ตอนที่10 🦋มีเรื่อง
เวลา 18.00 น.
หลังจากเดินหน้าแดงฉ่าหนีออกมาจากตึกวิศวะอันน่าอับอาย หมวยลี่และฮันนี่ก็ต้องรีบตรงดิ่งไปยังลานกิจกรรมของคณะมนุษยศาสตร์ทันที เพราะวันนี้มีนัดรวมตัวทำกิจกรรมรับน้องครั้งใหญ่ของชั้นปีที่หนึ่ง ซึ่งถือเป็นกิจกรรมภาคบังคับที่ทำให้พวกเธอหลีกเลี่ยงไม่ได้เลยตลอดทั้งช่วงบ่ายยันค่ำ
บรรยากาศการรับน้องดำเนินไปอย่างเข้มข้นและเต็มไปด้วยความอบอุ่นปนเหน็ดเหนื่อย หมวยลี่และฮันนี่ต้องร่วมเล่นเกมกระชับมิตร ลุกนั่งทำกิจกรรมจนเหงื่อซึมท่วมกาย ยิ่งช่วงท้ายมีกิจกรรมร้องเพลงคณะและผูกข้อมือรับขวัญน้องใหม่ ยิ่งลากยาวจนท้องฟ้าด้านนอกเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท เข็มนาฬิกาบอกเวลาล่วงเลยไปจนเกือบค่ำ กว่าที่รุ่นพี่จะยอมปล่อยตัวให้แยกย้ายกันกลับบ้าน
ร่างระหงของหมวยลี่เดินลากขาด้วยความล้ามาจนถึงรถยนต์คันหรูของตัวเอง ที่จอดทิ้งไว้ตั้งแต่เช้า เธอทิ้งตัวลงพิงบานประตูรถพลางถอนหายใจยาวเหยียดเหนื่อยสายตัวแทบขาด ก่อนจะหันไปมองเพื่อนสนิทที่ยืนสะบัดแขนขาอยู่ข้าง ๆ แล้วเอ่ยถามขึ้น
"ฮันนี่ คืนนี้แกจะกลับไปนอนบ้านหรือกลับคอนโดอ่ะ"
"คอนโดสิจ๊ะ กลับบ้านตอนนี้โดนแม่สวดยาวแน่ ขี้เกียจฟัง"
ฮันนี่ตอบพลางยักไหล่ ก่อนจะหันมาหาหมวยลี่ด้วยดวงตาเป็นประกายสดใส ฉายแววความกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาทันตาเห็นผิดกับสภาพคนเพิ่งโดนรับน้องมา
"..."
"เออแก... คืนนี้เราไปเที่ยวกันป่ะ!"
"หะ? เที่ยวเหรอ?" หมวยลี่ร้องเสียงหลง หน้าหวานมุ่ยลงทันควัน "แต่วันนี้เราเหนื่อยกันมากเลยนะฮันนี่ กิจกรรมก็เพิ่งเลิกเนี่ย แล้วพรุ่งนี้ก็มีคลาสเช้า ต้องตื่นแต่เช้าอีก ไปเที่ยวคืนนี้สภาพจะไหวกันได้ยังไงเถอะ"
"โอ๊ยยย ไหวอยู่แล้วระดับพวกเรา!" ฮันนี่ขยับเข้ามาเกาะแขนเพื่อนรักรบเร้าเขย่าไปมา
"..."
