Masuk‘ขอโทษ’
การะเกดสามารถพูดคำนี้ออกมาได้ง่ายๆ ราวกับว่าความรู้สึกที่เขาเสียไปเป็นเพียงเรื่องขำๆ
รณดิษดึงมือออกจากการกุมอย่างมีมารยาท ดวงตาคมกริบหลุบลง
“เกลี้ยงยังโกรธเกดอยู่ไหม?” เสียงขาดความมั่นใจจนชายหนุ่มสังเกตได้ เขายกยิ้มเล็กน้อยจนเห็นลักยิ้มเล็กๆ ข้างแก้ม
“เกดอยากได้คำตอบแบบไหนล่ะ?”
“ฮึก...เกดเข้าใจ เกดผิดเองที่ตอนนั้นตาบอดไปเลือกไอ้สารเลวคนนั้น” น้ำตาใสๆ เอ่อเต็มหัวตา ก่อนจะไหลออกมาเป็นสาย ถ้าเป็นในอดีตเขาคงพะว้าพะวังปลอบใจเธอ
แต่นั่นแหละนะ
‘อดีตก็คืออดีต’
“แล้วนี่แม็คไม่กลับมาพร้อมเกดด้วยเหรอ?” เขาแสร้งทำเป็นไม่เข้าใจ การะเกดนิ่งงันไปชั่วครู่
เมื่อคิดถึงไอ้ผัวสารเลวก็เริ่มโกรธเกลียด บรรยายเป็นคำพูดแทบไม่ออก
“ไม่ เกดหย่ากับไอ้ชั่วนั่นแล้ว”
“อ้อ” อดีตคนรักและเพื่อนสมัยเด็กทำเสียงในลำคอ
เขาดูไม่แปลกใจหรือเขาแค่ไม่สนใจ?
กิริยาที่ติดจะเฉยเมยผิดกับในอดีตพาให้การะเกดหวั่นใจไม่น้อย
“เกลี้ยงไม่คิดจะถามอะไรหน่อยเหรอ?”
“ถาม..” เขาเว้นวรรคไปครู่ ก่อนจะเสริมต่อยิ้มๆ ว่า
“เกดอยากให้เกลี้ยงถามอะไรเกดล่ะ?”
“ก็แบบทำไมเราถึงเลิกกับแม๊ค ฮึก..ทำไมถึง...”
“หืม”
“เกลี้ยง” เธอครางเสียงแผ่ว ดวงตาคู่สวยสบกับดวงตาเขาเต็มไปด้วยความร้อนใจ ยิ่งเห็นเขาสุภาพเท่าไรเธอยิ่งร้อนรน
“เราคิดว่ามันเป็นเรื่องส่วนตัวของเกดนะ เราไม่อยากรู้หรอก”
“ฮึก...สรุปเกลี้ยงยังโกรธเกดอยู่”
“....”
“เกดขอโทษ..เกดรู้แล้ว..เกดผิดเอง เกดผิดที่ทิ้งผู้ชายดีๆ แบบเกลี้ยงไปคบกับคนแบบนั้น” เธอก้มหน้าร้องไห้อย่างไม่อายคน
ด้วยชีวิตคาบช้อนเงินช้อนทองมาเกิด แถมต้นทุนทั้งหน้าตาผิวพรรณดีโดยไม่ต้องทำอะไร สำหรับความรักก็รับจนล้นปริ่มทั้งจากครอบครัวคนรัก ชีวิตราวๆ กับเจ้าหญิงตัวน้อยๆ
ตัวรณดิษเองก็ไม่ได้มีดีแค่ชาติตระกูลเก่าแก่ ร่ำรวยเงินทองเท่านั้น แต่ยังทรงอิทธิพลในแวดวงทางการเมืองและสังคม แถมเขายังเป็นหนึ่งในผู้ชายที่รักมั่นคง ตอนอยู่ด้วยกันเขาดีกับเธอทุกอย่าง ถ้าเธอบอกซ้ายเขาก็ซ้าย ถ้าเธอบอกขวาเขาก็พร้อมจะไปขวา เราแทบไม่เคยทะเลาะกันเลย
แต่อาจเพราะเธอคุ้นชินกับสิ่งที่ได้รับจึงมองว่าสิ่งที่เขาทำเป็น ‘ของธรรมดา’
ดังนั้นเมื่อเธอได้ใกล้ชิดแมคทาริคเพื่อนสนิทคนใหม่ของแฟน ใจของหล่อนจึงหวั่นไหวไปกับสายตาร้อนแรงที่จ้องมองมา แม็คแย้งเธอไปเสียทุกเรื่อง ความรู้สึกท้าทายที่รู้กันสองคนเริ่มถูกกระตุ้น ยิ่งเห็นเขาเจ้าชู้เธอยิ่งอยากปราบจนเผลอมีความสัมพันธ์ทางกาย ลามไปจนนอกใจ
