Mag-log inชาติที่แล้ว ฉันถูกรับเลี้ยงโดยครอบครัวธรรมดา ส่วนน้องสาวถูกรับเลี้ยงโดยพ่อทูนหัว และกลายเป็นเจ้าหญิงมาเฟียที่ทรงอิทธิพลที่สุดในอิตาลี ใครจะคิดว่า หลังจากน้องสาวกลายเป็นเจ้าหญิงมาเฟียได้สามปี เธอกลับถูกพ่อทูนหัวไล่ออก ต้องเร่ร่อนอยู่ข้างถนน สุดท้ายก็ตายอย่างน่าอนาถ ส่วนฉันอาศัยผลการเรียนอันยอดเยี่ยมสอบเข้าฮาร์วาร์ดได้ ไปเรียนต่อต่างประเทศกับพี่ชายบุญธรรม และใช้สองมือของตัวเองก้าวขึ้นเป็นดาวรุ่งด้าน AI ที่ใคร ๆ ต่างก็ต้องการตัว ต่อมาพวกเราแต่งงานมีลูกกันภายใต้คำอวยพรของพ่อแม่บุญธรรม ชีวิตนี้ดำเนินไปอย่างมีความสุขและราบรื่น เมื่อได้ย้อนกลับมาเกิดใหม่อีกชาติ น้องสาวกลับเลือกทางที่แตกต่างจากครั้งก่อนโดยสิ้นเชิง เธอโผเข้าไปในอ้อมกอดของพี่ชายบุญธรรมและเรียกเขาว่า พี่ชาย ก่อนจะจับมือพ่อแม่บุญธรรมไว้ แล้วมองมาทางฉันด้วยความลำพองใจ "พี่คะ หนูให้พี่ไปรับความทุกข์ทรมานของมาเฟียแทนก็แล้วกัน สถานที่ที่กินคนไม่คายกระดูกแบบนั้น ให้หนูอยู่ต่ออีกแม้แต่วินาทีเดียวก็ไม่ไหวหรอก" ฉันมองไปยังสามีในชาติที่แล้ว คาดหวังว่าเขาจะพูดอะไรสักอย่าง แต่เขากลับปกป้องน้องสาวไว้ และมองมาทางฉันด้วยสายตาเย็นชา "อย่าเข้าใกล้น้องสาวฉัน" สุดท้าย ฉันก็เดินไปยังรถโรลส์-รอยซ์คันนั้น ท่ามกลางสายตาลำพองใจของเธอ
view moreแกร๊ก~
"ฮัลโหล..." เสียงทักทายดังขึ้น หลังจากมือบางลวงตาผลักประตูห้องทำงานหรูเข้ามาโดยไม่ขออนุญาต ก่อนที่ร่างสมส่วนในชุดนักศึกษาพอดีตัวเป๊ะๆ จะเดินนวยนาดเข้าไปหาคนตัวโตที่นั่งทำงานด้วยใบหน้าเคร่งเครียด "...ตามนั้น" เจ้าของห้องปิดแฟ้มเอกสารที่อยู่ในมือพลางส่งสัญญาณให้ลูกน้องคนสนิทก้าวขาออกไป "ทำงานอยู่เหรอคะ ว๊ายยย" หมับ~ "คะ คุณซีเป็นอะไรไหมครับ" คนที่ดึงแฟ้มเอกสารมากอดแนบอกกำลังจะก้าวขาออกไปจากห้อง จำเป็นต้องรับร่างของหญิงสาวที่พึ่งจะก้าวเข้ามาเพราะกลัวว่าเธอจะสะดุดพรมแล้วล้มเข้า "ซีไม่เป็นอะไรค่ะ ขอบคุณนะคะ" รอยยิ้มหวานถูกส่งต่อ ส่วนคนที่ได้รับคำขอบคุณพร้อมรอยยิ้มมีเสน่ห์ ก้มหน้างุดและปล่อยมือจากร่างขาวผ่องของผู้หญิงของเจ้านายแทบจะทันที พอ 'ซีรีย์' ดึงสายตาออกมาจากคนที่ช่วยเหลือเธอ ดวงตากลมโตวาบวับก็สบประสานกับดวงตาคมกริบของอีกคนพอดี "พี่ลมขา..." รอยยิ้มหวานประดับบนใบหน้าสวยใส