Masukเมื่อจัดการทุกอย่างในร้านเรียบร้อยแล้ว หญิงสาวจึงเข้าไปจองตั๋วเครื่องบินออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชันหนึ่ง ซึ่งได้ตั๋วที่เร็วที่สุดคือเวลา 04.00 น. ของวันพรุ่งนี้ ซึ่งตอนนี้ก็เป็นเวลาเกือบบ่ายสองโมงแล้วหญิงสาวจึงรีบไปจัดเตรียมเสื้อผ้ากับของใช้ให้เพียงพอสำหรับ 3-4 วัน เธอกะไว้ว่าถ้าเคลียร์ธุระเรียบร้อยแล้วขากลับจะแวะไปหาพ่อกับแม่ที่กรุงเทพฯ ก่อน คิดถึงพวกท่านแล้วเหมือนกันไม่เจอกันมาเป็นเดือนแล้ว
ถึงแม้ปณิตาจะย้ายมาอยู่แสนไกล แต่เธอก็มักจะบินมาหาพ่อกับแม่เกือบทุกเดือน บางเดือนก็จะเป็นพ่อกับแม่บินมาเที่ยวที่ร้านของเธอบ้างสลับกันไปแบบนี้
ถึงพวกท่านจะไม่เห็นด้วยกับการมาเปิดร้านที่ไกลบ้านไกลหูไกลตาของพวกท่าน แต่ก็ไม่ได้ขัดใจแต่อย่างใด เพราะอย่างน้อย ๆ ก็ยังมีญาติอย่างพี่คินอยู่ไม่ไกลมากนักคอยดูแลกันอยู่
เมื่อหญิงสาวเก็บเสื้อผ้าและของใช้เรียบร้อยแล้ว เธอก็ขับรถออกจากหมู่บ้านจัดสรรที่เธอเช่าไว้ ถามว่าทำไมเธอถึงไม่ซื้อ คำตอบคือเธอเอาเงินก้อนไปลงกับการซื้อที่ดินและตกแต่งคาเฟ่หมดแล้ว
ซึ่งคาเฟ่ของปณิตาอยู่ไม่ไกลจากสนามบินมากนัก คืนนี้เธอตั้งใจจะไปนอนที่คาเฟ่เพื่อความสะดวก เพราะพรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้ามืดเพื่อเดินทางไปยังสนามบินของจังหวัด
ณ สนามบิน กรุงเทพมหานคร
เวลา 05.30 น.
ใช้เวลาเดินทางแค่ชั่วโมงนิด ๆ ก็มาถึงกรุงเทพฯ หญิงสาวเลือกที่จะเรียกแท็กซี่ไปชลบุรีเลย เธอไม่อยากกลับไปเอารถที่บ้าน เพราะกลัวพ่อกับแม่จะรู้เรื่องเข้า ถ้าเป็นแบบนั้นร้านกาแฟที่เธอรักก็คงต้องปิดตัวลง และที่สำคัญคือต้องถูกเรียกไปช่วยงานพี่ป้องเกียรติเป็นแน่
ที่บ้านของเธอเปิดบริษัทรับวางแผนการตลาดและจัดทำโฆษณาประชาสัมพันธ์โปรโมตสินค้าต่าง ๆ นานา ถ้าลูกค้าจ้างก็ทำหมด ซึ่งเป็นบริษัทที่ไม่เล็กแต่ก็ไม่ใหญ่มากสามารถสร้างรายได้เลี้ยงทุกคนในครอบครัวของเธอได้อย่างไม่ลำบาก
ปณิตารู้ดีว่าการที่เธอทำตามความฝันนี้ มันเหมือนไปเอาเปรียบพี่ชาย แต่เธอก็วางแผนไว้แล้วว่าถ้าคาเฟ่ของเธอเริ่มอยู่ตัวหญิงสาวก็จะเข้ามาช่วยงานพี่ชายของเธอบ้าง แต่ก่อนอื่นเธอต้องจัดการกับปัญหาบ้า ๆ นี้ก่อน
