เข้าสู่ระบบ“หนูนัดไว้หรือเปล่าคะ ปกติคุณหนู เอ้ย คุณธัญญ์ไม่เคยให้ใครมาพบที่บ้านนะคะ หนูเป็นใครคะ”
“คือหนูไม่ได้นัดไว้ค่ะ ป้าช่วยบอกกับคุณพริษฐ์ให้หน่อยได้ไหมคะ ว่าหนูเป็นลูกของคุณเจนภพมาขอพบค่ะ”
ทันทีที่ชื่อนั้นถูกเอ่ยออกจากปากของนันท์นลิน หญิงสูงวัยตื่นตะลึงจนดวงตาเบิกกว้าง
“อะไรนะ! ลูกของนายเจนภพงั้นเหรอ?”
แววดาวยกมือทาบอก ชื่อของผู้ชายคนนี้เธอรู้จักเป็นอย่างดี บาดแผลที่ชายใจร้ายคนนั้นสร้างไว้กับครอบครัวผู้เป็นนายของเธอ แววดาวยังจำไม่เคยลืมเลือน แล้ววันนี้ทำไมเด็กคนนี้ถึงได้...
“ค่ะ...หนูเป็นลูกสาวคุณเจนภพค่ะ”
นันท์นลินรู้สึกกระอักกระอวนใจเหลือเกิน พอเธอเอ่ยชื่อของผู้เป็นพ่อไปเท่านั้นแหละ เธอคนนี้กลับตกใจ พ่อของเธอคงทำกับคนพวกนี้ไว้มากสินะ
“คุณธัญญ์ไม่อยู่ค่ะ วันนี้น่าจะกลับมืดค่ะ หนูมีอะไรก็ฝากป้าไว้ก็ได้นะคะ”
“เอ่อ...คือหนูอยากพบคุณพริษฐ์วันนี้ค่ะ ป้าพอจะช่วยติดต่อเขาให้หน่อยได้ไหมคะ”
“แต่ว่า...คุณธัญญ์เธออาจจะไม่ให้คุณพบนะคะ สาเหตุเพราะอะไรหนูคงทราบดีนะคะ”
แววดาวมองเด็กสาวหน้าตาจิ้มลิ้ม น่ารักสะดุดตา ปากนิดจมูกหน่อย ผิวขาวนวลเนียน ถ้าให้เดาอายุของเด็กคนนี้ล่ะก็ เธอว่าคงจะไม่เกิน 18 อย่างแน่นอน แต่ที่น่าตกใจก็คือ เป็นลูกสาวของนายเจนภพงั้นหรือ?
“นะคะป้า...หนูมีเรื่องร้อนใจที่จะคุยกับคุณพริษฐ์ค่ะ ป้าโทรถามเขาหน่อยได้ไหมคะ หนูรอได้ค่ะ”
นันท์นลินยกมือไหว้เพื่อขอร้องให้ผู้หญิงคนนี้เห็นใจ เธอไม่มีเวลาเหลืออีกต่อไปแล้ว พรุ่งนี้ก็จะครบกำหนดที่เธอและพ่อจะต้องออกจากบ้านหลังนี้แล้ว ขอบตาสวยร้อนผ่าวเมื่อนึกมาถึงตรงนี้ นันท์นลินไม่มีเวลาที่จะเศร้าโศกเสียใจ เธอจะต้องเผชิญกับความเป็นจริงเท่านั้น
“ค่ะ...รอสักครู่นะคะ...เดี๋ยวป้าขอโทรหาคุณธัญญ์ก่อนค่ะ”
“ขอบคุณค่ะ”
รอยยิ้มแห่งความดีใจปรากฎดวงหน้าสวยทันที อย่างน้อยเธอก็ยังพอมีหวังที่จะได้พบเขา นันท์นลินไม่รู้เรื่องราวในอดีตของพ่อสักเท่าไหร่ แต่จากการประเมินสถานการณ์แล้ว เรื่องที่พ่อของเธอทำ นันท์นลินเข้าใจเป็นอย่างดี ไม่ว่าใครก็ต้องเจ็บช้ำและโกรธแค้นกันทั้งนั้น ถ้าเรื่องนี้มันเกิดขึ้นกับเธอเอง เธอก็คงไม่ต่างกันกับเขาเลย...
