LOGINเธอต้องมาใช้หนี้ที่ตัวเองไม่ได้ก่อ กับเขาที่ใช้สัญญาหนี้มาบีบบังคับเธอเอาไว้ "ระหว่างเราถือว่าเป็นข้อแลกเปลี่ยนกันเธอนอนกับฉันจนครบกำหนด 3 เดือน ฉันจะคืนของของเธอจากนั้นเราคือคนที่ไม่รู้จักกัน"
View More“ไม่เลยค่ะ แล้วพี่พอร์ชล่ะคะเหนื่อยไหม” น้ำเสียงหวานเอ่ยถามผู้เป็นสามี พลางรับเสื้อสูทของเขามาถือไว้เอง “แค่ได้เห็นหน้าปริมกับลูก พี่ก็หายเหนื่อยแล้วครับ” ชายหนุ่มกล่าวพร้อมกับเดินไปนั่งยังเก้าอี้หัวโต๊ะใกล้ ๆ กับเด็กน้อยปันปันที่นั่งเคี้ยวข้าวจนแก้มตุ่ย บนโต๊ะอาหารมีเสียงหัวเราะพูดคุยกัน ทั้งหยอกล้อกันไปมาของสามคนพ่อแม่ลูก ซึ่งในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าครอบครัวของเขาและเธอก็จะใหญ่ขึ้นแล้ว “ป้อป้อ อมข้าว” เด็กน้อยปันปันรีบฟ้องแม่ทันทีที่เห็นคุณพ่อของเขานั่งเฉย ๆ “คุณพ่อไม่ได้อมข้าวนะคะ แต่คุณพ่ออิ่มแล้วค่ะ” ปณิตาเอ่ยอธิบายกับลูกสาวด้วยรอยยิ้มสดใส อชิระนั่งมองผู้หญิงที่เขารักมากที่สุดทั้งสองคนด้วยสายตาที่เปี่ยมล้นไปด้วยความสุข จากผู้ชายเสเพลไม่เคยคิดจะมีครอบครัวไม่เคยอยากมีลูก จนได้มารู้จักกับผู้หญิงที่ชื่อปณิตา เพียงเพราะความต้องการเอาชนะของเขาทำให้เราได้ใกล้ชิดกัน แต่สุดท้ายเขาก็แพ้ให้เธออย่างราบคาบ แพ้ในความดีของเธอ แพ้ในความอ่อนหวานของเธอ “ป้ออุ้ม ป้ออุ้ม” เมื่อทานข้าวอิ่มเด็กน้อยก็ชูมือเพื่ออ้อนผู้เป
เมื่ออชิระบรรจงสวมแหวนที่นิ้วเรียวเรียบร้อย ทั้งสองก็โผเข้ากอดกัน เมื่อผละร่างกายออกจากกันมือหนาก็ประคองใบหน้าสวยขึ้นมาใช้นิ้วโป้งทั้งสองข้างเช็ดคราบน้ำตาให้อย่างแผ่วเบาแล้วค่อย ๆ ประกบริมฝีปากมอบจูบดูดดื่มสุดหวานล้ำให้แก่กัน ทั้งสองผลัดกันสอดแทรกแลกลิ้นกันไปมาอย่างไม่มีใครยอมใคร แต่ก่อนที่อะไรต่อมิอะไรจะเลยเถิดไปมากกว่านี้ไฟในห้องก็สว่างพรึบขึ้นมาเผยให้เห็นบุคคลที่อยู่ในห้องนี้มีทั้งคุณพ่อคุณแม่ของเธอและเขา พี่ป้อง พี่คิน พราวฟ้า พี่ติณ พี่ธีร์ และเพลงขวัญเพื่อนรักของเธอ ขาดก็แต่ยัยเค้กน้องสาวของพี่คินซึ่งไปเรียนต่อต่างประเทศอีก 2 ปีถึงจะกลับมา ทุกคนเข้ามาแสดงความยินดีกับเขาและเธอ ปณิตาไม่เคยคิดว่าเธอจะถูกขอแต่งงาน ตั้งแต่ตั้งท้องเพียงแค่มีครอบครัวที่อบอุ่นหญิงสาวก็ไม่เคยเรียกร้องอะไรจากเขาเลย แต่ภาพจำในวันนี้มันดีต่อใจของเธอมาก ๆ ไม่น่าเชื่อว่าผู้ชายที่ปากร้าย เอาแต่ใจตัวเองอย่างอชิระจะโรแมนติกได้มากขนาดนี้ “ทุกคนมาได้ยังไงคะ” ปณิตาเอ่ยถามทุกคนด้วยสีหน้ามึนงงผสมปนเปไปกับความตื้นตัน “ถามว่าที่เจ้าบ่าวของลูกเถอะ เป็นคนวางแผน