นั่งคิดอะไรเรื่อยเปื่อยไปได้สักพักรถแท็กซี่ก็วิ่งมาถึงถนนเลียบชายหาด นานแล้วที่เธอไม่ได้มาทะเล ผืนน้ำสีฟ้าที่ยาวสุดลูกหูลูกตาช่วยให้เธอรู้สึกสบายใจขึ้นมาบ้าง
ความเครียดที่สะสมมาถึงสองวันสองคืนทำให้เธอนอนไม่ค่อยหลับ แต่ธรรมชาติตรงข้างทางนี้กำลังทำให้ปณิตารู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น
รถแท็กซี่เลี้ยวเข้าสู่หน้าโรงแรมหรูที่อยู่ติดกับชายหาด เพียงแค่ข้ามถนนก็สามารถสัมผัสกับน้ำทะเลได้แล้ว
“ถึงแล้วครับ ค่าโดยสาร 1,500 บาทครับ” คนขับรถหันมาแจ้งราคาก็หญิงสาวที่เอาแต่นั่งเหม่อลอยอยู่ที่เบาะหลัง
“อ๋อค่ะ นี่เงินค่ะ” ปณิตาเมื่อได้สติก็รีบควักเงินจ่ายค่าโดยสารไปทันที แล้วหยิบสัมภาระลงจากรถอย่างรวดเร็ว
เรียวขายาวของร่างสมส่วนที่สวมใส่กางเกงยีนขายาวสีน้ำเงินเข้มกับเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อน สะพายกระเป๋าเป้ใบไม่เล็กไม่ใหญ่เดินเข้ามาในโรงแรมหรู
สองเท้าก้าวตรงไปยังล็อบบีต้อนรับลูกค้า ที่มีพนักงานสาวสวยใบหน้าแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางอย่างจัดเต็มยืนต้อนรับอยู่
“สวัสดีค่ะ กู๊ดบีช ยินดีให้บริการค่ะ ไม่ทราบว่าคุณลูกค้าจองห้องพักไว้หรือยังคะ”
“ดิฉันมาขอพบคุณอชิระ เรืองโชติไพศาลค่ะ” พนักงานต้อนรับชะงักไปเล็กน้อยที่อยู่ ๆ ก็มีผู้หญิงที่แต่งตัวดูธรรมดามาก ๆ มาขอพบเจ้านาย
“ไม่ทราบว่าได้นัดไว้ก่อนไหมคะ”
“เอ่อ...ไม่ได้นัดค่ะ แต่คุณอชิระให้คุณแทนคุณโทรมาแจ้งให้ดิฉันมาที่นี่ค่ะ”
“ขอทราบชื่อคุณด้วยนะคะ เดี๋ยวดิฉันจะโทรไปแจ้งกับเลขาของคุณอชิระก่อนค่ะ”
“ปณิตาค่ะ”
“เดี๋ยวเชิญคุณนั่งรอสักครู่นะคะ” พนักงานกล่าวพร้อมกับผายมือไปทางโซฟารับแขกเพื่อให้ปณิตาไปนั่งรอด้านนั้นก่อน
ปณิตาจึงเดินไปนั่งรอที่ตรงโซฟา ถามว่าทำไมเธอไม่โทรไปหาแทนคุณ คำตอบคือเธอโทรแล้วแต่...เขาไม่รับ
รอเพียงไม่นานพนักงานต้อนรับคนเดิมก็เดินตรงมาหาเธอ
“คุณอชิระยังไม่เข้ามานะคะ แล้วท่านมีประชุมสำคัญช่วงเช้า ท่านบอกให้คุณนั่งรอตรงนี้ก่อนนะคะ เดี๋ยวประชุมเสร็จท่านจะให้คนมาพาคุณขึ้นไปพบค่ะ”