แต่คนมองกลับทำท่าไม่ใส่ใจ ความหยิ่ง ความเฉยฉา ความเก็บความรู้สึก ไม่มีใครเกินเขาเลย วายุภัค หรือพี่ ลม สายลม ของเธอ "คิดถึงซีไหมคะ?" ร่างสมส่วนเดินนวยนาดมาทิ้งตัวลงบนหน้าตักแกร่ง กลิ่นน้ำหอมจากตัวของชายหนุ่มเพียงคนเดียวที่เธอเคยชิดใกล้ ทำให้ความเหน็ดเหนื่อยจากการเรียนมาทั้งวันผ่อนคลายลงทันที "ลุกออกไปนั่งดีๆ ฉันยังต้องทำงาน" เสียงทุ้มดังข้างใบหูเล็ก ซีรีย์หันกลับไปมองคนที่อยู่ทางด้านหลัง เธอวางศีรษะทุยเล็กแนบกับอกแกร่ง ถึงรู้ว่าการทำแบบนั้นมันเป็นการรบกวนเขาอยู่ก็ตาม "วันนี้ซีเรียนหนัก เหนื่อยมาก ขออ้อนแฟนก่อนได้ไหมคะ" เขาเพียงแต่ปรายตามองเธอพลางพ่นลมหายใจ สุดท้ายเขาก็ใช้มือยกตัวของเธอลงจากหน้าตักของเขาด้วยตัวเอง "พี่ลมอ่าา..." ซีรีย์ทำหน้างอแงเมื่ออีกฝ่ายไม่สนใจ สุดท้ายเธอก็เลือกที่จะหันท่าใหม่โดยการเขย่งปลายเท้าขึ้นไปนั่งบนโต๊ะทำงาน พลางโน้มตัวลงมาปลดรองเท้าส้นเข็มที่สวมใส่ทิ้งลงไปกับพื้นพรมและขยับเท้าโดยต้นขาแกร่งของอีกฝ่ายไปมา "เธอกำลังกวนฉันอยู่นะซีรีย์" "พี่ลมไม่มีเวลาให้ซี ตอนเที่ยงขอให้ไปรับมากินข้าวพี่ก็ไม่ยอม พอซีมาหาเองพี่ลมก็หาว่าซีกวน จะงอนพี่ลมแล้วนะ" "ลงมา ฉันต้องทำงาน" คนที่ถูกรบกวนบอกแค่นั้น เช่นเดียวกับสายตาคมกริบของเขาที่หยุดมองเพียงแค่ที่ใบหน้าของเธอ ทั้งที่หุ่นของเธอก็ดีมาก ผิวก็เป๊ะไปทั้งตัว แต่ไม่เห็นว่าเขาจะสนใจอะไรในตัวเธอเลยสักนิด พี่ลมของเธอจะเป็นเกย์น่ะเหรอ? แบบนั้นก็ไม่น่าจะใช่ เขาหล่อ เขาเนี๊ยบ ใครได้เห็นก็เป็นต้องมองตามหลัง แบบนั้นไง คู่หมั้นของเขาอย่างเธอถึงต้องตามประกบไม่ห่าง หวงว่าที่สามี คือสิ่งที่เธอกำลังทำ "วันนี้ฉันต้องเคลียร์งานทั้งกองที่วางอยู่บนโต๊ะ หากช้าแม้แต่วินาทีเดียว ร้านอาหารที่ฉันจองไว้เพื่อที่จะพาเธอไป ฉันจะโทรกลับไปยกเลิกทันที" "ไม่ช้าค่ะ สัญญาว่าซีจะไม่กวนพี่ลมเลย" เขามองหน้าเธอที่เปื้อนรอยยิ้มถูกใจพร้อมกับถอนลมหายใจอีกครั้ง "แต่ว่า พี่ลมช่วยอุ้มซีลงจากโต๊ะหน่อยได้ไหมคะ ขาไม่ถึงเลยค่ะ กลัวตก" เจ้าของคำพูดยิ้มกว้าง เธอเอียงคอมองหน้าเขาพลางขยิบตาออดอ้อนเบาๆ "เร็วๆ สิคะ ถ้าช้าแม้แต่วินาทีเดียว เป็นเพราะพี่ลมเองเลยนะ" "ขาสั้น" ซีรีย์ไม่ได้รู้สึกโกรธสักนิดที่ได้ยินแบบนั้น