LOGIN“ป้าว่าคุณพ่ออาจจะห่วงคุณหนูก็ได้นะคะ อีกอย่างคุณวีร์เองก็อยากจะแต่งงานกับคุณหนูคนสวยของป้าเร็วๆ กลัวใครจะมาแย่งไปหรือเปล่าคะ”
“อุ้ย! ใครจะมาแย่งไปคะ วันๆ พระพายแทบไม่ได้เจอใครเลยค่ะ ไปเรียนกลับบ้าน วนเวียนอยู่แบบนี้ตลอด ไม่เคยไปเที่ยวที่ไหนเลย คงไม่มีทางเป็นไปได้หรอกค่ะป้าน้อย”
“เอาล่ะ ยังไงเสียคุณหนูก็ตามใจคุณพ่อกับคุณวีร์หน่อยล่ะกันนะคะ คุณหนูคือคนที่คุณพ่อและคุณวีร์รักที่สุดค่ะ”
“อืม...ก็ได้ค่ะ พระพายตามใจคุณพ่ออยู่แล้วค่ะ คุณพ่อรักพระพาย และเลี้ยงพระพายมาตลอด ไม่เหมือน...”
ความรู้สึกบางอย่างถูกกลืนเข้าไปในอก นันท์นลินรู้สึกลำคอตีบตันไปหมด เมื่อนึกถึงผู้เป็นแม่ที่ทิ้งเธอไปตั้งแต่เด็ก ‘แม่ไม่รักเธออย่างนั้นหรือ’
“คุณหนู...” กาญจนามองเด็กสาวที่เธอเลี้ยงมาตั้งแต่เล็กอย่างเอ็นดู เด็กคนนี้ขาดความรักจากผู้เป็นแม่
“ไม่มีอะไรค่ะป้าน้อย พระพายแค่รู้สึกสงสารตัวเองก็เท่านั้นเองค่ะ ต่อไปถ้าพระพายแต่งงานกับพี่วีร์ พระพายมีลูก...พระพายจะเลี้ยงลูกเองค่ะป้าน้อย...”
ความเจ็บปวดที่สะสมมานาน ตั้งแต่นันท์นลินจำความได้ เธอไม่เคยเห็นหน้าตาของแม่ตัวเองเลยด้วยซ้ำ พ่อบอกเธอว่าแม่ไปอยู่ต่างประเทศ ทิ้งเธอไว้กับพ่อ นันท์นลินก็ไม่คิดที่จะถามต่ออีกเลย
“คุณหนูของป้าน้อยแค่คิดน้อยใจเองค่ะ...จริงๆ แล้วถ้าวันหนึ่งเวลาที่เหมาะสมมาถึง คุณหนูของป้าก็คงจะดีขึ้นนะคะ”
กาญจนาอัดอั้นเหลือเกินกับความลับที่อยู่ในใจของเธอ ความจริงที่ไม่ได้เป็นอย่างที่คุณหนูของเธอคิดเลยสักนิด ‘แม่ไม่ได้ทิ้งไปเลยต่างหาก แต่กลับถูกพรากแยกจากกัน และสร้างเรื่องขึ้นมาเพื่อหลอกลูกสาวตัวเอง’
คฤหาสน์หลังงาม...
