Masuk“เออ คืนนี้ไปเที่ยวกันป่ะ ผับหลังมอก็ได้พวกมึงชอบไปกันไม่ใช่เหรอ”
“อย่างมึงเนี่ยนะจะไปผับ?”
“กูอยากไปผับแล้วมันหนักหัวมึงหรือไง หรือกูไปไม่ได้ต้องมึงคนเดียวที่ไปได้”
พระนายไหวไหล่ไม่จริงจังใส่คำถามของเพื่อน ไม่ใช่ว่าไปไม่ได้ แต่เห็นไม่ค่อยพูดถึงเรื่องเข้าผับเข้าบาร์เลยแปลกใจนิดหน่อยที่เจ้าหล่อนมาชวนเที่ยวผับ
ส่วนตัวแล้วคนอย่างพระนายนอกจากคอนโดเหยียบล้านที่พี่สาวซื้อให้เป็นของขวัญวันเกิดเมื่อตอนมอหกแล้วก็เห็นจะมีแค่ผับเนี่ยแหละที่เป็นที่พักประจำ เข้าผับมากกว่ากลับบ้านที่พ่อกับแม่อยู่เสียอีก
“มึงไปได้? จะไม่โดนสวดแน่นะ” หันกลับมาถามเจ้าของคำชวน เลิกคิ้วนิดๆ ไม่ได้ตั้งใจจะกวนประสาทเลยนะแต่เพราะเป็นบุคลิกประจำตัวไปแล้วคนมองจึงคิดว่าเขากวนประสาทอยู่
“เดี๋ยวชวนหมอกไปด้วย ถ้ามันไปไม่มีใครว่าอะไรกูหรอก”
“ไอ้หมอกจะไป? มึงชวนเข้าวัดยังไม่ไปแล้วจะมาชวนเข้าผับ เอาอะไรมาคิดยัยด้า”
เวลาเป็นเจ้าของคำถามแทนคนที่คุยกันมาก่อนหน้า รีบเดินมาขวางทางเพื่อนรักที่ดูจะมั่นใจมากว่าหนอนหนังสือในกลุ่มจะมาตามคำชวนของเธอ จะมองยังไงก็ไม่เห็นทางเลยที่คนอย่างว่าที่คุณหมอในกลุ่มจะออกมาเที่ยวกลางคืนด้วยกัน
“เอาน่า เดี๋ยวกูจัดการเรื่องหมอกเอง มึง! ไอ้พระนาย มึงจัดการจองโต๊ะให้ด้วย เรื่องง่ายๆ ที่มึงถนัดคงไม่เหลือบ่ากว่าแรงนะ”
ไอด้าตอบกลับเวลาก่อนจะหันไปยกนิ้วชี้สั่งและถามเชิงหยอกไม่จริงจัง แอบหมั่นไส้ตอนที่มันยักคิ้วเหลียวตาใส่พร้อมกับทำท่าทำทางว่าไว้ใจได้เลยระดับนี้แล้ว
หลังจากนัดแนะกับเพื่อนเรียบร้อยแล้วไอด้ากับเวลาก็กลับมายังคณะตัวเองเพื่อแยกย้ายกันขับรถกลับ ไอด้าที่คิดว่าจะกลับไปนอนพักที่บ้านสักสองชั่วโมงค่อยตื่นขึ้นมาเตรียมตัวไปเจอกับเพื่อนที่ผับ ต้องขับรถอ้อมแวะคณะแพทย์ก่อนเพราะต่อสายโทรหาคนที่จะสามารถรับรองความปลอดภัยเธอได้แต่มันไม่ยอมรับสายกันเสียที
มินิคูเปอร์คันเล็กเลี้ยวเข้ามาจอดข้างตึกคณะแพทย์ในเวลาบ่ายโมงนิดๆ แดดเปรี้ยงด้านนอกทำให้คนในรถแอบถอนหายใจออกมาเสียงดัง แต่สุดท้ายก็จำต้องลงจากรถไป เพราะเธอต้องจัดการนัดแนะกับหมอกให้เรียบร้อยก่อนถึงจะสบายใจได้
“อยู่ไหนนะ” ร่างสวยยืนชะเง้อมองเข้าไปในโรงอาหารคณะแพทย์กวาดสายตามองหาเพื่อนสนิทไปด้วย กัดปากนิดๆ ประหม่าไม่น้อยที่ถูกสายตารอบๆ มองมา แต่ก็พยายามทำเมินไม่ใส่ใจ
