ตอนที่9 🦋หน้าคุ้น ๆ เหมือนเคยเล่นโยกเยกด้วยกัน
ในขณะที่สองสาวกำลังจะสาวเท้าเดินตรงไปยังร้านค้าเพื่อซื้อข้าวมากินประทังความหิว ทว่าจังหวะนั้นเอง... กลับมีนักศึกษาหญิงกลุ่มหนึ่งเดินเกาะกลุ่มสวนมาด้วยความเร็ว และตั้งใจดิ่งตรงเข้ามาชนร่างของหมวยลี่เข้าอย่างจัง!
ซ่าาา!
น้ำหวานสีแดงเข้มในแก้วพลาสติกขนาดใหญ่ของหนึ่งในกลุ่มนั้นถูกสาดกระจายเข้าใส่หน้าอกและเสื้อนักศึกษาของหมวยลี่เต็ม ๆ น้ำสีแดงซึมเปียกชุ่มไปกว่าครึ่งตัว ส่งผลให้เสื้อนักศึกษาตัวบางแนบเนื้อจนเห็นบราเซียลูกไม้ตัวสวยด้านในอย่างโจ่งแจ้ง
"อุ๊ยตายแล้ว! ขอโทษทีนะจ๊ะ พอดีทางมันแคบ... ตาฉันไม่ค่อยดี มองไม่เห็นคนน่ะ"
หญิงสาวคนที่เป็นคนสาดทำทีเป็นยกมือทาบอก ร้องอุทานเสียงหลงเหมือนตกใจเสียเต็มประดา ทว่าริมฝีปากที่แต่งแต้มด้วยลิปสติกสีสดกลับเหยียดยิ้มร้ายสะใจ แววตาฉายแววสมเพชอย่างปิดไม่มิด
"เห้ย! ไม่เห็นคนหรือตั้งใจหาเรื่องกันจริง ๆ วะ!" ฮันนี่พูดขึ้นด้วยความโมโห เธอรีบเข้ามาดูเพื่อนรักด้วยความเป็นห่วง
เสียงเอะอะโวยวายทำให้สายตาทุกคู่ในโรงอาหารหันมามองและให้ความสนใจพวกเธอเป็นจุดเดียว เสียงซุบซิบนินทาดังระงมขึ้นมาหนาหู
‘ดูดิ คณะมนุษยที่เขาลือกันป่ะ ข้ามถิ่นมาก็โดนเจ้าถิ่นรับน้องซะละ’
‘สมควรป่ะล่ะ เดินทำตัวเด่นนึกว่ารันเวย์’
หมวยลี่กรอกตา พ่นลมหายใจยาวออกมาอย่างระอา เธอก้มลงมองดูสภาพเสื้อตัวเองที่เลอะเทอะเหนียวเหนอะหนะ ก่อนจะตวัดสายตาคมกริบจ้องหน้ายัยคนสาดกลับนิ่ง ๆ
"ถ้าตาไม่ดีจนมองไม่เห็นคนขนาดนี้... แนะนำให้ดรอปเรียนแล้วไปจองคิวผ่าตัดเปลี่ยนตาสุนัขใส่แทนนะ เผื่อสายตาจะกว้างไกลและมีจิตสำนึกขึ้นมาบ้าง ไม่ใช่ดีแต่ทำตัวเป็นขยะเปียกคอยระรานชาวบ้านเขาไปทั่วแบบนี้ มันดูไม่มีการศึกษาขัดกับหน้าตาของคณะ!"
"อีนี่! มึงด่าใครฮะ!"