“ค่ะ ขอบคุณมากค่ะ”
หญิงสาวยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดูเวลา ตอนนี้ก็เพิ่งจะแปดโมงครึ่ง อย่างนั้นเธอไปหากาแฟสักแก้วมาดื่มให้สดชื่นก่อนดีกว่า
ปณิตาหันรีหันขวางอยู่สักพักก็เห็นร้านกาแฟเล็ก ๆ อยู่ตรงมุมทางเดินไปขึ้นลิฟต์ เธอจึงรีบเดินไปสั่งกาแฟ ด้วยความรีบร้อนทำให้เธอไม่ทันระวังเดินไปชนเข้ากับพนักงานของโรงแรมที่เดินมาสั่งกาแฟเหมือนกัน
“โอ๊ย/โอ๊ย”
“ขอโทษค่ะคุณ เจ็บตรงไหนไหมคะ” ปณิตารีบสำรวจอีกฝ่ายทันทีว่าเธอคนนั้นบาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่า
“นี่แกเดินประสาอะไรห้ะ บ้าที่สุด” หญิงสาวในชุดพนักงานต้อนรับใบหน้าอัดแน่นด้วยเครื่องสำอาง เธอเป็นผู้หญิงสวย หุ่นดี ขนาดเธอเป็นผู้หญิงเหมือนกันยังอดที่มองผู้หญิงตรงหน้าไม่ได้เลย ถ้าไม่นับรวมกับอาการเหวี่ยงวีนของเธอตอนนี้นะ
“มัวแต่ยืนบื้ออยู่ได้มาช่วยฉันเก็บของสิ”
“ค่ะ ๆ ขอโทษค่ะ” ปณิตากระวีกระวาดไปช่วยเก็บกระเป๋าถือแบรนด์หรูที่ราคาเกือบ ๆ ครึ่งแสนขึ้นมาส่งให้กับเธอคนนั้น อดที่จะแปลกใจไม่ได้ว่าพนักงานโรงแรมนี้เงินเดือนเท่าไรกันนะถึงใช้กระเป๋าใบละหลายหมื่นแบบนี้
“ชิ อารมณ์เสีย” หญิงสาวคนนั้นกระชากกระเป๋าไปจากมือของเธอ มองปณิตาด้วยสายตาไม่พอใจแล้วสะบัดใบหน้าเดินเข้าห้องพักพนักงานไปทันที
“ไม่เลยค่ะ แล้วพี่พอร์ชล่ะคะเหนื่อยไหม” น้ำเสียงหวานเอ่ยถามผู้เป็นสามี พลางรับเสื้อสูทของเขามาถือไว้เอง “แค่ได้เห็นหน้าปริมกับลูก พี่ก็หายเหนื่อยแล้วครับ” ชายหนุ่มกล่าวพร้อมกับเดินไปนั่งยังเก้าอี้หัวโต๊ะใกล้ ๆ กับเด็กน้อยปันปันที่นั่งเคี้ยวข้าวจนแก้มตุ่ย บนโต๊ะอาหารมีเสียงหัวเราะพูดคุยกัน ทั้งหยอกล้อกันไปมาของสามคนพ่อแม่ลูก ซึ่งในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าครอบครัวของเขาและเธอก็จะใหญ่ขึ้นแล้ว “ป้อป้อ อมข้าว” เด็กน้อยปันปันรีบฟ้องแม่ทันทีที่เห็นคุณพ่อของเขานั่งเฉย ๆ “คุณพ่อไม่ได้อมข้าวนะคะ แต่คุณพ่ออิ่มแล้วค่ะ” ปณิตาเอ่ยอธิบายกับลูกสาวด้วยรอยยิ้มสดใส