Masukเขาทำลายเธอ เพียงเพราะเชื่อผู้หญิงอีกคน ความเจ็บปวดทำให้เธอหลีกหนีพร้อมลูกในท้อง และตั้งใจเริ่มต้นชีวิตใหม่ แต่เขากลับตามหาบดขยี้ ครอบครอง กักขัง เธอไว้ภายใต้อ้อมแขน ไม่ยินยอมให้เธอห่างหายไปไหน จนกระทั่งความจริงเปิดเผย เธอจึงเดินจากมา ต่อจากนี้ แม้เขาคุกเข่าหรือตายตรงหน้า เธอก็ไม่แคร์! *********** ร่างบางถูกอุ้มพาดบ่า คนโดนอุ้มดิ้นรน แต่กลับไม่เป็นผล ประตูห้องนอนเปิดออก เธอถูกโยนลงบนเตียง คนสวยทะลึ่งพรวดเพื่อหนี แต่กลับถูกผลักดันจนอยู่ใต้ร่างอีกฝ่าย “คุณคิดจะทำอะไรอนาวิน!” เธอร้องถามเสียงสั่น ต่อให้อยู่ด้วยกัน ในคฤหาสน์หลังนี้ อนาวินแทบไม่เคยแตะต้องเธอมาก่อนเลย มีเพียงแค่กอดจูบ ตอนนั้นเธอคิดว่าเขาเป็นสุภาพบุรุษ แต่จากที่เห็นตอนนี้มันไม่ใช่เลย “ฉันจะให้เธอเป็นนางบำเรอดีไหมภริดา” “หยุดความคิดอุบาทว์ของคุณซะ เยาวเรศสุดที่รักคุณกำลังรออยู่ ไปขอให้นังนั่นขึ้นเตียงกับคุณสิ!”
Lihat lebih banyakเสียงปรบมือ ท่ามกลางแขกเหรื่อกำลังชื่นชมหญิงสาว ซึ่งกำลังยื่นมือให้กับคนรัก เพื่อสวมแหวนหมั้น ทว่ายังไม่ทันได้สวมมัน หญิงสาวรูปร่างสมส่วนสาวเท้าเข้ามา ในชุดเดรสสีชมพูอ่อน ชายหนุ่มรูปร่างสูง ผิวขาว ใบหน้าคมเข้ม ริมฝีปากอิ่ม จมูกโด่งเป็นสัน นามอนาวิน ประธานบริษัทไฮดีไซน์ ลุกยืนจ้องมองผู้หญิงอีกคน ที่กำลังสาวเท้า ภริดาลุกยืนตามว่าที่คู่หมั้น สับสนไม่เข้าใจ ทำไมเยาวเรศถึงได้มาที่งานนี้
“เธอมาที่นี่ทำไม!” ภูมิธรรมเอ่ยถาม น้ำเสียงแข็ง
อดีตผู้หญิงคนนี้ เคยเป็นคนรักของพี่ชายมาก่อน แต่กลับหักอกเขาจนพี่ชายเธอกลายเป็นคนสติไม่ดี ต้องรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล
“ทำไมคะ ฉันมาไม่ได้เหรอ ในเมื่อแฟนของฉัน กำลังจะหมั้น”
แฟนงั้นเหรอ ภริดามองคู่หมั้น สีหน้าสับสนไม่เข้าใจ ที่เยาวเรศเอ่ยออกมา มันคืออะไรกัน
“แฟนเธอใครกัน ที่นี่มีคนกำลังหมั้นแค่สองคนเท่านั้นคือลูกสาวฉัน กับอนาวิน!” ภูมิธรรมย้อนถาม
เยาวเรศยกยิ้ม เข้าไปควงแขนอนาวินไว้ ภูมิธรรมนิ่งงัน เสียงแขกในงานเริ่มดังขึ้น ภริดาสับสนไม่เข้าใจ เหตุใดอนาวินถึงไม่พูดอะไร นอกจากยืนนิ่ง แล้วมองดู
“หมายความว่ายังไงคะวิน” เธอถามเขา
“ก็ไม่ได้หมายความว่ายังไง”
“คุณปฏิเสธสิว่ามันไม่จริง เรากำลังจะหมั้นกันนะคะ” ภริดาเริ่มเสียงสั่น ยิ่งเห็นท่าทีของคนที่ตัวเองรัก ยิ่งหวั่นใจ อนาวินไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อนเลย
“เธอโง่หรือไงกันภริดา เธอกับอนาวินรู้จักกันมานานแค่ไหนแล้ว” เธอชี้นิ้วไปที่ตนเอง “ฉันต่างหากที่เขารัก ไม่ใช่เธอ”
“อะไรนะ?” ภริดาละเมอออกมา แล้วหันมองทางคนรัก “อธิบายให้ฉันเข้าใจหน่อยสิวิน”
เขายักไหล่ ราวกับเรื่องที่เกิดไม่ได้สำคัญอะไร ก่อนหยิบแหวนหมั้นออกมา ดึงมือหญิงสาวอีกคนแล้วสวมมัน
“แหวนนี้ผมให้คุณนะเยาวเรศ”
“แกทำบ้าอะไรของแกฮะวิน!” คุณหญิงอิงอรตวาด แล้วก้าวเข้ามาหยุดยืนตรงหน้าหลานชาย “งานหมั้นนี่ แกเป็นคนอยากจัดเอง แล้วนี่แกกำลังทำอะไร!”
