Mag-log inเช้าวันต่อมา เวลา 09.15 น.
ปณิตาเอาแต่นั่งจ้องมือถือของตัวเองอย่างใจจดจ่อ เธอคิด ไม่ตกว่าควรจะเอาอย่างไรดี จะรอต่อไปอย่างไร้จุดหมายหรือจะโทรไปเองเลย
“เขาเป็นนักธุรกิจ อาจจะยุ่งอยู่จนลืมเธอไปก็ได้ ลองโทรสักหน่อยดีกว่า เป็นไงเป็นกัน”
เมื่อทะเลาะกับตัวเองเรียบร้อยแล้วคนตัวเล็กก็คว้ามือถือขึ้นมากดโทรเบอร์โทรออกล่าสุดทันที
อีกด้าน
ชายหนุ่มที่กำลังขับรถเพื่อไปที่โรงแรมซึ่งเป็นธุรกิจของครอบครัวไปอย่างอารมณ์ดี เมื่อคืนเขาไม่ได้นอนพักที่ห้องพักผู้บริหารของโรงแรมเพราะที่นั่นเป็นแค่สนามเชือดของเขา ทุกครั้งที่เสร็จกิจแล้วเขาจะกลับไปนอนที่บ้านพักส่วนตัวเสมอ
Rrrrrrr
เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ดังขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง อชิระทำเพียงแค่ปรายตาไปมองเท่านั้น ร่างสูงยกยิ้มมุมปากอย่างชอบใจเขาอยากให้เธอมาขอร้องอ้อนวอนเขาถึงชลบุรี ถึงแม้เธอจะมีเงินมาคืนเขาแต่อชิระก็ยังมีวิธีอีกมากมายที่จะทำให้ผู้หญิงหยิ่งยโสคนนั้นมายอมศิโรราบให้แก่เขา
“หึ ๆ เธอต้องร้อนรนให้มากกว่านี้ ปณิตา”
รถสปอร์ตสีดำเงาเคลื่อนตัวไปตามถนนเลียบริมหาด จนมาถึงโรงแรม กู๊ดบีช รีสอร์ต แอนด์ สปา เขานำรถไปจอดบนชั้นจอดรถของผู้บริหาร แล้วขึ้นลิฟต์ไปยังชั้นบนสุดของโรงแรม
“เดี๋ยวเรียกประชุมฝ่ายการตลาดตอนบ่ายโมง ให้ผมด้วยนะ” น้ำเสียงเข้มเอ่ยสั่งแทนคุณเลขาหน้าห้องที่รู้ใจเขาเป็นอย่างดี ถามว่าทำไมเลขาของเขาไม่เป็นผู้หญิงก็แม่เขาน่ะสิรู้ทันไปหมดบอกว่าถ้าเอาเลขาผู้หญิงมาลูกชายหัวแก้วหัวแหวนก็ฟาดเรียบหมด
“ครับ คุณพอร์ช”
“อ้อ แล้วช่วยติดต่อผู้หญิงคนนั้นให้มาพบผมที่นี่ที ผมไม่ชอบคุยธุระทางโทรศัพท์”
“แล้วจะให้ผมนัดวันเวลากับทางคุณปณิตาเลยไหมครับ”
“ไม่ต้อง ให้เธอมาเจอเอง ถ้าโชคดีก็ได้เจอผมเอง”
เมื่อเจ้านายเดินเข้าห้องทำงานไปแทนคุณก็ได้แต่ส่ายหน้าเบา ๆ ให้กับเจ้านายของเขา อชิระเป็นคนทำงานเก่ง เป็นเจ้านายที่ดีของเหล่าลูกน้อง เวลาทำงานเขาค่อนข้างจะเข้มงวด มีความละเอียดรอบคอบสูง แต่ถ้ามีใครไปทำให้ผู้ชายคนนี้ไม่พอใจ เขาก็พร้อมจะทำทุกทางเพื่อให้ตนเองชนะคนคนนั้น และแม้คนคนนั้นจะเป็นญาติกับเพื่อนรักของเขาก็ตาม
และอีกอย่างที่แทนคุณรู้ดีก็คืออชิระจะไม่ทำอะไรที่รุนแรงแน่นอน คงจะแค่อยากแกล้งผู้หญิงคนนั้นเท่านั้น เพราะเธอเป็นญาติของพ่อเลี้ยงภาคินเพื่อนรักของอชิระที่คบกันมาตั้งแต่ยังเด็ก อย่างไรอชิระก็ไม่มีทางทำอะไรที่มันจะมีผลกระทบกับความสัมพันธ์ของกลุ่มเพื่อนแน่นอน