อชิระนั่งมองผู้หญิงที่เขารักมากที่สุดทั้งสองคนด้วยสายตาที่เปี่ยมล้นไปด้วยความสุข จากผู้ชายเสเพลไม่เคยคิดจะมีครอบครัวไม่เคยอยากมีลูก จนได้มารู้จักกับผู้หญิงที่ชื่อปณิตา เพียงเพราะความต้องการเอาชนะของเขาทำให้เราได้ใกล้ชิดกัน แต่สุดท้ายเขาก็แพ้ให้เธออย่างราบคาบ แพ้ในความดีของเธอ แพ้ในความอ่อนหวานของเธอ “ป้ออุ้ม ป้ออุ้ม” เมื่อทานข้าวอิ่มเด็กน้อยก็ชูมือเพื่ออ้อนผู้เป
เมื่ออชิระบรรจงสวมแหวนที่นิ้วเรียวเรียบร้อย ทั้งสองก็โผเข้ากอดกัน เมื่อผละร่างกายออกจากกันมือหนาก็ประคองใบหน้าสวยขึ้นมาใช้นิ้วโป้งทั้งสองข้างเช็ดคราบน้ำตาให้อย่างแผ่วเบาแล้วค่อย ๆ ประกบริมฝีปากมอบจูบดูดดื่มสุดหวานล้ำให้แก่กัน ทั้งสองผลัดกันสอดแทรกแลกลิ้นกันไปมาอย่างไม่มีใครยอมใคร แต่ก่อนที่อะไรต่อมิอะไรจะเลยเถิดไปมากกว่านี้ไฟในห้องก็สว่างพรึบขึ้นมาเผยให้เห็นบุคคลที่อยู่ในห้องนี้มีทั้งคุณพ่อคุณแม่ของเธอและเขา พี่ป้อง พี่คิน พราวฟ้า พี่ติณ พี่ธีร์ และเพลงขวัญเพื่อนรักของเธอ ขาดก็แต่ยัยเค้กน้องสาวของพี่คินซึ่งไปเรียนต่อต่างประเทศอีก 2 ปีถึงจะกลับมา ทุกคนเข้ามาแสดงความยินดีกับเขาและเธอ ปณิตาไม่เคยคิดว่าเธอจะถูกขอแต่งงาน ตั้งแต่ตั้งท้องเพียงแค่มีครอบครัวที่อบอุ่นหญิงสาวก็ไม่เคยเรียกร้องอะไรจากเขาเลย แต่ภาพจำในวันนี้มันดีต่อใจของเธอมาก ๆ ไม่น่าเชื่อว่าผู้ชายที่ปากร้าย เอาแต่ใจตัวเองอย่างอชิระจะโรแมนติกได้มากขนาดนี้ “ทุกคนมาได้ยังไงคะ” ปณิตาเอ่ยถามทุกคนด้วยสีหน้ามึนงงผสมปนเปไปกับความตื้นตัน “ถามว่าที่เจ้าบ่าวของลูกเถอะ เป็นคนวางแผน
“จริง ๆ แล้วพี่ไม่ได้ชอบทะเลหรอกนะ เวลาที่มองไปแล้วหาจุดสิ้นสุดไม่เจอ มันทำให้พี่รู้สึกเหงาและโดดเดี่ยว พี่ชอบอยู่ใกล้ป่าใกล้ภูเขา ฟังเสียงนกร้องยามเช้ามันสดใสดีนะ ตอนเรียนจบใหม่ ๆ พี่เคยขอพ่อไปสร้างรีสอร์ตที่เขาใหญ่ แต่พ่อไม่ยอมเพราะท่านต้องการให้ลูกชายเพียงคนเ ดียวบริหารโรงแรมของตระกูลต่อจากท่าน ด้วยความเป็นวัยรุ่นก็เลยไม่ได้จริงจังกับความฝันตัวเองมากนัก เลยทำตามความต้องการของครอบครัวไป” อชิระเอ่ยเล่าเรื่องราวความฝันของตัวเองไปเรื่อย ๆ สายตาทอดมองท้องทะเลที่ไกลสุดลูกหูลูกตาที่วันนี้มันไม่ได้โดดเดี่ยวเหมือนเมื่อก่อนแล้ว เพราะมือคนที่เขารักมานั่งอยู่เคียงข้างกัน มือข้างหนึ่งถือแก้วไวน์แล้วจิบมันไปเรื่อย ๆ ส่วนมืออีกข้างก็โอบกอดหญิงสาวอันเป็นที่รักให้เอนซบศีรษะมาบนไหล่แกร่ง “พี่ชื่นชมในตัวปริมนะครับที่สามารถทำอะไรตามความฝันได้ขนาดนี้ ตอนพี่อายุเท่าปริมแค่จะมาทำงานให้ตรงเวลายังยากเลย” เขาเล่าเรื่องราวของตัวเองไปเรื่อย ๆ พร้อมกับชื่นชมคนตัวเล็กข้างกายจากใจจริง “แต่ตอนนี้พี่พอร์ชเป็นผู้บริหารที่เก่งมากนะคะ ทุกอย่างกำลังไปได้สวยเลย” หญิงสาวพูดความจริงเพราะโรงแรมของเ
“ปริมทำไมกินเยอะขนาดนี้ รู้ไหมว่ามันไม่ดีต่อสุขภาพ ของพวกนี้มันไม่มีประโยชน์” เขาเอ่ยเตือนไปด้วยความเป็นห่วงแต่คนท้องขี้น้อยใจกลับเบะปากทำท่าจะร้องไห้เพราะถูกตำหนิ “ก็มันอร่อยนี่คะ ฮึก ทำไมต้องดุปริมด้วย ฮึก พี่พอร์ชเบื่อปริมแล้วใช่ไหม เพราะปริมอ้วนขึ้นใช่ไหม พี่พอร์ชถึงไม่รักปริมเหมือนเดิม” ความน้อยใจถาโถมเข้ามาจนปณิตาร้องไห้โฮออกมาเสียงดังลั่นอย่างลืมอาย ทำให้ป้าดาที่ซักผ้าอยู่ข้างบ้านต้องวิ่งเข้ามาดูด้วยความตกใจ “ไม่ใช่นะครับ ไปกันใหญ่แล้วปริม พี่แค่เป็นห่วง ไม่อยากให้กินพวกของย่อยยาก ๆ แล้วของพวกนี้มันก็น้ำตาลเยอะด้วย อะ ๆ พี่ไม่ห้ามแล้วครับ ไปหาหมอไปดูเจ้าตัวเล็กกันนะครับ” ร่างสูงโอบกอดปลอบประโลม พลางประคองร่างเล็กเดินไปยังลานจอดรถหน้าบ้านอย่างเอาอกเอาใจ@โรงพยาบาล “ตื่นเต้นไหมคะคุณพ่อคุณแม่ นี่คือเอกสารยืนยันเพศของเจ้าตัวเล็กนะคะ” คุณหมอเอ่ยด้วยน้ำเสียงใจดีพร้อมกับส่งซองเอกสารมาให้คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ได้เปิดดูเอง อชิระรับเอกสารมาแล้วค่อย ๆ เปิดดูด้วยมือที่สั่นเทา เขาตื่นเต้นมากจนไม่อาจควบคุมตัวเองได้ ส่วนปณิตาก็มองเอกสารที่กำลังจะเค
