Masuk“เฮ้อ...โรคจิตชะมัดเลย รับโทรศัพท์ไปทำแบบนั้นไป คนปกติที่ไหนเขาทำกัน” ปณิตานั่งสบถกับตัวเองถึงผู้ชายที่เพิ่งวางสายไป เธอไม่ได้สนใจอยู่แล้วว่าเขาจะทำอะไรอยู่แต่อย่างน้อยถ้าจะรับโทรศัพท์จะไม่หยุดทำสักนิดเหรอ
หญิงสาวนั่งรอสายจากคนที่บอกว่าจะโทรกลับมาจนตอนนี้เวลาได้ล่วงเลยไปถึงสามชั่วโมงแล้ว แต่ก็ยังไร้วี่แววอยู่แบบนั้น เธอนั่งประมวลผลความคิดตัวเองว่าควรจะโทรไปเองดีหรือจะนั่งรอต่อไปแบบนี้ แต่นี่มันก็ดึกมากแล้วถ้าเธอโทรกลับไปอีกครั้งแล้วเกิดเขายัง......ทำธุระไม่เสร็จ แล้วพาลมาหงุดหงิดเธออาจจะทำให้การเจรจาของเธอกับเขานั้นยากลำบากยิ่งขึ้น
เมื่อคิดได้ดังนั้นร่างบางก็เดินไปหยิบผ้าขนหนูแล้วเดินไปเข้าห้องน้ำเพื่ออาบน้ำชำระล้างร่างกาย วันนี้เธอร้องไห้จนเพลียมากแล้ว คืนนี้ต้องนอนพักผ่อนก่อนพรุ่งนี้จะได้มีเรี่ยวแรงที่จะเผชิญกับปัญหาที่ตัวเองนั้นไม่ได้ก่อมันขึ้นมา
ห้องพักผู้บริหาร โรงแรม กู๊ดบีช รีสอร์ต แอนด์ สปา
ร่างสูงโปร่งที่ร่างกายมีเพียงชุดคลุมอาบน้ำปิดบังร่างกายยืนสูบบุหรี่รับลมอยู่ที่ริมระเบียงของห้อง ลมจากชายทะเลปะทะเข้ากับใบหน้าหล่อเหลาเป็นระลอกทำให้ชายหนุ่มรู้สึกอารมณ์ดีขึ้นไปอีก
ความสงบอยู่ได้เพียงไม่นานก็มีมือเรียวบางสวมกอดจากทางด้านหลังโอบกระชับรอบเอวแกร่ง ใบหน้าสวยที่แต่งเติมด้วยเครื่องสำอางอย่างจัดเต็มเอียงซบกับแผ่นหลังกว้างเพื่อสูดดมกลิ่นกายหอมจากชายหนุ่มที่เธออยากจับเขาไว้ให้อยู่ในกำมือจนเต็มปอด แต่การกระทำของเธอนั้นกลับสร้างความหงุดหงิดให้กับอีกฝ่ายขึ้นมา คิ้วหนาขมวดมุ่นด้วยความขัดใจ
“ทำไมยังไม่กลับไปอีก”
“คุณพอร์ชจะไม่ให้ลูกศรค้างด้วยจริง ๆ เหรอคะ” หญิงสาวพยายามออดอ้อนออเซาะ เอาอกเอาใจเขาทุกกระบวนท่า หวังว่าสักวันหนึ่งเธอจะมีโอกาสเป็นตัวจริงของเขามากกว่าแค่คู่นอนที่พอเสร็จแล้วก็ไล่ออกจากห้องอย่างเช่นทุกวันนี้
“ลืมอะไรไปหรือเปล่า ฉันบอกไปหลายครั้งแล้วว่าไม่ชอบคนพูดไม่รู้เรื่อง” น้ำเสียงที่ดูนิ่งเรียบทำให้ลูกศรรีบปล่อยมือออกจากร่างแกร่งทันที เธอรับรู้ได้ว่าเขากำลังไม่พอใจเธอแน่ ๆ
ร่างสูงแกร่งดับก้นกรองบุหรี่ แล้วก้าวเดินผ่านหญิงสาวเข้าไปในห้องนอนโดยไม่แม้แต่จะแยแสสักนิดว่าเธอจะรู้สึกอย่างไรกับท่าทีของเขา
“แต่งตัวเสร็จก็ออกไปได้แล้ว ฉันจะพักผ่อน” ร่างสูงพูดจบก็เดินหายเข้าไปในห้องน้ำโดยไม่รอให้ลูกศรได้พูดตอบอะไร
ลูกศรรู้สึกหงุดหงิดเป็นอย่างมากที่ชายหนุ่มไม่เคยสนใจเธอเลย พออยากได้ก็ให้ลูกน้องไปตาม เสร็จแล้วก็ถีบหัวเธอส่งอย่างไม่ไยดี
“หึ...สักวันหนึ่งฉันจะทำให้คุณหลงฉันหัวปักหัวปำให้ได้คุณพอร์ช” เธอสบถกับตัวเองในระหว่างกำลังเร่งรีบแต่งตัว ลูกศรรู้ดีว่าต้องรีบออกจากห้องนี้ไปก่อนที่เขาจะออกมาจากห้องน้ำ เพราะถ้าออกมาแล้วยังเจอเธออยู่ในห้องเขาคงไม่พอใจจนอาจจะเลิกเรียกเธอมาหาอีกก็ได้ ลูกศรได้แต่ท่องไว้ในใจให้อดทนไว้ เธอต้องอดทนเพื่อเป้าหมายที่สูงกว่านี้
ปัง!