สิบนาทีต่อมา...
“คุณธัญญ์อนุญาตให้คุณเข้าพบค่ะ แต่คุณต้องรอนานหน่อยนะคะ อีกประมาณสี่ชั่วโมงค่ะกว่าคุณธัญญ์จะกลับจากที่ทำงานค่ะ”
“ได้ค่ะ...หนูรอได้ค่ะ”
“เอ่อ...คุณเข้ามารอข้างในก่อนค่ะ”
“ขอบคุณ...คุณป้ามากๆ นะคะที่ช่วยพูดให้หนูค่ะ”
นันท์นลินยกมือไหว้อีกครั้ง
“ไม่เป็นไรค่ะ...เรื่องนี้คนที่ตัดสินใจคือคุณธัญญ์ค่ะ ป้าก็แค่เป็นคนประสานเท่านั้นค่ะ”
แววดาวรู้สึกทึ่งกับกิริยามารยาทของเด็กสาวตรงหน้าเป็นอย่างมาก นอกจากเธอคนนี้จะสวยน่ารักแล้ว เธอยังมีความงดงามในด้านมารยาทอีกด้วย แววดาวจิตนาการคิดว่าจะเป็นคุณหนูเอาแต่ใจซะอีก ช่างต่างจากผู้เป็นพ่อของเธอเหลือเกิน
....................
[ห้องทำงานใหญ่...บริษัทอัครกิจวัฒนา]
“ท่านประธานคะ...คุณเจนิสกำลังเข้าไปนะคะ ดิฉันห้ามเธอแล้วค่ะ...แต่ว่า”
“อืม...ไม่เป็นไรให้เธอเข้ามา”
พริษฐ์สนทนาสายกับเลขาหน้าห้อง ถึงแฟนสาวของเขา ‘รมิตา’ มักจะทำแบบนี้อยู่เป็นประจำ จนเป็นเรื่องปกติสำหรับเขาไปแล้ว
แกร๊ก!! ประตูห้องทำงานใหญ่ถูกเปิด ร่างอรชรของหญิงสาวที่อยู่ในบทสนทนาเมื่อครู่ เดินตรงเข้ามากอดคอชายหนุ่มเอาไว้พร้อมกับหอมแก้มแฟนหนุ่มฟอดใหญ่
“ธัญญ์คะ...คิดถึงจังเลยค่ะ ทำไมธัญญ์ไม่รับสายเจนิสคะ”
“ผมติดประชุม คุณมีอะไรหรือครับ”
พริษฐ์มองร่างอวบอิ่มของแฟนสาว พริษฐ์กับรมิตาคบกันได้เกือบสองปีแล้ว พ่อของรมิตาคือนักธุรกิจที่เขารู้จักในวงการ เขาเจอเธอเพราะการแนะนำผ่านทนายมนัส...ทนายประจำตระกูลของพริษฐ์ ที่คอยช่วยเหลือครอบครัวของเขามาตลอด
“แหม...ไม่มีธุระ จะมาหาธัญญ์ไม่ได้เหรอคะ เจนิสคิดถึงธัญญ์ไงคะ”
พริษฐ์เป็นคนที่ค่อนข้างจะเก็บตัว และเข้าถึงได้ยาก รมิตาพยายามทำความเข้าใจหลายครั้ง แต่ก็ยังไม่ชินสักที ถ้าไม่เพราะความหล่อเหลาหุ่นล่ำบึก มีความเก่งกาจในการทำธุรกิจ ฐานะร่ำรวยระดับมหาเศรษฐีล่ะก็ รมิตาคงไม่เสียเวลาอยู่แบบนี้แน่นอน
“ครับ”
ร่างอวบอิ่มเบียดแซะเข้าหาชายหนุ่ม พริษฐ์รู้จุดประสงค์ของรมิตาดี ว่าเธอต้องการอะไรจากเขา ช่วงหลายปีที่ผ่านมาพริษฐ์ทำแต่งาน และสามารถพลิกฟื้นบริษัทของเขาให้กลับมายิ่งใหญ่ได้อีกครั้ง ส่วนหนึ่งก็มาจาก...คงเดช...พ่อของรมิตาที่คอยให้คำปรึกษาในเรื่องของการลงทุน เพราะฉะนั้นการคบกับรมิตาจึงเป็นเหมือนใบเบิกทางของพริษฐ์ เขาไม่ชอบผู้หญิงจัดจ้านสักเท่าไหร่ แต่พริษฐ์ก็ต้องยอมฝืนทำในสิ่งที่ตัวเองไม่ชอบ เพื่อเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่กว่า
“วันนี้เจนิสจะชวนธัญญ์ไปดินเนอร์ค่ะ เราไม่ได้ทานข้าวด้วยกันนานแล้วนะคะ เจนิสชวนธัญญ์ทีไร ธัญญ์ก็บอกว่างานยุ่งทุกครั้ง ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ธัญญ์จะว่างสำหรับเจนิสซะที...เจนิสน้อยใจแล้วนะคะเนี่ย...เราเป็นแฟนกันนะคะธัญญ์...”
