? เหตุไฉนชะตาฟ้าลิขิตถึงได้ใจร้ายกับเขานัก!
ปัดโถ่เว้ย! จะขอโอกาสให้คนอย่างเขาได้กลับตัวกลับใจบ้างไม่ได้เลยหรืออย่างไร ใจคอจะบีบคั้นให้เขาต้องมาทอดร่างเป็นศพเฝ้าแผ่นดินตรงนี้จริง ๆ รึ!
จะให้จอมขมังเวทย์ผู้มีตบะแก่กล้าเทียมฟ้าอย่างข้า มามอดม้วยเพราะกระสุนกระจอกของไอ้เวรตะไลนี่อย่างโง่เขลาน่ะหรือ?!
“ตายเสียเถิดมึง ไอ้หมอผีจัญไร!”
แม่งเอ๊ย...
คราวนี้กูฉิบหายของจริงแล้ว!
ปัง!
ท่ามกลางรอบข้างที่เสียงจอแจยังดังไม่แผ่ว ที่โต๊ะเบอร์สิบของทั้งสองกลับตกอยู่ในความเงียบงัน หลังจากที่หญิงชราคนนั้นเดินออกไปได้พักใหญ่แล้ว แม้แต่จอมทะเล้นอย่างปราจก็ยังนั่งนิ่งงันเหม่อมองควันที่ลอยละล่องคำว่านิยายน่ะ ปราจเข้าใจอย่างถ่องแท้เพราะสมองของพร้อมอธิบายให้ฟังแล้ว แต่เขากลับไม่ได้รู้สึกตระหนกตกใจเท่าที่ควรจะเป็นนี่สิ...อาจเป็นเพราะลึก ๆ ในใจ ปราจรับรู้อยู่เสมอว่าชีวิตก่อนตายของเขามันมีรอยโหว่ที่หาสาเหตุไม่ได้เขาจำความตอนเด็กไม่ได้เลย รู้เพียงว่าตนเองคือจอมขมังเวทย์วัยสามสิบสี่ปี ลูกชายเจ้าพระยาผู้ที่ถูกเนรเทศเพียงเพราะมีรสนิยมชมชอบบุรุษด้วยกันจนต้องระหกระเหินมาเป็นหมอผีให้คนขยาดกลัวหากตัวตนที่ผ่านมาเป็นเพียงบทบาทในเรื่องแต่ง...มันก็คงอธิบายความว่างเปล่าเหล่านั้นได้เป็นอย่างดี“กินเถอะน่า ยายแกก็บอกแล้วว่าไม่มีทางกลับร่างได้ ใจคอเอ็งจะทำให้ร่างใหม่มันอดข้าวจนตายไปอีกหรือไง?”ชายโตกว่าเอ่ยทำลายความเงียบอย่างปลงตก ก่อนจะตักเส้นเข้าปากไม่ทุกข์ร้อน ในเมื่อสวรรค์ไม่ประทานคำตอบที่ง่ายกว่านี้ให้ การทำใจและรื่นรมย์กับรสชาติของกินตรงหน้าคงเป็นทางออกที่ฉลาดที่สุด“...”ขัดกับพร้อมที่
พร้อมอดสงสัยไม่ได้ ถ้าพ่อกับแม่เขารู้ว่าตอนนี้เขากำลังเผชิญกับเรื่องเหลือเชื่อพรรค์นี้ ทั้งสองจะหันมาสนใจพร้อมบ้างไหมนะ…“ไม่กินหรือไง? ไอ้หนู”ขณะที่เด็กหนุ่มกำลังตกอยู่ในภวังค์นั้นเอง จอมขมังเวทย์หนุ่มกลับทำสิ่งที่เหนือความคาดหมาย ด้วยการตักลูกชิ้นลูกโตในชามตัวเองออกไปวางแหมะลงในจานฝั่งตรงข้ามจ๋อม!“อะไรครับ?”นั่น มันไม่ขอบคุณแล้วยังมาขมวดคิ้วใส่เขาอีก ไอ้เด็กมารยาททราม!“ก็เด็กโต๊ะนั้นมันยิ้มแก้มปริตอนอีกคนตักลูกชิ้นให้ ฉันเลยคิดว่าเอ็งก็น่าจะชอบอะไรแบบนี้เหมือนกัน”พ่อคนหลงยุคทำหน้าไม่รู้ร้อนหนาว ก่อนบุ้ยปากไปยังโต๊ะข้าง ๆ โดยไม่รู้เลยว่าคนฟังถึงกับชะงักไปครู่หนึ่ง …เห็นชอบกวนประสาทคน ไม่นึกว่าจะมีมุมแบบนี้ด้วยเป็นตอนนั้นเองที่ยายแก่คนหนึ่งถือตะกร้าหวายใบเก่าเดินเข้ามาในร้าน“ดูดวงจ้า! ดูดวงแม่น ๆ เลยจ้า! ขนมต้มก็มีขายนะจ๊ะ!”แกตะโกนลั่นจนลูกค้าหลายโต๊ะหันมอง“ยุคเอ็งนี่มีแต่พวกหากินกับเรื่องหลอกลวงแบบนี้เต็มไปหมดเลยหรือไง”ชายโตกว่าที่กำลังคีบเส้นก๋วยเตี๋ยวเข้าปากเหลือบมองเพียงหางตา ก่อนจะบ่นทั้งที่ยังเคี้ยวตุ้ย ๆ“อย่าพูดตอนเคี้ยวอาหารครับ”“อ๋อเรอะ? งั้นฉันจะพูดต่อไป ขอบใจที