แขนขาวสอดเข้าไปโอบรอบลำคอแกร่งในจังหวะที่คนตัวโตอุ้มตัวเธอลงมาจากโต๊ะทำงานของเขาแบบที่เธอต้องการ "อ่าา ขอโทรศัพท์ไปเล่นเกมส์หน่อยได้ไหมคะ?" "อืม" ชายหนุ่มตอบรับออกมาพลางดันโทรศัพท์มือถือออกไปตรงหน้า คนขอยกยิ้มอย่างพอใจ ก่อนที่เธอจะเดินมาคว้าโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานกระจกอย่างดีแล้วหมุนตัวกลับไปนั่งรอที่โซฟาภายในห้องทำงาน 'จริงๆ แล้วซีไม่ได้ชอบเล่นเกมส์หรอกนะคะพี่ลมขา แค่เช็กโทรศัพท์เพื่อความมั่นใจ ว่าในตอนที่ไม่ได้อยู่ด้วยกันไม่มีใครเข้ามาเกาะแกะคู่หมั้นของซีเท่านั้นเอง' รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปากบาง ขาสวยตวัดขึ้นไขว้ห้าง ก่อนที่เธอจะเช็กโทรศัพท์ของคู่หมั้นหนุ่มหน้าตาดีของตัวเอง ซีรีย์ นักศึกษาสาวชั้นปีที่สี่คณะนิเทศฯ สวย ฮอต แทบไม่มีใครที่ไม่รู้จักเธอ จากที่เคยครองความโสดเพราะชอบชีวิตอิสระมากกว่า แต่ทว่า การใช้ชีวิตอิสระของเธอเป็นอันจบลง เมื่ออยู่ดีๆ คู่หมั้นที่ไม่รู้ว่ามีตั้งแต่ตอนไหนก็โผล่เข้ามา แน่นอนว่าหญิงสาวค้านหัวชนฝา และการต่อต้านที่ว่ากลับจบลง เมื่อได้พบหน้ากัน เขาตรงสเปคเธอทุกอย่าง ยิ่งเห็นเขาไม่ให้ความสนใจในตัวเธอเหมือนกับผู้ชายคนไหนๆ มันยิ่งท้าทายให้เธออยากครอบครองและเป็นเจ้าของเขาเช่นกัน การหมั้นที่ว่า จึงเกิดขึ้นโดยไม่มีข้อแม้ใดๆ หญิงสาวเต็มใจ ในขณะที่อีกฝ่ายนิ่งเฉย แต่ก็ยอมให้งานมันเกิดขึ้นโดยที่ไม่รู้ว่าจริงๆ แล้วภายใต้ใบหน้าหล่อเหลาเขากำลังคิดอะไร เสียงปิดแฟ้มเอกสารดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงในชุดสูทสีดำที่หยัดกายลุกจากเก้าอี้โต๊ะทำงาน ซีรีย์รีบออกจากแอพพลิเคชั่นส่วนตัวของเขาที่เธอถือวิสาสะเข้าไปเปิดอ่าน ก่อนจะยื่นมันคืนเจ้าของทันที "โทรศัพ์พี่ลมค่ะ ขอบคุณที่ให้ยืมนะคะ" "อืม..." ชายหนุ่มตอบรับด้วยประโยคสั้นๆ ก่อนที่เขาจะเป็นฝ่ายเดินนำออกไป "หยิ่งมากแม่ แบบนี้แหละสเปคเรา" ซีรีย์เอ่ยเบาๆ ตามหลัง ก่อนที่เธอจะหันไปคว้ารองเท้ามาสวมใส่ กระชับกระเป๋าสะพายข้างแบรนด์ดังแล้วก้าวขาเดินตามเขาออกไป @ภายในรถ "หลังจากกินข้าวเสร็จเราไปเดินห้างตากแอร์เย็นๆ กันดีไหมคะ" "ฉันไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ แต่ถ้าเธออยากไปก็ตามสบาย" บัตรเครดิตสีดำวาววับถูกยื่นมาให้ ซีรีย์มองการกระทำของเขาเงียบๆ เธอไม่ค่อยชอบใจเท่าไหร่นัก สายเปย์ขนาดหนัก หากผู้หญิงคนอื่นมาพบเขาเข้า คงชอบเขาหนักมากแน่ๆ เลย "ถ้าอย่างนั้นเราไปนั่งฟังเพลงกันไหมคะ เพื่อนซีบอกว่าแถวนี้มีคลับเปิดใหม่ นักดนตรีร้องเพลงเพราะใช้ได้เลยค่ะ" "กินข้าวเสร็จฉันมีงานต้องไปต่อ ถ้าเธออยากไปก็ตามสบาย" และเป็นอีกครั้งที่คนเอ่ยชวนต้องพิงแผ่นหลังกับเบาะรถหรูด้วยท่าทีขัดใจ สายลมอย่างเขา ไม่เคยแสดงออกมากมายไปกว่านี้เลยเถียนเส้าไป๋ไม่พูดอะไรเข่ออี๋ตะโกนใส่เขาอย่างเสียสติ "ได้... ดีมาก ฉันไม่มีทางปล่อยพวกเขาไปแน่"พูดจบเธอก็รีบวิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว จากนั้นฉันกับฮั่วฉีหยวนก็ถูกเรียกไปที่ห้องครูใหญ่หลังจากทางโรงเรียนตรวจสอบแล้ว ก็พิสูจน์ได้ว่าฉันกับฮั่วฉีหยวนไม่ได้โกง ตรงกันข้าม เข่ออี๋กลับถูกไล่ออกเพราะปล่อยข่าวลือและก่อความวุ่นวายในโรงเรียน"ไล่ออกบ้าอะไร? ทั้งที่พวกเขาเป็นคนผิดแท้ ๆ! เป็นความผิดของพวกเขา ทำไมต้องไล่ฉันออกด้วย!"เธอคิดจะลงมือทำร้ายผู้บริหารโรงเรียนเหมือนคนบ้า แต่ถูกพ่อแม่ตระกูลเถียนที่รีบมาถึงดึงตัวไว้ พวกเขาก้มหัวขอโทษและพูดจาดี ๆ กับผู้บริหารโรงเรียนอยู่สักพักเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อเถียนเส้าไป๋ สุดท้ายจึงได้ด่าทอพลางลากเข่ออี๋ออกไปแต่การกระทำบ้าคลั่งของเข่ออี๋แพร่ไปทั่วโรงเรียนแล้ว ในฐานะพี่ชายของเข่ออี๋ เถียนเส้าไป๋ก็ต้องโดดเดี่ยว และถูกกลั่นแกล้งในโรงเรียนเถียนเส้าไป๋ถูกกลั่นแกล้งจนเหนื่อยล้าทั้งกายใจ ผลการเรียนตกฮวบฮาบ ถูกครูเตือนซ้ำแล้วซ้ำเล่าหากผลการเรียนของเขาไม่สามารถกลับมาดีขึ้นก็จะถูกไล่ออกเมื่อได้ยินข่าวนี้ เข่ออี๋ก็มาโวยวายที่โรงเรียนอีก บอกว่าครูรับผลประโ
เพราะหลังจากฉันขึ้นเขาไปแล้วไม่กลับมาสักที คนขับรถจึงรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติและติดต่อพ่อบ้าน พวกเราจึงได้รับการช่วยเหลือสำเร็จสาเหตุหลักของอุบัติเหตุครั้งนี้มาจากการที่ตระกูลฮั่วกับตระกูลหลี่แย่งชิงอาวุธกัน หลายปีมานี้ ตระกูลหลี่ถูกตระกูลฮั่วแย่งเส้นทางลักลอบขนของเถื่อนไปหลายสาย การซื้อขายอาวุธครั้งนี้จึงถูกกวาดล้างจนหมดทั้งขบวนทายาทตระกูลหลี่กลืนความแค้นนี้ไม่ลง จึงมาที่โรงเรียนเพื่อหาเรื่องฮั่วฉีหยวนพ่อทูนหัวลงมือกับตระกูลหลี่อย่างเด็ดขาด