เธอเช็กตารางเรียนหมอกมาแล้ว วันนี้เขามีเรียนบ่ายอีกแค่สองชั่วโมง แต่จะเริ่มตอนบ่ายสองไปเพราะวิชาเช้าก็ลากยาวมาถึงเที่ยงครึ่งแล้ว แต่ตอนนี้ยังมองไม่เห็นคนที่อยากเจอเลย ไม่รู้อาจารย์จะลากยาวไปเลยหรือเพราะเธอมาช้าเขากลับขึ้นตึกไปแล้วก็ไม่รู้
“ไอด้า? มาไง”
ทุ้มเสียงคุ้นเคยดังขึ้นจากทางด้านหลังทำให้ไอด้าที่กำลังสาดสายตามองเข้าไปในโรงอาหารจำต้องหันกลับมา และก็ต้องยิ้มขึ้นมาได้เพราะเจ้าของเสียงนั้นเป็นคนคุ้นหน้าคุ้นตากันอยู่แล้ว
“ขุนพล ทิวเขา เพิ่งเลิกเรียนเหรอ”
“ใช่ อาจารย์เพิ่งปล่อยเลยหิวจนไส้กิวกันหมดแล้วเนี่ย แล้วเธออ่ะ มาหาไอ้หมอกมันเหรอ” ทิวเขาเป็นเจ้าของคำตอบ ยกมือลูบท้องตัวเองปอยๆ ประกอบคำพูดจนหญิงสาวเผลอหัวเราะออกมาเบาๆ
“ใช่ หมอกอยู่ไหนอ่ะ”
“มันเข้าห้องน้ำอยู่ เดี๋ยวก็ตามมา จะไปนั่งรอด้วยกันก่อนไหม”
“แนะ! ฉันรู้ทันหรอกว่าพวกนายจะให้นั่งจองโต๊ะให้อ่ะ”
“รู้ทันเก่ง แล้วจะจองให้ปะล่ะ”
“ก็ได้ๆ แต่พวกนายต้องช่วยฉันด้วยนะ”
ท่าทีทะเล้นเล่นทีของไอด้าทำให้ทิวเขาถึงกับขมวดคิ้วงง หันขอความเห็นจากเพื่อนสนิทที่อยู่ข้างกันก็ได้รับคำตอบเป็นการไหวไหล่บอกไม่รู้ แต่สุดท้ายก็ได้รับคำอธิบายจากคนตัวเล็กกว่าว่าเรื่องอะไรที่เธออยากจะขอความช่วยเหลือ
ไอด้านั่งจองโต๊ะให้เพื่อน เขี่ยโทรศัพท์ดูอัปเดตเพจแฟชั่นที่กดติดตามไว้ไปพลางๆ จนกระทั่งสองหนุ่มซื้อข้าวกลับมา และคนที่หมายตั้งใจจะมาหาก็เดินเข้ามาสมทบด้วยพอดี
“มึงเข้าห้องน้ำนานขนาดนี้ท้องไส้ไปหมดแล้วมั้ง กูนั่งรอจนรากงอกไปหมดแล้วเนี่ย”
หมอกถอนหายใจส่ายหน้ากับคำพูดคำจาของเพื่อนรักที่นับวันแทบจะไม่เหมือนผู้หญิงเข้าไปทุกที เมื่อก่อนเธอเป็นสายหวานๆ พูดด้วยทีไรเราอย่างนั้นเราอย่างนี้ พอคบกันสนิทกันได้สองปีคำแทนกันก็เริ่มเปลี่ยนจนตอนนี้แทบจะขึ้นนั่งหัวตะคอกใส่หน้าได้แล้ว
“มีอะไร มาทำไม”
“มาหาเพื่อนรักต้องมีธุระด้วยเหรอ”
“...” ช้อนตาหรี่มองเพื่อนรัก... ด้วยความไม่ไว้ใจ น้ำเสียงหวานหูที่ฟังแล้วยังขนลุกเอ่ยออกมาทีไรมีเรื่องให้เดือดร้อนทุกที
“คืองี้นะหมอกเพื่อนรัก พวกพระนายนัดกูกับเวลาไปเที่ยวด้วยกันคืนนี้อ่ะ ความจริงกูก็ไม่อยากไปหรอกนะแต่กูคิดว่าถ้าไปเห็นอะไรใหม่ๆ บางทีสมองกูอาจจะแล่นก็ได้ อยากไปเปิดหูเปิดตาบ้างแต่มึงก็รู้ว่ากูจะไปเลยก็ไม่ได้ใช่ป่ะ”
