แชร์

บทที่ 2

ผู้เขียน: ลิโอร่า ซี
การประชุมสิ้นสุดลง

ทุกคนรีบออกจากห้องอย่างรวดเร็ว ไม่มีใครกล้ามองฉัน เพราะกลัวจะโดนลูกหลงจากอารมณ์ของแคสเซียส

ฉันทรุดตัวลงบนเก้าอี้ ขาอ่อนแรงจนแทบยืนไม่ไหว

“อาเรีย”

เอเลน่าเดินเข้ามาคว้าแขนฉัน ก่อนลดเสียงกระซิบอย่างเคร่งเครียด “เธอบ้าไปแล้วหรือไง”

“...”

“เธอกล้าวิดีโอคอลหาใครบางคนต่อหน้าบอสเนี่ยนะ ใครกัน”

ฉันเช็ดหน้าแล้วกวาดตามองรอบตัว ห้องประชุมว่างเปล่าแล้ว

นี่คือโอกาสของฉัน

“เอเลน่า” ฉันเลียริมฝีปากที่แห้งผาก พยายามทำเสียงให้เป็นธรรมชาติ “เธอคิดว่า... บอสคบใครทางออนไลน์บ้างไหม”

เอเลน่าชะงักไปทันที

เธอจ้องฉันราวกับจู่ ๆ ฉันก็งอกหัวที่สองออกมา

“อะไรนะ”

“ก็แบบว่า...” ฉันรวบรวมความกล้า “ในเว็บมืดน่ะ เขาอาจมีแฟนออนไลน์อยู่หรือเปล่า”

เอเลน่าเงียบไปสามวินาที

จากนั้นเธอก็หัวเราะ เสียงหัวเราะเย็นชาและว่างเปล่าจนทำให้ฉันขนลุก

“อาเรีย” เธอย่อตัวลงมา เน้นเสียงชัดทีละคำ “เธอเครียดจนหลอนไปแล้วหรือไง”

“ฉันแค่ถาม—”

“แคสเซียส ฟัลโคเน” เอเลน่าตัดบทฉัน “อายุสามสิบปี ไม่มีข่าวฉาวเรื่องผู้หญิงแม้แต่ครั้งเดียว รู้ไหมว่าทำไม”

ฉันส่ายหน้า

“เมื่อสองปีก่อน ลูกสาวคนเล็กของตระกูลตอร์เรสคิดว่าตัวเองสวยมากพอ ก็เลยแอบปีนขึ้นเตียงของเขาตอนกลางคืน” น้ำเสียงของเอเลน่าเบาหวิวจนน่าขนลุก “เช้าวันรุ่งขึ้น เธอถูกโยนทิ้งไว้หน้าประตูบ้านของตัวเอง ส่วนมือทั้งสองข้างถูกตัดขาดอย่างหมดจด”

ท้องของฉันปั่นป่วนขึ้นมาทันที

“บอสไม่ยุ่งกับผู้หญิง เขากลัวเชื้อโรคขั้นหนักจนไม่ยอมดื่มน้ำจากแก้วที่ผู้หญิงเคยแตะด้วยซ้ำ” เอเลน่าลุกขึ้นยืนแล้วมองลงมาที่ฉัน “เขาไม่ใช่มนุษย์ แต่เป็นสัตว์ประหลาดประเภทที่มือเปื้อนเลือดจนไม่มีวันล้างออก”

“เลิกเชื่อข่าวลือในเว็บมืดแล้วตื่นได้แล้ว คนพวกนั้นแต่งเรื่องบ้า ๆ ขึ้นมาเพื่อหาเงินทั้งนั้น”

ลำคอของฉันตีบตัน

“ฉันจะถือว่าไม่เคยได้ยินเรื่องนี้” เอเลน่าตบไหล่ฉันเบา ๆ “แต่ถ้าเธอพลาดต่อหน้าบอสอีกครั้ง แม้แต่เก็บศพเธอกลับมา ฉันก็คงทำไม่ได้”

เธอหันหลังแล้วเดินจากไป

ฉันนั่งอยู่ตามลำพังในห้องประชุมที่ว่างเปล่า มือและเท้าเย็นเฉียบ

ฉันตายแน่

ในหัวของฉันมีเพียงความคิดนี้

ลองคิดจากมุมของแคสเซียสดูสิ

ฉันคือคนแปลกหน้าที่บังคับให้เขาเรียกตัวเองว่า “นายหญิง” สั่งให้เขาสวมปลอกคอและถอดเสื้อผ้าหน้ากล้องเพื่อโชว์กล้ามท้อง...

