Masukไพลินหาโรงแรมที่คิดว่าใกล้โรงพยาบาลที่สุดพัก หญิงสาวจ่ายค่าห้องไว้เจ็ดคืน ค่อนข้างปลอดภัยเธอออกไปห้างสรรพสินค้าที่อยู่ใกล้ๆ กับที่พัก หาซื้อเสื้อผ้าทุกอย่างต้องซื้อใหม่ทั้งหมด และแวะซื้ออาหารกลับไปกินที่โรงแรม ยังไงก็ตามร่างกายเธอต้องแข็งแรง ตอนนี้เธอต้องเป็นเสาหลักให้พ่อ สองทุ่มหญิงสาวกินข้าวอิ่ม เลือกที่จะบล็อกเบอร์โทรและไลน์ของแดนไทยอีกครั้ง ไม่จำเป็นที่เขากับเธอจะต้องได้พูดคุยกันอีกแล้ว หลังจากนี้ต่อไปก็คงเป็นเพียงเจ้าหนี้กับลูกหนี้กันแค่นั้น หากต้องพูดคุยกันเธอจะติดต่อผ่านทนายอำพลเท่านั้น
หญิงสาวโทรหายายเล่าเรื่องพ่อไม่สบายและยังอยู่ในห้องไอซียู ให้ยายฟัง เธออาจจะต้องอยู่คอยฟังข่าวของพ่อ และบอกด้วยว่าพ่อมีปัญหาเรื่องหนี้สินแต่ยังไม่ได้บอกว่าเท่าไหร่ รบกวนให้ชมพูช่วยดูแลยายให้ หญิงสาวลองคำนวณเงินและทรัยพ์สินที่มีอยู่ เงินที่พ่อฝากให้เธอทุกเดือนตั้งแต่เธอสิบขวบเดือนละสามหมื่นบาท รวมแล้วไม่ถึงสิบล้านด้วยซ้ำ ที่ดินที่พ่อเพิ่งให้ เธอเก็บไว้ที่บ้านสวนต้องกลับไปดูว่าราคาประเมิณเท่าไร เครื่องประดับในส่วนที่เป็นของเธอที่ยายกับแม่มอบไว้ให้หลายชุด ก็น่าจะได้หลายบาท เธอไม่รู้ว่าธุรกิจของพ่อมีอะไรบ้างเพราะไม่เคยเข้าไปยุ่งเกี่ยว ถ้ายกให้เขาทั้งหมดจะเป็นเงินเท่าไหร่ พรุ่งนี้เธอต้องคุยกับคุณอำพลให้ละเอียดที่สุด ไม่รู้ว่าพ่อของเธอมีทรัพย์สินที่ไหนบ้าง กว่าไพลินจะได้นอนก็เกือบเที่ยงคืน
หญิงสาวตื่นเช้ามาด้วยอาการที่ไม่ค่อยสดชื่นนัก ห้องพักถือว่าดีเงียบเป็นส่วนตัว ปลอดภัยมาก เธอลงไปกินอาหารเช้าที่ห้องอาหารของโรงแรม แล้วโทรหาคุณอำพลทันทีอยากคุยให้จบเร็วๆ อยากรู้ว่าจะต้องมีเงินจ่ายคืนเขาเท่าไหร่ ถึงเวลาเสียก็ต้องเสียเธอไม่เสียดายอยู่แล้วของนอกกายหาเมื่อไหร่ก็ได้ ตอนนี้เธอต้องช่วยพ่ออยากให้พ่อได้กลับมาแข็งแรงเหมือนเดิมโดยเร็วที่สุด บางทีก็ดีเหมือนกันที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นกับพ่อ จะได้รู้ว่าใครจริงใจไม่จริงใจบ้าง ภรรยากับลูกที่อยู่ด้วยกันมานาน คนที่พ่อไว้ใจให้ใจเขามากที่สุด แต่พอตอนที่พ่อลำบากเขากลับเลือกที่จะทิ้งพ่อของเธอ พ่อรักคุณสายสมรมากแม้จะมารู้ทีหลังว่าลูกในท้องของคุณสายสมรไม่ใช่เลือดเนื้อเชื้อไขของพ่อ แต่ท่านก็ยอมรับได้ เพราะคำว่ารักอย่างเดียว และการที่พ่อให้ความรักกับคุณสายสมร ช่วยปกปิดความลับของสายทิพย์ แต่ผลที่พ่อได้รับกลับมาคือเมื่อพ่อลำบากไม่เหลืออะไรภรรยาใหม่และลูกเลี้ยงกลับรังเกียจและทอดทิ้ง เธอคิดว่ามันไม่แฟร์กับพ่อเธอเลย เอาเถอะไว้ให้เรื่องอาการป่วยของพ่อดีขึ้นก่อนล่ะกัน เธอจัดการแน่