“ผมขอเป็นพรุ่งนี้ครับ...เผอิญวันนี้ผมมีนัดคุยธุระในช่วงเย็นน่ะครับ”
ชายหนุ่มพลันนึกถึงดวงหน้าใสของเด็กสาวลูกของศัตรูทันที เขารู้ว่ามันไม่ใช่เรื่องธรรมดาแน่นอน ที่คนอย่างนายเจนภพหวงลูกสาวขนาดนั้น ถึงขั้นไม่เคยเปิดตัวลูกสาวเลยสักครั้ง พริษฐ์เชื่อว่านายเจนภพจะต้องมีแผนการอะไรอยู่เบื้องหลังแน่นอน
“อ่าว...แย่จัง...เจนิสคิดว่าวันนี้จะได้ไปทานข้าวกับธัญญ์นะคะ...โดนเทอีกแล้ว...น้อยใจจริงๆ ค่ะ”
รมิตาชอบพริษฐ์เธอต้องการสานสัมพันธ์กับเขาให้มากกว่านี้ แต่ไม่ว่ารมิตาจะพยายามแค่ไหน พริษฐ์ก็มักที่จะเลี่ยงเธอตลอดเวลา น่าเจ็บใจนัก
“เอาไว้วันพรุ่งนี้แล้วกันนะครับ พรุ่งนี้เจนิสแต่งตัวรอผมได้เลยครับ เดี๋ยวผมจะไปรับคุณที่บ้านครับ”
พริษฐ์ไม่อยากตัดความสัมพันธ์กับรมิตาตอนนี้ พริษฐ์คิดว่าวันหนึ่งเขาอาจจะชอบเธอขึ้นมาก็ได้ พริษฐ์ต้องการเลี้ยงความสัมพันธ์ฉันท์แฟนแบบนี้ไปเรื่อยๆ ภาระของพริษฐ์ยังมีอีกมากมายที่รอการสะสาง วันหนึ่งเมื่อภารกิจเหล่านั้นจบลง ‘รมิตาอาจเป็นคนที่พริษฐ์จะตกลงปลงใจแต่งงานด้วยก็เป็นได้’
“โอเคค่ะ...งั้นเดี๋ยวเจนิสจะกลับไปก่อนก็ได้ค่ะ วันพรุ่งนี้ธัญญ์อย่าเบี้ยวเจนิสอีกนะคะ...ถ้าพรุ่งนี้เบี้ยวอีกล่ะก็ เจนิสจะไปอาละวาดถึงที่บ้านธัญญ์เลยแหละ...คอยดูล่ะกัน”
“รับรองครับ...ผมนัดแล้วก็ต้องเป็นไปตามนั้นสิครับ เจนิสไม่เชื่อใจผมหรือครับ”
ถ้าตัดเรื่องจุกจิกแบบนี้ไป รมิตาก็เป็นผู้หญิงที่น่ารักคนหนึ่ง ทั้งรูปร่างหน้าตาของเธอสะสวย การแต่งตัวเปรี้ยวจี๊ดตามแนวสมัยนิยม โฉบเฉี่ยวตามเทรนด์ อีกทั้งก็ยังเก่งในด้านการทำธุรกิจอีกด้วย นี่คือเหตุผลส่วนหนึ่งที่พริษฐ์ยอมตกลงปลงใจคบกับเธอ...