คำตอกกลับนิ่ม ๆ ทำเอาฝั่งนั้นปรี๊ดแตก ทันใดนั้น บรรยากาศรอบข้างก็เริ่มตึงเครียดและรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ จนนักศึกษาบางคนเริ่มหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเปิดกล้องอัดวิดีโอเอาไว้
"ด่าอีคนที่ทำตัวไร้อารยธรรมไง" หมวยลี่เชิดหน้าตอบอย่างเหนือกว่า
"ปากดีนักนะมึง! นี่... เงินค่าซักเสื้อผ้า!" หัวโจกล้วงธนบัตรสีแดงสามใบออกมาก่อนจะโยนใส่หน้าหมวยลี่อย่างเหยียดหยาม "เอาเงินฟาดหัวแล้วก็ไสหัวกลับคณะมึงไปซะ อีร่านล่าแต้ม!"
"เห้ย! มันจะมากไปแล้วนะ!" ฮันนี่กำหมัดแน่น หมวยลี่เองก็เดือดดาลจนสั่นไปทั้งตัว
"พวกแกจับล็อกพวกมันสองคนดิ่! วันนี้กูต้องตบสั่งสอนให้มันรู้ว่าถิ่นใคร!"
ยัยหัวโจกหันไปสั่งเพื่อน อีกสองคนพุ่งเข้ามาจับแขนหมวยลี่และฮันนี่ล็อกไว้ทันที ฝ่ามือเรียวกำลังจะเงื้อขึ้นเตรียมฟาดลงบนใบหน้าหวาน ทว่า...
"ทำอะไรกันน่ะ! หยุดเดี๋ยวนี้นะ!"
"..."
รุ่นพี่ปีสามและปีสี่สายระเบียบเดินตรงเข้ามาขัดจังหวะ ทุกคนในเหตุการณ์พากันสะดุ้ง รีบปล่อยมือออกจากหมวยลี่และฮันนี่ แล้วรีบเดินไปยืนก้มหน้าเรียงแถวกันหน้าสลดทันควัน
"มีเรื่องอะไรกัน... ฉันได้ยินว่าพวกเธอจะตบกันกลางโรงอาหารงั้นเหรอ?" รุ่นพี่ปีสี่เอ่ยถามเสียงเรียบ
"คือ... สองคนนี้เขาเดินมาหาเรื่องพวกหนูก่อนค่ะรุ่นพี่!" ยัยคนสาดรีบชิงฟ้องฉอด ๆ แถจนสีข้างถลอก
"อย่ามาแถ หลักฐานคาตาขนาดนี้" หมวยลี่ถอนหายใจเฮือกใหญ่พลางเบะปากใส่
รุ่นพี่หันไปมองสภาพเสื้อของหมวยลี่ที่เลอะน้ำแดงไปกว่าครึ่งตัว สลับกับมองหน้ากลุ่มผู้หญิงคณะตัวเองก่อนจะถามเสียงเย็น
"แล้วน้ำแดงบนเสื้อน้องเขา... ใครเป็นคนสาด?" พวกนั้นหน้าเจื่อนลงไปถนัดตา ฮันนี่ได้ทีเลยพูดซ้ำ
"พวกเราแค่จะมากินข้าวค่ะ แต่ดันโดนหมาเจ้าที่คาบแก้วน้ำมาดักทางไว้ แว้งกัดคนอื่นไปทั่วซะงั้น!"
รุ่นพี่ปีสี่พยักหน้ารับรู้ เธอไม่พูดพร่ำทำเพลง เดินไปหยิบแก้วน้ำหวานเข้มข้นจากเพื่อนร่วมโต๊ะที่เดินมาด้วยกัน... ก่อนจะสะบัดมือสาดน้ำหวานนั้นเข้าใส่ใบหน้าและเสื้อผ้าของยัยคนสาดจนเปียกโชกไม่ต่างกัน!
ซ่าาาา!