"ก็เพราะว่าเหนื่อยขาลากแบบนี้ไงแก เราเลยต้องยิ่งไปปลดปล่อยให้มันโล่ง ๆ จะได้หายเหนื่อยคลายเครียด คิดดูดิวะ วันนี้เจอทั้งเรื่องโดนแกล้งเรื่องน้ำแดง ไหนจะเรื่องพี่เพลิงกัลป์สุดหล่อนั่นอีก หัวหมุนจะตายอยู่แล้ว ไปแดนซ์โยกย้ายส่ายสะโพกจิบเครื่องดื่มเย็นๆ ให้ลืมโลกกันดีกว่านะ ๆ ๆ ไปเถอะนะแก ฉันเหงาอ่า~"
หมวยลี่ทำท่าทางอิดออดขมวดคิ้วดูลายมือตัวเอง ในใจน่ะอยากจะปฏิเสธแล้วพุ่งตัวกลับไปนอนคลุมโปงบนเตียงนุ่ม ๆ ให้หนำใจ แต่พอโดนเพื่อนรักส่งสายตาวิงวอนบวกกับแรงเขย่ารบเร้าไม่ยอมหยุดหย่อน สุดท้ายคุณหนูหมวยลี่ผู้ใจอ่อนกับเพื่อนเสมอ ระอาใจก็ต้องถอนหายใจยาวแล้วยอมพยักหน้ารับคำจนได้
"เออ ๆ ๆ ไปก็ไป ยัยเพื่อนตัวดี ยั่วเย้าเก่งจริงๆ"
"เย้! รักแกที่สุดในโลกเลยยัยหมวย!" ฮันนี่กระโดดโลดเต้นดีใจหน้าบาน ก่อนจะรีบแจกแจงแผนการทันที "งั้นคืนนี้แกไปอาบน้ำแต่งตัวที่ห้องฉันนะ ชุดแซ่บ ๆ พรีเมียมที่ยังไม่ได้แกะป้ายเพียบเลยแก เลือกใส่ได้ตามสบาย!"
เมื่อตกลงแผนการท่องราตรีกันเรียบร้อย สองสาวก็พากันก้าวขึ้นรถยนต์ ฮันนี่สตาร์ทเครื่องยนต์พารถคันหรูทะยานออกจากรั้วมหาวิทยาลัย มุ่งหน้าตรงไปยังคอนโดมิเนียมของเธอทันที
22.00 น.
เสียงบีตหนัก ๆ และแสงไฟคัลเลอร์ฟูลสาดส่องระยิบระยับไปทั่วทั้งบริเวณ บ่งบอกว่าสองสาวได้เดินทางมาถึงจุดหมายปลายทางเป็นที่เรียบร้อย ทันทีที่รถจอดสนิทหน้าทางเข้า หมวยลี่ก็ถึงกับลอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่ ดวงตาคู่สวยสั่นไหวด้วยความตื่นตระหนกแกมไม่ยินยอม
เธออยากจะปฏิเสธใจจะขาด... เพราะผับหรูใจกลางเมืองแห่งนี้ มันคือคลับบาร์โฮสต์ระดับพรีเมียมที่เธอเพิ่งมาฉลองวันเกิดจนเสียตัวไปเมื่ออาทิตย์ก่อนไม่มีผิดเพี้ยน!
"ฮันนี่ เปลี่ยนร้านเถอะแก ฉันไม่อยากเข้าที่นี่เลยว่ะ" หมวยลี่ขืนตัวไว้พลางทำหน้าอ้อนวอน
"โอ๊ยแก... จะเปลี่ยนทำไมล่ะ ฉันชอบที่นี่ที่สุดแล้ว แถมนักศึกษามาเที่ยวเยอะ ดูปลอดภัยกว่าที่อื่นตั้งเยอะ บริการก็ดี๊ดีระดับห้าดาวการันตีเลยนะ!"
