Masuk
ท่ามกลางความเงียบสงบในค่ำคืนหนึ่ง รถมายบัสสีขาวคันโตเลื่อนแล่นมาจอดติดตรงสามแยกชานเมือง บนรถหรูมีนักการเมืองคนสำคัญระดับประเทศกำลังนั่งตาเยิ้มมึนเมาอยู่ด้านหลัง
“ไอ้นิก มึงรู้ไหม ตั้งแต่เกิดจนโตยังไม่มีคนทำกูเจ็บได้ขนาดนี้เลย” เสียงเจ้านายหนุ่มคล้ายจะร่าเริงผิดแผกกับความหมายที่พูดลิบลับ
‘นิกสกล’ ผู้มีสถานะเป็นผู้ช่วยคนสนิทกึ่งเลขา และยังรับหน้าที่คนขับรถมองผ่านกระจกด้วยสายตาเป็นห่วง เขาอยากเอ่ยปากปลอบแต่ก็ไม่รู้จะใช้คำไหนถึงจะดี
“ความรักตลอดสิบห้าปี แม่ง..ไม่เคยมีความหมายอะไรกับเกดเลยเหรอว่ะ?”
“ท่านครับ ท่านอย่าคิดมากเลยนะครับ”
“มึงไม่ให้กูคิดมาก ทั้งที่เมียกูหนีไปแต่งงานกับคนอื่นนี่นะ?” รณดิษเอ่ยเถียงกลับเสียงขื่น
“ท่านเมาแล้ว”
“กูไม่ได้เมาไอ้นิก” คนเมาที่ปกติแทบไม่พูดไม่จารีบปฏิเสธว่าตนกำลังเมา ทว่าก่อนที่นิกสกลจะทันได้เถียง เสียงเคาะหน้าต่างจากเบาะนั่งด้านหลังก็ดังขึ้น
ดวงตาคมเฉียงขึ้นดำสนิทเพ่งมอง มือแกร่งเลื่อนไปยังกระจกหน้าต่างก่อนที่คนขับจะทันห้าม
แสงจันทร์นวลผ่องด้านหลังประกอบกับแสงไฟดวงเล็กจากไฟข้างถนนสว่างวาบ เผยให้เห็นใบหน้าเล็กปราศจากเครื่องสำอางกำลังเอียงคอมองมาที่เขา
“นมเปรี้ยวไหมคะ?” เสียงหวานใสเอ่ยถามซื่อพร้อมกับชูถุงใส่ขวดนมเปรี้ยวให้เขาดู อาจเพราะรอยยิ้มจริงใจที่หาได้ยากยิ่งส่งผลให้คนเมาถามกลับ
“เท่าไร?”
“สิบขวดร้อยค่ะ ถ้าสองถุง หนูคิดคุณร้อยแปดสิบบาทค่ะ”
“อืม” เขาทำเสียงในลำคอ ดวงตาคมดำสนิทหลุบลงราวกับคิดอะไรในใจ
นิกสกลมองเจ้านายหนุ่ม ก่อนเอื้อมไปหยิบกระเป๋าเงินใบเล็กเพื่อหยิบธนบัตรออกมาจ่าย แต่ก็ไม่ทันเมื่อชายหนุ่มเลือกจะเปิดประตูออกไป
“ท่านครับ!!!”
นายกู คิดจะทำอะไรอีกวะเนี่ย
คนขับรถกึ่งผู้ช่วยคิดอย่างตกใจ ดวงตามองไปยังที่สัญญาณไฟจราจรที่กำลังเปลี่ยนเป็นสีเขียว ยังดีที่เป็นชานเมือง เวลานี้จึงแทบไม่มีรถผ่าน
รณดิษซวนเซพายามประคองร่างสูงเฉียดร้อยเก้าสิบเซ็นให้ตั้งตรง ก่อนจะก้มมองร่างเล็กที่กำลังเงยมองกลับมาด้วยสายตาสงสัย
“คุณไม่ต้องลงมาเองก็ได้ค่ะ”
“ขึ้นรถ”
“คะ?” เธอย้อนถามตกใจ
คนเมาหน้าหล่อแทบไม่สนใจใบหน้าเหวอที่เจ้าหล่อนส่งมา แถมยังข้อมือคนตัวเล็กกว่าดึงเข้าหาตัว
กลิ่นเหล้าชั้นดีผสมกับกลิ่นกายชายส่งผลให้หญิงสาวเริ่มตระหนก ทว่าน่าแปลกเพียงสบตาดำสนิทที่กำลังเยิ้มด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์กลับทำให้หัวใจสาวเต้นระรัวไม่เป็นจังหวะ
มากกว่าความกลัวคือความรู้สึกสั่นไหว...