คาเฟ่ของปณิตา
“เฮ้อ...เฮ้อ...” เสียงทอดถอนหายใจของคนตัวเล็กดังขึ้นเป็นระยะ จนเด็ก ๆ ในร้านต่างลอบมองเจ้านายสาวอย่างประหลาดใจ เพราะปกติแล้วเธอมักจะขลุกอยู่แต่ในห้องอบขนม แต่วันนี้กลับมานั่งทำหน้าเบื่อโลกอยู่หน้าเคาน์เตอร์ตั้งแต่เช้าแล้ว
ปณิตาไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดีกับปัญหานี้ เพราะโทรไปตั้งหลายสายเขาก็ไม่รับ ติดต่อไปที่โรงแรมพนักงานก็แจ้งว่าถ้าจะติดต่อเจ้านายของเขาก็ต้องต่อสายหาเลขาโดยตรงเท่านั้น
แล้วเธอจะรู้ไหมว่าเลขาของเขาเป็นใคร คุณทนายที่มาพบเธอวันนั้นก็ไม่ได้ให้เบอร์ติดต่อไว้ด้วย
แล้วเขาให้เวลาเธอแค่ 3 วันสำหรับการเจรจานี่ก็ผ่านมา 1 วันแล้วแต่กลับไม่มีอะไรคืบหน้าเลยสักนิด
“พี่ปริมคะ มีคนโทรมาค่ะ” น้ำขิงที่เห็นเจ้านายสาวเอาแต่นั่งเหม่อลอยไม่สนใจเสียงโทรศัพท์ที่ส่งเสียงร้องประท้วงอยู่พักใหญ่แล้ว จึงเอ่ยทักท้วงขึ้นมา
“จริงด้วย” หญิงสาวที่หลุดออกจากภวังค์รีบคว้าโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดรับสายทันทีโดยที่ไม่ได้มองเลยว่าเบอร์ที่โทรมานั้นเป็นเบอร์ของใคร “ฮัลโหลคุณอชิระ ดิฉันปณิตาเพื่อนของวีนัสนะคะ”
(เอ่อ สวัสดีครับคุณปณิตา ผมแทนคุณนะครับ)
“ขอโทษค่ะ ฉันไม่ทันได้มองว่าไม่ใช่เบอร์เขา” ปณิตาอยากจะร้องไห้ให้กับความเซ่อซ่าของเธอ ทำไมไม่ดูให้ดีก่อนรับโทรศัพท์นะ
(ผมจะโทรมาแจ้งว่าทางคุณอชิระ ไม่สะดวกที่จะคุยธุระสำคัญทางโทรศัพท์ครับ ถ้าคุณปณิตาต้องการเจรจารบกวนให้มาเจอกันที่ชลบุรีครับ)
“ชลบุรีเลยเหรอคะ แต่ตอนนี้ฉันอยู่เชียงราย กว่าจะเดินทางไปถึงอย่างเร็วที่สุดก็พรุ่งนี้เลยนะคะ” หญิงสาวไม่รู้จะเริ่มต่อรองอย่างไรดี แต่เธอก็พอจะรู้อยู่บ้างว่าถึงต่อรองกับคุณทนายไปก็คงไม่เป็นผล เพราะคนที่มีอำนาจตัดสินใจทั้งหมดไม่ยอมรับโทรศัพท์ของเธอ
(เอ่อ ครับ) แทนคุณไม่รู้จะตอบกลับไปอย่างไร จึงทำได้เพียงรับคำบอกเล่าของหญิงสาวไปเท่านั้น
“อันนี้เบอร์คุณทนายใช่ไหมคะ งั้นถ้าฉันไปถึงแล้วขอติดต่อไปที่เบอร์นี้นะคะ”
(ได้ครับ แล้วเจอกันนะครับ) เมื่อการสนทนาจบลงทั้งคู่ก็ต่างวางสายกันไป
ไหน ๆ ปัญหานี้เธอก็หลีกหนีมันไม่ได้อยู่แล้ว อย่างนั้นก็พุ่งชนมันไปเลยแล้วกัน ปณิตาตั้งมั่นกับตัวเองว่าจะทำทุกอย่างเพื่อปกป้องร้านที่เป็นเหมือนชีวิตของเธอ
“น้ำขิง เดี๋ยวพี่ต้องไปทำธุระที่ชลบุรีสัก 3-4 วันนะ ฝากดูร้านให้พี่ด้วย ถ้ามีปัญหาอะไรก็โทรมาหาพี่ได้ตลอด”
“ได้ค่ะ พี่ปริม”