“สวัสดีค่ะคุณอำพล ให้ฉันไปพบที่ไหนคะ ที่เดิมไหมคะ”
“ครับที่เดิม”
“อีกครึ่งชั่วโมงเจอกันนะคะ”
ไพลินใช้เวลาไม่นานก็มาถึงยังที่นัดหมาย เธอเข้าไปพบคุณอำพลตรงเวลาเป๊ะ มีเพียงสองคนเธอไม่เห็นเจ้าของเงินก็ดีเธอไม่อยากเห็นหน้าเขาเท่าไหร่หรอก ไม่ใช่มองหน้าไม่ติดแต่ไม่อยากเห็นหน้าเลยแม้แต่วินาทีเดียว
“คุณอำพลคะ คือฉันไม่รู้เรื่องธุรกิจของพ่อเลย บริษัทฯของพ่อดำเนินธุรกิจอะไร และมีทรัพย์สินอะไรบ้างพอที่จะแปลงเป็นเงินได้บ้างไหมคะ ที่โรงงานมีพนักงานที่ยังทำงานอยู่ไหม เขาอยู่กันยังไงพ่อทิ้งโรงงานแบบนี้พวกเขาต้องตกงานกันใช่ไหม แล้วอีกหน่อยจะต้องมีเรื่องฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายต่อใช่ไหมคะ” ไพลินถามคุณทนายอำพลรัวๆ นึกเสียใจที่ตัวเองไม่เคยได้พยายามศึกษาเลยว่าพ่อของเธอทำธุรกิจเกี่ยวกับอะไรบ้าง
“โรงงานของคุณพายัพพนักงานทุกคนยังทำงานกันอยู่ครับ สถานการณ์ภายในยังปกติไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นพ่อคุณจ่ายเงินเดือนพนักงานช้าไปเจ็ดวัน ยังไม่มีใครสงสัยอะไร เพราะเงินในบัญชีไม่มีแล้ว คุณพ่อของคุณถูกโกงครับเพื่อนที่ร่วมทุนด้วยกัน คุณพายัพเป็นคนดีเกินไป ผมคุยกับเจ้านายแล้วนะครับ ในส่วนของโรงงานทางเราจะเข้าไปบริหารงานต่อ เพราะไม่ได้เกิดจากสินค้าที่ผลิตเสียหาย แต่เป็นเพราะถูกโกงเงิน ดังนั้นเรายังดำเนินกิจการต่อไปได้ ตีเป็นมูลค่าก็ประมาณสี่สิบล้านบาทถ้วนๆ นะครับ คุณพายัพเซ็นเอกสารยกโรงงานให้กับคุณแดนไทย ราคานี้รวมทุกสิ่งทุกอย่างภายในโรงงานหมด สถานะการเงินของบริษัทฯไม่ดีเลย สินค้าผลิตได้ส่งออกดีขายได้ แต่ไม่มีเงินเข้าบริษัทฯคือมีนะครับ แต่น้อยมาก คุณพายัพไว้ใจเพื่อนมากเกินไป”
“ส่วนทรัยพ์สินอื่นๆ เช่นบ้าน รถ ที่ดิน คุณพายัพได้แบ่งให้ภรรยาและลูกสาวเรียบร้อยแล้ว สองคนนั้นบอกขายและเตรียมย้ายไปอยู่ต่างประเทศเร็วๆ นี้ ส่วนที่เป็นของคุณพายัพมีที่ดินแถวสมุทรปราการแต่โอนเป็นชื่อคุณไพลิน รู้สึกว่าคุณยังไม่ได้เซ็นรับ ที่ดินจำนวนนี้ตามราคาประเมิณน่าจะได้สักประมาณเกือบห้าล้านบาทได้ นอกนั้นก็ไม่มีอะไรแล้ว แต่ถ้าได้ที่ดินและทรัพย์สินที่พ่อคุณแบ่งให้คุณสายสมรและลูกสาวก็เกือบครบแล้วนะครับ”