“ผมก็แค่อยากเล่นสนุกเท่านั้นเองครับคุณย่า อย่าไปคิดอะไรมากเลย”
“แกกล้าเอาผู้หญิงคนอื่นมาในงานหมั้น แล้วสวมแหวนต่อหน้าคนมากมาย แกทำลายศักดิ์ศรีหนูดาแบบนี้ได้ยังไงกัน!”
ภริดาสั่นเทา ไม่เคยมีครั้งไหนที่อับอายเท่านี้มาก่อน เขาฉีกหน้าเธอไม่มีชิ้นดี ยุ่งกับใครไม่ยุ่ง ดันไปยุ่งกับศัตรูเธอ ทำไมอนาวินถึงได้ทำร้ายกันขนาดนี้ ตลอดเวลาที่ผ่านมา เป็นแค่เพียงภาพลวงตาเท่านั้นเหรอ หลอกกันมาตลอดใช่ไหม
“ทำแบบนี้ทำไมวิน ดาอยากรู้ คุณทำทำไม!” หญิงสาวตวาดลั่นออกมา
อนาวินกระตุกยิ้มมุมปาก ดึงมือเยาวเรศมากุมไว้
“เพราะผมไม่เคยรักคุณเลยไงดา ผมแค่เล่น ๆ กับคุณ ผมบันดาลงานหมั้นที่คุณต้องการ เป็นไงสวยใช่ไหม ผมทำให้คุณมีความสุขใช่หรือเปล่า คุณชอบไหมดา เกมนี้ผมสนุกมากเลย”
“เกมงั้นเหรอ?”
น้ำตาไหลอาบแก้ม อนาวินมองใบหน้างดงามกำลังเต็มไปด้วยความเศร้าหมอง เจ็บปวดมากไหม มันก็สมแล้วกับสิ่งที่ดาริกาต้องเจอ
“ใช่ดา”
ภริดาปาดน้ำตาออก กัดริมฝีปากจนห้อเลือด พยายามข่มอารมณ์เก็บกดความเจ็บปวดเอาไว้ มองหญิงชายตรงหน้า เธอหันกายเผชิญกับแขก
“ขอโทษทุกท่านด้วยนะคะ” เธอประกาศแล้วก้มศีรษะลง “งานหมั้นต้องหยุดไว้เพียงเท่านั้น ขอทุกท่านเดินทางกลับได้เลยค่ะ”
พนักงานพากันเชิญแชกออกไปจากห้องโถง ภริดาหันมาเผชิญหน้า โดยมีคนเป็นพ่อเคียงข้าง ภูมิธรรมเองไม่รู้ว่าตนเองควรทำเช่นไร เพราะเขาเองก็ผิด ที่เห็นแกผลประโยชน์ทางธุรกิจจนทำให้ลูกสาวต้องเจอกับเรื่องแบบนี้
“ทำไม ผู้หญิงมีมากมาย ทำไมต้องเป็นเยาวเรศด้วย!” ภริดาถาม แววตาร้าวราน
เขายิ้มกว้าง “เรศกับผมรู้จักกันมาก่อนคุณเสียอีก ผมกับเรศเรารักกัน”
“คุณหลอกฉันทำไม แค่เกมงั้นเหรอ มันง่ายไปไหม คุณแค้นฉัน เกลียดฉันเพราะอะไร ทำกันขนาดนี้มันคงไม่ใช่แค่เกมหรอก!”
อนาวินเลือกเงียบแทนคำตอบ ตอนนี้ยังไม่อยากให้ใครรู้เรื่องนี้
“ทำกับลูกสาวฉันเหมือนของเล่นแบบนี้ ก็ยกเลิกงานหมั้นตัดขาดกันไปเลย ต่อให้ฉันต้องล้มละลายหมดตัว ฉันก็ไม่แคร์หรอก!” ภูมิธรรมประกาศกร้าว
“แหม.. คุณพ่อตา ถ้าบริษัทคุณล้มละลาย มันไม่ใช่แค่คุณเดือดร้อนนะครับ อย่าลืมสิ ว่าลูกชายคุณต้องการค่ารักษาอยู่ ผมเองก็ช่วยบริษัทคุณไว้เยอะใช่ไหมล่ะครับ ยกเลิกงานหมั้นน่ะได้ แต่ภริดาไปไหนจากผมไม่ได้ทั้งนั้น!”