รถสปอร์ตรุ่นลิมิเต็ดแบรนด์หรูแล่นด้วยความเร็วเลี้ยวเข้าจอดภายในคฤหาสน์หลังใหญ่
ปึ่ง! เสียงประตูถูกปิดเสียงดังสนั่น โดยเจ้าของมิได้สนใจแต่อย่างใด ร่างสูงเดินเข้าไปยังตัวคฤหาสน์ สาวใช้รีบเดินเข้ามาต้อนรับพร้อมกับรับกระเป๋าสัมภาระของผู้เป็นนาย มือหนากำลังปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตสีขาวออกสองเม็ด เผยเห็นถึงอกกว้างกำยำ
“พี่ธารากลับมาหรือยังป้าจันทร์”
เสียงทุ้มของชายหนุ่มเอ่ยถามสาวใช้ที่เดินมาต้อนรับเขาอยู่ตรงหน้า
“ยังเลยค่ะคุณธัญญ์”
จันทร์แรมตอบคำถามผู้เป็นนาย พร้อมกับมองเสี้ยวหน้าของเจ้านายหนุ่ม ระยะเวลานับ 20 ปีทำให้คุณหนูของเธอเติบโตและเปลี่ยนไปเป็นอย่างมาก จากเด็กผู้ชายตัวเล็กๆ กลับกลายเป็นหนุ่มหล่อร่างสูงใหญ่ ดูภูมิฐานหล่อเหลาคมเข้มราวกับดารานายแบบ แต่มีสิ่งหนึ่งที่จันทร์แรมเห็นและไม่เคยเปลี่ยนไปเลย คือ ร่องรอยของความเจ็บช้ำที่มักจะเผลอแสดงออกมาอย่างชัดเจนในแววตาคมดุของเจ้าตัว
“ทำไมยังไม่กลับมาอีก? ปกติพี่ธาราจะไม่เคยกลับเย็นขนาดนี้ โทรตามหรือยังครับ”
‘พริษฐ์’ ในวัย 30 ปีผ่านร้อนผ่านหนาว เผชิญหน้ากับทุกเหตุการณ์ เขาไม่เคยวางใจกับทุกเหตุการณ์ ไม่อาจมองข้ามเรื่องเล็กน้อยนี้ไปได้
“โทรแล้วค่ะ...คุณธาราบอกจะไปพบลูกค้าค่ะ แต่อีกไม่นานเธอคงกลับค่ะ...คุณธาราไม่เคยออกไปไหนต่ออยู่แล้วค่ะ ถ้าจะไปเธอจะโทรมาบอกที่บ้านก่อนค่ะ”
จันทร์แรมรู้ถึงเหตุผลนี้ดี เพราะพี่น้องฝาแฝดคู่นี้ไม่เคยมีเพื่อนที่ไหนเลย จะพูดอีกนัยหนึ่งก็คือ ทั้งคู่เรียนต่างประเทศเสียส่วนใหญ่ และพึ่งกลับมาที่ไทยได้เพียงสามปีเท่านั้น
“อืม...เดี๋ยวผมโทรตามอีกทีละกัน”
พริษฐ์เป็นห่วงพี่สาว เพราะเขารู้ดี ว่าพี่สาวของเขานั้นมีอาการของโรคแพนิค (Panic Disorder) คือมักจะตื่นกลัวหรือหวั่นวิตกกังวล สาเหตุมาจากเหตุการณ์ในอดีต พรินทร์ช็อคที่สูญเสียผู้เป็นแม่ อีกทั้งพ่อยังไม่สนใจใยดี กลับทอดทิ้งทั้งเขาและพี่สาวเอาไว้ให้อยู่ตามลำพัง เหตุการณ์อันเลวร้ายทั้งหมดที่เกิดขึ้นมันส่งผลต่อสภาพจิตใจของเขาและพี่สาวเป็นอย่างมาก
“พี่มาแล้วค่ะ ไม่ต้องโทรหรอกธัญญ์”
เสียงของพี่สาวฝาแฝดโผล่ขึ้นแทรกทันควัน วันนี้พรินทร์ออกไปพบลูกค้าของบริษัท
“ทำไมพี่ธารากลับช้าล่ะครับ”
พริษฐ์มองผู้เป็นพี่สาวด้วยแววตาเผยประกายความห่วงใยออกมาอย่างชัดเจน
“อืม...ก็เรื่องที่ธัญญ์บอกให้พี่ไปติดต่อนั่นแหละ ตอนนี้ทุกอย่างสำเร็จเรียบร้อย ทางทนายแจ้งมาว่าถ้าเราพร้อมเมื่อไหร่ ก็ดำเนินการได้เลย”
พรินทร์และน้องชายเฝ้ารอเวลานี้มานานแสนนาน การทวงคืนความสุขในชีวิตที่หายไปตลอดระยะเวลา 20 ปีของเธอนั้น มันถึงเวลาแล้ว
“งั้น...พรุ่งนี้ผมจะให้เลขาของผมจัดการ และผมจะไปเจอนายเจนภพด้วยตัวเอง”
ความแค้นที่สะสมมานานนับ 20 ปีไม่เคยลดน้อยลงเลย มันกลับเพิ่มทวีคูณยิ่งขึ้น พริษฐ์อดทนรออย่างใจเย็น เพื่อให้วันนี้มาถึง ต่อไปนี้ชีวิตของพริษฐ์อุทิศให้กับการแก้แค้นเอาคืนกับนายเจนภพเท่านั้น!