“ไม่เป็นไรค่ะคุณอำพลที่เหลือฉันจะพยายามหามาจ่ายให้ ที่ดินที่พ่อเพิ่งมอบโฉนดให้อีกหนึ่งแปลงรบกวนคุณอำพลช่วยคิดให้ฉันทีว่าเท่าไหร่ และคอนโดที่ฉันอยู่ด้วยนะคะเป็นชื่อฉัน และฉันมีที่ดินที่ของแม่ที่ให้ไว้อีกแปลงเดี๋ยวฉันส่งสำเนาให้ดู ช่วยดูให้ฉันหน่อยนะคะว่าเหลืออีกเท่าไหร่ คอนโดที่ดินสองแปลงฉันเซ็นโอนได้เลย สัปดาห์หน้าฉันจะขนของออกจากคอนโดทั้งหมด”
“คุณไพลินจะไม่ลองพูดคุยกับคุณสายสมรก่อนเหรอครับ เขามีส่วนที่จะต้องรับผิดชอบ เพราะเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย”
“ฉันไม่อยากยุ่งกับเขา หรือถ้าทางคุณสามารถทำได้ก็เชิญค่ะ ฉันเคยคุยแล้วแต่คุยกันไม่รู้เรื่อง ฉันคิดว่าลำพังทรัพย์สินของฉันที่มีอยู่น่าจะพอจ่ายหนี้ของพ่อได้ หรือถ้าไม่พอยังไงฉันจะขอยาย คิดว่าไม่น่ามีปัญหานะคะ”
พรุ่งนี้ฉันจะกลับบ้านสวน วันมะรืนฉันจะมาพบคุณที่นี่จะเอาเครื่องประดับมาให้คุณดูและขอให้คุณช่วยเป็นธุระให้ฉันหน่อยได้ไหมคะ ฉันมีคนแก่ที่ต้องดูแลอย่างใกล้ชิดที่ต่างจังหวัดอีกหนึ่งคน ไหนจะพ่อที่โรงพยาบาลอีก เลยอยากรู้ว่าจะต้องหาเงินอีกเท่าไหร่ ช่วยฉันด้วยนะคะ จริงๆ แล้วฉันไม่มีใครเลย นอกจากยาย พ่อ แล้วก็เพื่อนสนิทอีกคน และฉันเชื่อว่าคุณจะช่วยฉัน หรือมีสิ่งไหนที่คุณลำบากใจช่วยฉันไม่ได้บอกฉันมาเลยไม่ต้องเกรงใจ ฉันจะได้หาทางอื่น”
“ไม่เป็นไรครับคุณไพลิน ผมเชื่อว่าคุณตั้งใจอยากที่จะชดใช้หนี้ให้พ่อของคุณทั้งหมด เดี๋ยวผมจัดการเอง ผมจะโทรหานะครับ วันมะรืนเราเจอกัน ผมจะเชิญผู้เชี่ยวชาญเรื่องเครื่องประดับมาดูให้ที่นี่ ผมเอาใจช่วยนะครับคุณไพลิน ค่อยๆ คิดมีสติให้มาก งานเบาบางลงบ้างแล้วผมจะหาโอกาสไปเยี่ยมคุณพายัพที่โรงพยาบาล”
“ขอบคุณมากค่ะคุณอำพล ฉันลาเลยนะคะ “
“คุณไพลินจะไปที่ไหนต่อครับ”
“ฉันจะไปเยี่ยมพ่อสักหน่อยออกมาแต่เช้าเลยยังไม่ได้แวะไปเยี่ยมท่าน ฉันลาเลยนะคะ” ไพลินยกมือไหว้คุณอำพลอย่างอ่อนน้อม
คุณอำพลมองตามหลังไพลินไปจนลับสายตา ตาของไพลินยังบวมมากคงผ่านการร้องไห้มาทั้งคืนไม่มีการแต่งหน้าปกปิดแต่อย่างใด เด็กผู้หญิงคนนี้เก่งจริง เข้มแข็งมาก สติดีมาก คนแบบนี้น่ากลัว น่าเกรงด้วย ไม่โลภ กล้าได้กล้าเสียต่างกันลิบลับกับสองแม่ลูกนั่น เขาเห็นใจคุณพายัพแต่เขาทำตามหน้าที่ เห็นใจพ่อแล้ว มาเห็นลูกยิ่งเห็นใจมากยิ่งขึ้น เจ้านายเขามองคนไม่ผิดจริงๆ คุณพายัพโชคดีที่มีลูกแบบนี้ เขานึกเสียดายถ้าไพลินได้เข้าไปบริหารในโรงงาน ชีวิตคุณพายัพจะไม่มีสภาพแบบนี้เลย ลูกสาวของคุณพายัพคนนี้มีความเป็นผู้นำสูงมาก
ไพลินแวะไปเยี่ยมพ่อ ยังไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ พ่อยังไม่รู้สึกตัวต้องรออย่างเดียว รอปาฏิหาริย์เหรอ ปาฏิหาริย์มีจริงไหม แต่เจ้าหนี้เธอคงรอไม่ได้หรอก ยังไงเธอต้องคุยกับยาย ค่ารักษาพ่อยังรออยู่คงต้องบอกความจริงทุกอย่างเธออยากเคลียร์เรื่องหนี้ของพ่อให้จบเร็วๆ หญิงสาวให้เบอร์ติดต่อด่วนกับพยาบาลไว้เรียบร้อย แวะกินข้าวที่โรงอาหารของโรงพยาบาล แล้วออกเดินทางกลับบ้านสวนทันที หญิงสาวแวะเข้าห้องน้ำระหว่างทางซื้อกาแฟดื่ม แล้วออกเดินทางต่อทันทีเช่นกัน ใช้เวลาเกือบสามชั่วโมงก็ถึงบ้าน ต้องใช้สมาธิมากกว่าปกติ แวะรับบัวชมพูที่โรงพยาบาลกลับบ้านด้วยกัน
“พายเป็นยังไงบ้าง เหนื่อยแย่เลยพูซื้อกับข้าวไว้แล้วไม่ต้องทำนะถึงบ้านก็กินได้เลย”
“ขอบใจมากนะพู พรุ่งนี้พูเอารถกะบะมาทำงานดีกว่านะ จะได้สะดวกช่วงนี้ช่วยพายหน่อย”
“ไม่เป็นไรเลยพายเราเป็นเพื่อนกันห้ามเกรงใจ พูเต็มใจ”
“ยายเป็นยังไงบ้างพู”
“ปกติทุกอย่างไว้ถึงบ้านค่อยคุยกัน เดี๋ยวพูขับเองพายพักเถอะ”
สองสาวกอดกันบัวชมพูโอบกอดไพลินตบหลังเพื่อนเบาๆ สงสารเพื่อนที่สุดบัวชมพูขับรถพาไพลินกลับบ้าน หน้าของไพลินตอนนี้เครียดมาก ขอบตาดำคล้ำเหมือนคนไม่ได้นอนแถมตาบวมอีก แต่ก็ยังสวยมาก
“มาแล้วเหรอหนูพาย มาๆ ลูกมาหายาย” ยายจันโอบกอดหลานสาว ไพลินโผเข้ากอดยายร้องไห้อย่างหนัก ร้องแบบไม่หยุดเลย ในใจมีหลายสิ่งหลายอย่างที่พูดไม่ได้
“ไหนเล่าเรื่องทุกอย่างให้ยายฟังหน่อยได้ไหมหลาน”
ไพลินกลั้นสะอื้นก่อนที่จะเล่าเรื่องของพ่อให้ยายฟัง รวมถึงเรื่องหนี้สินของพ่อที่จะต้องจ่ายเจ้าหนี้ยกเว้นเรื่องของแดนไทย เธอไม่อยากให้ยายเสียใจกลัวยายจะเป็นอะไรไปอีกคน
“ยายพูดตรงๆ นะหนูพาย ต้องทำใจนะลูกพ่อเราเขาอาจจะฟื้นหรือไม่ฟื้นก็ได้ แต่หนี้ก็ต้องใช้เขาหนูพายไปจัดการมาว่าเหลืออีกเท่าไหร่ ยายเห็นด้วยเรื่องที่ดินที่จะยกให้เขา คอนโด เครื่องประดับพวกนี้ยายคัดให้หนูพายบางส่วน แต่ยายเชื่อว่ายังไงก็พอ ยายไม่ติดใจหรอก ของนอกกาย รีบเอาไปให้เขาดู