ร่างของภริดาถูกเหวี่ยงลงบนพื้นปูนหยาบกร้านหน้าบ้านพัก เยาวเรศ เดินนวยนาดเข้ามาใกล้ ใบหน้าที่เคยฉาบด้วยรอยยิ้มหวานบัดนี้บิดเบี้ยวด้วยความริษยา"นี่สำหรับที่แกแย่งที่ของฉัน!"เพียะ!ฝ่ามือเรียวฟาดลงบนแก้มซ้ายของภริดาจนหน้าหัน เลือดซึมออกมุมปากทันที เยาวเรศ: "เอาน้ำมาสาดมัน! ดูซิว่ามันจะสำออยไปได้ถึงไหน!"โครม!น้ำเย็นจัดถูกราดรดลงบนร่างที่สั่นเทา ภริดาสะดุ้งสุดตัวพยายามหายใจเข้าปอดท่ามกลางเสียงหัวใจที่เต้นรัวด้วยความหวาดกลัวอัมพรจ้องไปยังหน้าท้องของภริดา แววตาหมายมาด"ฉันได้ข่าวว่าแกพยายามจะจับลูกชายฉันด้วยวิธีสกปรก... อย่าหวังว่าเลือดชั่วๆ ของแกจะได้มาลืมตาดูโลกในฐานะทายาทตระกูลฉันเลย! จัดการมันที่ท้องสิ! เอาให้มันจำไปจนตาย!"สาวใช้รับคำสั่ง ปลายเท้าหนักๆ ระดมเตะเข้าที่หน้าท้องและชายโครงของภริดา ร่างบางขดตัวกลมพยายามปกป้องตัวเอง เสียงกรีดร้องอย่างเจ็บปวดค่อยๆ แผ่วลงจนเหลือเพียงเสียงครางเครือในลำคอ ก่อนที่ทุกอย่างจะมืดสนิทลงเมื่อสติสุดท้ายขาดผึง ภริดาสลบนิ่งไปท่ามกลางกองน้ำและรอยเลือดป้าศรีนวลแอบอยู่หลังพุ่มไม้ใกล้ๆ มือไม้สั่นเทาขณะกดโทรศัพท์หาเจ้านายหนุ่มที่กำลังเดินทางกลับมา"คุณวิน
เยาวเรศหย่อนกายลงบนโซฟา หลังจากสาวใช้เปิดประตูเชื่อเชิญให้มา อัมพรหญิงสาววัยกลางคน ออกมาหาแขก สาวใช้ยกน้ำชามาวางไว้ ดวงตาอัมพรจ้องมองไปยังหญิงสาว ที่ตนใช้ประโยชน์“มาหาอามีเรื่องอะไรเหรอเรศ”“เรศมีเรื่องอยากบอกคุณอาค่ะ” เยาวเรศชักสีหน้า แสร้งตีหน้าเศร้า“เรื่องอะไรล่ะ”"คุณแม่คะ... เรศอึดอัดใจเหลือเกินค่ะที่ต้องมาบอกเรื่องนี้ แต่ถ้าเรศนิ่งเฉย เรศกลัวว่าเกียรติยศของวรโชติเมธีจะมัวหมองไปมากกว่านี้ค่ะ".อัมพรขมวดคิ้ว จ้องมองท่าทีเสแสร้ง แต่เข้าใจได้ ต่อให้มาไม้ไหน คนอย่างเธอผ่านร้อนหนาวมา ทำไมจะไม่รู้ อย่างไรเสียเยาวเรศก็ยังเป็นเครื่องมือ ที่ใช้ประโยชน์ได้ดี"มีเรื่องอะไรอีกแม่เรศ? วินทำอะไรให้ไม่พอใจ""เปล่าค่ะ... ไม่ใช่พวกผู้หญิงชั่วคราวพวกนั้น แต่มันร้ายแรงกว่านั้นมากค่ะคุณแม่ คือ... ตอนนี้คุณวินเขากักขัง ภริดา ไว้ที่บ้านพักส่วนตัวค่ะ"อัมพรยิ้มเหยียด คนอย่างพวกมัน เหมาะจะเป็นแค่นางบำเรอบนเตียง ไม่มีค่าไม่มีราคา รอลูกชายเล่นจนเบื่อแล้วเขี่ยทิ้งไป"ฉันบอกเธอแล้วไงเรศ... ปล่อยให้ตาวินมันเล่นสนุกไปก่อน ภริดาก็แค่ของไม่มีค่า ที่เขามีไว้แก้แค้น พอเบื่อเขาก็เขี่ยทิ้งเอง เธอจะเต้นแร้งเต้นกาไ