"กรี๊ดดดดด! รุ่นพี่คะ! ทำไมรุ่นพี่มาสาดน้ำใส่หนูแบบนี้ละคะ!" หล่อนกรีดร้องลั่น ตกใจจนหน้าเหวอ เช่นเดียวกับหมวยลี่และฮันนี่ ที่พากันอ้าปากค้างตาโตกับความเด็ดขาดของรุ่นพี่คนนี้
"อ้าว... ก็จะได้หายกันไง จบแล้วนะ! ทีนี้ก็แยกย้ายกันไปล้างตัวได้ละ อย่าให้มีเรื่องบ้า ๆ แบบนี้เกิดขึ้นในคณะอีก!" รุ่นพี่สั่งเสียงเรียบ ทุกคนรอบตัวต่างอึ้งไปตาม ๆ กัน หมวยลี่และฮันนี่ดึงสติกลับมาได้ด็รีบยกมือไหว้
"ขอบคุณมากนะคะรุ่นพี่..."
"จ๊ะ ไม่เป็นไร ฉันแค่ทำตามหน้าที่ระเบียบของคณะ... เธอรีบไปล้างตัวเถอะ"
รุ่นพี่สาวเอ่ยตัดบทก่อนจะเดินจากไป สองสาวจึงพากันเดินไปที่ก๊อกน้ำริมโรงอาหาร เพื่อล้างคราบเหนียวออกจากเนื้อตัว
"ไม่กินแม่งละข้าว รมณ์เสีย!" ฮันนี่บ่นอุบพลางสะบัดน้ำออกจากมือ
หมวยลี่ถอนหายใจยาวพลางกวาดสายตามองไปรอบๆ โรงอาหารเพื่อจะชวนเพื่อนกลับตึก... ทว่าสายตาเจ้ากรรมกลับดันพุ่งตรงไปปะทะเข้ากับร่างสูงของใครคนหนึ่ง ที่นั่งอยู่ในมุมถัดไป
ชายหนุ่มสวมเสื้อช็อปสีเทาอิฐผ่าหน้า แขนเสื้อถูกพับขึ้น เผยให้เห็นกล้ามแขนเป็นมัด ๆ เขากำลังนั่งหมุนแก้วน้ำเล่นพรางมองตรงมาที่เธอด้วยสายตาแพรวพราว
หมวยลี่เบิกตากว้าง หัวใจกระตุกวูบ เธอรีบขยี้ตารัว ๆ เพราะคิดว่าตัวเองตาฝาดจนเห็นภาพหลอน แต่วัตถุตรงหน้ากลับขยับได้และส่งยิ้มกริ่มมาให้...
ชัดเลย! ชัดเต็มสองตา!
"หมวย... ยัยหมวยลี่! แกมองอะไรอยู่วะ" ฮันนี่เรียกเพื่อนแต่ไม่ได้เสียงตอบรับ จึงหันไปมองตามสายตา... ก่อนจะอ้าปากค้าง "เฮ้ย! นั่นมัน... พี่เพลิงกัลป์ หนุ่มบาร์โฮสต์วันนั้นนี่!"
ฮันนี่ดันหลุดอุทานเสียงดังจนคนแถวนั้นหันมามอง หมวยลี่หน้าร้อนผ่าวตั้งท่าจะหมุนตัววิ่งหนีออกจากตรงนี้ให้เร็วที่สุด
ทว่าฝีเท้าอันยาวเหยียดของเขากลับก้าวเข้ามาประชิดได้อย่างรวดเร็ว พร้อมกับส่งเสียงทุ้มต่ำ ติดกวนประสาทอันคุ้นเคยดังก้องสะท้อนทะลุกลางใจ จนหมวยลี่แทบอยากจะมุดแผ่นดินหนีให้รู้แล้วรู้รอด!
"จะรีบไปไหนล่ะครับน้องหมวยลี่..."
"..."
"หน้าคุ้น ๆ เหมือนเคยเล่นโยกเยกด้วยกันเลยนะ"
หมวยลี่อึ้งไปหลายวินาที ใบหน้าหวานชาหนึบจนพูดอะไรไม่ออก คำว่าเล่นโยกเยกของเขาทำเอาภาพเหตุการณ์ฉากรักระทึกใจพรั่งพรูเข้ามาในหัวเป็นฉาก ๆ เธอรีบปรับสีหน้าแกล้งทำทีเป็นไม่สนใจและจำเขาไม่ได้ ทว่าคนข้าง ๆ อย่างฮันนี่กลับไม่ได้ให้ความร่วมมือเลยสักนิด ยัยเพื่อนตัวดีตาโตเท่าไข่ห่าน รีบเอ่ยตอบรับและยิงคำถามใส่ทันควัน
"พี่เพลิง... เรียนอยู่คณะนี้เหรอคะ?"