ว่าขาดเหลือเท่าไหร่ของนอกกายหาเอาใหม่ไม่ต้องคิดมาก ถ้าไม่พอจริงๆ ยายยังมีอีกมากทั้งที่ดินและเครื่องประดับช่่วยพ่อของหลานแค่นี้เอง พ่อของหลานเขาก็เหมือนเป็นลูกชายคนหนึ่งของยาย เขาเป็นคนที่กำเนิดหลานรักของยายคนนี้ พ่อเขาเป็นคนดีเลือดเนื้อเชื้อไขของเขาคือหนูพายถึงได้เป็นคนดี ช่วยก็ต้องช่วยกันให้เต็มที่ ยายเต็มใจมากนะลูก หนูพายไม่ต้องคิดมากเลย แล้วเรื่องเมียใหม่เขาล่ะ เขาช่วยอะไรพ่อเราบ้างไหมลูก"
"วันที่ไปรับฟังเรื่องหนี้ของพ่อวันนั้น เขาไม่รับผิดชอบอะไรเลยค่ะ พายแจ้งทนายเขาไปแล้วค่ะว่า ถ้าสามารถคุยกับภรรยาใหม่ของพ่อได้ก็คุยเลย แต่พายไม่คุยเพราะเขาคงไม่ฟังพายแน่"
"ทีนี่เรื่องค่ารักษาพ่อเรานี่แหละ ยังไงก็ต้องมีสำรองไว้ ไม่เป็นไรค่อยคิดกันใหม่ หนูพายจัดการเรื่องหนี้ของพ่อเราให้เสร็จเรียบร้อยก่อน"
"ไม่ต้องเครียดนะหนูพาย ยังมียายอยู่ทั้งคนเรามีกันแค่นี้ยังไงก็ต้องช่วยกัน พ่อเป็นผู้มีพระคุณเราต้องตอบแทน เวลานี้แหละที่เราจะได้ตอบแทนเขาเต็มที่ อย่ารังเกียจ อย่าเบื่อ ตั้งใจทำให้ดีที่สุด"
"พายตั้งใจไว้แล้วค่ะยาย ถ้าพ่อออกจากโรงพยาบาลแล้วพายจะพาพ่อมาอยู่ที่นี่ด้วยกันนะคะ"
"ได้เลยลูก บางทีเราอาจต้องสร้างเรือนสำหรับให้คนป่วยอยู่จะได้สะดวกสบาย ไม่ต้องกังวลนะหลาน" ยายจันสงสารหลานสาวกำพร้าแม่แล้วยังจะมากำพร้าพ่ออีก อาการของลูกเขยที่หลานสาวเล่าให้ฟัง ยายจันที่ผ่านโลกมานานทำไมจะไม่รู้ เปอร์เซ็นต์รอดน้อยมากๆ ยายจันรู้ว่าหลานสาวปกปิดบางอย่าง ยายรู้ว่าไพลินไม่อยากให้ยายคิดมาก และเสียความรู้สึกยายจันรู้ตั้งแต่แรกแล้ว เรื่องที่แดนไทยเป็นใคร เข้ามาหายายจันเพราะต้องการอะไร ยายเชื่อว่าเจตนาที่แท้จริงเขาไม่ได้เป็นคนร้ายกาจอะไร และยายเชื่อมั่นในสายตาของตัวเองว่าแดนไทยคิดยังไงกับไพลิน แต่ติดตรงที่ว่าหลานสาวนางดันเป็นลูกสาวของลูกหนี้รายใหญ่ของเขา นามสกุลดังขนาดนั้นใครจะไม่รู้จัก มีเพียงหลานสาวของยายจันนี่แหละที่ไม่ได้สนโลกภายนอกเลย ไพลินไม่เล่นโซเชียลไม่ค่อยดูทีวี ยิ่งมาอยู่บ้านยิ่งไม่ค่อยได้สนใจเลย
หลังจากคุยกับยายแล้วไพลินสบายใจมากขึ้น เธอหวังว่าทรัพย์สินที่จะเอาไปขายคงจะพอล้างหนี้ของพ่อได้บ้าง อาจจะขาดไม่เท่าไหร่ ถ้าจะต้องขายที่ติดทางนี้ก็ต้องขาย บัวชมพูช่วยไพลินจัดเก็บเครื่องประดับที่ยายจันเตรียมไว้ให้เพื่อนของเธอนำเข้ากรุงเทพฯบัวชมพูตกใจมากกับเรื่องราวที่ได้ฟังจากปากของไพลิน ไม่คิดว่าเพื่อนจะมาเจอกับเรื่องหนักๆ แบบนี้