เสียงประตูห้องพักปิดลงตามอารมณ์ฉุนเฉียวของคนที่กำลังเดินออกไป ทำให้ชายหนุ่มที่กำลังนอนแช่อยู่ในอ่างน้ำวนลืมตาขึ้นมา มุมปากหนายกขึ้นแสยะยิ้มให้การกระทำของผู้หญิงที่เพิ่งเดินออกไปจากห้องของเขา
ลูกศร คือผู้หญิงที่เขาถูกใจมาก เธอเป็นพนักงานต้อนรับในโรงแรมและด้วยรูปร่างหน้าตาที่ สวย เอ็กซ์ เซ็กซี่ และที่สำคัญเธอเป็นงาน ตามใจเขาบำเรอให้เขาทุกอย่าง จึงทำให้เขาเรียกเธอมาหาบ่อย ๆ ใครจะว่าเขาเป็นสมภารกินไก่วัด แล้วยังไงล่ะก็ในเมื่อเธอเสนอมาเสียขนาดนั้นเขาก็แค่สนองเท่านั้นเอง
ผู้หญิงทุกคนที่เขามีความสัมพันธ์ด้วยต้องยอมรับกฎของการไม่ผูกมัดเขาไว้กับตัวเธอ ถึงจะอยู่ร่วมกันกับเขาได้ เพราะเซ็กซ์ที่เกิดขึ้นนั้นก็เกิดจากความยินยอมพร้อมใจกันทั้งสองฝ่าย และต่างคนต่างก็สนุกกับมัน แล้วเขาก็ตอบแทนเป็นเงินก้อนโตให้กับเหล่าคู่ขาได้ใช้สอยอย่างสุขสบาย
แต่ตอนนี้เขาคงต้องคิดใหม่เสียแล้วเพราะลูกศรเริ่มจะอยู่ไม่เป็นแล้ว ในเมื่อไม่เป็นไปตามที่ตกลงกันก็คงอยู่ด้วยกันได้ยาก
ติ๊ง! ติ๊ง!
ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมา มือหนาเอื้อมไปหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดูรายงานจากแทนคุณซึ่งเป็นเลขาส่วนตัวของเขาและควบตำแหน่งทนายประจำตัวเขาไปด้วย
ริมฝีปากหนายกยิ้มกับประวัติส่วนตัวของผู้หญิงที่กล้าเมินเขาถึงสองครั้งสองครา จะว่าเขาบ้าก็ได้แต่คนที่เพียบพร้อมทุกอย่าง อย่าง อชิระ เรืองโชติไพศาล กลับถูกผู้หญิงธรรมดา ๆ คนหนึ่งเมินถึงสองครั้ง มันทำให้เลือดในความอยากเอาชนะของเขาพุงทะยานขึ้นสูง
“หึ ฉันจะทำให้เธอมาสยบให้ฉันให้ได้ ปณิตา”
ดวงตาคมไล่อ่านประวัติส่วนตัวของเธอคร่าว ๆ ฐานะทางบ้านก็ไม่ธรรมดา แต่อย่างว่าเป็นถึงญาติไอ้คิน เพื่อนรักของเขาก็ต้องมีฐานะและหน้าตาทางสังคมระดับหนึ่งอยู่แล้ว แต่แล้วเขาต้องแปลกใจที่จริง ๆ แล้ว พ่อของเธอไม่ใช่น้องชายแท้ ๆ ของแม่ไอ้คินเพื่อนรักของเขา แต่กลับเป็นแค่น้องบุญธรรม และธุรกิจบริษัทโฆษณาของที่บ้านเธอก็กำลังไปได้ด้วยดี แต่น่าแปลกทายาทกลับไปเปิดคาเฟ่เล็ก ๆ ที่ต่างจังหวัดแทนที่จะช่วยกันบริหารงานของที่บ้าน เธอก็คงเป็นลูกคุณหนูเอาแต่ใจสินะ
“น่าสนุกดี คืนนี้ก็ปล่อยให้รอโทรศัพท์ฉันไปก่อนแล้วกัน” ชายหนุ่มพึมพำกับตัวเองแล้วเอนศีรษะไปพิงกับขอบอ่างจากุซซี่อย่างผ่อนคลาย เพื่อให้น้ำวนในอ่างได้ช่วยผ่อนคลายความเหนื่อยล้าของร่างกายจากการทำงานและศึกสวาทที่เพิ่งผ่านมาเมื่อสักครู่นี้