ร่วมมือกับตระกูลมาเฟียอื่น ๆ แบ่งทรัพยากรทั้งหมดของตระกูลหลี่จนหมดสิ้น เพื่อล้างแค้นให้ฉันกับฮั่วฉีหยวนฮั่วฉีหยวนนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลหนึ่งเดือน ส่วนฉันก็ขอลาหยุดจากโรงเรียนมาอยู่ที่โรงพยาบาลเพื่อช่วยเขาทบทวนความรู้ระดับมัธยมปลายและทฤษฎีการต่อสู้หลังออกจากโรงพยาบาลกลับไปที่โรงเรียน ก็ทันสอบพอดี หลังสอบเสร็จ ฉันก็เห็นใบหน้าที่น่ารังเกียจของเถียนเส้าไป๋กับเข่ออี๋ตรงหน้าประตูโรงเรียนพอเห็นพวกเรา เข่ออี๋ก็แสร้งถามฉันด้วยความตกใจ "พี่ ทำไมพี่ถึงมาสอบได้ล่ะ ได้ยินว่าพี่บาดเจ็บหนักมาก ไม่เป็นไรแล้วเหรอ?"ฉันไม่ได้สนใจเธอ ก่อนจะจูงฮั่ว
เดิมทีฮั่วฉีหยวนก็บาดเจ็บสาหัสจากอุบัติเหตุรถชนอยู่แล้ว เมื่อครู่ยังช่วยรับการโจมตีแทนฉันอีก หากยังไม่ได้รับการรักษา เกรงว่าคงจะถึงขีดอันตรายฉันไม่กล้าคิดต่อไปอีก ความไม่สบายใจผุดขึ้นในใจจนกระทั่งฉันกับพ่อบ้านส่งฮั่วฉีหยวนเข้าห้องผ่าตัดได้สำเร็จ หัวใจที่แขวนค้างอยู่ถึงได้วางลงในที่สุดจู่ ๆ ภาพตรงหน้าก็มืดดับ แล้วฉันก็หมดสติไปเมื่อตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ก็เป็นหนึ่งวันให้หลังแล้วพอลืมตาขึ้นมาก็เห็นดอนน่านั่งอยู่ข้างเตียงผู้ป่วยพลางกุมมือฉันไว้"เข่อซิน ในที่สุดลูกก็ตื่นแล้ว ตอนนี้รู้สึกเป็นยังไงบ้าง?"ฉันส่ายหน้า แล้วถามเธออย่างร้อนใจ "พี่ชายล่ะคะ เขาเป็นยังไงบ้าง?"เมื่อเอ่ยถึงฮั่วฉีหยวน แววตาของดอนน่าก็ปรากฏความแค้นขึ้นมา"เขาอยู่ในห้องไอซียูแล้ว หมอบอกว่าขอแค่ตื่นขึ้นมาก็ไม่เป็นไรแล้ว เรื่องครั้งนี้ไม่มีทางจบลงง่าย ๆ แบบนี้แน่ พ่อกับแม่ของลูกจะทำให้ตระกูลหลี่ต้องชดใช้"ทันทีที่เอ่ยจบ ก็มีหมอเข้ามาแจ้งว่าฮั่วฉีหยวนฟื้นแล้วฉันกับดอนน่าวิ่งออกจากห้องผู้ป่วยไปพร้อมกัน โดยมีหมอปลอบอยู่ข้าง ๆ ว่า "ไม่ต้องกังวลครับ คุณชายฮั่วบาดเจ็บหนักที่ขา แต่ส่งตัวมาทันเวลา ขาทั้งสองข้างจึงได
"ปล่อยพี่ชายฉันเดี๋ยวนี้!"ฉันยกปืนขึ้นเล็งไปที่พวกเขา เมื่อเห็นปืน พวกเขาก็ค่อย ๆ ถอยออกไปในที่สุด จนกระทั่งฉันไล่พวกเขาออกไปหมดแล้ว ฉันก็รีบรุดเข้าไปแบกฮั่วฉีหยวนขึ้นมา"พี่ไม่เป็นไรใช่ไหม ฉันจะพาพี่ออกไปเดี๋ยวนี้"เสียงของฉันสั่นเครือ ด้วยผลจากการฝึกฝนทำให้ฉันแบกฮั่วฉีหยวนขึ้นมาได้อย่างโซซัดโซเซ ฉันอดทนต่อความเจ็บปวดบนร่างกาย