ที่บ้านสวนของไพลินฤดูฝนวนมาอีกครั้งลมเย็นๆ พัดผ่านเข้ามาทางหน้าต่างและประตูบ้านเรือนไทย ทำให้ทั้งบ้านอากาศดีเย็นสบาย เสียงนกร้อง เสียงไก่จากบ้านตาปานขันดังไกลมาถึงบ้านของไพลิน หลังฝนตกเพียงไม่กี่ครั้งต้นไม้ใหญ่รอบบ้านนับวันยิ่งสูงใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ อุดมสมบูรณ์ทุกอย่าง จะผ่านมากี่ปีทุกอย่างก็ยังคงเหมือนเดิมหกโมงเช้าแล้วแดนไทยและไพลินยังคงนอนพักผ่อนอยู่บนเตียง เขาตื่นนานแล้วแต่ยังไม่ลุกจากที่นอน ข้างกายเขาภรรยาแสนสวยยังไม่ตื่น ชายหนุ่มนอนมองภรรยาอย่างแสนรัก ไม่เข้าใจตัวเองเลยว่าทำไม ยิ่งอยู่ด้วยกันจนมีลูกเขาก็ยังรักและยิ่งหลงไพลินมากขึ้นทุกวันไม่มีเบื่อเลย ไพลินมีน้ำมีนวลมากกว่าเมื่อสมัยเป็นสาว ถึงแม้ว่าจะมีลูกแฝด หุ่นของเธอก็กลับมาเท่าเดิมมีแถมยังเปล่งปลั่งมากกว่าสมัยเป็นสาวมาก อาจเป็นเพราะเธอออกกำลังกายเป็นประจำด้วยการว่ายน้ำวันเว้นวัน เหมือนเมื่อสมัยอยู่ที่เกาะสองคืนแล้วที่ทั้งสองอยู่กันตามลำพัง ปู่กับย่ามารับลูกแฝดชายหญิงของเขาไปดูแล เป็นแบบนี้มาตั้งแต่ลูกๆ ของเขาครบหนึ่งขวบ ปู่กับย่าอยากเลี้ยงหลาน เห่อหลานมาก ไม่ยอมกลับกรุงเทพฯเลย ปักหลักอยู่ที่บ้านสวนตลอด ทุกสัปดาห์
บ้านสวนของไพลิน แดนไทยจัดเตรียมที่นอนสำหรับไพลินอยู่ที่เตียงเล็กเสร็จแล้ว เขาสงสัยว่าอยู่ๆ ทำไมหญิงสาวนั่งมองหน้าเขานิ่งและนาน เหมือนคิดอะไรอยู่ เขาเชื่อว่าในความคิดนั้นต้องมีเขาอยู่ด้วยแน่ๆ“หนูพาย เป็นอะไรไปครับ มีอะไรหรือเปล่าเห็นนั่งนิ่งๆ นานแล้ว”“ฉันกำลังคิดว่าคุณเคยขอฉันแต่งงานไหม นอกจากบอกว่ารักและอยากอยู่ด้วย คือฉันกำลังงงกับตัวเองว่าถ้าฉันเป็นภรรยาคุณแล้ว ต่อไปเราจะอยู่กันยังไง เวลานี้เราเป็นแฟนกันใช่ไหม ความหวาดกลัว ความเกลียด ความรำคาญที่ฉันเคยมี มันหายไปหมดแล้ว เหลือแต่ความรู้สึกอบอุ่น ปลอดภัย และบางครั้งก็รู้สึกสบายใจเหมือนจะมีความสุข ฉันกำลังเรียบเรียงเรื่องราวอยู่ค่ะคิดมาหลายวันแล้ว”“ห่ะ ว่ายังไงนะ หนูพายพูดใหม่หน่อย พี่ไม่ได้หูฝาดใช่ไหม” แดนไทยก้าวขาไม่กี่ก้าวก็ถึงตัวไพลิน หญิงสาวนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ตัวเล็กที่ตั้งอยู่ใกล้ๆ โต๊ะทำงาน เขานั่งลงคุกเข่าอยู่ต่อหน้าไพลินสองมือจับมือเรียวของเธอขึ้นมากุมไว้ เงยหน้ามองผู้หญิงที่เขารักเต็มตา“หนูพายใช่แล้วมันคือความรัก หนูไม่ได้รังเกียจพี่ สิ่งที่หนูรู้สึก