“ไม่เลยค่ะ แล้วพี่พอร์ชล่ะคะเหนื่อยไหม” น้ำเสียงหวานเอ่ยถามผู้เป็นสามี พลางรับเสื้อสูทของเขามาถือไว้เอง “แค่ได้เห็นหน้าปริมกับลูก พี่ก็หายเหนื่อยแล้วครับ” ชายหนุ่มกล่าวพร้อมกับเดินไปนั่งยังเก้าอี้หัวโต๊ะใกล้ ๆ กับเด็กน้อยปันปันที่นั่งเคี้ยวข้าวจนแก้มตุ่ย บนโต๊ะอาหารมีเสียงหัวเราะพูดคุยกัน ทั้งหยอกล้อกันไปมาของสามคนพ่อแม่ลูก ซึ่งในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าครอบครัวของเขาและเธอก็จะใหญ่ขึ้นแล้ว “ป้อป้อ อมข้าว” เด็กน้อยปันปันรีบฟ้องแม่ทันทีที่เห็นคุณพ่อของเขานั่งเฉย ๆ “คุณพ่อไม่ได้อมข้าวนะคะ แต่คุณพ่ออิ่มแล้วค่ะ” ปณิตาเอ่ยอธิบายกับลูกสาวด้วยรอยยิ้มสดใส อชิระนั่งมองผู้หญิงที่เขารักมากที่สุดทั้งสองคนด้วยสายตาที่เปี่ยมล้นไปด้วยความสุข จากผู้ชายเสเพลไม่เคยคิดจะมีครอบครัวไม่เคยอยากมีลูก จนได้มารู้จักกับผู้หญิงที่ชื่อปณิตา เพียงเพราะความต้องการเอาชนะของเขาทำให้เราได้ใกล้ชิดกัน แต่สุดท้ายเขาก็แพ้ให้เธออย่างราบคาบ แพ้ในความดีของเธอ แพ้ในความอ่อนหวานของเธอ “ป้ออุ้ม ป้ออุ้ม” เมื่อทานข้าวอิ่มเด็กน้อยก็ชูมือเพื่ออ้อนผู้เป
เมื่ออชิระบรรจงสวมแหวนที่นิ้วเรียวเรียบร้อย ทั้งสองก็โผเข้ากอดกัน เมื่อผละร่างกายออกจากกันมือหนาก็ประคองใบหน้าสวยขึ้นมาใช้นิ้วโป้งทั้งสองข้างเช็ดคราบน้ำตาให้อย่างแผ่วเบาแล้วค่อย ๆ ประกบริมฝีปากมอบจูบดูดดื่มสุดหวานล้ำให้แก่กัน ทั้งสองผลัดกันสอดแทรกแลกลิ้นกันไปมาอย่างไม่มีใครยอมใคร แต่ก่อนที่อะไรต่อมิอะไรจะเลยเถิดไปมากกว่านี้ไฟในห้องก็สว่างพรึบขึ้นมาเผยให้เห็นบุคคลที่อยู่ในห้องนี้มีทั้งคุณพ่อคุณแม่ของเธอและเขา พี่ป้อง พี่คิน พราวฟ้า พี่ติณ พี่ธีร์ และเพลงขวัญเพื่อนรักของเธอ ขาดก็แต่ยัยเค้กน้องสาวของพี่คินซึ่งไปเรียนต่อต่างประเทศอีก 2 ปีถึงจะกลับมา ทุกคนเข้ามาแสดงความยินดีกับเขาและเธอ ปณิตาไม่เคยคิดว่าเธอจะถูกขอแต่งงาน ตั้งแต่ตั้งท้องเพียงแค่มีครอบครัวที่อบอุ่นหญิงสาวก็ไม่เคยเรียกร้องอะไรจากเขาเลย แต่ภาพจำในวันนี้มันดีต่อใจของเธอมาก ๆ ไม่น่าเชื่อว่าผู้ชายที่ปากร้าย เอาแต่ใจตัวเองอย่างอชิระจะโรแมนติกได้มากขนาดนี้ “ทุกคนมาได้ยังไงคะ” ปณิตาเอ่ยถามทุกคนด้วยสีหน้ามึนงงผสมปนเปไปกับความตื้นตัน “ถามว่าที่เจ้าบ่าวของลูกเถอะ เป็นคนวางแผน