กระแสความรู้สึกอันแรงกล้าทะลักล้นเข้าสู่หัวใจของนันท์นลินจนหัวใจทั้งดวงถูกแขวนลอยขึ้นไปจนสูง เมื่อเปิดเปลือกตาขึ้นมาก็พบกับแหวนเพชรเม็ดโตที่อยู่ในกล่องเปิดอ้าในมือของชายหนุ่มที่กำลังส่งแววตาเป็นประกายอบอุ่นมาที่เธอ ทำให้ใจของนันท์นลินแทบหลอมละลายไปกับดวงตาคู่นั้น... “คุณพริษฐ์!”หัวใจพลันเต้นแรงขึ้นความปลื้มปิติล้นทะลักหัวใจ “แต่งงานกับผมนะครับ...พระพาย”พริษฐ์ยังคงใช้ประโยคเดิม สิ่งที่เขาลุ้นรอคอยทำให้หัวใจของแทบระเบิดออกมาเช่นกัน ‘จะเซอร์ไพรส์เขา...ไอ้เราก็ตื่นเต้นไม่แพ้กัน’ “อะไรนะคะ!” ครั้งที่สามแล้วสำหรับการเซอร์ไพรส์ของนันท์นลินในวันนี้ และครั้งนี้ดูเหมือนจะเป็นครั้งที่ใหญ่ที่สุดในชีวิตของนันท์นลินเลยก็ว่าได้ ‘เขาขอแต่งงานเธองั้นหรือ?’ “ได้โปรดเถอะที่รัก...โปรดตอบผมมาก่อนได้มั้ยครับ” จังหวะลุ้นคำตอบจากหญิงสาวนั้น มันทำให้พริษฐ์แทบหยุดหายใจ “เอ่อ...ค่ะ”นันท์นลินตอบแบบคนที่กำลังอยู่ในอาการตกตะลึงอย่างหนัก สมองของเธอเป็นอัมพาตไปชั่วขณะ ร่างกายของเธอชาไปตั้งแต่หัวจรดเท้า “ผมรักคุณนะครับ...” พริษฐ์จับมือบางขึ้นมา พร้อมกับบร
“พระพายมากับใครครับ...”กวินกานต์มองหาบุคคลที่เขาคิดว่าจะเห็นข้างกายอดีตแฟนสาวของเขา “มาคนเดียวค่ะ วันนี้รัณกับเส้นด้ายนัดมาสังสรรค์กันค่ะ แต่ว่าพระพายขอตัวกลับก่อนค่ะ...แล้ว...พี่วีร์มากลับใครคะ” “พี่นัดธาราไว้...อีกสักครึ่งชั่วโมงคงถึง...งั้น...พระพายคุยกับพี่สักยี่สิบนาทีได้มั้ย...พี่ขอคุยด้วยหน่อยครับ” “อ่อ... ได้ค่ะพี่วีร์” หวังว่าทางนั้นคงไม่เดือดนะ ที่เธอจะต้องเลื่อนเวลาไปอีกนิด “เชิญนั่งครับ” “ขอบคุณค่ะ” “ก่อนอื่นพี่คงต้องบอกพระพายก่อนนะครับ...เรื่องของพี่ค่อนข้างซับซ้อนวุ่นวายไปหน่อยครับ...พี่จะสรุปย่อๆ แล้วกันนะครับ เดี๋ยวไว้วันหลังพี่ค่อยอธิบายรายละเอียดอีกที” “ค่ะพี่วีร์...เอ่อ...พูดเลยค่ะ” สิ่งที่นันท์นลินกังวลไม่ใช่คนตรงหน้า แต่กลับเป็นใครอีกคนต่างหากที่รอเธออยู่ตอนนี้ “พี่กับธาราเราคบกันครับ...พระพายคงสงสัยใช่มั้ยครับ ว่าธาราคือใคร...เอาแบบตรงๆ นะครับ ธาราคือพี่สาวฝาแฝดของคุณพริษฐ์ครับ...” “ห๊ะ! อะไรนะคะ...คุณธาราคือฝาแฝดของคุณพริษฐ์หรือคะ...แล้วพี่วีร์ไปเจอกันได้ยังไงคะ...พระพายงง