“ตอนนี้นายเจนภพไม่เหลืออะไรสักอย่าง บริษัทปรียากรไพศาล พี่ส่งคนของเราไปกว้านซื้อหุ้น ตอนนี้เราถือหุ้นบริษัทนี้สูงถึง 70 เปอร์เซ็นต์ นายเจนภพพยายามหาเงินมาปิดหนี้สินของตัวเองโดยการกู้ยืมเงินกับทางคนของเราที่ส่งไปจัดการเรื่องนี้โดยเฉพาะบ้านของนายเจนภพตอนนี้ก็จะถูกเรายึด เพราะนายเจนภพขาดส่งมาหกเดือนแล้ว เพราะฉะนั้นนายเจนภพจะไม่เหลือทางไหนอีกแล้วที่จะพยุงบริษัทของตัวเองไว้ได้อีก”
พรินทร์เก็บข้อมูลและรายละเอียดมาพอสมควร เธอตามสืบรายละเอียดต่างๆ และวางแผนร่วมกับน้องชายของเธอมานาน
“เดี๋ยวที่เหลือผมจัดการเองครับ”
เพลิงโทสะเจิดจ้าในนัยน์ตาคู่นั้น สิ่งที่นายเจนภพทำไว้นั้นมันเลวร้ายเกินกว่าที่จะให้อภัย แม่ของเขาจากไปเพราะการกระทำของนายเจนภพ อีกทั้งผู้เป็นพ่อก็ได้แต่เศร้าเสียใจและโทษตัวเอง ดื่มเหล้าเมามายธุรกิจบริษัทเกือบล้มละลาย แต่ยังดีที่ทนายความประจำตระกูลของเขาได้เข้ามาช่วยเหลือในเวลาที่คับขัน ประคับประคองทุกอย่างจนสามารถไปต่อได้ จนเขาและพี่สาวเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ไม่นานต่อมาพ่อของเขาก็มาจากไปอีกคนด้วยการทำอัตวินิบาตกรรมตนเอง ทำให้เขาและพี่สาวเสียใจเป็นอย่างมาก และสิ่งนี้เองมันเหมือนกับการตอกตรึงความเจ็บปวดให้ดำดิ่งลงไปอีกครั้ง
“แต่พรุ่งนี้...เป็นวันครบรอบการจากไปของแม่นะธัญญ์ พี่จะไปใส่บาตรและไปเคารพหลุมศพของแม่นะ ปกติเราจะไปพร้อมกัน...พี่ว่าเลื่อนออกไปก่อนก็ได้นะ”
ร่องรอยความเจ็บช้ำทุกๆ นาทีนั้นมันยังวนเวียนอยู่รอบตัว พรินทร์ตลอดเวลา พรินทร์ไม่เคยห้ามการกระทำของน้องชายเธอเลย ความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นเธอกับน้องชายก็คงไม่ต่างกัน เธอมองน้องชายก็เหมือนกับการยืนมองตัวเอง
“พี่ธาราไปก่อนครับ ผมตั้งใจให้เป็นวันครบรอบของคุณแม่ครับ วันพรุ่งนี้คุณแม่จะได้รับรู้ว่าพวกเรากำลังเอาคืนให้คุณแม่แล้วครับ”
แววตาคมกริบของเขาดูโหดเหี้ยมกว่าเดิม ไม่มีอะไรที่จะมาหยุดยั้งพริษฐ์ได้อีกแล้ว...