“เธอชื่ออะไร?” เสียงทุ้มแหบพร่า ลมหายใจอุ่นๆ กลิ่นเหล้าหอมหวานผิดแผกจากกลิ่นเหล้าเถื่อนที่บรรดาคนในหมู่บ้านดื่มกัน และนั่นพาให้เธอเกิดอาการประหม่าโดยไม่รู้ตัว
“หนูชื่อนวลเพ็ญค่ะ”
“โบราณ” เขาพูดกลั้วหัวเราะ ก่อนจะเสริมต่อว่า
“แต่ก็สมกับเธอดี”
“คะ?”
“ก็ชื่อเธอหมายถึงจันทร์เต็มดวงนี่ เหมือนคืนนี้” เขาพูดพร้อมกับมองไปที่ดวงจันทร์ที่กำลังเต็มดวง
“ใช่ค่ะ” เธอก้มหน้าตอบอย่างเขินอาย
เขาเป็นคนแรกที่ทักความหมายของชื่อ ในหัวตอนนี้เต็มไปด้วยความสับสน แทบลืมต่อรองเขาว่าจะเหมานมเปรี้ยวหมดเลยไหม?
“ท่านครับ” นิกสกลที่พึ่งลงจากรถ เตรียมจะพูดแทรก ทว่าก็ไม่ทันเจ้านายหนุ่มที่กำลังฉุดร่างเล็กขึ้นรถตาม
“เดี๋ยวก่อนสิครับท่าน ท่านกำลังจะทำอะไร?”
“คุณคะ ปล่อยหนูค่ะ” นวลเพ็ญกล่าวเสียงสั่น ใจสาวแรกรุ่นเริ่มไหวแรง ทั้งกลัวทั้งหวิว
ร่างเล็กถูกยัดเข้าไปด้านใน เธอขยับชิดเข้าไปจนชิดอีกฝั่ง มือน้อยรีบฉวยโอกาสเอื้อมไปยังประตูเพื่อเปิดประตู ทว่าเสียงทุ้มแหบพร่าของเขากลับพูดขึ้นก่อน
“กลับบ้านกัน”
บ้านคำง่ายๆ ที่ดูเลือนรางในความรู้สึก
หญิงสาวชะงักมือ ก่อนดวงตากลมโตจะหันไปสบกับดวงตาคมดำสนิทชวนหลงใหล รอยยิ้มของเขาถูกกดลงจนเห็นลักยิ้มเล็กข้างแก้ม มันเป็นยิ้มที่มีเสน่ห์ที่สุดตั้งแต่นวลเพ็ญเคยเห็นมา
แต่ด้วยความรักเมียจึงเลือกที่จะขอโทษก่อน“คุณขอโทษครับ ตอนนั้นคุณไม่ได้เรื่องเอง”“หึ”“งั้นเรากลับมารักกันนะครับ” ได้ทีประจบ“เหรอออออ” เธอลากเสียงอย่างหมั่นไส้ ก่อนจะเสริมต่อว่า“ที่นวลจำได้มีแต่นวลที่รักคุณเกลี้ยงฝ่ายเดียวนะ”“ไม่จริงครับ” เขารีบขัดทันที ในอดีตเคยซึนดาเระจนเสียเมียกับลูกไปหลายปี ปัจจุบันคิดได้แล้วต้องไม่ให้เมียคิดมาก“คุณรักนวลมากรู้ไหม”“ไม่จริงอะ”“จริงๆ นวลไม่รู้หรอก ตั้งแต่นวลหายไป คุณใช้เวลาตามหานวลนานแค่ไหน งานการคุณก็ไม่ได้ทำ แถมยังใช้ชีวิตลอยไปวันๆ คุณรู้สึกเหมือนตัวเองติดในหล่มหาทางออกไม่เจอ”“...”“นวลรู้ไหมครับ คุณมักฝันถึงนวลกับลูกเสมอ..ฝันว่าเราอยู่ด้วยกันเป็นครอบครัวที่อบอุ่น ก่อนที่คุณจะตี่นขึ้นมาไม่เห็นใครเลย” เขาสารภาพเสียงเครือ พาให้อมาวสีใจอ่อนยวบ“มันทุกข์..