ฮันนี่ร่ายยาว แทบจะขุดเอาแม่น้ำทั้งห้ามาอ้างจนหมวยลี่เถียงไม่สู้ สุดท้ายร่างเล็กเลยได้แต่ยอมเดินตามแรงฉุดของเพื่อนเข้าไปข้างในอย่างจำนน ในใจคิดปลอบใจตัวเองซ้ำๆ
'เอาเถอะ หวังว่าดวงเธอคงไม่ซวยระเบิดระเบ้อจนเจออีตาพี่เพลิงที่นี่เป็นครั้งที่สองหรอกนะ'
ภายในผับเนืองแน่นไปด้วยกลุ่มนักท่องราตรี แสง สี เสียง ปลุกเร้าความสนุกสนาน บริกรหนุ่มหน้าตาดีเดินนำพวกเธอไปยังโต๊ะโซฟาวีไอพี ก่อนจะจัดแจงเสิร์ฟเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ราคาแพงและมิกเซอร์ให้อย่างรวดเร็วตามหน้าที่
"เออแก... ฉันมีข่าววงในแซ่บ ๆ มาเล่าให้ฟัง ถ้าแกรู้แกต้องช็อกตาตั้งแน่"
จู่ ๆ ฮันนี่ก็โพล่งขึ้นมาท่ามกลางเสียงเพลง เธอล้วงโทรศัพท์มือถือคู่ใจออกมากดเข้าแอปพลิเคชันอินสตาแกรมเพื่อเปิดหน้าโปรไฟล์ของใครคนหนึ่งให้เพื่อนรักดู หมวยลี่ชะโงกหน้าเข้าไปมองก็ต้องเบิกตากว้าง
เมื่อพบภาพโปรไฟล์ของหนุ่มวิศวะ ยอดผู้ติดตามของเขาสูงลิ่วทะลุหลักแสนคนอย่างน่าตกใจ เพลิงกัลป์เป็นคนดังในโลกโซเชียล เป็นหนุ่มฮอตตัวท็อปของคณะวิศวะที่มีแต่สาวๆ รุมล้อม และคอมเมนต์ชมไม่ขาดสาย
ด้วยความอยากรู้อยากเห็น หมวยลี่รีบแย่งโทรศัพท์มาจากมือเพื่อนแล้วใช้นิ้วเรียวเลื่อนดูทันที ทว่าในไอจีของเขากลับมีรูปภาพอัปโหลดไว้เพียงแค่สี่รูปเท่านั้น แถมนิ่งสนิทไม่มีการเคลื่อนไหว ภาพล่าสุดก็ถูกโพสต์ไว้ตั้งแต่สองเดือนที่แล้ว ช่างเป็นผู้ชายที่ลึกลับขัดกับยอดฟอลโลเวอร์เสียจริง
ฮันนี่หรี่ตาอย่างมีแผนการ เธอชูนิ้วกวักเรียกบริกรชายคนหนึ่งที่เดินผ่านมาพอดี พลางยื่นหน้าจอโทรศัพท์ที่เปิดรูปของเพลิงกัลป์ให้พนักงานคนนั้นดูแล้วแกล้งกระซิบถาม
"พี่คะ... ผู้ชายคนนี้ เขาเป็นหนุ่มโฮสต์ตัวท็อปของที่นี่ใช่ไหมคะ?"
บริกรหนุ่มก้มมองรูป ขมวดคิ้วมุ่นทันทีก่อนจะตอบเสียงสุภาพ
"อ๋อ... ไม่ใช่นะครับคุณผู้หญิง"
"..."
สองสาวลอบถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก โดยเฉพาะ หมวยลี่ที่รู้สึกเหมือนยกภูเขาออกจากอก... ทว่ายังไม่ทันไร ประโยคถัดมาของพนักงานก็ทำเอาสติกระเจิดกระเจิง
"คนนี้ไม่ใช่โฮสต์ครับ... แต่เฮียเพลิง เขาเป็นเจ้าของผับที่นี่ครับ"
"ห่ะ!... อะ อะไรนะ?!"
ทั้งหมวยลี่และฮันนี่อุทานลั่นหน้าเหวอ หันมามองหน้ากันด้วยความตกใจสุดขีด ฮันนี่รีบโบกมือไล่ให้ชายพนักงานออกไปจากโต๊ะทันที ก่อนจะหันมาเขย่าแขนหมวยลี่รัว ๆ ราวกับคนบ้า
"ตกลงนี่... เพื่อนฉันได้กินเจ้าของผับเลยเหรอ?! โคตรสุด โคตรพีคอ่ะ! นี่มันเหนือความคาดหมายไปไกลมากเลยนะหมวย!"
ฮันนี่โวยวายเสียงสั่นอย่างไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง ส่วนหมวยลี่ได้แต่นั่งอึ้ง สมองตื้อตันคิดอะไรไม่ออก ไม่คิดเลยว่าหนุ่มบาร์โฮสต์สายดาร์กที่ยอมเลียให้เธอจนเสร็จคาปาก จะกลายเป็นเจ้าของสถานบันเทิงหรูแห่งนี้!
ทันใดนั้นเอง... ท่ามกลางผู้คนพลุกพล่าน สายตาของสองสาวก็เหลือบไปเห็นคนกลุ่มหนึ่งกำลังเดินตรงเข้ามาภายในผับ พวกเขามากันสี่คน แต่ละคนรูปร่างสูงโปร่ง หน้าตาหล่อเหลาราวกับนายแบบหลุดมาจากนิตยสาร แผ่รังสีความเท่ดิบเถื่อนโชยอวล
ชายหนุ่มทั้งสี่ก้าวขาเดินมุ่งตรงขึ้นไปยังโซนวีไอพีชั้นสองของผับ ซึ่งหนึ่งในนั้น... ก็คือเพลิงกัลป์ ในชุดเสื้อเชิ้ตสีดำสนิทปลดกระดุมบนที่ดูหล่อและอันตราย
"ฮันนี่! กลับเหอะ พี่เพลิงอยู่บนนั้น ขืนอยู่ต่อมีหวังความแตกแน่!" หมวยลี่ลนลาน รีบคว้ากระเป๋าจะชวนเพื่อนชิ่งหนี
"โถ่... ยัยหมวย จะกลัวอะไรล่ะ เหล้าเพิ่งสั่งมายังไม่หมดเลยนะเสียดายของ" ฮันนี่ดึงแขนเพื่อนไว้อย่างใจดีสู้เสือ พลางพูดเตือนสติ
"..."
"อีกอย่างแกบอกเองไม่ใช่เหรอว่า... แค่เอากันขำ ๆ ไม่ได้คิดอะไร จบคืนนั้นก็คือจบ แล้วเขาเป็นถึงเจ้าของผับหรูระดับนี้ คงไม่ว่างลงมาตามตื๊อเด็กปีหนึ่งอย่างพวกเราหรอกหน่า นั่งกินต่อเถอะ!"
หมวยลี่นิ่งคิดตามคำพูดเพื่อน... ก็จริงของฮันนี่ จบแล้วคือจบ วินๆ ทั้งสองฝ่าย ระดับเจ้าของผับคงไม่มานั่งใส่ใจกวางน้อยจอมพยศอย่างเธอหรอก
เด็กสาวพยักหน้ารับเออออผ่อนคลายความกังวล ก่อนจะนั่งดื่มเครื่องดื่มในแก้วต่อโดยไม่หันไปสนใจชั้นสองอีก
เวลาผ่านไปเนิ่นนานจนน้ำเมาเริ่มออกฤทธิ์ ฮันนี่ดื่มจัดจนเริ่มเมามายไม่ได้สติ นั่งหัวเราะคิกคักอยู่คนเดียว ส่วนหมวยลี่ที่ไม่กล้าดื่มเยอะเพราะต้องรับหน้าที่ขับรถกลับ ก็เริ่มรู้สึกมึนหัวตึ้บ ๆ จากฤทธิ์แอลกอฮอล์อยู่เหมือนกัน ร่างเล็กหันไปสะกิดเพื่อน
"ฮันนี่... ฉันไปเข้าห้องน้ำแป๊บหนึ่งนะ แกนั่งรออยู่ตรงนี้ ห้ามไปไหนเด็ดขาดเข้าใจไหม"
"จ้าาา... ไปเลยยย ฉันล้ออออยู่นี่แหละ" ฮันนี่โบกมือหย็อย ๆ ตอบรับเสียงยานคาง
หมวยลี่ลุกขึ้นจากโซฟาแล้วพาร่างที่เริ่มโอนเอนของตัวเองตรงดิ่งไปยังโซนห้องน้ำวีไอพีด้านหลังร้าน โดยที่เธอไม่ทันได้สังเกตเลยสักนิดว่า... มีสายตามาดร้ายของคนกลุ่มหนึ่งกำลังเดินสะกดรอยตามแผ่นหลังบางของเธอมาเงียบ ๆ
หลังจากเดิินเข้าห้องน้ำจัดการทำธุระส่วนตัวและล้างหน้าล้างตาจนสติเริ่มกลับคืนมาบ้าง หมวยลี่ก็ผลักบานประตูห้องน้ำเตรียมจะเดินกลับโต๊ะ ทว่าทันทีที่ก้าวขาออกมา เธอก็ต้องชะงัก...