นั่นไม่ใช่เกมรสนิยมพิสดารเล่น ๆ แต่มันคือการเอาใบมีดจ่อคอสัตว์ประหลาด

ถ้าเขารู้ว่าคนคนนั้นคือฉัน

เขาคงไม่คิดคบกับฉันหรอก

เขาคงตัดลิ้นฉันออก แล้วเอาฉันไปทำเป็นส่วนหนึ่งของกรอบรูป

ฉันจะถูกเปิดโปงไม่ได้เด็ดขาด

ตอนสามทุ่ม ฉันลากสังขารกลับไปยังอะพาร์ตเมนต์เก่าโทรมที่มีน้ำรั่วซึม

ฉันยังไม่ทันถอดเสื้อโค้ท โทรศัพท์ก็สั่นขึ้น

[นายหญิง การประชุมจบแล้วครับ]

[คุณยังโกรธผมอยู่ไหมครับ]

[ตอนนี้ผมทำให้คุณดูได้ไหมครับ]

ฉันจ้องหน้าจอ นิ้วมือแข็งทื่อ

ภาพของแคสเซียสเมื่อช่วงบ่ายผุดขึ้นมาในหัว เย็นชา โหดเหี้ยม และพร้อมส่งฉันไปตายด้วยคำพูดเพียงประโยคเดียว

จากนั้นฉันก็ก้มมองข้อความตรงหน้า

[แค่ดูของผมหน่อยนะครับ นายหญิง]

ฉันตัวสั่น ความแตกต่างราวหน้ามือเป็นหลังมือนี้ทำเอาฉันเวียนหัว

ฉันสูดหายใจเข้าลึก ๆ แล้วตอบกลับไปว่า [ไม่ต้อง]

ทันใดนั้น ข้อความก็ถาโถมเข้ามาจนโทรศัพท์ฉันแทบระเบิด

[ผมขอโทษครับ นายหญิง]

[ผมไม่ควรไม่รับสายของคุณตอนประชุมเลยครับ]

[ผมผิดเอง ครั้งหน้าผมจะรับสายครับ]

[อย่าทิ้งผมไปนะครับ]

[ขอโอกาสผมอีกครั้งได้ไหมครับ ให้ผมทำให้คุณดูนะครับ]

คำขอวิดีโอคอลเด้งขึ้นมาบนหน้าจอ

ฉันจ้องปุ่มสีเขียว นิ้วลอยค้างอยู่เหนือคำว่า ‘ปฏิเสธ’

ทันใดนั้น ข้อความแจ้งเตือนยอดโอนอีกข้อความก็เด้งขึ้นมา

[ยอดโอน: 10,000 ดอลลาร์]

[นายหญิง รับเงินนี้ไปก่อนนะครับ แค่อย่าบล็อกผมก็พอ]

...

ฉันหลับตาลง

วันนี้พวกเจ้าหนี้โทรมาถึงสามครั้ง แม่ร้องไห้บอกผ่านโทรศัพท์ว่า ถ้าฉันหาเงินสองหมื่นดอลลาร์มาไม่ได้ พวกเขาจะขายฉันให้ชายวัยหกสิบปีจากตระกูลโรมาโน

ถ้าฉันปฏิเสธแคสเซียสตอนนี้ บางทีเขาอาจยอมแพ้ในที่สุด

แต่ถ้าฉันยอมเล่นตามน้ำกับเขาคืนนี้ ค่าเช่าเดือนหน้าและค่ารักษาพยาบาลของแม่ก็จะหมดปัญหา

ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าฉันถอยตอนนี้ ความสงสัยของเขาที่เกิดขึ้นเมื่อช่วงบ่ายก็จะยิ่งเพิ่มมากขึ้น

ทางรอดเดียวของฉันคือต้องแสดงละครต่อไป

แสดงต่อไปจนกว่าเขาจะเชื่อสนิทใจว่า ฉันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับช่างบูรณะที่ยืนตัวสั่นอยู่ตรงหน้าเขาเมื่อกลางวันเลยแม้แต่น้อย

ฉันสูดหายใจเข้าลึก ๆ แล้วกดรับสาย

หน้าจอของทั้งสองฝ่ายมืดสนิท

เขาไม่ได้เปิดกล้อง ฉันก็เหมือนกัน

นี่คือกฎที่เราไม่เคยพูดออกมาตลอดสองปีที่ผ่านมา ไม่เห็นหน้า ไม่ใช้ชื่อจริง

“นายหญิงครับ?”