แล้ววิ่งลงเขาไปอย่างบ้าคลั่งขอแค่ลงเขาไปเห็นคนขับรถก็พอแล้วแต่ตอนที่เหลืออีกเพียงก้าวเดียวก็จะถึงเชิงเขา จู่ ๆ ด้านหลังก็มีแรงมหาศาลฉุดกระชากมา ฮั่วฉีหยวนถูกคนที่ไล่ตามมาคว้าตัวจนล้มลงกับพื้น อาการบาดเจ็บซ้ำแล้วซ้ำเล่าทำให้ฮั่วฉีหยวนกระอักเลือด ลมหายใจรวยริน ฉันเซไปหลายก้าวกว่าจะทรงตัวได้พอหันกลับไป ก็เห็นใบหน้ายิ้มเหี้ยมเกรียมของหลี่เส้า"เธอคงไม่คิดว่าจะหนีไปได้จริง ๆ หรอกนะ?"คนรอบข้างหัวเราะคิกคักพลางล้อมพวกเราเอาไว้ จากนั้นชายร่างกำยำที่มีแผลเป็นบนใบหน้าคนหนึ่งเดินออกมาแม้หลายปีมานี้ฉันจะเรียนศิลปะการต่อสู้มาตลอด แต่ถ้าต้องสู้กับคนตัวใหญ่แบบนี้ ฉันก็ไม่มีความมั่นใจเลยสักนิด ยิ่งไปกว่านั้น ด้านหลังฉันยังมีฮั่วฉีหยวนอยู่ด้วย"หนีไป ไม่ต้องสนใจฉ
คนขับรถช่วยฉันขนสินค้าที่กองเป็นภูเขาเข้าไปในห้องรับแขก ทันทีที่ฉันก้าวเข้าประตู ก็ได้ยินเสียงหนึ่งดังขึ้นอย่างขัดหู "ใช้เงินมือเติบดีนี่ คิดว่าตัวเองเป็นเจ้าหญิงของตระกูลฮั่วจริง ๆ แล้วหรือไง?"ฉันไม่ได้สนใจคำประชดประชันเย็นชาของเขา แต่ทักทายเขาอย่างหวาน ๆ "ไม่ได้เจอกันนานเลยนะคะพี่""ฉันซื้อของข
วันเปิดเทอม ฮั่วฉีหยวนนั่งอยู่ในรถด้วยใบหน้าหงุดหงิดเต็มทีฉันไม่คิดว่าเขาจะรอฉันไปโรงเรียนด้วยกัน จึงวิ่งไปหาเขาอย่างดีใจแล้วตะโกนว่า "พี่รอฉันไปด้วยกันเหรอ?"เขาแค่นหัวเราะ "เรียกใครว่าพี่ รีบขึ้นมา ถ้าสายฉันไม่ปล่อยเธอไว้แน่"ก่อนจะลงจากรถ ในที่สุดฮั่วฉีหยวนก็ยอมหันหน้ามาแล้วขู่ฉันอย่างดุดัน "
ดอนน่ายื่นบัตรใบหนึ่งให้ และอนุญาตให้ฉันหยุดพักหนึ่งวันคนขับรถพาฉันเข้าไปในตัวเมือง พอลงจากรถมาก็เห็นใบหน้าที่คุ้นเคย นั่นคือน้องสาวของฉัน เข่ออี๋เธอสวมชุดมาสคอตสีแดงสลับขาว ตอนที่ฉันเห็น เธอกำลังใช้มือข้างหนึ่งถอดหัวมาสคอตใบใหญ่ออก ส่วนอีกข้างถือใบปลิวเช็ดเหงื่อ ใบหน้าเล็กขาวสะอาดตอนนี้ร้อนจนกล
มุมปากของฉันเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ขณะกำลังวาดฝันถึงอนาคตอันสวยงาม ก็ได้ยินเสียงปัง ประตูถูกถีบเปิดออกสมองฉันเหมือนหยุดทำงานไปชั่วขณะ พอหันกลับไป ก็เห็นสุนัขพันธุ์เนโปลิตัน มาสทิฟฟ์ตัวมหึมาพุ่งเข้ามาหาฉันในวินาทีที่ฉันถูกสุนัขกระโจนใส่จนล้มลง ฉันเห็นเด็กหนุ่มร่างสูงคนหนึ่งยืนพิงอยู่ข้างประตู เขาเป็นเ