[รัณทาร์มคลับ... เวลา 20.00 น.] “ที่แกนัดฉันกับพระพายมาเพราะจะเลี้ยงหรือเพราะแกมีอะไรจะบอกพวกฉันกันแน่รัณ...” “นั่นสิ...พระพายอยู่ได้ไม่เกินสี่ทุ่มนะ...เผอิญพระพายขออนุญาตคุณพริษฐ์มาลิมิตแค่นี้”อยู่ดีๆ วันนี้เขาก็โทรมาหาเธอ และบอกคืนนี้เขามีเรื่องจะคุยด้วย แต่เพราะภรัณยูนัดเธอก่อน นันท์นลินเลยขออนุญาตเขาก่อนจะมาที่นี่ เขาอนุญาตและบอกให้เธอรีบกลับ...นันท์นลินกังวลอยู่ไม่น้อยเลยที่เดียว ‘หรือเขาจะบอกเลิกสัญญาการเป็นหนี้กับเธอแล้ว’ “วันนี้ฉันนัดเจนิสมาด้วยนะ สักพักคงถึง” “นั่นแน่! ข่าวดีแน่ๆ” “ใช่! ข่าวดี...บอกเลยละกันขี้เกียจเห็นแกเดา...ฉันกับคุณเจนิส...เราจะแต่งงานกันเดือนหน้า...ตรงกับวันเกิดฉันพอดี” “ว้าว! รัณ! ดีใจด้วยนะ...ไม่น่าเชื่อเลยจริงๆ ว่ารัณกับคุณเจนิสจะ...” “จะอะไรพระพาย?” ภรัณยูมองหน้าเพื่อนสาว “ก็ไม่น่าเชื่อไงรัณ...ฉันเองก็ยังงงไม่หายเรื่องแกกับคุณเจนิสเลย...เหตุเกิดในรถวันนั้นใช่มั้ย! แกนี่มันขยันสร้างตำนานจริงๆ เลยนะรัณ” “ก็เพราะแกไม่ใช่เหรอที่ออกความคิด...ที่บอกให้ฉันจับคุณเจนิสไป
“แกจะต่อว่าอะไรฉันก็ช่าง...ฉันจะไม่อ้อมค้อม เพราะตอนนี้สำหรับฉันมันเหลือเวลาไม่มากแล้ว...สิ่งที่ฉันจะขอร้องแกก็คือ...ฉันฝากพระพาย...ลูกสาวของฉันไว้กับแกจะได้ไหม...ไม่ว่าสัญญาการใช้หนี้จะจบลงในเวลาหนึ่งปีตามที่แกกำหนดไว้อย่างไร...แต่ฉันอยากจะขอร้องแก...ช่วยดูแลพระพายแทนฉันหน่อย...” “ผมไม่เข้าใจในสิ่งที่คุณจะสื่อ...คุณจะมาไม้ไหนอีกล่ะคุณเจนภพ...เรื่องแบบนี้มันไม่ใช่แนวคุณเลยนี่ ที่จะมาขอร้องกันอย่างนี้ ผมว่าคุณพูดมาตรงๆ จะดีกว่าครับ”พริษฐ์ไม่เคยไว้วางใจศัตรูเลยสักครั้ง สิ่งที่ชายคนนี้ทำกับเขาไว้นั้น มันมากมายเหลือเกิน “ฉันเหลือเวลาอีกไม่มาก...เพราะฉันเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย...อีกไม่นานฉันจะต้องจากโลกนี้ไปแล้ว...ฉันห่วงลูกสาวของฉัน...พระพายเป็นเด็กที่น่ารัก...ฉันเลี้ยงและดูแลเธอเป็นอย่างดี สอนเขามา...แต่ผลกรรมที่ฉันทำไว้ มันดันมาตกกับลูกสาวที่ไม่รู้อะไรเลย...เรื่องนี้พระพายไม่รู้เลย ฉันมาขอร้องแกด้วยตัวเอง...และถ้าเป็นไปได้...ฉันขอร้องแกอย่าบอกเรื่องนี้กับลูกสาวฉัน...ถือว่าฉันขอแกครั้งสุดท้าย...ทั้งที่ฉันไม่ควรจะขอแกด้วยซ้ำ...ได้โปรดแกช่วยฉันสักครั้งจะได้ไหม...”น้ำตาล