แถมเป็นความทุกข์ที่หาก้นไม่เจอ จนวันที่ไอ้นิกมันส่งรูปนวลกับลูกมาให้..รู้ไหมครับ คุณเหมือนได้เกิดใหม่เลย”“...”“คุณรักนวลจริงๆ นะ แต่ก่อนหน้านี้คุณโง่เอง คุณมั่นใจในตัวเองเกินไป คุณไม่เคยคิดว่านวลจะกล้าทิ้ง ฮึก...ขอโทษนะครับ คุณสัญญาว่าต่อแต่นี้ไปคุณจะไม่มีวันทำผิดกับนวลอีก” คำมั่นสัญญาจริงใ
สัมผัสแผ่วเบาเรียกสติคนที่จมกับความฝันสะดุ้งตื่น ดวงตาคมสนิทเบิกกว้างไร้แวว ก่อนจะจับโฟกัสที่ใบหน้าสวยหวานที่ยังติดอยู่ในใจทุกขณะ“นวล..” รณดิษครางแผ่วเบา น้ำใสเริ่มกลับมารินลงหางตา ริมฝีปากหยักบิดยิ้มเจ็บปวดหรือเขายังฝัน หากเป็นฝันเขาก็ไม่พร้อมจะตื่น“อืม นวลเอง” อมาวสีรับคำ ก่อนที่หมอและพยาบาลทยอยวิ่งกันเข้ามา มือเล็กที่เคยจับมือเขาไว้คลายลงพร้อมความอบอุ่นบนฝ่ามือพาให้อดีตท่านรัฐมนตรีตระหนก“อย่าไป..”“อืม นวลไม่ไปไหนหรอก จะรอคุณอยู่ตรงนี้” ประโยคว่าง่ายพาให้คนตัวโตเต็มไปด้วยความหวัง แต่ถึงอย่างนั้นดวงตาคมยังคงจ้องเขม่นไปที่ร่างระหงที่กำลังนั่งหาวรอตรวจอย่างใจจดใจจ่อหลังตรวจเสร็จรณดิษแทบไม่ปล่อยให้ผู้หญิงตรงหน้าให้ขยับไปไหน ไม่พอมือเล็กยังถูกเขาเกาะกุมแน่น และสำนึกรู้ว่าเธอมีตัวตนอยู่จริงไม่ใช่แค่ฝัน“ใจใจ๋ละครับ”“ลูกปลอดภัยดีค่ะ คุณเกลี้ยงไม่ต้องห่วง” ห่วงตัวคุณเถอะ นอนหลับเป็นตายนึกว่าลูกจะกำพร้าพ่อเสียแล้ว“ดีจังเลยครับ”“...”“นวลให้อภัยคุณแล้วใช่ไหมครับ” คนป่วยเอ่ยด้วยน้ำเสียงกริ่นเกรง ทุกวันนี้กลัวว่าถ้าพูดไม่ถูกหูเธอจะพาลูกหนี“หึ”คนตัวโตจ้องอดีตเมียเก็บตาแป๋ว พยายามอ่าน
ในภาพฝันรณดิษกำลังยืนอยู่หน้าประตูห้องคอนโดสุดหรูริมแม่น้ำ สถานที่ไม่กล้าไปเหยียบในรอบหลายปี เพราะภาพของเมียที่เก็บมาเลี้ยงยังคงติดอยู่แทบทุกมุมห้อง พาให้ใจทั้งกังวลและหดหู่ทำไมเขามายืนที่นี่ได้นะ แล้วใจใจ๋ล่ะ?ภาพในหัวที่จดจำได้คือภาพที่ตนยัดลูกสาวตัวน้อยเข้าไปด้านใต้เก้าอี้ไม้ใหญ่ก่อนที่ตัวอาคารจะถล่มลงมา ใจใจ๋ของเขาจะปลอดภัยดีไหมนะ?ทว่าในห้วงความสับสนประตูก็ถูกเปิดออก หญิงสาวในชุดกระโปรงสีเหลืองอ่อนกำลังยืนเบิกตากว้าง เอียนหัวมองเขาอย่างสงสัย ใบหน้าเล็กยังดูอ่อนเยาว์กว่าปัจจุบันอยู่บ้าง“คุณเกลี้ยงมายืนทำอะไรตรงนี้คะ?” นวลพูดพร้อมส่งยิ้มหวาน พลางเข้ามาคล้องแขนเขาอย่างออดอ้อนเขาชะงักตัวแข็งทื่อไปชั่วครู่นวลหายโกรธเขาแล้ว?