คุณทัตเทพและคุณดรุณีขอตัวพักผ่อนหลังจากที่พูดุคุยเรื่องของดารณี คนแก่สองคนตื่นเต้นนอกจากเรื่องของลูกชายคนโตแล้ว เรื่องของลูกสาวคนเล็กก็ทำให้หัวใจของคนเป็นพ่อและแม่พองโต แดนไทยขอตัวขึ้นไปข้างบนหลังจากพ่อกับแม่เขาพักผ่อน ตรงไปที่ห้องของไพลิน"หนูดาไปไหนแล้วครับ""พอดีคุณมาร์คโทรมาค่ะเลยขอตัวไปคุยที่ห้องสักพักแล้ว""อ่อ พ่อกับแม่ตื่นเต้นกันใหญ่พอรู้ว่าหนูดามีคนสนใจ"แดนไทยนั่งเอนหลังบนโซฟาตัวเดียวกับไพลิน“คุณไม่ไปทำงานเหรอคะ”“พี่ทำงานที่บ้านได้ หนูพายถักอะไรอีกเหรอไหนว่าส่งลูกค้าหมดแล้ว”"ถักชุดเครื่องนอนแล้วก็พวกผ้าม่านประตู ม่านหน้าต่างให้พี่ดาค่ะ ช่วงนี้น่าจะว่างยาวก็เลยถักให้""แล้วไม่มีของตัวเองบ้างเหรอ ถักให้แต่คนอื่น""มีค่ะที่บ้านสวนเต็มเลย ที่คอนโดก็มี""พรุ่งนี้เราไปเก็บเครื่องประดับที่คอนโดกันไหม หนูพายจะได้ไปดูห้องด้วย ป่านนี้ฝุ่นคงเยอะมาก ล่าสุดที่พี่ไปนอนก็ถือว่าเยอะมากเลยนะ""คิดไว้เหมือนกันค่ะ เอ่อ....คุณคะฉันทำความสะอาดคอนโดเสร็จแล้วว่าจะกลับบัานสวนเลยค่ะ คิดไว้ว่าน่าจะอยู่ที
แดนไทยกับไพลินพักที่โรงแรมหกวันแล้ว ระหว่างที่อยู่ด้วยกัน เขาให้เกียรติหญิงสาวทุกอย่าง คอยดูแลไม่ให้ขาดตกบกพร่อง บางครั้งคิดน้อยใจไพลินนิ่งมาก ถึงจะให้ความสนิทสนมกับเขาเหมือนว่าจะมีใจ แต่ก็นิ่งเกิน ยิ่งเวลาที่ทำงาน เหมือนไม่มีเขาอยู่ด้วย“เป็นอะไรไปคะ เงียบจัง” ไพลินเริ่มรู้สึกว่าเงียบ ปกติแดนไทยจะเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับตัวเขาและเรื่องงานให้เธอฟังตลอด“กลัวหนูพายรำคาญ เดี๋ยวไม่มีสมาธิทำงาน” แดนไทยนอนอยู่ข้างๆ ไพลินที่กำลังนั่งถักกระเป๋า“ไม่รำคาญหรอกค่ะ กลัวคุณเบื่อมากกว่า วันๆ นั่งๆ นอนๆ เฝ้าฉันทำงาน” ไพลินวางมือจากการทำงานเอียงตัวมามองคนที่นอนข้างๆ อยู่แบบนี้ทุกวันตั้งแต่ขึ้นจากเกาะ“ขอดูมือหน่อยได้ไหม ทำไมขยันจังเลยตั้งใจจะทำถึงเมื่อไหร่กันเชียวไม่เบื่อหรือไงนะไพลินยื่นมือให้เขาอย่างว่าง่าย ทำเอาคนที่นอนอยู่ยิ้มจนตาหยีดึงมือของไพลินมาวางไว้ที่หัวใจตัวเอง“ข้างนี้ใช่ไหมที่ซ้นหายดีแล้วนะ” เขาถามทั้งที่หลับตาอยู่“หายดีแล้วค่ะ ทำงานได้สบายๆ เลย”“วันพรุ่งนี