เสียงผู้ชายทุ้มต่ำและคมชัดดังออกมาจากลำโพง

ร่างกายของฉันแข็งทื่อไปทั้งตัว

เป็นเขาจริง ๆ

เสียงเดียวกับที่เฉือนทะลุร่างฉันราวเหล็กเจาะน้ำแข็งเมื่อกลางวัน ตอนนี้กลับหวานหยดย้อยราวน้ำผึ้ง

“...คุณยังโกรธผมอยู่ไหมครับ”

เขาพูดอย่างระมัดระวัง ลมหายใจแผ่วเบาเสียจนฉันแทบมองเห็นสีหน้าร้อนรนและเฝ้ารอของเขาผ่านหน้าจอ

ฉันพิมพ์ตอบกลับไป

[ไม่ได้โกรธ]

ความเงียบคั่นอยู่ชั่วอึดใจ

จากนั้นเสียงถอนหายใจอย่างโล่งอกก็ดังขึ้น

“...ขอบคุณครับนายหญิง”

เสียงของเขาสั่นเครือจริง ๆ

ฉันจ้องหน้าจอมืดสนิท ปากแห้งผาก

ผู้ชายที่ทำให้ฉันแทบอยากตายเมื่อช่วงบ่าย ตอนนี้กลับใกล้จะร้องไห้เต็มที

[ไหนบอกว่าจะทำให้ฉันดูไง] ฉันพิมพ์ [งั้นก็ทำให้ดูสิ]

คนที่อยู่ปลายสายชะงักไปอย่างเห็นได้ชัด

“...จริงเหรอครับ ผมทำได้จริง ๆ เหรอ”

น้ำเสียงของเขาพลันเต็มไปด้วยความยินดีอย่างบริสุทธิ์ เขาฟังดูเหมือนสุนัขโกลเด้นรีทรีฟเวอร์ที่เพิ่งถูกชมว่าเป็นเด็กดี

[ก็ใช่น่ะสิ รีบ ๆ หน่อย]

“ครับ”

เขาหัวเราะ เสียงหัวเราะต่ำพร่าไร้ลมหายใจดังลอดออกมาจากลำโพง จนใบหูของฉันร้อนผ่าว

“เอาละ ผมจะเริ่มแล้วนะครับ”

หน้าจอกะพริบวาบก่อนกล้องจะเปิด มือเรียวยาว แข็งแรง และสง่างามคู่หนึ่งปรากฏขึ้นบนหน้าจอ

นิ้วมือคู่นั้นค่อย ๆ เอื้อมไปยังหัวเข็มขัดโลหะเย็นเฉียบของกางเกงสั่งตัด

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • หน้าจอลับของเจ้านายเย็นชา   บทที่ 13