กระแสความรู้สึกอันแรงกล้าทะลักล้นเข้าสู่หัวใจของนันท์นลินจนหัวใจทั้งดวงถูกแขวนลอยขึ้นไปจนสูง เมื่อเปิดเปลือกตาขึ้นมาก็พบกับแหวนเพชรเม็ดโตที่อยู่ในกล่องเปิดอ้าในมือของชายหนุ่มที่กำลังส่งแววตาเป็นประกายอบอุ่นมาที่เธอ ทำให้ใจของนันท์นลินแทบหลอมละลายไปกับดวงตาคู่นั้น... “คุณพริษฐ์!”หัวใจพลันเต้นแรงขึ้นความปลื้มปิติล้นทะลักหัวใจ “แต่งงานกับผมนะครับ...พระพาย”พริษฐ์ยังคงใช้ประโยคเดิม สิ่งที่เขาลุ้นรอคอยทำให้หัวใจของแทบระเบิดออกมาเช่นกัน ‘จะเซอร์ไพรส์เขา...ไอ้เราก็ตื่นเต้นไม่แพ้กัน’ “อะไรนะคะ!” ครั้งที่สามแล้วสำหรับการเซอร์ไพรส์ของนันท์นลินในวันนี้ และครั้งนี้ดูเหมือนจะเป็นครั้งที่ใหญ่ที่สุดในชีวิตของนันท์นลินเลยก็ว่าได้ ‘เขาขอแต่งงานเธองั้นหรือ?’ “ได้โปรดเถอะที่รัก...โปรดตอบผมมาก่อนได้มั้ยครับ” จังหวะลุ้นคำตอบจากหญิงสาวนั้น มันทำให้พริษฐ์แทบหยุดหายใจ “เอ่อ...ค่ะ”นันท์นลินตอบแบบคนที่กำลังอยู่ในอาการตกตะลึงอย่างหนัก สมองของเธอเป็นอัมพาตไปชั่วขณะ ร่างกายของเธอชาไปตั้งแต่หัวจรดเท้า “ผมรักคุณนะครับ...” พริษฐ์จับมือบางขึ้นมา พร้อมกับบร
“พระพายมากับใครครับ...”กวินกานต์มองหาบุคคลที่เขาคิดว่าจะเห็นข้างกายอดีตแฟนสาวของเขา “มาคนเดียวค่ะ วันนี้รัณกับเส้นด้ายนัดมาสังสรรค์กันค่ะ แต่ว่าพระพายขอตัวกลับก่อนค่ะ...แล้ว...พี่วีร์มากลับใครคะ” “พี่นัดธาราไว้...อีกสักครึ่งชั่วโมงคงถึง...งั้น...พระพายคุยกับพี่สักยี่สิบนาทีได้มั้ย...พี่ขอคุยด้วยหน่อยครับ” “อ่อ... ได้ค่ะพี่วีร์” หวังว่าทางนั้นคงไม่เดือดนะ ที่เธอจะต้องเลื่อนเวลาไปอีกนิด “เชิญนั่งครับ” “ขอบคุณค่ะ” “ก่อนอื่นพี่คงต้องบอกพระพายก่อนนะครับ...เรื่องของพี่ค่อนข้างซับซ้อนวุ่นวายไปหน่อยครับ...พี่จะสรุปย่อๆ แล้วกันนะครับ เดี๋ยวไว้วันหลังพี่ค่อยอธิบายรายละเอียดอีกที” “ค่ะพี่วีร์...เอ่อ...พูดเลยค่ะ” สิ่งที่นันท์นลินกังวลไม่ใช่คนตรงหน้า แต่กลับเป็นใครอีกคนต่างหากที่รอเธออยู่ตอนนี้ “พี่กับธาราเราคบกันครับ...พระพายคงสงสัยใช่มั้ยครับ ว่าธาราคือใคร...เอาแบบตรงๆ นะครับ ธาราคือพี่สาวฝาแฝดของคุณพริษฐ์ครับ...” “ห๊ะ! อะไรนะคะ...คุณธาราคือฝาแฝดของคุณพริษฐ์หรือคะ...แล้วพี่วีร์ไปเจอกันได้ยังไงคะ...พระพายงง