“...” มาทำเป็นพูดเสียงอ่อนเสียงหวาน คิดว่าเขาจะมองไม่ออกหรือไงว่าเธอนี่แหละที่เป็นต้นความคิดอยากออกไปเที่ยวคืนนี้
“กูอยากชวนมึงไปด้วย มึงก็รู้ว่าถ้ามึงไปพ่อแม่กูก็จะวางใจให้กูไปด้วย มีคนดูแลจะได้ไม่ต้องห่วง ไปด้วยกันนะ”
“ไม่ว่าง พรุ่งนี้มีสอบ”
“หมอก~”
ไอด้าลากเสียงยาวยื่นสองมือคว้าจับท่อนแขนแกร่งของเพื่อน สะบัดหน้าขอความช่วยเหลือจากเพื่อนร่วมโต๊ะที่นั่งมองตาปริบๆ มาหลายนาที ทำเอาต่างคนต่างเลิ่กลั่กหาเสียงกันแทบไม่ทัน
“เออ... ไอ้หมอก กูกับไอ้ขุนก็ว่าจะไปเหมือนกันมึงก็ไปด้วยกันดิวะ”
“เออ แล้วสอบอะไรของมึง กูไม่เห็นรู้เรื่องเลย”
“เออนั่นดิ อย่ามาอ้างสอบ ไอด้าอุตส่าห์มาอ้อนมึงถึงที่ขนาดนี้มึงก็ไปๆ เหอะ คืนเดียวเองเมียมึงคงไม่ว่าอะไรหรอก”
“เมีย?”
คำว่าเมียที่ออกมาจากปากของทิวเขาทำไอด้าที่กำลังกะพริบตาปริบอ้อนคนด้านข้างถึงกับขึ้นเสียงสูงถาม สะบัดหน้ามองคนพูดแล้วก็กลับมายังคนที่ยังคงเอาแต่เงียบและถอนหายใจเท่านั้น
“มึงไปมีเมียตอนไหนหมอกทำไมกูไม่เห็นรู้เรื่องเลย” หรือเขาจะคบกับอดีตดาวคณะแพทย์ไปแล้ว ตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วนี่จะปิดเธอเหรอเธออุตส่าห์เชียร์มาตั้งนานนะ
“ไอด้า เธออย่าเพิ่งเข้าใจมันผิด อย่างไอ้หมอกถ้ามีเมียพวกฉันก็คงมีลูกสองลูกสามไปแล้ว เมียที่ว่าก็หนังสือมันนั่นแหละ ไม่ใช่คนหรอกอย่าจริงจัง”
“หนังสือเหรอ” แล้วไป คิดว่าจะมีเมียแล้วปิดเธอที่เป็นเพื่อนรักซะอีก
“กูไม่ไป”
“แต่ถ้ามึงไม่ไปกูก็ไม่ได้ไปด้วยดิ”
“ก็ไม่ต้องไป”
หมอกหันมาพูดด้วยเสียงเข้มจริงจังจนไอด้าไปไม่ถูก คิดไว้แล้วว่าเขาจะต้องไม่ยอมไปด้วยแน่แต่ไม่คิดว่ามันจะหนักแน่นขนาดนี้ แต่เธอก็อยากไปนี่นา สักครั้งในหนึ่งเทอมก็ยังดี
นี่ถ้าพ่อแม่พี่ชายเธอไม่ห่วงถึงขั้นว่าต้องมีคนที่ไว้ใจได้ไปด้วยเธอคงจะไม่เสียเวลามาหาหนอนหนังสืออย่างมันหรอก พูดไปก็เสียน้ำลายเปล่าสุดท้ายมันก็ไม่ยอมไปด้วยอยู่ดี
หรือเธอจะหาแฟนสักคนไปแนะนำให้พ่อกับแม่รู้จักแล้วให้เป็นคนดูแลแทนเพื่อนบ้านี่ดี ความคิดเข้าท่าแต่เวลากระชั้นชิดขนาดนี้จะไปหาแฟนที่ไหนได้เนี่ย
“หมอก~” สุดท้ายก็ต้องกลับมาอ้อนไอ้คนข้างๆ
ริมฝีปากกระจับอิ่มยู่เล็กน้อยด้วยท่าทางน่ารัก ดวงตากลมกะพริบอ้อนสองมือวางบนท่อนแขนแข็งแรงส่ายไปมาเบาๆ เหมือนเด็กไม่มีผิด
“ไปนะ คืนเดียวเอง นี่ถ้ากูมีแฟนพาไปอ้างกับพ่อแม่กูได้กูจะไม่มาขอร้องมึงแบบนี้หรอก”
“...”