    ฉันผลักแคสเซียสออก แล้วรีบคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาหน้าจอแสดงชื่อผู้โทร: [แม่]แคสเซียสหยุดจูบอันดุเดือดทันที แต่มือทั้งสองข้างยังคงโอบรัดเอวของฉันไว้แน่น“ห้ามพูดอะไรทั้งนั้น” ฉันจ้องเขาเขม็งด้วยน้ำเสียงสั่นเครือใบหูของแคสเซียสแดงก่ำ ดวงตายังคงลุกโชนจากจูบเมื่อครู่ ก่อนเขาจะตอบรับด้วยเสียงแหบพร่า“ทุกอย่างตามที่นายหญิงสั่งครับ”ฉันกดรับสาย“อาเรีย เป็นยังไงบ้าง” น้ำเสียงของแม่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น “จูเลียนเป็นเด็กดีใช่ไหม”“เขา... ก็โอเคค่ะ” ฉันพยายามทำเสียงให้เป็นปกติ“ดีมาก!” แม่ยังคงโน้มน้าวต่อ “พอลูกแต่งงานกับเขา ก็ไม่ต้องไปแตะเงินสกปรกของพวกมาเฟียอีก ครอบครัวนักการเมืองมีเงินสะอาด แถมยังให้ความมั่นคงได้ด้วย”แคสเซียสที่ฟังอยู่ข้าง ๆ พลันฉายแววหึงหวงในดวงตาเขาโน้มเข้ามาใกล้ใบหูของฉัน แล้วกระซิบอย่างระมัดระวัง“นายหญิง ผมมีอำนาจมากกว่าเขา ผมตามใจคุณได้ทุกอย่าง เป็นเสี่ยสายเปย์ให้คุณก็ได้...”ฉันตวัดสายตาจ้องเขาแต่เขายังคงพูดต่อ ราวกับกำลังแย่งชิงความโปรดปรานจากฉันอย่างเปิดเผย“อีกอย่าง ตลอดสองปีที่ผ่านมา ผมโอนเงินหลายล้านดอลลาร์ให้คุณในเว็บมืด ซึ่งเป็นเพียงเงินค่าขนม ส่วนเขามีทรัสต์ฟ

  • หน้าจอลับของเจ้านายเย็นชา   บทที่ 12

    ใบหน้าของจูเลียนซีดเผือด ร่างกายสั่นเทาอย่างเห็นได้ชัดทุกคนในร้านอาหารหยุดพูด แล้วหันมาจ้องโต๊ะพวกเราด้วยความหวาดระแวงฉันปล่อยให้แคสเซียสทำแบบนี้ต่อไปไม่ได้“บอสคะ!” ฉันผุดลุกจากเก้าอี้แล้วคว้าแขนเขาไว้ “เราออกไปคุยกันข้างนอกเถอะค่ะ”ฉันออกแรงทั้งหมดลากเขาเข้าไปในห้องรับประทานอาหารส่วนตัวที่อยู่ติดกันทันทีที่ประตูปิดลง ฉันก็หันขวับไปเผชิญหน้ากับเขา“คุณกำลังทำบ้าอะไรอยู่!”แคสเซียสเพียงยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ชุดสูทของเขายังคงไร้ที่ติ แต่ความเดือดดาลในดวงตากลับรุนแรงราวกับพร้อมเผาฉันให้มอดไหม้“จูเลียนตรงตามคุณสมบัติลูกเขยที่พ่อแม่ฉันต้องการทุกอย่าง” ฉันสูดหายใจเข้าลึก พยายามทำเสียงให้สงบ “ก่อนหน้าเขา พวกเขาคิดจะจับฉันแต่งงานกับชายแก่อายุหกสิบเพื่อใช้หนี้ ในที่สุดฉันก็ได้เจอคนหนุ่มสักที และคุณไม่จำเป็นต้องทำให้เขากลัวจนหนีไปหรอกนะคะ”แคสเซียสจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของฉัน ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา“เธอมีความสุขกับเขาเหรอ”ฉันพยักหน้า “ใช่ค่ะ”ดวงตาของเขาแดงก่ำขึ้นมาในทันทีเจตนาฆ่าฟันทั้งหมดเลือนหายไป เหลือเพียงแววตาเปราะบางและสิ้นหวัง“แล้วฉันล่ะ” เสียงของเขาแตกพร่าและแหบแห้งราวกับสัตว์บา