“จริง ๆ แล้วพี่ไม่ได้ชอบทะเลหรอกนะ เวลาที่มองไปแล้วหาจุดสิ้นสุดไม่เจอ มันทำให้พี่รู้สึกเหงาและโดดเดี่ยว พี่ชอบอยู่ใกล้ป่าใกล้ภูเขา ฟังเสียงนกร้องยามเช้ามันสดใสดีนะ ตอนเรียนจบใหม่ ๆ พี่เคยขอพ่อไปสร้างรีสอร์ตที่เขาใหญ่ แต่พ่อไม่ยอมเพราะท่านต้องการให้ลูกชายเพียงคนเ ดียวบริหารโรงแรมของตระกูลต่อจากท่าน ด้วยความเป็นวัยรุ่นก็เลยไม่ได้จริงจังกับความฝันตัวเองมากนัก เลยทำตามความต้องการของครอบครัวไป” อชิระเอ่ยเล่าเรื่องราวความฝันของตัวเองไปเรื่อย ๆ สายตาทอดมองท้องทะเลที่ไกลสุดลูกหูลูกตาที่วันนี้มันไม่ได้โดดเดี่ยวเหมือนเมื่อก่อนแล้ว เพราะมือคนที่เขารักมานั่งอยู่เคียงข้างกัน มือข้างหนึ่งถือแก้วไวน์แล้วจิบมันไปเรื่อย ๆ ส่วนมืออีกข้างก็โอบกอดหญิงสาวอันเป็นที่รักให้เอนซบศีรษะมาบนไหล่แกร่ง “พี่ชื่นชมในตัวปริมนะครับที่สามารถทำอะไรตามความฝันได้ขนาดนี้ ตอนพี่อายุเท่าปริมแค่จะมาทำงานให้ตรงเวลายังยากเลย” เขาเล่าเรื่องราวของตัวเองไปเรื่อย ๆ พร้อมกับชื่นชมคนตัวเล็กข้างกายจากใจจริง “แต่ตอนนี้พี่พอร์ชเป็นผู้บริหารที่เก่งมากนะคะ ทุกอย่างกำลังไปได้สวยเลย” หญิงสาวพูดความจริงเพราะโรงแรมของเ
“ปริมทำไมกินเยอะขนาดนี้ รู้ไหมว่ามันไม่ดีต่อสุขภาพ ของพวกนี้มันไม่มีประโยชน์” เขาเอ่ยเตือนไปด้วยความเป็นห่วงแต่คนท้องขี้น้อยใจกลับเบะปากทำท่าจะร้องไห้เพราะถูกตำหนิ “ก็มันอร่อยนี่คะ ฮึก ทำไมต้องดุปริมด้วย ฮึก พี่พอร์ชเบื่อปริมแล้วใช่ไหม เพราะปริมอ้วนขึ้นใช่ไหม พี่พอร์ชถึงไม่รักปริมเหมือนเดิม” ความน้อยใจถาโถมเข้ามาจนปณิตาร้องไห้โฮออกมาเสียงดังลั่นอย่างลืมอาย ทำให้ป้าดาที่ซักผ้าอยู่ข้างบ้านต้องวิ่งเข้ามาดูด้วยความตกใจ “ไม่ใช่นะครับ ไปกันใหญ่แล้วปริม พี่แค่เป็นห่วง ไม่อยากให้กินพวกของย่อยยาก ๆ แล้วของพวกนี้มันก็น้ำตาลเยอะด้วย อะ ๆ พี่ไม่ห้ามแล้วครับ ไปหาหมอไปดูเจ้าตัวเล็กกันนะครับ” ร่างสูงโอบกอดปลอบประโลม พลางประคองร่างเล็กเดินไปยังลานจอดรถหน้าบ้านอย่างเอาอกเอาใจ@โรงพยาบาล “ตื่นเต้นไหมคะคุณพ่อคุณแม่ นี่คือเอกสารยืนยันเพศของเจ้าตัวเล็กนะคะ” คุณหมอเอ่ยด้วยน้ำเสียงใจดีพร้อมกับส่งซองเอกสารมาให้คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ได้เปิดดูเอง อชิระรับเอกสารมาแล้วค่อย ๆ เปิดดูด้วยมือที่สั่นเทา เขาตื่นเต้นมากจนไม่อาจควบคุมตัวเองได้ ส่วนปณิตาก็มองเอกสารที่กำลังจะเค