แต่ด้วยความรักเมียจึงเลือกที่จะขอโทษก่อน“คุณขอโทษครับ ตอนนั้นคุณไม่ได้เรื่องเอง”“หึ”“งั้นเรากลับมารักกันนะครับ” ได้ทีประจบ“เหรอออออ” เธอลากเสียงอย่างหมั่นไส้ ก่อนจะเสริมต่อว่า“ที่นวลจำได้มีแต่นวลที่รักคุณเกลี้ยงฝ่ายเดียวนะ”“ไม่จริงครับ” เขารีบขัดทันที ในอดีตเคยซึนดาเระจนเสียเมียกับลูกไปหลายปี ปัจจุบันคิดได้แล้วต้องไม่ให้เมียคิดมาก“คุณรักนวลมากรู้ไหม”“ไม่จริงอะ”“จริงๆ นวลไม่รู้หรอก ตั้งแต่นวลหายไป คุณใช้เวลาตามหานวลนานแค่ไหน งานการคุณก็ไม่ได้ทำ แถมยังใช้ชีวิตลอยไปวันๆ คุณรู้สึกเหมือนตัวเองติดในหล่มหาทางออกไม่เจอ”“...”“นวลรู้ไหมครับ คุณมักฝันถึงนวลกับลูกเสมอ..ฝันว่าเราอยู่ด้วยกันเป็นครอบครัวที่อบอุ่น ก่อนที่คุณจะตี่นขึ้นมาไม่เห็นใครเลย” เขาสารภาพเสียงเครือ พาให้อมาวสีใจอ่อนยวบ“มันทุกข์..แถมเป็นความทุกข์ที่หาก้นไม่เจอ จนวันที่ไอ้นิกมันส่งรูปนวลกับลูกมาให้..รู้ไหมครับ คุณเหมือนได้เกิดใหม่เลย”“...”“คุณรักนวลจริงๆ นะ แต่ก่อนหน้านี้คุณโง่เอง คุณมั่นใจในตัวเองเกินไป คุณไม่เคยคิดว่านวลจะกล้าทิ้ง ฮึก...ขอโทษนะครับ คุณสัญญาว่าต่อแต่นี้ไปคุณจะไม่มีวันทำผิดกับนวลอีก” คำมั่นสัญญาจริงใ
สัมผัสแผ่วเบาเรียกสติคนที่จมกับความฝันสะดุ้งตื่น ดวงตาคมสนิทเบิกกว้างไร้แวว ก่อนจะจับโฟกัสที่ใบหน้าสวยหวานที่ยังติดอยู่ในใจทุกขณะ“นวล..” รณดิษครางแผ่วเบา น้ำใสเริ่มกลับมารินลงหางตา ริมฝีปากหยักบิดยิ้มเจ็บปวดหรือเขายังฝัน หากเป็นฝันเขาก็ไม่พร้อมจะตื่น“อืม นวลเอง” อมาวสีรับคำ ก่อนที่หมอและพยาบาลทยอยวิ่งกันเข้ามา มือเล็กที่เคยจับมือเขาไว้คลายลงพร้อมความอบอุ่นบนฝ่ามือพาให้อดีตท่านรัฐมนตรีตระหนก“อย่าไป..”“อืม นวลไม่ไปไหนหรอก จะรอคุณอยู่ตรงนี้” ประโยคว่าง่ายพาให้คนตัวโตเต็มไปด้วยความหวัง แต่ถึงอย่างนั้นดวงตาคมยังคงจ้องเขม่นไปที่ร่างระหงที่กำลังนั่งหาวรอตรวจอย่างใจจดใจจ่อหลังตรวจเสร็จรณดิษแทบไม่ปล่อยให้ผู้หญิงตรงหน้าให้ขยับไปไหน ไม่พอมือเล็กยังถูกเขาเกาะกุมแน่น และสำนึกรู้ว่าเธอมีตัวตนอยู่จริงไม่ใช่แค่ฝัน“ใจใจ๋ละครับ”“ลูกปลอดภัยดีค่ะ คุณเกลี้ยงไม่ต้องห่วง” ห่วงตัวคุณเถอะ นอนหลับเป็นตายนึกว่าลูกจะกำพร้าพ่อเสียแล้ว“ดีจังเลยครับ”“...”“นวลให้อภัยคุณแล้วใช่ไหมครับ” คนป่วยเอ่ยด้วยน้ำเสียงกริ่นเกรง ทุกวันนี้กลัวว่าถ้าพูดไม่ถูกหูเธอจะพาลูกหนี“หึ”คนตัวโตจ้องอดีตเมียเก็บตาแป๋ว พยายามอ่าน