  • หน้าจอลับของเจ้านายเย็นชา   บทที่ 11

    ตลอดหลายวันถัดมา ฉันแทบไม่ต่างจากถูกกักบริเวณอยู่ในเพนต์เฮาส์ของแคสเซียสเขาเรียกมันว่า “การสอนแบบลงมือปฏิบัติจริง” แต่ความจริงแล้ว ฉันแค่ถูกขังอยู่ในห้องทำงานของเขาทุกวัน เพื่อบูรณะภาพวาดเฮงซวยชิ้นนั้นฉันได้กินอาหารสามมื้อที่ปรุงโดยเชฟส่วนตัว และพักอยู่ในห้องสวีตสุดหรูมูลค่าหลายล้านดอลลาร์แต่ฉันไม่อาจลดความระแวดระวังลงได้แม้แต่วินาทีเดียวสายตาที่แคสเซียสใช้มองฉันยิ่งนับวันก็ยิ่งอันตราย ราวกับหมาป่าที่กำลังจับจ้องเหยื่อเช้าวันเสาร์ ขณะที่ฉันกำลังเดินไปยังห้องทำงานเพื่อลงเวลาทำงาน โทรศัพท์ก็ดังขึ้น“อาเรีย” เสียงของแม่ดังมาตามสาย “ในเมื่อหนี้ของครอบครัวใกล้จะหมดแล้ว ก็ถึงเวลาที่ลูกควรคิดเรื่องชีวิตส่วนตัวบ้าง”“ชีวิตส่วนตัวอะไรคะ”“เรื่องแต่งงานไง” น้ำเสียงของแม่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น “แม่นัดดูตัวให้ลูกแล้ว เขาคือจูเลียน ลูกชายของสมาชิกสภาโรมาโน อายุยี่สิบสองปี เพิ่งเรียนจบจากฮาร์วาร์ด”ดวงตาของฉันเป็นประกายขึ้นมาทันทีครอบครัวนักการเมือง นั่นหมายถึงเงินสะอาดและตั๋วพาฉันออกจากโลกมาเฟีย“เขาเป็นยังไงบ้างคะ”“เขามีทรัสต์ฟันด์ที่สร้างรายได้ปีละหกล้านดอลลาร์ ทั้งหนุ่ม ทั้งหล่อ และที่สำค

  • หน้าจอลับของเจ้านายเย็นชา   บทที่ 10

    ก่อนที่ฉันจะทันได้ตอบ แคสเซียสก็รีบเดินออกจากห้องทำงานไปฝีเท้าของเขาเซเล็กน้อย ราวกับสัตว์ที่ได้รับบาดเจ็บฉันจ้องประตู รู้สึกว่าปฏิกิริยาของเขาแปลกประหลาดเหลือเกินทำไมเขาถึงใส่ใจนักว่าฉันเกลียดลิ้นจี่ฉันส่ายหน้าแล้วหยิบโทรศัพท์ออกมาฉันเปิดบัญชีเว็บมืด ก่อนจะกะพริบตาปริบ ๆแคสเซียสไม่ได้ส่งข้อความมาหาฉันเลยตลอดทั้งวันข้อความล่าสุดถูกส่งมาเมื่อคืนตอน 23:20 น. [นายหญิง ผมอยากแต่งงานกับคุณครับ]นี่ไม่เหมือนเขาเลยตามปกติ แค่ฉันตอบช้าไปนิดเดียว เขาก็จะส่งข้อความมาถล่มโทรศัพท์ฉันจนแทบระเบิดไปแล้วฉันจึงเป็นฝ่ายส่งข้อความไปก่อน [นายกำลังทำอะไรอยู่]เขาตอบกลับมาทันที[กำลังคิดถึงคุณครับ]ฉันขมวดคิ้ว [ทำไมวันนี้นายไม่คุยกับฉันเลย]แต่คราวนี้เขาไม่ได้ตอบกลับมาทันทีขณะที่ฉันกำลังสงสัย เสียงฝีเท้าก็ดังขึ้นฉันเงยหน้าขึ้น แล้วเห็นแคสเซียสยืนอยู่ตรงประตูพร้อมจานแอปเปิลหั่นชิ้นในมือแต่เขาไม่ได้เดินเข้ามาเขาเพียงจ้องฉันเขม็ง ความสับสนในดวงตาค่อย ๆ จางหายไป และถูกแทนที่ด้วยรอยยิ้มอันตรายที่ปรากฏขึ้นอย่างช้า ๆหัวใจของฉันกระตุกวูบเขาจับได้แล้วหรือเปล่า“เมื่อกี้เธอกำลังดูอะไรอยู่” เขาถามขณะเดิ