เมื่อพบกับผู้หญิงกลุ่มเดิมที่เคยหาเรื่องว่าเธอแย่งแฟนเมื่อตอนเช้าที่มหาวิทยาลัย!
พวกหล่อนสี่คนดักหน้าและล้อมหลังหมวยลี่เอาไว้ในมุมอับสายตาของทางเดินห้องน้ำ แต่ละคนแต่งหน้าแต่งตัวจัดจ้านนุ่งสั้นฉูดฉาด ใบหน้าถมึงทึงฉายแววหาเรื่องเต็มขั้น และดูท่าทางแล้ว... คืนนี้พวกหล่อนพร้อมจะรุมตบเธอให้จมดินสุดฤทธิ์เพื่อชำระแค้นจากเมื่อเช้า
"อ้าว... นึกว่าใคร ยัยหมวยลี่นี่เอง ข้ามถิ่นมาแรดถึงผับนี้เลยเหรอจ๊ะ" ยัยหัวโจกคนเดิมเอ่ยทักเสียงแหลมพลางก้าวสามขุมเข้ามาหาอย่างคุกคาม
"ถอยไป ฉันจะเดิน อย่ามาทำตัวเป็นอันธพาลแถวนี้เลย มันดูไร้ค่า" หมวยลี่เชิดหน้าสู้ ดนตรีในผับดังกลบเสียงทำเอาไม่มีใครสนใจมุมนี้
"ปากดีนักนะอีตอแหล! เมื่อเช้ามีอีเพื่อนทอมเบี้ยน ของมึงคอยช่วย แต่คืนนี้มึงอยู่คนเดียว... ใครจะช่วยมึงฮะ! ชอบแย่งผัวชาวบ้านเขานักใช่ไหม... พวกมึง! จับมันล็อกไว้ วันนี้กูจะตบสั่งสอนให้หน้าสวยๆ ของมึงแหกจนไม่มีผู้ชายหน้าไหนเอาเลย!" ยัยหัวโจกกรีดร้องสั่งเสียงเหี้ยม หญิงสาวอีกสองคนพุ่งเข้าชาร์จล็อกแขนหมวยลี่ไว้ทันทีจนเธอขยับเขยื้อนไม่ได้
เพียะ!
ฝ่ามือเรียวฟาดเข้าที่ใบหน้าเนียนของหมวยลี่เต็มแรงจนใบหน้าหวานหันไปตามแรงตบ ความเจ็บแสบแล่นริ้วขึ้นมาบนแก้มเนียนจนเกิดรอยนิ้วมือสีแดงก่ำ หมวยลี่เม้มริมฝีปากแน่น นัยน์ตาวาวโรจน์ด้วยความโกรธจัด กำลังจะอ้าปากด่าสวนกลับ ทว่า...
ทันใดนั้นเอง เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจและแฝงไปด้วยความเยือกเย็นน่าขนลุก ก็ดังขึ้นมาจากทางด้านหลังของกลุ่มคนพาล
"ทำอะไรกันวะ?!"