ภริดาส่ายหน้า ไม่เข้าใจเลย “อินเสียตอนไหน”“เมื่อสามปีก่อน”เธอชะงัก “อะไรนะ!”“สามปีก่อน อินโดนข่มขืนแล้วฆ่า”ดวงตาคนฟังเบิกกว้าง “ไม่จริง! ทำไมฉันไม่รู้ข่าวเลย อินยังตอบข้อความฉันอยู่เลย อินจะตายเมื่อสามปีก่อนได้ยังไง!” เธอส่ายหน้า ไม่เชื่อหรอก อินคือน้องสาวที่เธอรักมาก ทว่าเมื่อมองใบหน้าของอีกฝ่ายแล้ว หัวใจกลับไหววูบ อนาวินส่งสายตามองมา มันแฝงไว้ด้วยความเจ็บปวด “อินยังตอบข้อความฉัน เราติดต่อกันตลอดเวลาที่ผ่านมา!”“ฉันเป็นคนตอบมันเอง ข้อความพวกนั้น” ตอนนั้นเขายังหาคนร้ายไม่ได้ เลยไม่อยากให้ดาเสียใจ หากรู้ว่าอินเสียไปแล้ว“อะไรนะ?”“เพราะตอนนั้นฉันกลัวเธอเสียใจ ฉันถึงตอบข้อความพวกนั้นแทนอิน ฉันคิดจะบอกหลังจากคดีความของอินเรียบร้อยแล้ว เพื่อให้เธอมาร่วมงานศพของอิน แต่จนถึงตอนนี้อินก็ยังไม่ได้เผา เพราะต้องเราต้องสืบคดีนี้ให้กระจ่าง เพื่อให้วิญญาณอินไปสู่สุขคติ!”“แล้วเรื่องนี้... มันเกี่ยวกับการที่คุณต้องกักขังทรมานฉันยังไง!” เธอย้อนถาม แววตาเจ็บปวด ไม่เข้าใจเลย หรือเหตุการณ์ที่เกิดกับอิน มันมีอะไรแอบแฝงคนถูกถามเลือกเงียบ แววตาขมขื่น อยากให้บอกอะไร เขาเลือกทรมานเธอ แม้ตัวเองต้องเจ็บปว
เปลือกตาค่อย ๆ เปิดออก มองดูเพดานแววตาหม่น ดวงตาเหม่อลอย ได้ยินเสียงประตูเปิด คนในห้องชะงัก เสียงฝีเท้ากำลังใกล้เข้ามา เป็นเด็กสาววัยแรกรุ่น กำลังถือถาดผลไม้ มะลิวางมันลงตรงโต๊ะหัวเตียง“คุณภริดา ทานข้าวหน่อยนะคะ จะได้มีแรง” เด็กสาวบอก แล้วหยิบชามโจ๊กส่งให้ภริดายังคงหวาดระแวง กวาดตามองรอบๆ หวังว่าคงไม่มา ยิ่งไม่เห็นหน้ายิ่งดี เธอไม่อยากพบเขาแม้แต่นิดเดียว ถ้าหากมีหนทางหนีไปได้ เธอคงรีบไขว่คว้าเอาไว้อย่างไม่ลังเล รับชามโจ๊กมา แล้วช้อนสายตามอง“มะลิ” เธอเรียกชื่อเสียงแหบพร่า“คะ”“มะลิช่วยอะไรฉันสักอย่างได้ไหม” แววตาคนพูดอ้อนวอนมะลิหน้าซีดเผือด ใจอยากช่วยเหลือ แต่ก็เกรงกลัวคุณชาย ถ้าหากท่านไล่ออก คงหางานทำได้ยาก เพราะตนเองไม่มีความรู้“มะลิไม่รู้ว่าจะช่วยคุณได้ไหม มะลิจะทำเท่าที่ทำได้นะคะ!”“ฉันไม่ให้มะลิช่วยในเรื่องที่ทำให้มะลิเดือดร้อนหรอกนะ”“คุณอยากให้ช่วยเรื่องอะไรคะ”ภริดาเม้มริมฝีปาก “เมื่อวันก่อนพ่อฉันมาหา มะลิช่วยสืบให้หน่อยได้ไหมว่า พ่อฉันเป็นยังไงบ้าง ฉันอยากรู้”“ได้ค่ะ มะลิจะสืบให้นะคะ ได้เรื่องยังไงมะลิจะรีบมาบอกคุณเลยค่ะ!”“ขอบใจมากนะ”มะลิออกจากห้อง ปิดประตูลงตามเดิม ค