ก๊อก ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะประตูดังขึ้น ทำให้ปณิตารีบผละตัวออกจากร่างหนา แต่มีหรือที่แรงของเธอจะสู้แรงของผู้ชายได้ อชิระดึงให้เธอนั่งอยู่บนขอบเตียงคนไข้โดยมีเขาสวมกอดเธออยู่ทางด้านหลัง “อยู่เฉย ๆ อย่าดิ้นนะครับ เข้ามา” เมื่อกระซิบสั่งหญิงสาวแล้ว อชิระก็เอ่ยอนุญาตคนที่เคาะประตูอยู่หน้าห้อง ปณิตาไม่อยากจะขัดขืนให้เหนื่อยเปล่า จึงนั่งอยู่เฉย ๆ ปล่อยให้เขากอดแบบนั้นจนกว่าจะพอใจ คมบอดี้การ์ดของอชิระเดินถือถุงของกินพวงใหญ่เข้ามาอย่างพะรุงพะรัง “พี่พอร์ช ปล่อยปริมก่อนนะคะ เดี๋ยวปริมไปช่วยคุณคมจัดของก่อน” “ไม่ต้องครับ ปล่อยคมจัดการไปปริมนั่งเฉย ๆ ให้พี่กอดก็พอ” คนเอาแต่ใจก็ยังคงกอดรั้งเธอไว้แน่น โดยไม่สนใจสักนิดว่าห้องนี้ไม่ได้อยู่กันเพียงลำพัง ปณิตาทำได้เพียงก้มหน้างุดปล่อยให้เขากอดเธอไว้แบบนั้น จนคมจัดอาหารเรียงบนโต๊ะเรียบร้อยกลิ่นอาหารหอมฉุยก็โชยฟุ้งไปทั่วห้อง “เอื๊อก!” เสียงกลืนน้ำลายด้วยความหิวโหยดังจนร่างแกร่งที่โอบกอดเธอเอาไว้ได้ยินชัด เขายกยิ้มอย่างนึกเอ็นดู “หิวแล้วใช่ไหม ไปกินข้าวสิครับ พี่ส
“ไม่ได้ค่ะ...ท่านี้ไม่ได้” มื อบางผลักร่างหนาให้นั่งไปบนฝาชักโครกที่ถูกปิดเอาไว้อชิระงุนงงกับการกระทำของหญิงสาวยิ่งนัก ผู้หญิงที่เรียบร้อย ขี้อาย เพียงแค่โดนเขาหอมแก้มใบหน้าก็แดงก่ำแล้ว แต่ตอนนี้เธอกำลังขึ้นคร่อมเขาแล้วหย่อนสะโพกลงเพื่อให้โพรงรักอ่อนนุ่มกลืนกินท่อนเอ็นใหญ่ของเขาเข้าไปทีละนิดตอนนี้คนที่ตื่นเต้นจนแทบเสียอาการกลับเป็นคนที่มากประสบการณ์ที่รู้สึกว่าแม่กระต่ายน้อยของเขาได้กลายร่างเป็นแม่เสือสาวที่พร้อมจะขย้ำเหยื่ออย่างเขาแล้ว“ซี้ด อ่า เก่งจังที่รัก” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยชมหญิงสาวที่ตอนนี้เริ่มขยับตัวขึ้นลงเบา ๆ แล้ว“อ๊ะ คุณพอร์ช ปริมเสียว” ปณิตาตอนนี้ช่างร้อนแรงจนอชิระแทบตั้งรับไม่ทัน“เรียกพี่นะครับ เมียตัวน้อยของพี่” เมื่อได้ยินสรรพนามหยอกเย้าใบหน้าหวานที่บัดนี้เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ นอกจากจะแดงซ่านด้วยความเสียดเสียวแล้ว ยังร้อนผ่าวด้วยความเขินอายเพิ่มเข้าไปอีก“ค่ะ อ๊ะ พี่พอร์ช ปริมเสียวจังค่ะ” เสียงหวานครางกระเซ่าอย่างลืมอาย ลืมสิ้นว่าตอนนี้พวกเขาอยู่ที่โรงพยาบาลกันความจุกแน่นที่ไม่ได้สร้างความอึดอัด แต่กลับเพิ่มความเสียวให้เพิ่มมากขึ้นเป็นเท่าทวีคูณ ร่างเล็กจึงเร่งขยับโ