[รัณทาร์มคลับ... เวลา 20.00 น.] “ที่แกนัดฉันกับพระพายมาเพราะจะเลี้ยงหรือเพราะแกมีอะไรจะบอกพวกฉันกันแน่รัณ...” “นั่นสิ...พระพายอยู่ได้ไม่เกินสี่ทุ่มนะ...เผอิญพระพายขออนุญาตคุณพริษฐ์มาลิมิตแค่นี้”อยู่ดีๆ วันนี้เขาก็โทรมาหาเธอ และบอกคืนนี้เขามีเรื่องจะคุยด้วย แต่เพราะภรัณยูนัดเธอก่อน นันท์นลินเลยขออนุญาตเขาก่อนจะมาที่นี่ เขาอนุญาตและบอกให้เธอรีบกลับ...นันท์นลินกังวลอยู่ไม่น้อยเลยที่เดียว ‘หรือเขาจะบอกเลิกสัญญาการเป็นหนี้กับเธอแล้ว’ “วันนี้ฉันนัดเจนิสมาด้วยนะ สักพักคงถึง” “นั่นแน่! ข่าวดีแน่ๆ” “ใช่! ข่าวดี...บอกเลยละกันขี้เกียจเห็นแกเดา...ฉันกับคุณเจนิส...เราจะแต่งงานกันเดือนหน้า...ตรงกับวันเกิดฉันพอดี” “ว้าว! รัณ! ดีใจด้วยนะ...ไม่น่าเชื่อเลยจริงๆ ว่ารัณกับคุณเจนิสจะ...” “จะอะไรพระพาย?” ภรัณยูมองหน้าเพื่อนสาว “ก็ไม่น่าเชื่อไงรัณ...ฉันเองก็ยังงงไม่หายเรื่องแกกับคุณเจนิสเลย...เหตุเกิดในรถวันนั้นใช่มั้ย! แกนี่มันขยันสร้างตำนานจริงๆ เลยนะรัณ” “ก็เพราะแกไม่ใช่เหรอที่ออกความคิด...ที่บอกให้ฉันจับคุณเจนิสไป
“แกจะต่อว่าอะไรฉันก็ช่าง...ฉันจะไม่อ้อมค้อม เพราะตอนนี้สำหรับฉันมันเหลือเวลาไม่มากแล้ว...สิ่งที่ฉันจะขอร้องแกก็คือ...ฉันฝากพระพาย...ลูกสาวของฉันไว้กับแกจะได้ไหม...ไม่ว่าสัญญาการใช้หนี้จะจบลงในเวลาหนึ่งปีตามที่แกกำหนดไว้อย่างไร...แต่ฉันอยากจะขอร้องแก...ช่วยดูแลพระพายแทนฉันหน่อย...” “ผมไม่เข้าใจในสิ่งที่คุณจะสื่อ...คุณจะมาไม้ไหนอีกล่ะคุณเจนภพ...เรื่องแบบนี้มันไม่ใช่แนวคุณเลยนี่ ที่จะมาขอร้องกันอย่างนี้ ผมว่าคุณพูดมาตรงๆ จะดีกว่าครับ”พริษฐ์ไม่เคยไว้วางใจศัตรูเลยสักครั้ง สิ่งที่ชายคนนี้ทำกับเขาไว้นั้น มันมากมายเหลือเกิน “ฉันเหลือเวลาอีกไม่มาก...เพราะฉันเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย...อีกไม่นานฉันจะต้องจากโลกนี้ไปแล้ว...ฉันห่วงลูกสาวของฉัน...พระพายเป็นเด็กที่น่ารัก...ฉันเลี้ยงและดูแลเธอเป็นอย่างดี สอนเขามา...แต่ผลกรรมที่ฉันทำไว้ มันดันมาตกกับลูกสาวที่ไม่รู้อะไรเลย...เรื่องนี้พระพายไม่รู้เลย ฉันมาขอร้องแกด้วยตัวเอง...และถ้าเป็นไปได้...ฉันขอร้องแกอย่าบอกเรื่องนี้กับลูกสาวฉัน...ถือว่าฉันขอแกครั้งสุดท้าย...ทั้งที่ฉันไม่ควรจะขอแกด้วยซ้ำ...ได้โปรดแกช่วยฉันสักครั้งจะได้ไหม...”น้ำตาล