“จริง ๆ แล้วพี่ไม่ได้ชอบทะเลหรอกนะ เวลาที่มองไปแล้วหาจุดสิ้นสุดไม่เจอ มันทำให้พี่รู้สึกเหงาและโดดเดี่ยว พี่ชอบอยู่ใกล้ป่าใกล้ภูเขา ฟังเสียงนกร้องยามเช้ามันสดใสดีนะ ตอนเรียนจบใหม่ ๆ พี่เคยขอพ่อไปสร้างรีสอร์ตที่เขาใหญ่ แต่พ่อไม่ยอมเพราะท่านต้องการให้ลูกชายเพียงคนเ ดียวบริหารโรงแรมของตระกูลต่อจากท่าน ด้วยความเป็นวัยรุ่นก็เลยไม่ได้จริงจังกับความฝันตัวเองมากนัก เลยทำตามความต้องการของครอบครัวไป” อชิระเอ่ยเล่าเรื่องราวความฝันของตัวเองไปเรื่อย ๆ สายตาทอดมองท้องทะเลที่ไกลสุดลูกหูลูกตาที่วันนี้มันไม่ได้โดดเดี่ยวเหมือนเมื่อก่อนแล้ว เพราะมือคนที่เขารักมานั่งอยู่เคียงข้างกัน มือข้างหนึ่งถือแก้วไวน์แล้วจิบมันไปเรื่อย ๆ ส่วนมืออีกข้างก็โอบกอดหญิงสาวอันเป็นที่รักให้เอนซบศีรษะมาบนไหล่แกร่ง “พี่ชื่นชมในตัวปริมนะครับที่สามารถทำอะไรตามความฝันได้ขนาดนี้ ตอนพี่อายุเท่าปริมแค่จะมาทำงานให้ตรงเวลายังยากเลย” เขาเล่าเรื่องราวของตัวเองไปเรื่อย ๆ พร้อมกับชื่นชมคนตัวเล็กข้างกายจากใจจริง “แต่ตอนนี้พี่พอร์ชเป็นผู้บริหารที่เก่งมากนะคะ ทุกอย่างกำลังไปได้สวยเลย” หญิงสาวพูดความจริงเพราะโรงแรมของเ
“ปริมทำไมกินเยอะขนาดนี้ รู้ไหมว่ามันไม่ดีต่อสุขภาพ ของพวกนี้มันไม่มีประโยชน์” เขาเอ่ยเตือนไปด้วยความเป็นห่วงแต่คนท้องขี้น้อยใจกลับเบะปากทำท่าจะร้องไห้เพราะถูกตำหนิ “ก็มันอร่อยนี่คะ ฮึก ทำไมต้องดุปริมด้วย ฮึก พี่พอร์ชเบื่อปริมแล้วใช่ไหม เพราะปริมอ้วนขึ้นใช่ไหม พี่พอร์ชถึงไม่รักปริมเหมือนเดิม” ความน้อยใจถาโถมเข้ามาจนปณิตาร้องไห้โฮออกมาเสียงดังลั่นอย่างลืมอาย ทำให้ป้าดาที่ซักผ้าอยู่ข้างบ้านต้องวิ่งเข้ามาดูด้วยความตกใจ “ไม่ใช่นะครับ ไปกันใหญ่แล้วปริม พี่แค่เป็นห่วง ไม่อยากให้กินพวกของย่อยยาก ๆ แล้วของพวกนี้มันก็น้ำตาลเยอะด้วย อะ ๆ พี่ไม่ห้ามแล้วครับ ไปหาหมอไปดูเจ้าตัวเล็กกันนะครับ” ร่างสูงโอบกอดปลอบประโลม พลางประคองร่างเล็กเดินไปยังลานจอดรถหน้าบ้านอย่างเอาอกเอาใจ@โรงพยาบาล “ตื่นเต้นไหมคะคุณพ่อคุณแม่ นี่คือเอกสารยืนยันเพศของเจ้าตัวเล็กนะคะ” คุณหมอเอ่ยด้วยน้ำเสียงใจดีพร้อมกับส่งซองเอกสารมาให้คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ได้เปิดดูเอง อชิระรับเอกสารมาแล้วค่อย ๆ เปิดดูด้วยมือที่สั่นเทา เขาตื่นเต้นมากจนไม่อาจควบคุมตัวเองได้ ส่วนปณิตาก็มองเอกสารที่กำลังจะเค