ปณิตาจัดการสั่งงานต่าง ๆ ให้กับลูกน้องภายในร้านโดยแบ่งหน้าที่กันให้งานภายในร้านนั้นราบรื่นไม่ติดขัด ส่วนตัวของเธอแม้จะไม่อยู่แต่ก็สามารถดูความเรียบร้อยผ่านกล้องวงจรปิดออนไลน์ได้
“ไม่เลยค่ะ แล้วพี่พอร์ชล่ะคะเหนื่อยไหม” น้ำเสียงหวานเอ่ยถามผู้เป็นสามี พลางรับเสื้อสูทของเขามาถือไว้เอง “แค่ได้เห็นหน้าปริมกับลูก พี่ก็หายเหนื่อยแล้วครับ” ชายหนุ่มกล่าวพร้อมกับเดินไปนั่งยังเก้าอี้หัวโต๊ะใกล้ ๆ กับเด็กน้อยปันปันที่นั่งเคี้ยวข้าวจนแก้มตุ่ย บนโต๊ะอาหารมีเสียงหัวเราะพูดคุยกัน ทั้งหยอกล้อกันไปมาของสามคนพ่อแม่ลูก ซึ่งในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าครอบครัวของเขาและเธอก็จะใหญ่ขึ้นแล้ว “ป้อป้อ อมข้าว” เด็กน้อยปันปันรีบฟ้องแม่ทันทีที่เห็นคุณพ่อของเขานั่งเฉย ๆ “คุณพ่อไม่ได้อมข้าวนะคะ แต่คุณพ่ออิ่มแล้วค่ะ” ปณิตาเอ่ยอธิบายกับลูกสาวด้วยรอยยิ้มสดใส อชิระนั่งมองผู้หญิงที่เขารักมากที่สุดทั้งสองคนด้วยสายตาที่เปี่ยมล้นไปด้วยความสุข จากผู้ชายเสเพลไม่เคยคิดจะมีครอบครัวไม่เคยอยากมีลูก จนได้มารู้จักกับผู้หญิงที่ชื่อปณิตา เพียงเพราะความต้องการเอาชนะของเขาทำให้เราได้ใกล้ชิดกัน แต่สุดท้ายเขาก็แพ้ให้เธออย่างราบคาบ แพ้ในความดีของเธอ แพ้ในความอ่อนหวานของเธอ “ป้ออุ้ม ป้ออุ้ม” เมื่อทานข้าวอิ่มเด็กน้อยก็ชูมือเพื่ออ้อนผู้เป
เมื่ออชิระบรรจงสวมแหวนที่นิ้วเรียวเรียบร้อย ทั้งสองก็โผเข้ากอดกัน เมื่อผละร่างกายออกจากกันมือหนาก็ประคองใบหน้าสวยขึ้นมาใช้นิ้วโป้งทั้งสองข้างเช็ดคราบน้ำตาให้อย่างแผ่วเบาแล้วค่อย ๆ ประกบริมฝีปากมอบจูบดูดดื่มสุดหวานล้ำให้แก่กัน ทั้งสองผลัดกันสอดแทรกแลกลิ้นกันไปมาอย่างไม่มีใครยอมใคร แต่ก่อนที่อะไรต่อมิอะไรจะเลยเถิดไปมากกว่านี้ไฟในห้องก็สว่างพรึบขึ้นมาเผยให้เห็นบุคคลที่อยู่ในห้องนี้มีทั้งคุณพ่อคุณแม่ของเธอและเขา พี่ป้อง พี่คิน พราวฟ้า พี่ติณ พี่ธีร์ และเพลงขวัญเพื่อนรักของเธอ ขาดก็แต่ยัยเค้กน้องสาวของพี่คินซึ่งไปเรียนต่อต่างประเทศอีก 2 ปีถึงจะกลับมา ทุกคนเข้ามาแสดงความยินดีกับเขาและเธอ ปณิตาไม่เคยคิดว่าเธอจะถูกขอแต่งงาน ตั้งแต่ตั้งท้องเพียงแค่มีครอบครัวที่อบอุ่นหญิงสาวก็ไม่เคยเรียกร้องอะไรจากเขาเลย แต่ภาพจำในวันนี้มันดีต่อใจของเธอมาก ๆ ไม่น่าเชื่อว่าผู้ชายที่ปากร้าย เอาแต่ใจตัวเองอย่างอชิระจะโรแมนติกได้มากขนาดนี้ “ทุกคนมาได้ยังไงคะ” ปณิตาเอ่ยถามทุกคนด้วยสีหน้ามึนงงผสมปนเปไปกับความตื้นตัน “ถามว่าที่เจ้าบ่าวของลูกเถอะ เป็นคนวางแผน