[เพนท์เฮ้าส์...เวลา 22.00 น.] ดวงตากลมโตจ้องมองอาหารนับสิบอย่างที่วางเรียงรายอยู่บนโต๊ะรับประทานอาหารเพื่อรอใครคนหนึ่งกลับมา วันนี้นันท์นลินรีบกลับมาพร้อมกับการลงมือทำอาหารหลายอย่างเพื่อรอพริษฐ์ เธออยากขอบคุณเขา ที่อนุญาตให้เธอกลับไปดูแลพ่อของเธอได้อย่างอิสระ...และเขาปฏิบัติต่อเธอดีมากขึ้น...แต่ทว่าวันนี้อาหารของเธอคงถูกทิ้งเสียแล้วแน่นอน...นันท์นลินมองนาฬิกา...เขาคงไม่กลับมาแล้ว...จริงๆ เขาควรแชทบอกเธอสักนิดก็ยังดี อย่างน้อย นันท์นลินจะได้ไม่ต้องนั่งรอเขาอยู่แบบนี้... ‘เขาจะบอกเธอทำไมกัน...ในเมื่อเธอไม่ได้อยู่ในสถานะไหนกับเขาเลย...นอกจากลูกหนี้เท่านั้น’ เมื่อคิดได้แบบนี้ ร่างบางก็เดินเข้าห้องนอน...ปิดไฟทิ้งตัวลงนอน... ‘คิดมากไปทำไมกันพระพาย...ในเมื่อเธอรู้อยู่แล้ว...ว่าเธออยู่ที่นี่ในฐานะอะไร’ [กลางดึก...เวลา 00.30 น.] ร่างหนาล้มตัวลงนอนตะแคงซ้อนร่างบางจากด้านหลัง พริษฐ์ค่อยๆ ยกศีรษะเล็กหนุนแขนของเขาเอาไว้อย่างเบามือ ฝ่ามืออุ่นสอดลึกจากชายเสื้อนอนตัวใหญ่ของเธอขึ้นมา มือหนาลูบผ่านท้องน้อย เหนือสะดือ คลําหาตําแหน่งของยอดอกก่อนเริ่มสะกิดเกลี่ยวนรอ
[โรงพยาบาล] “เธอไม่เป็นอะไรมากครับ...ดีที่ญาติส่งโรงพยาบาลทันเวลาครับ อาการของโรคแพนิคไม่อันตรายมากครับ แต่บังเอิญบวกกับการช็อคและชักเกร็งร่วมด้วย เลยดูรุนแรงเพิ่มขึ้นครับ คนไข้น่าจะมีความเครียดและดูจากประวัติการรักษา เธอคงมีบาดแผลในใจร่วมด้วยครับ แต่ตอนนี้โดยรวมไม่มีปัญหาครับ พักรักษาตัวสักสองวันก็น่าจะกลับบ้านได้แล้วครับ” “ขอบคุณครับ คุณหมอ”กวินกานต์ยกมือไหว้ขอบคุณหมอที่ทำการรักษาพรินทร์ เขารีบมาหาเธออย่างทันที ไม่ใช่เพราะเขากลัวเรื่องที่ทำให้เธอเป็นแบบนี้ แต่ที่กวินกานต์มาก็เพราะเขาเป็นห่วงเธออย่างที่สุด ความรู้สึกผิดคือส่วนหนึ่ง แต่ความรู้สึกห่วงใยมีมากกว่า “เอ่อ...คุณคือแฟนของคุณหนูหรือเปล่าคะ”แววดาวเอ่ยถามชายหนุ่มที่นั่งเฝ้าคุณหนูของเธออยู่ไม่ห่าง ตั้งแต่เกิดเรื่องจนถึงปัจจุบัน แววดาวกังวลในไม่กี่นาทีข้างหน้าจะต้องร้อนเป็นไฟอย่างแน่นอน เมื่อคุณหนูธัญญ์ของเธอทราบเรื่อง และสาเหตุที่ทำให้คุณหนูธาราเป็นแบบนี้ก็คือผู้ชายคนนี้ และซ้ำร้ายไปกว่านั้น ‘ผู้ชายที่อยู่ตรงหน้านี้กลับเป็นคนรักของแม่หนูคนนั้น...คนที่เป็นลูกหนี้ของคุณธัญญ์’ เรื่องราวจะดูซับซ้อนจนแ