"ใช่ครับ"
เพลิงกัลป์ตอบกลับพลางโปรยยิ้มทรงเสน่ห์ ขยับเสื้อช็อปสีเทาอิฐเล็กน้อย ท่าทางของเขาดูสุขุมเป็นผู้ใหญ่ขัดกับลุคหนุ่มบาร์โฮสต์คืนนั้นลิบลับ
"อ่อ..."
ฮันนี่พยักหน้ารับรัว ๆ แววตาเป็นประกายวิบวับ ในขณะที่หมวยลี่เอาแต่ยืนก้มหน้ามองปลายเท้าตัวเอง ไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมาสบตากับคนตัวสูงแม้แต่เสี้ยววินาทีเดียว
"แล้ว... พากันมาทำอะไรที่นี่" เสียงทุ้มเอ่ยถามต่อ
"อ๋อ มากินข้าวค่ะ พอดีข้าวที่โรงอาหารคณะหมดเกลี้ยงเลย แต่ดันซวยเกิดเรื่องนิดหน่อยอย่างที่พี่เห็นนั่นแหละค่ะ" ฮันนี่เป็นฝ่ายเจรจาแจกแจงละเอียดยิบ
ซึ่งในระหว่างที่เพลิงกัลป์กำลังพูดคุยอยู่กับฮันนี่ สายตาของเขากลับไม่ได้ละไปจากใบหน้าหวานของหมวยลี่เลยแม้แต่น้อย เขามองสภาพเสื้อนักศึกษาที่เปียกโชกจนแนบเนื้อของเธอด้วยสายตาวาวโรจน์ระคนเอ็นดู หมวยลี่เริ่มรู้สึกอึดอัดและหน้าร้อนผ่าวจนทนไม่ไหว เธอตัดสินใจเงยหน้าขึ้นหวังจะกระชากแขนเพื่อนรักชวนกลับตึกเรียน
"ฮันนี่ กลับกันเถอะ ฉัน..."
"เดี๋ยวสิครับน้องหมวยลี่..." เพลิงกัลป์เอ่ยขัดขึ้นเสียงนุ่ม ทว่าแฝงความเจ้าเล่ห์ไว้เต็มเปี่ยม "พอดีเลย... หนูลืมของสำคัญไว้น่ะ"
ฮันนี่หูผึ่งหันมามองเพื่อนรักทันที หมวยลี่เบิกตากว้างอ้าปากค้าง พลางประท้วงในใจว่าเธอไม่ได้ลืมอะไรไว้ทั้งนั้น! ทว่าไม่ทันขาดคำ เขาก็ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงยีน ก่อนจะหยิบวัตถุชิ้นหนึ่งออกมาแล้วยื่นมาตรงหน้าเธอ
พรึบ!
มันคือกางเกงในผ้าลูกไม้ซีทรูสีดำตัวจิ๋ว ที่ดูยังไงก็ไม่ใช่ไซซ์ของหมวยลี่เลยสักนิด! เขาตั้งใจหยิบของใครก็ไม่รู้มาแกล้งเธอชัด ๆ !
"อ่ะ... พี่ซักแห้งมาให้เรียบร้อย คราวหลังอย่าลืมไว้สิครับ" เพลิงกัลป์พูดหน้าตาย ยัดกางเกงในตัวจิ๋วใส่มือหมวยลี่
ฮันนี่อึ้งอ้าปากค้างจนแมลงวันแทบจะเข้าไปทำรัง ส่วนหมวยลี่ก็หน้าแดงลามไปจนถึงใบหูและลำคอ ทั้งโกรธ ทั้งอาย ทั้งสับสน แต่ด้วยความกลัวว่าคนอื่นในโรงอาหารจะเห็น เธอจึงรีบตะปบคว้ากางเกงในตัวนั้นยัดใส่กระเป๋าแบรนด์เนมอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหันไปลากแขนเพื่อนสาวแทบปลิว
"กลับคณะฮันนี่! ไป!"