“หมอกจ๋า~ ไปด้วยกันนะ เค้าอยากขอไปแค่คืนเดียวเอง ไปกับเค้าหน่อยนะ”
“...”
“หมอก~”
ขุนพลและทิวเขาที่นั่งร่วมโต๊ะราวกับเป็นอากาศไปเลย นั่งกอดอกเอนหัวเข้ากันมองเพื่อนรักต่างเพศสองคนตรงข้ามกำลังออดอ้อนกันเหมือนคู่รักไม่มีผิด
อีกคนอยากไปเที่ยวกลางคืนมาอ้อนผัวพาไป แต่ผัวดันเป็นหนอนที่ขาดหนังสือไม่ได้เลยไม่ยอมไปด้วย และก็ไม่อยากให้เมียตัวเองไปคนเดียว ปะติดปะต่อเรื่องราวเป็นเรื่องเป็นราวเหมือนนิยายน้ำเน่า
“ถ้ามึงไปกูจะไม่มาวุ่นวายกับมึงอาทิตย์หนึ่งเลย”
“...” เงยหน้าขึ้นมาจากจานข้าวที่พร่องลงไปครึ่งหนึ่ง เคี้ยวข้าวในปากมองหน้าเพื่อนสาวที่กำลังขมวดคิ้วจริงจังกับคำพูดตัวเองไปด้วย
“อาทิตย์ครึ่ง...”
“หนึ่งเดือน”
“ห๊ะ!?” หนึ่งเดือนเลยเหรอ นอกจากเวลาแล้วก็มีมันนี่แหละที่เธอสนิทใจด้วยมากที่สุด วันหยุดก็มีแค่มันที่ต้องมาทนรำคาญเธอฟังเรื่องไร้สาระของเธอ แล้วถ้าไม่ให้ไปวุ่นวายกับมันตั้งหนึ่งเดือน.. คนที่อัดอั้นต้องลงแดงตายก็คงเป็นเธอเอง
“หนึ่งเดือน ตกลงกูจะไปแต่ถ้าไม่... นอนอยู่บ้านไป”
ไอด้าก้มหน้าลงใช้สมองครุ่นคิดถึงข้อดีข้อเสียที่ต้องเลือกอย่างหนัก โดยที่มีร่างสูงสองคนตรงข้ามคอยรอลุ้นอย่างใจจดจ่อ ส่วนคนที่ทำข้อตกลงร่วมกันก้มกลับไปตักข้าวในจานตัวเองขึ้นมาทานต่อหน้าตาเฉย ไม่ได้เดือดร้อนอะไรกับคำตอบเธอด้วยเลย
แหงสิ! ก็เขารำคาญเธอจะตายชักอยู่แล้วนี่นา จะเลิกคบเธอไปเลยก็ไม่ได้เพราะก็สนิทกับพ่อแม่เธอด้วย เลยเลือกเอาวิธีนี้มาสร้างกำแพงขวางเธอ
“ก็ได้ หนึ่งเดือนก็หนึ่งเดือน กูจะไม่ไปวุ่นวายกับมึงเลยอย่าคิดถึงกูก็แล้วกัน”
“หมอก! เดินมาเร็วๆ” ไอด้าโบกมือตะโกนเรียกแฟนหนุ่มที่กำลังทอดน่องเดินมาหา ร่างสูงอยู่ในชุดสบายๆ เชิ้ตแขนสั้นสีฟ้าลายทะเลผ้าบางกับกางเกงสามส่วนสีขาว กระดุมเชิ้ตเปิดลงมาสามเม็ดพอให้คลายร้อนและมองเห็นแผงอกกว้างมัดกล้ามวับๆ แวมๆ แต่กลับน่าดึงดูดจนสาวน้อยสาวใหญ่ต่างพากันเหลียวหลังมองตามคอแทบเคล็ดกรอบหน้าคมเข้มหล่อเหลามีแว่นกันแดดสีชาเสริมประดับความดูดี ดูๆ แล้วไม่มีลุคคุณหมอให้เห็นเลยนอกจากลุคคนหล่อ หล่อแบบที่มองแล้วอยากจะเก็บยัดใส่กระเป๋าให้มองได้แค่คนเดียวจะจ้องอะไรนักหนา เขาก็กำลังเดินมาหาแฟนอยู่นี่ แต่ก็ยังจ้องกันอยู่ได้“ใส่ไว้แดดร้อน” เอ่ยเสียงทุ้มนุ่มพร้อมกับสวมหมวกปีกกว้างใบใหญ่ให้กับคนหน้าบึ้ง ยกมุมปากขึ้นน้อยๆ เลื่อนมือจากหมวกลงมาหยิกแก้มนุ่ม มันเขี้ยวจนอยากจะฟัดแก้มนั้นไปสักทีหากว่าแถวที่ยืนกันอยู่ไม่มีเด็กที่กำลังมองมา“อย่าหล่อมากได้ป่ะ หวง”“หึ ของแบบนี้มันห้ามกันไม่ได้” หัวเราะขำคนหน้าบึ้งที่กำลังแสดงอาการหวงออกนอกหน้า กดนิ้วหัวแม่มือกับกลีบปากอิ่มเช็ดลิปสติกสีแดงให้จางลงเล็กน้อย“เดี๋ยวนี้ชักจะหลงตัวเองหนักแล้วนะ พูดเก่งขึ้นมากด้วย”“...” ไม่รู้สิ พออยู่กับเธอแล้วมันก็คัน
“มันไม่ได้มีอะไร” ทันทีที่กลับมาถึงคอนโดหมอกก็แทบทนไม่ไหวที่จะจับคนตัวเล็กมาพูดคุยกันให้รู้เรื่อง ตั้งแต่นั่งรถมาตลอดทางเจ้าหล่อนเอาแต่เงียบ ถามอะไรก็ไม่ตอบกลอกตาไปมาเหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรตลอดเวลาจนเขาหวั่นใจว่าเธอจะคิดมากไปหมดเอาจริงๆ ก็กังวลนั่นแหละว่าไอด้าจะเอาคำพูดของน้ำตาลมาคิดมาก พูดถึงเรื่องคืนนั้นมันไม่ได้มีอะไรเป็นปริศนาเหมือนที่หญิงสาวเอามาพูดเลย เพราะแบบนี้เขาถึงได้โมโหและเริ่มรู้สึกไม่พอใจที่โดนรุกล้ำความเป็นส่วนตัวมากไง“เรื่องคืนนั้น”“ห้องพักแพทย์ น้ำตาลบอกจะเข้าไปเอาเอกสารแล้วตอนนั้นกูลืมมือถือไว้ในห้องพอดีเลยกลับไปเอา”“...”“น้ำตาลอ่านแชทเราแล้วก็พยายามจะจูบกู แต่กูไม่ได้เล่นด้วย มันแค่นั้นไม่ได้มีอะไรมากกว่านี้เลย”ไอด้าจองใบหน้าจริงจังของหมอก หรี่ตาจับผิดความผิดปกติจับโกหกแต่ก็ยอมรับว่าเขาทำให้เธอเชื่อใจได้มากเลย หากเทียบความน่าเชื่อระหว่างเขากับน้ำตาล เธอเชื่อเขาไม่ใช่เพราะหลงผู้ชายไม่ลืมหูลืมตาหรืออะไรหรอกนะ แต่เพราะรู้จักหมอกดีไง ตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกันในฐานะแฟนมาหมอกทำอะไรชัดเจนมาตลอด แม้แต่ตอนที่ต้องนอนค้างโรงพยาบาล บางคืนก็ไม่กลับมาเขาก็มักจะส่งแชทหรือโทรม
“เค้าไม่ได้อยากทำจริงๆ นะ แต่มันเป็นเกม..” น้ำเสียงออดอ้อนเอ่ยขณะที่นั่งอยู่บนตักของแฟนหนุ่ม ไอด้ากัดปากเบาๆ รู้สึกหวั่นใจกับท่าทีนิ่งๆ ไม่พูดไม่จาของเขา เลื่อนสายตาออกไปยังเพื่อนร่วมโต๊ะที่ต่างพากันเงียบก้มหน้าน้อยๆ อย่างคนรู้สึกผิด“เออ กูขอโทษกูผิดเอง กูให้ไอด้าไปเองแหละ” ภาวนาให้มันอย่ายกเท้าส่งถีบมาก็พอ ยอมรับความผิดทั้งหมดไว้เองหมอกดันลิ้นกับกระพุ้งแก้มเหลือบมองเพื่อนสนิทที่นั่งทำหน้าเศร้าอยู่บนเก้าอี้อีกตัวข้างๆ ส่วนคนอื่นๆ ก็พร้อมใจกันเงียบรอฟังผลเหมือนกำลังลุ้นเชียร์บอล“อย่าให้มีอีก”เลือกที่จะก้มหน้าลงมาเอ่ยกับคนบนตักที่ซุกตัวมากับอกกว้างทำหน้าเศร้าสลดรู้สึกผิด นัยน์ตาสวยเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นจนมองผ่านแสงสลัวยังรับรู้ได้“ไม่มีอีกแล้ว เพราะบี๋บอกไม่ให้เมาเค้าเลยเลือกไปชนแก้วแค่ติ๊กเดียว” แต่สุดท้ายไม่ว่าเลือกทางไหนก็ไม่เป็นผลดีกับตัวเองทั้งสองทางไอด้าถอนหายใจออกมาเบาๆ อย่างโล่งอก รู้ว่าหมอกเป็นคนที่ขี้หวงมากๆ แต่ก็ยอมให้ ตอนนี้ก็คงจะกำลังสะกดความขี้หวงไม่พอใจของตัวเองเอาไว้มากแน่ๆ“เรื่องนั้นจบ แต่เรื่องนี้... ยังไม่จบ”น้ำลายอึกใหญ่ถูกกลืนลงคอ ร่างกายเย็นวาบขนบางตามกายเ
วันสุดท้ายของการสอบมิดเทอม“เย้! สอบเสร็จสักที”ไอด้ายกยิ้มขำท่าทางของเพื่อนรักที่นั่งเอกเขนกแหงนหน้าขึ้นฟ้าราวกับคนหมดแรง ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ยกมือทำท่าปาดเช็ดเหงื่อออกจากหน้าผากไปด้วยร่างอรชรเข้ามานั่งบนเก้าอี้หินอ่อนอีกตัวเป็นเวลาเดียวกับที่แจ้งเตือนไลน์ดังขึ้นพอดี จึงก้มหน้าลงยังมือถือที่ยังอยู่ในมือ คลี่ยิ้มหน้าบานพึงพอใจกับภาพที่ปรากฏตรงหน้ามากมันเป็นทั้งความภูมิใจและความสุขกับสิ่งที่รักในเวลาเดียวกัน“หมอกเหรอ”“เห็นกูยิ้มต้องคิดว่าเป็นเพราะผู้ชายทุกครั้งเลยหรือไง นี่ เอาไปดูให้เต็มตาว่าอะไรที่ทำให้กูยิ้มได้ขนาดนี้”เวลารับมือถือของเพื่อนมาด้วยความมึนงง แต่ก็ฟันธงได้ล้านเปอร์เซ็นต์ว่าเรื่องนี้มันไม่เกี่ยวกับอดีตเพื่อนสนิทที่เลื่อนขั้นมาเป็นแฟนของเพื่อนรักเธอแน่ ก็เพราะถ้าเป็นแชทรักๆ ของเพื่อนมันไม่มีทางมายื่นให้อ่านแบบนี้หรอกกวาดตามองภาพที่ถูกส่งเข้ามาในกลุ่มเรียนวิชาออกแบบแล้วถึงกับเบิกตาโตอ้าปากค้าง ก่อนจะฉีกยิ้มแก้มแตกตาหวานปริ่มน้ำคลอหน่วย“ด้า เพื่อนรัก กูไม่คิดเลยฮือ...”“โอ๊ย! อย่ามาทำตัวเป็นเด็กขี้แยใส่กูยัยบ้า” โอดเสียงกลั้วหัวเราะรับร่างอวบอิ่มที่ถลาเข้ามาในอ้อมก