“จริง ๆ แล้วพี่ไม่ได้ชอบทะเลหรอกนะ เวลาที่มองไปแล้วหาจุดสิ้นสุดไม่เจอ มันทำให้พี่รู้สึกเหงาและโดดเดี่ยว พี่ชอบอยู่ใกล้ป่าใกล้ภูเขา ฟังเสียงนกร้องยามเช้ามันสดใสดีนะ ตอนเรียนจบใหม่ ๆ พี่เคยขอพ่อไปสร้างรีสอร์ตที่เขาใหญ่ แต่พ่อไม่ยอมเพราะท่านต้องการให้ลูกชายเพียงคนเ ดียวบริหารโรงแรมของตระกูลต่อจากท่าน ด้วยความเป็นวัยรุ่นก็เลยไม่ได้จริงจังกับความฝันตัวเองมากนัก เลยทำตามความต้องการของครอบครัวไป” อชิระเอ่ยเล่าเรื่องราวความฝันของตัวเองไปเรื่อย ๆ สายตาทอดมองท้องทะเลที่ไกลสุดลูกหูลูกตาที่วันนี้มันไม่ได้โดดเดี่ยวเหมือนเมื่อก่อนแล้ว เพราะมือคนที่เขารักมานั่งอยู่เคียงข้างกัน มือข้างหนึ่งถือแก้วไวน์แล้วจิบมันไปเรื่อย ๆ ส่วนมืออีกข้างก็โอบกอดหญิงสาวอันเป็นที่รักให้เอนซบศีรษะมาบนไหล่แกร่ง “พี่ชื่นชมในตัวปริมนะครับที่สามารถทำอะไรตามความฝันได้ขนาดนี้ ตอนพี่อายุเท่าปริมแค่จะมาทำงานให้ตรงเวลายังยากเลย” เขาเล่าเรื่องราวของตัวเองไปเรื่อย ๆ พร้อมกับชื่นชมคนตัวเล็กข้างกายจากใจจริง “แต่ตอนนี้พี่พอร์ชเป็นผู้บริหารที่เก่งมากนะคะ ทุกอย่างกำลังไปได้สวยเลย” หญิงสาวพูดความจริงเพราะโรงแรมของเ
“ปริมทำไมกินเยอะขนาดนี้ รู้ไหมว่ามันไม่ดีต่อสุขภาพ ของพวกนี้มันไม่มีประโยชน์” เขาเอ่ยเตือนไปด้วยความเป็นห่วงแต่คนท้องขี้น้อยใจกลับเบะปากทำท่าจะร้องไห้เพราะถูกตำหนิ “ก็มันอร่อยนี่คะ ฮึก ทำไมต้องดุปริมด้วย ฮึก พี่พอร์ชเบื่อปริมแล้วใช่ไหม เพราะปริมอ้วนขึ้นใช่ไหม พี่พอร์ชถึงไม่รักปริมเหมือนเดิม” ความน้อยใจถาโถมเข้ามาจนปณิตาร้องไห้โฮออกมาเสียงดังลั่นอย่างลืมอาย ทำให้ป้าดาที่ซักผ้าอยู่ข้างบ้านต้องวิ่งเข้ามาดูด้วยความตกใจ “ไม่ใช่นะครับ ไปกันใหญ่แล้วปริม พี่แค่เป็นห่วง ไม่อยากให้กินพวกของย่อยยาก ๆ แล้วของพวกนี้มันก็น้ำตาลเยอะด้วย อะ ๆ พี่ไม่ห้ามแล้วครับ ไปหาหมอไปดูเจ้าตัวเล็กกันนะครับ” ร่างสูงโอบกอดปลอบประโลม พลางประคองร่างเล็กเดินไปยังลานจอดรถหน้าบ้านอย่างเอาอกเอาใจ@โรงพยาบาล “ตื่นเต้นไหมคะคุณพ่อคุณแม่ นี่คือเอกสารยืนยันเพศของเจ้าตัวเล็กนะคะ” คุณหมอเอ่ยด้วยน้ำเสียงใจดีพร้อมกับส่งซองเอกสารมาให้คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ได้เปิดดูเอง อชิระรับเอกสารมาแล้วค่อย ๆ เปิดดูด้วยมือที่สั่นเทา เขาตื่นเต้นมากจนไม่อาจควบคุมตัวเองได้ ส่วนปณิตาก็มองเอกสารที่กำลังจะเค