ก๊อก ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะประตูดังขึ้น ทำให้ปณิตารีบผละตัวออกจากร่างหนา แต่มีหรือที่แรงของเธอจะสู้แรงของผู้ชายได้ อชิระดึงให้เธอนั่งอยู่บนขอบเตียงคนไข้โดยมีเขาสวมกอดเธออยู่ทางด้านหลัง “อยู่เฉย ๆ อย่าดิ้นนะครับ เข้ามา” เมื่อกระซิบสั่งหญิงสาวแล้ว อชิระก็เอ่ยอนุญาตคนที่เคาะประตูอยู่หน้าห้อง ปณิตาไม่อยากจะขัดขืนให้เหนื่อยเปล่า จึงนั่งอยู่เฉย ๆ ปล่อยให้เขากอดแบบนั้นจนกว่าจะพอใจ คมบอดี้การ์ดของอชิระเดินถือถุงของกินพวงใหญ่เข้ามาอย่างพะรุงพะรัง “พี่พอร์ช ปล่อยปริมก่อนนะคะ เดี๋ยวปริมไปช่วยคุณคมจัดของก่อน” “ไม่ต้องครับ ปล่อยคมจัดการไปปริมนั่งเฉย ๆ ให้พี่กอดก็พอ” คนเอาแต่ใจก็ยังคงกอดรั้งเธอไว้แน่น โดยไม่สนใจสักนิดว่าห้องนี้ไม่ได้อยู่กันเพียงลำพัง ปณิตาทำได้เพียงก้มหน้างุดปล่อยให้เขากอดเธอไว้แบบนั้น จนคมจัดอาหารเรียงบนโต๊ะเรียบร้อยกลิ่นอาหารหอมฉุยก็โชยฟุ้งไปทั่วห้อง “เอื๊อก!” เสียงกลืนน้ำลายด้วยความหิวโหยดังจนร่างแกร่งที่โอบกอดเธอเอาไว้ได้ยินชัด เขายกยิ้มอย่างนึกเอ็นดู “หิวแล้วใช่ไหม ไปกินข้าวสิครับ พี่ส
“ไม่ได้ค่ะ...ท่านี้ไม่ได้” มื อบางผลักร่างหนาให้นั่งไปบนฝาชักโครกที่ถูกปิดเอาไว้อชิระงุนงงกับการกระทำของหญิงสาวยิ่งนัก ผู้หญิงที่เรียบร้อย ขี้อาย เพียงแค่โดนเขาหอมแก้มใบหน้าก็แดงก่ำแล้ว แต่ตอนนี้เธอกำลังขึ้นคร่อมเขาแล้วหย่อนสะโพกลงเพื่อให้โพรงรักอ่อนนุ่มกลืนกินท่อนเอ็นใหญ่ของเขาเข้าไปทีละนิดตอนนี้คนที่ตื่นเต้นจนแทบเสียอาการกลับเป็นคนที่มากประสบการณ์ที่รู้สึกว่าแม่กระต่ายน้อยของเขาได้กลายร่างเป็นแม่เสือสาวที่พร้อมจะขย้ำเหยื่ออย่างเขาแล้ว“ซี้ด อ่า เก่งจังที่รัก” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยชมหญิงสาวที่ตอนนี้เริ่มขยับตัวขึ้นลงเบา ๆ แล้ว“อ๊ะ คุณพอร์ช ปริมเสียว” ปณิตาตอนนี้ช่างร้อนแรงจนอชิระแทบตั้งรับไม่ทัน“เรียกพี่นะครับ เมียตัวน้อยของพี่” เมื่อได้ยินสรรพนามหยอกเย้าใบหน้าหวานที่บัดนี้เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ นอกจากจะแดงซ่านด้วยความเสียดเสียวแล้ว ยังร้อนผ่าวด้วยความเขินอายเพิ่มเข้าไปอีก“ค่ะ อ๊ะ พี่พอร์ช ปริมเสียวจังค่ะ” เสียงหวานครางกระเซ่าอย่างลืมอาย ลืมสิ้นว่าตอนนี้พวกเขาอยู่ที่โรงพยาบาลกันความจุกแน่นที่ไม่ได้สร้างความอึดอัด แต่กลับเพิ่มความเสียวให้เพิ่มมากขึ้นเป็นเท่าทวีคูณ ร่างเล็กจึงเร่งขยับโ