หมวยลี่จ้ำอ้าวหนีออกมาจากคณะวิศวะโดยไม่หันกลับไปมองเสียงหัวเราะของเพลิงกัลป์เลย ตอนนี้เธออายเหลือเกิน อายสายตาขี้สงสัยของคนรอบข้าง และที่สำคัญที่สุด... คืออายสายตาจับผิดและล้อเลียนขั้นสุดของฮันนี่นี่แหละ!
ทันทีที่เดินพ้นเขตแดนตึกคณะวิศวะเข้าสู่ทางเดินร่มรื่น ฮันนี่ก็ไม่ปล่อยให้เวลาลอยนวล เธอรีบสะกิดกระแซะเข้าหาหมวยลี่พร้อมกับเอ่ยแซวเสียงแหลมทันที
"กรี๊ดดดด! ยัยหมวย! ฮือออ ฉันอิจฉาแกจะตายอยู่แล้วเนี่ย!" ฮันนี่ทำท่าทุบอกชกตัว
"..."
"คือกลางคืนว่าหล่อลากไส้แล้วนะ ยิ่งมาเจอตอนกลางวันคือหล่อระเบิดระเบ้อ! หล่อเหมือนไม่มีอยู่จริงบนโลกใบนี้! แล้วแกเห็นไหมว่าหน้าพี่เขาเนียนมากกกก!"
"..."
หมวยลี่ที่เดินฟังอยู่ถึงกับนิ่งอึ้งไปเหมือนกัน เพราะเธอเองก็ไม่คิดล่วงหน้าเลยว่าผู้ชายคนนั้นจะหล่อเหลาเอาการขนาดนี้ ยิ่งพอนึกถึงตอนนั้น... ตอนที่เขาอยู่บนตัวเธอ
โอ๊ย! ไม่เอาไม่คิด!
หมวยลี่สะบัดหัวอย่างแรงจนผมกระจายเพื่อหยุดคิดเรื่องลามกจกเปรตในสมอง ทว่ายัยฮันนี่กลับยังคงเอ่ยปากแซวไม่หยุดหย่อนพ่นค้อนวงใหญ่ใส่
"เห้อ... แต่ฉันล่ะเสียดายแทแทนแกจริง ๆ เลยว่ะหมวย"
"เสียดายอะไรของแก?" หมวยลี่ถามเสียงอ้อมแอ้ม
"ก็เสียดายที่แกบอกว่าพี่เขาจืดชืดไปหน่อยน่ะสิ...แต่ดูจากแววตาของเขาเมื่อกี้ ไม่น่าเชื่อเลยเนาะ ว่าเอาเข้าจริงจะลีลาไม่ได้เรื่อง ทำอะไรไม่เป็นจนแกไม่มีอารมณ์ร่วม"
หมวยลี่แทบอยากจะแทรกแผ่นดินหนี เมื่อได้ยินเพื่อนรักพูดแบบนั้น ใบหน้าหวานก็เห่อร้อนจนแทบไหม้... ก็ที่เธอเคยคุยโตโอ้อวดออกไปตอนนั้น มันเป็นเพราะเธอคิดว่าชาตินี้ยังไงก็ไม่มีวันได้โคจรมาเจอกันอีกแล้วไงล่ะ!
โอ๊ยยยย ยัยหมวยเอ๊ย!... นี่มันวันซวยมหาซวยชะมัดเลย!
ถ้าอีตาพี่เพลิงรู้ว่าเธอแอบเอาเขาไปนินทาว่าห่วยแตก มีหวังเธอได้โดนเขากระทืบจมดินแน่!