ในภาพฝันรณดิษกำลังยืนอยู่หน้าประตูห้องคอนโดสุดหรูริมแม่น้ำ สถานที่ไม่กล้าไปเหยียบในรอบหลายปี เพราะภาพของเมียที่เก็บมาเลี้ยงยังคงติดอยู่แทบทุกมุมห้อง พาให้ใจทั้งกังวลและหดหู่ทำไมเขามายืนที่นี่ได้นะ แล้วใจใจ๋ล่ะ?ภาพในหัวที่จดจำได้คือภาพที่ตนยัดลูกสาวตัวน้อยเข้าไปด้านใต้เก้าอี้ไม้ใหญ่ก่อนที่ตัวอาคารจะถล่มลงมา ใจใจ๋ของเขาจะปลอดภัยดีไหมนะ?ทว่าในห้วงความสับสนประตูก็ถูกเปิดออก หญิงสาวในชุดกระโปรงสีเหลืองอ่อนกำลังยืนเบิกตากว้าง เอียนหัวมองเขาอย่างสงสัย ใบหน้าเล็กยังดูอ่อนเยาว์กว่าปัจจุบันอยู่บ้าง“คุณเกลี้ยงมายืนทำอะไรตรงนี้คะ?” นวลพูดพร้อมส่งยิ้มหวาน พลางเข้ามาคล้องแขนเขาอย่างออดอ้อนเขาชะงักตัวแข็งทื่อไปชั่วครู่นวลหายโกรธเขาแล้ว?“เข้าบ้านกันนะคะ” คำว่า ‘บ้าน’ ที่ในอดีตฟังแล้วธรรมดา แต่เมื่อเคย ‘สูญเสีย’ กลับรู้ซึ้งถึงคุณค่าเขายอมเดินตามเธอเข้าไปด้านในด้วยหัวใจยินดี“นั่งก่อนนะคะ คุณเกลี้ยงกลับมาพอดีเลยนวลพึ่งชงชาเสร็จ” เธอพูดอย่างอารมณ์ดี ดวงตาคู่สวยพราวระยับ ทว่าอะไรบางอย่างในนั้นพาให้เขาดึงรั้งแขนนวลผ่อง“อย่าไป” คำแรกที่พูดกับผู้หญิงตรงหน้าค่อนข้างแหบแห้งติดสั่น นวลเองก็คงสัมผัสได้
ซึ่งเวลานี้บนพื้นห้องมีสาวใช้ที่ดูอายุราวๆ สิบกว่ากำลังชูตุ๊กตากบขึ้นมาทำเสียงสองเสียงสามใส่ตุ๊กตาเจ้าหญิงที่อยู่ในมือของเด็กหญิง บรรยากาศรอบด้านสดใสด้วยเสียงหัวเราะและรอยยิ้มของเด็กน้อย และไม่ใช่เพียงสาวใช้แค่คนเดียว ใจใจ๋ยังมีพี่เลี้ยงที่อยู่เป็นเพื่อนเล่นถึงอีกสามคน!อมาวสีกวาดตามองรอบๆ ห้องถึงกับตกใจ เพราะห้องเด็กเล่นที่ว่าไม่ใช่แค่ห้องเล็กๆ อย่างที่เข้าใจ แต่เต็มไปด้วยเครื่องเล่นปีนป่ายในร่มจัดเต็ม และยังแบ่งเป็นโซนของเล่นเป็นเรื่องเป็นราวไม่ต่างจากคาเฟ่เด็กในห้างดังๆ แม้แต่นิดแต่..ถ้าเธอจำไม่ผิดบรรดาลูกๆ ของคุณหญิงเปรมวดียังไม่มีหลานให้ท่านเลยสักคน หรือว่า?และเหมือนหัวหน้าคนใช้จะรู้ใจ เจ้าหล่อนรีบช่วยเจ้านายทำคะแนนทันที“คุณท่านตั้งใจทำห้องนี้ให้คุณหนูใจใจ๋เลยนะคะ”“....”“ท่านจ้างคนมาออกแบบห้องนอนและห้องของเล่นให้คุณหนูใหม่ ของเล่นทุกชิ้นท่านก็จ้างที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการเด็ก” คำอวยเจ้านายตามมาอีกหลายประโยค เข้าหูซ้ายบ้างออกหูขวาบ้างอมาวสีไม่รู้จะทำยังไง มันคล้ายกับว่าคุณหญิงท่านต้องการผูกบ่วงรัดเธอกับลูกไว้ที่ตระกูลแห่งนี้หรือเธอจะพลาดที่ตามมากรุงเทพนะ?หญิงสาวทำไ