[เพนท์เฮ้าส์...เวลา 22.00 น.] ดวงตากลมโตจ้องมองอาหารนับสิบอย่างที่วางเรียงรายอยู่บนโต๊ะรับประทานอาหารเพื่อรอใครคนหนึ่งกลับมา วันนี้นันท์นลินรีบกลับมาพร้อมกับการลงมือทำอาหารหลายอย่างเพื่อรอพริษฐ์ เธออยากขอบคุณเขา ที่อนุญาตให้เธอกลับไปดูแลพ่อของเธอได้อย่างอิสระ...และเขาปฏิบัติต่อเธอดีมากขึ้น...แต่ทว่าวันนี้อาหารของเธอคงถูกทิ้งเสียแล้วแน่นอน...นันท์นลินมองนาฬิกา...เขาคงไม่กลับมาแล้ว...จริงๆ เขาควรแชทบอกเธอสักนิดก็ยังดี อย่างน้อย นันท์นลินจะได้ไม่ต้องนั่งรอเขาอยู่แบบนี้... ‘เขาจะบอกเธอทำไมกัน...ในเมื่อเธอไม่ได้อยู่ในสถานะไหนกับเขาเลย...นอกจากลูกหนี้เท่านั้น’ เมื่อคิดได้แบบนี้ ร่างบางก็เดินเข้าห้องนอน...ปิดไฟทิ้งตัวลงนอน... ‘คิดมากไปทำไมกันพระพาย...ในเมื่อเธอรู้อยู่แล้ว...ว่าเธออยู่ที่นี่ในฐานะอะไร’ [กลางดึก...เวลา 00.30 น.] ร่างหนาล้มตัวลงนอนตะแคงซ้อนร่างบางจากด้านหลัง พริษฐ์ค่อยๆ ยกศีรษะเล็กหนุนแขนของเขาเอาไว้อย่างเบามือ ฝ่ามืออุ่นสอดลึกจากชายเสื้อนอนตัวใหญ่ของเธอขึ้นมา มือหนาลูบผ่านท้องน้อย เหนือสะดือ คลําหาตําแหน่งของยอดอกก่อนเริ่มสะกิดเกลี่ยวนรอ
[โรงพยาบาล] “เธอไม่เป็นอะไรมากครับ...ดีที่ญาติส่งโรงพยาบาลทันเวลาครับ อาการของโรคแพนิคไม่อันตรายมากครับ แต่บังเอิญบวกกับการช็อคและชักเกร็งร่วมด้วย เลยดูรุนแรงเพิ่มขึ้นครับ คนไข้น่าจะมีความเครียดและดูจากประวัติการรักษา เธอคงมีบาดแผลในใจร่วมด้วยครับ แต่ตอนนี้โดยรวมไม่มีปัญหาครับ พักรักษาตัวสักสองวันก็น่าจะกลับบ้านได้แล้วครับ” “ขอบคุณครับ คุณหมอ”กวินกานต์ยกมือไหว้ขอบคุณหมอที่ทำการรักษาพรินทร์ เขารีบมาหาเธออย่างทันที ไม่ใช่เพราะเขากลัวเรื่องที่ทำให้เธอเป็นแบบนี้ แต่ที่กวินกานต์มาก็เพราะเขาเป็นห่วงเธออย่างที่สุด ความรู้สึกผิดคือส่วนหนึ่ง แต่ความรู้สึกห่วงใยมีมากกว่า “เอ่อ...คุณคือแฟนของคุณหนูหรือเปล่าคะ”แววดาวเอ่ยถามชายหนุ่มที่นั่งเฝ้าคุณหนูของเธออยู่ไม่ห่าง ตั้งแต่เกิดเรื่องจนถึงปัจจุบัน แววดาวกังวลในไม่กี่นาทีข้างหน้าจะต้องร้อนเป็นไฟอย่างแน่นอน เมื่อคุณหนูธัญญ์ของเธอทราบเรื่อง และสาเหตุที่ทำให้คุณหนูธาราเป็นแบบนี้ก็คือผู้ชายคนนี้ และซ้ำร้ายไปกว่านั้น ‘ผู้ชายที่อยู่ตรงหน้านี้กลับเป็นคนรักของแม่หนูคนนั้น...คนที่เป็นลูกหนี้ของคุณธัญญ์’ เรื่องราวจะดูซับซ้อนจนแ