ห้องนอนใหญ่ที่เคยเป็นพื้นที่ปลอดภัยที่สุดของพร้อม ตอนนี้กลับอบอวลไปด้วยมวลบรรยากาศประหลาด เมื่อมีร่างของสองหนุ่มหล่อต่างยุคสมัยต้องมานั่งจ้องตากันเขม็งอยู่บนเตียงกว้าง ไม่มีใครยอมลดราวาศอกให้กันหลังจากมื้ออาหารสานสัมพันธ์จบลง ทั้งสองหน่อก็ถูกคุณเลขาคนสวยมาส่งถึงห้องนอน ก่อนเจ้าตัวจะกลับไปยังห้องนอนแขกโดยคิดว่าพี่น้องต่างสายเลือดคู่นี้คงจะอยู่กันได้อย่างดี...ช่างไม่รู้เลยว่าปราจต้องทุกข์ทรมานแค่ไหน!พอเข้ามาก็ถูกพร้อมขู่กระชากบังคับจนต้องไปจัดการสวมเสื้อดี ๆ เลยดูเป็นผู้เป็นคนขึ้นมาบ้างแล้วส่วนฝั่งพร้อมเองก็เพิ่งอาบน้ำชำระล้างและเปลี่ยนสวมชุดที่ตามหลักแล้วมันก็คือของของเขาเองนั่นแหละ ไม่ว่าจะเป็นห้องหรูหราแห่งนี้ ชุดที่สวมใส่ หรือแม้กระทั่งเรือนร่างที่นั่งอยู่ตรงหน้าก็ของเขา…ทว่าความรู้สึกในใจกลับบอกว่ามันไม่ใช่เลยสักนิด“ผมขอโทษที่ใช้อารมณ์ก่อนหน้านี้ครั-”ฝ่ายเด็กหนุ่มที่อุตส่าห์รวบรวมความสุขุมอยู่นาน ตัดสินใจเปิดปากพูด หวังจะปรับความเข้าใจแต่ยังไม่ทันจะสิ้นประโยคดีก็โดนใครอีกคนสวนกลับทันควันอย่างไม่ไยดี“กองไว้ตรงนั้นแหละ ฉันไม่รับคำขอโทษ”“ผมยังพูดไม่ทันจบเลยนะครับ”“แล้วยังไง
บรรยากาศบนโต๊ะอาหารแรกของปราจเต็มไปด้วยความอึดอัด ซึ่งก็แผ่ซ่านออกมาจากเขาและเด็กหนุ่มอีกคนที่ถูกจับมานั่งเผชิญหน้ากัน โดยมีออเดอร์ไก่ทอดเกาหลีชุดใหญ่ที่ขนมตั้งใจสั่งมาต้อนรับรุ่นน้องคนสนิทของเจ้านายวางคั่นกลาง“เราสนิทกันเพราะผมเคยช่วยเก็บกระเป๋าเงินให้พี่พร้อมได้น่ะครับก็เลยได้คุยกันและมีหลายเรื่องที่คุยกันถูกคอ”กลิ่นหอมกรุ่นของซอสรสเผ็ดหวานไม่ได้ช่วยให้สถานการณ์ที่น่าพะอืดพะอมนี้ดีขึ้นเลยสักนิด“พอได้ยินว่าพี่เขาประสบอุบัติเหตุ ผมก็รีบมาเซอร์ไพรส์ทันทีที่กลับจากต่างประเทศเลยครับ”พร้อมในร่างเด็กหนุ่มไจแอนท์ยังจ้อไม่หยุด ทั้งที่จริง ๆ ไม่ใช่คนชอบพูดเลยสักนิด ออกจะเกลียดเรื่องพวกนี้ด้วยซ้ำ แต่กลับต้องมาปั้นเรื่องราวอย่างเลือกไม่ได้แววตาคมกริบใต้รูปลักษณ์เด็กวัยรุ่นประหม่าเล็กน้อย ขณะลอบสังเกตท่าทีของเลขาหัวไวอย่างขนม พลางขยับริมฝีปากสร้างปูมหลังปลอม ๆ ที่ฟังดูอย่างไรก็ไม่สมเหตุสมผลต่อ“ย-ยังไงก็ต้องขอโทษที่ผมทำอะไรแปลก ๆ อย่างการไปปีนบ้านพี่เขาแบบนั้นด้วยจริง ๆ นะครับพี่ขนม ผมแค่อยากให้พี่พร้อมเขายิ้มได้น่ะครับ แฮะ ๆ”ด้วยรู้ดีว่าคนที่ละเอียดรอบคอบอย่างขนมต้องเกิดข้อกังขาอยู่แล้ว เ