“กรี๊ดดดด!!!” เสียงกรีดร้องทำให้หมอกที่กำลังกวาดตามองรอบบ้านรีบเหวี่ยงร่างเล็กมาอีกฝั่งโอบกอดเอาไว้แน่น แรงสั่นจากกายสาวทำให้ต้องวางมือกับศีรษะทุยลูบปลอบประโลม“พอๆ ซัน เล่นอะไรเป็นเด็กไปได้”เดือนที่กำลังเดินออกมาจากห้องอาหารพร้อมกับทินกรเอ่ยเสียงปรามเจ้าตัวปัญหาที่ยืนหัวเราะร่าอารมณ์ดีที่ได้แกล้งน้องสาวให้ตกใจร้องลั่นบ้าน ตัวสั่นเป็นลูกนกน้อยอยู่ในอ้อมกอดของพ่อนกเดินไปเปิดไฟทำให้ภายในบ้านที่เคยมีเพียงแสงสลัวรางๆ ตอนนี้กลับมาสว่างมองเห็นได้ชัดอีกครั้ง ก่อนจะเดินกลับมาสมทบกับคนอื่นๆ ที่ยืนกันอยู่กลางบ้าน“โทษทีๆ ไม่คิดว่าน้องสาวพี่จะขวัญอ่อนขนาดนี้”“เห็นหนูตลกด้วยหรือไง ถ้าหนูช็อกขึ้นมาทำไง”“ขอโทษ”หมอกกอดไอด้าเอาไว้แน่นจ้องหน้าพี่ชายเธอนิ่งสายตาไม่พอใจเป็นอย่างมาก มันไม่สนุกเลยที่ทำแบบนี้ แค่ที่แกล้งทำเย็นชาใส่คนตัวเล็กก็เสียขวัญมากพอแล้ว แต่นี่ยังจะมาแกล้งเล่นพิเรนทร์อีกสาบานได้เลยว่าถ้าไม่ใช่คนที่เขานับถือเป็นพี่ชาย เป็นคนอื่นเขาไม่ทำแค่ยืนจ้องหน้าไม่พอใจแบบนี้แน่“อย่าทำอีกนะเฮีย มันไม่สนุก”“อะไรกันวะ คบกันยังไม่เท่าไหร่มาปกป้องกันซะละ แกมีดีอะไรวะไอด้าน้องรักพี่ถึงตกหลุมพรา
“เหลือเชื่อเลย มึงนี่มันน่าเหลือเชื่อเลยจริงๆ” ไอด้ากลอกตามองบนใส่เพื่อนรักที่นั่งกอดอกส่ายหน้าพูดแต่คำเดิมๆ วนซ้ำไปซ้ำมาอยู่ได้ตั้งแต่มาถึงที่ จนกระทั่งตอนนี้งานเสร็จแล้วก็ยังเอาแต่นั่งพูดคำเดิมไม่หยุดเวลาและเพื่อนกลุ่มงานเดียวกันมาถึงตอนสิบโมงนิดๆ หลังจากกวาดสำรวจคอนโดของหมอกจนได้ข้อสรุปว่าจะใช้ห้องเขานี่แหละในการเป็นฉากถ่ายภาพ ซึ่งก็มีช่างภาพประจำรุ่นพี่คณะข้างๆ มาเป็นช่างภาพให้ไม่ว่าจะเป็นมุมห้อง แสง ระเบียง หรือมุมต่างๆ ในคอนโดของหมอกเรียกได้ว่าเหมาะที่จะเป็นฉากงานครั้งนี้มากๆ เลย มันเลยไม่ต้องเสียเวลาไปหาสถานที่ใหม่ให้เปลืองเวลาไปมากกว่านี้อีก“หายโกรธมันแล้ว?”“หึ! เห็นกูเป็นคนแบบนั้นหรือไง โนวค่ะ! ยังไม่หายโกรธ” แต่มือก็เลื่อนหาซื้อเสื้อผ้าใหม่ที่จะให้หมอกใส่สำหรับไปเปิดตัวกับครอบครัวเย็นนี้ไม่หยุด คิ้วขมวดหน้าจริงจังอย่างกับตอนที่นั่งลุ้นผลเข้ามหาลัยจะไปแบบเสื้อยืดกางเกงยีนเหมือนทุกวันก็ไม่ได้ป่ะ ตอนนี้เขาเป็นแฟนเธอ เป็นว่าที่ลูกเขยคนเดียวของบ้านเลยนะ จะให้แต่งตัวเชยๆ แบบนั้นได้ไงที่บอกว่าไม่ได้ตั้งตัวก็เรื่องนี้แหละ เคยคิดไว้ว่าถ้าจะเปิดตัวเขากับครอบครัวทุกอย่างจะต้องเพ