ก๊อก ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะประตูดังขึ้น ทำให้ปณิตารีบผละตัวออกจากร่างหนา แต่มีหรือที่แรงของเธอจะสู้แรงของผู้ชายได้ อชิระดึงให้เธอนั่งอยู่บนขอบเตียงคนไข้โดยมีเขาสวมกอดเธออยู่ทางด้านหลัง “อยู่เฉย ๆ อย่าดิ้นนะครับ เข้ามา” เมื่อกระซิบสั่งหญิงสาวแล้ว อชิระก็เอ่ยอนุญาตคนที่เคาะประตูอยู่หน้าห้อง ปณิตาไม่อยากจะขัดขืนให้เหนื่อยเปล่า จึงนั่งอยู่เฉย ๆ ปล่อยให้เขากอดแบบนั้นจนกว่าจะพอใจ คมบอดี้การ์ดของอชิระเดินถือถุงของกินพวงใหญ่เข้ามาอย่างพะรุงพะรัง “พี่พอร์ช ปล่อยปริมก่อนนะคะ เดี๋ยวปริมไปช่วยคุณคมจัดของก่อน” “ไม่ต้องครับ ปล่อยคมจัดการไปปริมนั่งเฉย ๆ ให้พี่กอดก็พอ” คนเอาแต่ใจก็ยังคงกอดรั้งเธอไว้แน่น โดยไม่สนใจสักนิดว่าห้องนี้ไม่ได้อยู่กันเพียงลำพัง ปณิตาทำได้เพียงก้มหน้างุดปล่อยให้เขากอดเธอไว้แบบนั้น จนคมจัดอาหารเรียงบนโต๊ะเรียบร้อยกลิ่นอาหารหอมฉุยก็โชยฟุ้งไปทั่วห้อง “เอื๊อก!” เสียงกลืนน้ำลายด้วยความหิวโหยดังจนร่างแกร่งที่โอบกอดเธอเอาไว้ได้ยินชัด เขายกยิ้มอย่างนึกเอ็นดู “หิวแล้วใช่ไหม ไปกินข้าวสิครับ พี่ส
“ไม่ได้ค่ะ...ท่านี้ไม่ได้” มื อบางผลักร่างหนาให้นั่งไปบนฝาชักโครกที่ถูกปิดเอาไว้อชิระงุนงงกับการกระทำของหญิงสาวยิ่งนัก ผู้หญิงที่เรียบร้อย ขี้อาย เพียงแค่โดนเขาหอมแก้มใบหน้าก็แดงก่ำแล้ว แต่ตอนนี้เธอกำลังขึ้นคร่อมเขาแล้วหย่อนสะโพกลงเพื่อให้โพรงรักอ่อนนุ่มกลืนกินท่อนเอ็นใหญ่ของเขาเข้าไปทีละนิดตอนนี้คนที่ตื่นเต้นจนแทบเสียอาการกลับเป็นคนที่มากประสบการณ์ที่รู้สึกว่าแม่กระต่ายน้อยของเขาได้กลายร่างเป็นแม่เสือสาวที่พร้อมจะขย้ำเหยื่ออย่างเขาแล้ว“ซี้ด อ่า เก่งจังที่รัก” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยชมหญิงสาวที่ตอนนี้เริ่มขยับตัวขึ้นลงเบา ๆ แล้ว“อ๊ะ คุณพอร์ช ปริมเสียว” ปณิตาตอนนี้ช่างร้อนแรงจนอชิระแทบตั้งรับไม่ทัน“เรียกพี่นะครับ เมียตัวน้อยของพี่” เมื่อได้ยินสรรพนามหยอกเย้าใบหน้าหวานที่บัดนี้เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ นอกจากจะแดงซ่านด้วยความเสียดเสียวแล้ว ยังร้อนผ่าวด้วยความเขินอายเพิ่มเข้าไปอีก“ค่ะ อ๊ะ พี่พอร์ช ปริมเสียวจังค่ะ” เสียงหวานครางกระเซ่าอย่างลืมอาย ลืมสิ้นว่าตอนนี้พวกเขาอยู่ที่โรงพยาบาลกันความจุกแน่นที่ไม่ได้สร้างความอึดอัด แต่กลับเพิ่มความเสียวให้เพิ่มมากขึ้นเป็นเท่าทวีคูณ ร่างเล็กจึงเร่งขยับโ






![ดวงใจคนเถื่อน (NC20+) [ซีรีส์ คนเถื่อน 1/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