บ้านกิจษานุรักษ์ คุณทัตเทพและคุณดรุณีกำลังปรึกษากันเรื่องแดนไทยกับไพลิน ทั้งสองคนดีใจที่ทั้งคู่ตกลงพูดคุยกันได้ ดีใจกับลูกชายที่สุด พ่อกับแม่ทุกข์ใจช่วงระยะเวลาเกือบ 1 ปี ที่แดนไทยจมจ่ออยู่กับความเสียใจไม่เป็นอันทำงานทำการ เสียใจที่ตัวเองเป็นต้นเหตุให้ไพลินต้องไปลำบากระหกระเหินอยู่แห่งหนใดก็ไม่รู้ ลูกทุกข์เท่าไหร่ พ่อแม่ทุกข์หนักยิ่งกว่า แดนไทยก็เหลือเกิน ดื่มตลอดเวลาทำใจไม่ได้ ครึ่งปีแรกเกือบเอาชีวิตไม่รอดครึ่งปีหลังมาต้องจับเข่าคุยกัน พ่อแม่แก่ลงทุกวัน น้องสาวทำงานคนเดียวทุกคนขอร้องให้เขากลับมาทำงาน จะได้ว่างเว้นจากการรู้สึกผิดบ้าง ดีขึ้นมานิดหน่อย ก็ยังไม่วายดื่มลดลงเพียงเล็กน้อย แดนไทยอยู่บ้านสวนและคอนโดของไพลินตลอด กลับบ้านแค่เสาร์อาทิตย์ ร่างกายซูบผอมไม่ดูแลตัวเอง ปล่อยผมยาวรุงรัง คุณทัตเทพล้มป่วยเพราะเหนื่อยจากการทำงานหนักนั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้แดนไทยคิดไทยรู้ว่าตัวเองทำผิดกับครอบครัว ผิดกับไพลินแล้วยังไม่พอ ยังมาต้องทำให้พ่อแม่น้องลำบาก หลังจากนั้นคุณทัตเทพและคุณดรุณีก็ได้เห็นว่าแดนไทยกลับมาทำงาน และทำหนักกว่าเดิมเขาทุ่มเทกับงานไม่สนใจเรื่องอื่น ทำจนไม่มีเวลาพ
ช่วงเวลาที่อยู่บนเกาะกับไพลิน แดนไทยมีความสุขมาก เขาทำงานได้ติดต่อธุรกิจได้เหมือนเดิมไม่มีปัญหาเลย ต่อไปนี้ไม่ว่าไพลินจะไปที่ไหน เขาก็จะตามไปทุกที่ ฝนซานักท่องเที่ยวเริ่มขึ้นไปทำธุระบนฝั่ง รวมทั้งแดนไทยกับไพลิน ทั้งสองเก็บเสื้อผ้าทุกอย่างไปหมด ไพลินคิดว่าจะไม่กลับมาแล้ว เธอจะแวะไปดูบ้านที่กำลังสร้าง หลังจากนั้นจะกลับบ้านสวนไปใช้ชีวิตปกติของเธอ พิเศษหน่อยที่ครั้งนี้เธอมีคนติดตาม เชื่อว่าเขาไม่ปล่อยให้เธอไปไหนมาไหนคนเดียวแน่ๆ เริ่มกังวัลกับบ้านที่จะกำลังสร้าง ในเมื่อบ้านสวนยังเป็นของเธอ ก็ไม่อยากมีบ้านที่นี่แล้ว ตัวคนเดียวจะมีทำไมหลายหลังแดนไทยจองโรงแรมใกล้ๆ กับหมู่บ้านของไพลิน เขาเป็นคนจ่ายทั้งหมดห้ามไม่ให้ไพลินจ่าย เขาเห็นแบบบ้านแล้วชอบ ไพลินกับเขาชอบอะไรคล้ายๆ กัน ไม่ได้คิดเข้าข้างตัวเองหรอกมันเป็นแบบนั้นจริงๆ ที่เมืองนี้โรงแรมเยอะสมกับเป็นเมืองท่องเที่ยวรถของรีสอร์ทไปส่งทั้งสองคนที่โรงแรมที่จองไว้ แดนไทยประทับใจเขาได้พูดคุยกับเจ้าของรีสอร์ท มีโอกาสเขาต้องกลับไปอีกแน่“ฉันขอแวะซื้อเสื้อผ้าใหม่สักชุดนะคะ ของคุณด้วยว่าจะซักผ้าที่มาจากเกาะค่ะ ติดทรายเต็มเล