หลังจากห้องicu รณดิษถูกย้ายมายังห้อง vvip โรงพยาบาลอันดับหนึ่งของประเทศ นอกจากพยาบาลพิเศษ ตัวอมาวสีเองก็ย้ายมาเฝ้าชายหนุ่มเช่นกัน และแทบไม่ได้หลับได้นอนยังดีที่เขาพ้นขีดอันตรายแล้วหึ ไม่ได้ให้อภัยเขาหรอกนะ เพียงแต่แค่รู้สึกผิดที่ปากเสียไล่เขาไปตายตอนที่คุณหญิงเปรมวดีเปิดประตูเข้ามาเห็นว่าที่ลูกสะใภ้นั่งหน้าเครียด ใต้ตาดำคล้ำคล้ายกับคนไม่ได้นอนก็ถึงกับหลุดยิ้มพร้อมเอ่ยทักอย่างเอ็นดู“นวลพักก่อนก็ได้นะลูก” อมาวสีหันไปส่งยิ้มสุภาพ ก่อนที่คนอายุมากกว่าจะพยักหน้าไปยังคนใช้ด้านหลัง“คุณแม่ให้แม่บ้านทำกับข้าวมาฝากนวลด้วยนะ”“ขอบคุณค่ะ” หญิงสาวรีบยกมือไหว้ตื้นตันใจ ปนสับสนเล็กน้อยว่าทำไมแม่ของอดีตเสี่ยเลี้ยงถึงดีกับเธอเฉยเลยทว่าสิ่งที่สองหนุ่มสาวไม่รู้ก็คือคุณหญิงเปรมวดีเองก็มีปมเรื่องลูกเช่นกัน ด้วยสมัยสาวๆ ตัวท่านเองอยากมี ‘ลูกสาว’ มาก ทว่าทั้งญาติฝั่งอมรพิทักษ์รมย์ และตระกูลปารเจริญหรือตระกูลฝั่งตนล้วนแต่มีลูกหลานผู้ชาย ตัวเธอเองก็เป็นลูกสาวหลานสาวเพียงคนเดียวของตระกูล แม้แต่ลูกชายสองคนที่แต่งงานไปก่อนหน้านี้ก็ยังไม่มีหลานมาให้อุ้ม ดังนั้นตอนที่ท่านรู้ข่าวว่าเด็กเลี้ยงของลูกชายคนเล็กมี
“คุณเกลี้ยงยังไม่ออกมาเลยค่ะคุณแม่” อมาวสีตอบด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง ดวงตาคู่สวยเต็มไปด้วยความสำนึกผิด“หนูขอโทษนะคะ ฮึก..หนูขอโทษ”“นวลไม่ได้ผิดอะไร นวลไม่ต้องขอโทษ ทั้งหมดคือภัยธรรมชาติ ที่สำคัญคุณเกลี้ยงเป็นพ่อต้องช่วยลูกก็ถูกแล้ว” ท่านหยอบตัวนั่งลงบนเก้าอี้ด้านข้าง พลางลูบหลังปลอบไปด้วยท่านเองก็พึ่งรับรู้จากเลขาว่าเจ้าลูกชายบาดเจ็บจากการเช้าไปช่วยลูกสาว นี่ก็ไม่รู้ว่าหลานตัวน้อยของท่านที่เห็นเพียงภาพถ่ายจะปลอดภัยดีไหม คนอายุมากกว่าพยายามตะล่อมถามเพื่อไม่ให้ว่าที่ลูกสะใภ้ตั้งกำแพงใส่“แล้วใจใจ๋ปลอดภัยดีไหม”“ใจใจ๋ปลอดภัยดีค่ะ พึ่งนอนหลับไปไม่ถึงครึ่งชั่วโมงที่แล้ว ถ้าคุณท่านจะมาเยี่ยมเป็นพรุ่งนี้ได้ค่ะ” ตั้งแต่เกิดแผ่นดินไหว อมาวสีเหมือนจะสำนึกได้ทันทีว่าชีวิตคนเรานั้นสั้นและไม่แน่ไม่นอน คนเราจะตายวันตายพรุ่งก็ไม่รู้ทิฐิมานะที่เคยสูงลิบจึงลดลงฮวบในทันที“นวลจะให้คุณแม่ไปเยี่ยมหลานได้จริงๆ ใช่ไหมลูก”“ค่ะ” คนหน้าหวานพยักหน้ารับปลดปลง ในขณะที่คุณย่าของหลานยิ้มแก้มแทบปริ ก่อนที่จะสลดลงทันทีเมื่อนายแพทย์ที่รักษาตัวลูกชายเดินหน้าเครียดออกมาจากห้อง ICU“พวกคุณคือญาติของคนไข้ใช่ไหมครับ” อมา