  • หน้าจอลับของเจ้านายเย็นชา   บทที่ 9

    เพื่อไม่ให้แคสเซียสเปลี่ยนใจ ฉันแทบจะวิ่งไปหยิบกล่องเครื่องมือสิบนาทีต่อมา ฉันถืออุปกรณ์เดินตามเขาเข้าไปในห้องทำงานส่วนตัวห้องทำงานแห่งนี้หรูหราเกินบรรยายพื้นที่เปิดโล่งกว่าสามพันตารางฟุต รายล้อมด้วยหน้าต่างสูงจากพื้นจรดเพดาน ซึ่งมองเห็นแม่น้ำที่ไหลผ่านเมืองชั้นหนังสือทอดยาวจากพื้นจรดเพดาน อัดแน่นไปด้วยหนังสือเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ศิลปะและการบริหารธุรกิจตรงกลางมีโต๊ะทำงานไม้วอลนัตขนาดใหญ่ตั้งอยู่ และข้างกันนั้นคือโต๊ะบูรณะระดับมืออาชีพ ไม่น่าเชื่อเลยว่าบอสจะเป็นช่างบูรณะที่เก่งที่สุดในตระกูล...“นั่งตรงนี้” แคสเซียสชี้ไปยังเก้าอี้ข้างโต๊ะบูรณะฉันวางกล่องเครื่องมือลงและกำลังจะนั่ง แต่กลับสังเกตเห็นว่าเขาลากเก้าอี้อีกตัวเข้ามาด้วยวางอยู่ติดกับเก้าอี้ของฉันใกล้เสียจนหัวเข่าของเขาแทบจะสัมผัสต้นขาของฉันฉันนั่งลงอย่างเกร็ง ๆ พยายามจดจ่อกับภาพวาดตรงหน้าให้มากที่สุดแต่การมีแคสเซียสนั่งอยู่ใกล้ ๆ กลับสร้างแรงกดดันมากเกินไปเขานั่งอยู่ทางขวามือ แขนข้างหนึ่งพาดอยู่บนพนักเก้าอี้ของฉัน ราวกับกำลังโอบกอดฉันอย่างไม่ตั้งใจฉันสัมผัสได้ถึงความร้อนที่แผ่ออกมาจากแผงอกแข็งแกร่ง รวมถึงลมหายใจอุ่น

  • หน้าจอลับของเจ้านายเย็นชา   บทที่ 8

    เมื่อฉันตื่นขึ้นมา เวลาก็ล่วงเลยมาถึงเที่ยงของวันถัดไปแล้วหัวของฉันปวดร้าวราวกับกำลังจะแตก ส่วนในปากก็มีรสชาติเหมือนกรดแบตเตอรี่ฉันยกมือกุมหัวที่ปวดตุบ ๆ แล้วฝืนลืมตาขึ้นสิ่งแรกที่เห็นไม่ใช่อะพาร์ตเมนต์โทรม ๆ ที่มีน้ำรั่วซึมของฉันแต่เป็นเตียงกำมะหยี่ขนาดใหญ่ ผ้าปูที่นอนสีครีมเนียนนุ่มซึ่งน่าจะมีราคาแพงกว่าอะพาร์ตเมนต์ของฉันทั้งห้อง และโคมระย้าคริสตัลราคาแพงลิบที่ห้อยอยู่เหนือศีรษะฉันผุดลุกขึ้นนั่งทันทีฉันอยู่ที่ไหนกันเนี่ย?!ฉันถูกลักพาตัวมาเหรอฉันรีบเอื้อมมือไปใต้หมอนเพื่อหาโทรศัพท์โดยสัญชาตญาณเจอแล้ว ขอบคุณพระเจ้าฉันกดโทรหาเอเลน่าด้วยมือที่สั่นเทา“ฮัลโหล” น้ำเสียงของเอเลน่าฟังดูอ่อนแรงยิ่งกว่าฉันเสียอีก“เอเลน่า!” ฉันกระซิบอย่างตื่นตระหนก “ฉันถูกลักพาตัว! โทรแจ้งตำรวจเร็ว!”“อะไรนะ” เอเลน่าชะงักไป ก่อนหัวเราะอย่างขมขื่น “อาเรีย เธอไม่ได้ถูกลักพาตัว เธออยู่ในเพนต์เฮาส์ของบอส”“อะไรนะ?!”“เมื่อคืนบอสพาเธอกลับมาที่เพนต์เฮาส์ของเขา ฉันก็นอนเป็นเพื่อนเธออยู่ในห้องรับแขก จำไม่ได้เหรอ”สมองของฉันว่างเปล่าไปในทันที“เมื่อคืน... ฉันทำอะไรลงไปบ้าง”เอเลน่าเงียบไปครู่หนึ่ง “แน่ใจนะว่า

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status