“เข้าบ้านกันนะคะ” คำว่า ‘บ้าน’ ที่ในอดีตฟังแล้วธรรมดา แต่เมื่อเคย ‘สูญเสีย’ กลับรู้ซึ้งถึงคุณค่าเขายอมเดินตามเธอเข้าไปด้านในด้วยหัวใจยินดี“นั่งก่อนนะคะ คุณเกลี้ยงกลับมาพอดีเลยนวลพึ่งชงชาเสร็จ” เธอพูดอย่างอารมณ์ดี ดวงตาคู่สวยพราวระยับ ทว่าอะไรบางอย่างในนั้นพาให้เขาดึงรั้งแขนนวลผ่อง“อย่าไป” คำแรกที่พูดกับผู้หญิงตรงหน้าค่อนข้างแหบแห้งติดสั่น นวลเองก็คงสัมผัสได้
ซึ่งเวลานี้บนพื้นห้องมีสาวใช้ที่ดูอายุราวๆ สิบกว่ากำลังชูตุ๊กตากบขึ้นมาทำเสียงสองเสียงสามใส่ตุ๊กตาเจ้าหญิงที่อยู่ในมือของเด็กหญิง บรรยากาศรอบด้านสดใสด้วยเสียงหัวเราะและรอยยิ้มของเด็กน้อย และไม่ใช่เพียงสาวใช้แค่คนเดียว ใจใจ๋ยังมีพี่เลี้ยงที่อยู่เป็นเพื่อนเล่นถึงอีกสามคน!อมาวสีกวาดตามองรอบๆ ห้องถึงกับตกใจ เพราะห้องเด็กเล่นที่ว่าไม่ใช่แค่ห้องเล็กๆ อย่างที่เข้าใจ แต่เต็มไปด้วยเครื่องเล่นปีนป่ายในร่มจัดเต็ม และยังแบ่งเป็นโซนของเล่นเป็นเรื่องเป็นราวไม่ต่างจากคาเฟ่เด็กในห้างดังๆ แม้แต่นิดแต่..ถ้าเธอจำไม่ผิดบรรดาลูกๆ ของคุณหญิงเปรมวดียังไม่มีหลานให้ท่านเลยสักคน หรือว่า?และเหมือนหัวหน้าคนใช้จะรู้ใจ เจ้าหล่อนรีบช่วยเจ้านายทำคะแนนทันที“คุณท่านตั้งใจทำห้องนี้ให้คุณหนูใจใจ๋เลยนะคะ”“....”“ท่านจ้างคนมาออกแบบห้องนอนและห้องของเล่นให้คุณหนูใหม่ ของเล่นทุกชิ้นท่านก็จ้างที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการเด็ก” คำอวยเจ้านายตามมาอีกหลายประโยค เข้าหูซ้ายบ้างออกหูขวาบ้างอมาวสีไม่รู้จะทำยังไง มันคล้ายกับว่าคุณหญิงท่านต้องการผูกบ่วงรัดเธอกับลูกไว้ที่ตระกูลแห่งนี้หรือเธอจะพลาดที่ตามมากรุงเทพนะ?หญิงสาวทำไ
หลังจากห้องicu รณดิษถูกย้ายมายังห้อง vvip โรงพยาบาลอันดับหนึ่งของประเทศ นอกจากพยาบาลพิเศษ ตัวอมาวสีเองก็ย้ายมาเฝ้าชายหนุ่มเช่นกัน และแทบไม่ได้หลับได้นอนยังดีที่เขาพ้นขีดอันตรายแล้วหึ ไม่ได้ให้อภัยเขาหรอกนะ เพียงแต่แค่รู้สึกผิดที่ปากเสียไล่เขาไปตายตอนที่คุณหญิงเปรมวดีเปิดประตูเข้ามาเห็นว่าที่ลูกสะใภ้นั่งหน้าเครียด ใต้ตาดำคล้ำคล้ายกับคนไม่ได้นอนก็ถึงกับหลุดยิ้มพร้อมเอ่ยทักอย่างเอ็นดู“นวลพักก่อนก็ได้นะลูก” อมาวสีหันไปส่งยิ้มสุภาพ ก่อนที่คนอายุมากกว่าจะพยักหน้าไปยังคนใช้ด้านหลัง“คุณแม่ให้แม่บ้านทำกับข้าวมาฝากนวลด้วยนะ”“ขอบคุณค่ะ” หญิงสาวรีบยกมือไหว้ตื้นตันใจ ปนสับสนเล็กน้อยว่าทำไมแม่ของอดีตเสี่ยเลี้ยงถึงดีกับเธอเฉยเลยทว่าสิ่งที่สองหนุ่มสาวไม่รู้ก็คือคุณหญิงเปรมวดีเองก็มีปมเรื่องลูกเช่นกัน ด้วยสมัยสาวๆ ตัวท่านเองอยากมี ‘ลูกสาว’ มาก ทว่าทั้งญาติฝั่งอมรพิทักษ์รมย์ และตระกูลปารเจริญหรือตระกูลฝั่งตนล้วนแต่มีลูกหลานผู้ชาย ตัวเธอเองก็เป็นลูกสาวหลานสาวเพียงคนเดียวของตระกูล แม้แต่ลูกชายสองคนที่แต่งงานไปก่อนหน้านี้ก็ยังไม่มีหลานมาให้อุ้ม ดังนั้นตอนที่ท่านรู้ข่าวว่าเด็กเลี้ยงของลูกชายคนเล็กมี
“คุณเกลี้ยงยังไม่ออกมาเลยค่ะคุณแม่” อมาวสีตอบด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง ดวงตาคู่สวยเต็มไปด้วยความสำนึกผิด“หนูขอโทษนะคะ ฮึก..หนูขอโทษ”“นวลไม่ได้ผิดอะไร นวลไม่ต้องขอโทษ ทั้งหมดคือภัยธรรมชาติ ที่สำคัญคุณเกลี้ยงเป็นพ่อต้องช่วยลูกก็ถูกแล้ว” ท่านหยอบตัวนั่งลงบนเก้าอี้ด้านข้าง พลางลูบหลังปลอบไปด้วยท่านเองก็พึ่งรับรู้จากเลขาว่าเจ้าลูกชายบาดเจ็บจากการเช้าไปช่วยลูกสาว นี่ก็ไม่รู้ว่าหลานตัวน้อยของท่านที่เห็นเพียงภาพถ่ายจะปลอดภัยดีไหม คนอายุมากกว่าพยายามตะล่อมถามเพื่อไม่ให้ว่าที่ลูกสะใภ้ตั้งกำแพงใส่“แล้วใจใจ๋ปลอดภัยดีไหม”“ใจใจ๋ปลอดภัยดีค่ะ พึ่งนอนหลับไปไม่ถึงครึ่งชั่วโมงที่แล้ว ถ้าคุณท่านจะมาเยี่ยมเป็นพรุ่งนี้ได้ค่ะ” ตั้งแต่เกิดแผ่นดินไหว อมาวสีเหมือนจะสำนึกได้ทันทีว่าชีวิตคนเรานั้นสั้นและไม่แน่ไม่นอน คนเราจะตายวันตายพรุ่งก็ไม่รู้ทิฐิมานะที่เคยสูงลิบจึงลดลงฮวบในทันที“นวลจะให้คุณแม่ไปเยี่ยมหลานได้จริงๆ ใช่ไหมลูก”“ค่ะ” คนหน้าหวานพยักหน้ารับปลดปลง ในขณะที่คุณย่าของหลานยิ้มแก้มแทบปริ ก่อนที่จะสลดลงทันทีเมื่อนายแพทย์ที่รักษาตัวลูกชายเดินหน้าเครียดออกมาจากห้อง ICU“พวกคุณคือญาติของคนไข้ใช่ไหมครับ” อมา







