LOGINพรูด…ฮ่า ฮ่า ฮ่า อุ๊บ…ฮ่า ฮ่า
พรืด… กงฉางหมิง ศอกไถลหล่นจากท่อนขา คางของเขาจึงตกกระแทกสันมือตัวเอง ดวงตาเหยี่ยวเบิกโตอึ้งงัน คางที่เจ็บยังไม่เท่าเจ็บที่ใจ ‘ชายขยะเปียก?! เขาเนี่ยนะ’ หวังหยูซินขมวดคิ้วเอียงคอครุ่นคิด เห็นชายอีกคนในรถหัวเราะจนน้ำตาเล็ด จึงอ้าปากถามไม่แน่ใจ “มิใช่ขยะเปียกหรือ…พยาบาลสวีบอกข้า...ฉันว่าชายปากพล่อยที่มาทักหญิงสาวที่เดินคนเดียว มักเป็นชายขยะเปียก เจ้าชู้เสเพล” ยิ่งคนแต่งตัวฉูดฉาดจัดจ้านเช่นนี้ต้องใช่แน่ หวังหยูซินเหลือบมองเสื้อสีแดงทับทิมมันวาวที่ไม่ทบสาบ แถมยังเปิดโชว์ผิวเนื้อจนถึงกลางอกแล้วเบือนสายตาหนี ติ่งหูมีหินขัดที่ล้อแสงไฟวิบวับ (เพชร) แขนเสื้อก็พับขึ้นจนเกือบถึงข้อศอก การแต่งกายเยี่ยงบุรุษไม่สามไม่สี่ [1] ดูเสเพลกว่าศิษย์น้องตอนปลอมเป็นชายเสียอีก กงฉางหมิงรู้สึกเหมือนถูกรังเกียจทั้งที่ลูกแมวจอมหยิ่งนี่ก็ไม่ได้แสดงสีหน้า “ยอมแพ้~ พวกพี่ชายไม่ใช่คนไม่ดี เห็นคนเจ็บอย่างเธอยังมาอุ้มคนไม่ได้สติเลยคิดอยากจะช่วยเหลือ ทำความดีสร้างเจดีย์เจ็ดชั้น” “พูดมากหว่านล้อมล้วนไม่คิดดี...” เด็กสาวพึมพำเสียงเบา แต่ขมับชายหนุ่มเต้นตุบ มุมปากก็กระตุกยิก “โอ๊ย…ฮ่า ฮ่า ไม่ไหว จะตายแล้ว…เหล่าหมิง ผมชอบเธอว่ะ” สือหย่งเลี่ยง หัวเราะจนหายใจไม่ทัน เขายกนิ้วให้เด็กสาว เรื่องนี้ต้องเล่าให้พวกเพื่อนที่รออยู่ฟัง “ให้พวกพี่โทรเรียกรถพยาบาลไหม หรือตามญาติมารับพวกเธอ” กงฉางหมิงพยายามยิ้มให้ดูเป็นคนดี แต่สันกรามปูดนูนฟ้องว่าอยากขบหัวเด็กสาวแค่ไหน “เรียกเจ้าหน้าที่ทางการมาได้ไหม…คะ” “ได้มันก็ได้อยู่ เธอไม่ได้ล้อเล่นใช่ไหม?” ชายหนุ่มลังเลแต่ก็ขยับลงจากรถคิดจะเข้าไปดูอาการหญิงสาวที่หมดสคิ “ไม่ใช่เธอจะเรียกตำรวจมาจับนายหรอกนะ” สือหย่งเสี่ยงหน้าตาตื่นรีบมาดึงแขนเพื่อนไว้ “…” หวังหยูซิน / กงฉางหมิง พวกเขาสองคนถอนหายใจพร้อมกันใช้สายตามองคนโง่แล้วเบือนหนี “เฮ้ เฮ้ สายตานั่นมันอะไร” “รถพยาบาล” เลิกคิ้วข้างหนึ่งรอคำตอบ “ไม่ต้องหรอกค่ะ ครึ่งเค่อเธอก็ตื่นแล้ว” กงฉางหมิงพยักหน้ารับรู้ เขาหยิบมือถือมาโทรแจ้งเหตุ “บอกตำรวจว่าอะไร” “อืม…แจ้งเหตุพยายามลักทรัพย์ ทำร้ายร่างกายค่ะ” “ผู้ต้องสงสัยล่ะ” “หมายภึงคนร้ายใช่ไหมคะ” หวังหยูซินเอียงหัวแล้วหยุดนิ่งเล็กน้อย ใช้คางเรียวแหลมกับปากบุ้ยใบ้เป็นสัญญาณ กงฉางหมิงกดหน้าลงก้าวเท้าเดินตามรถเข็นไป “เดี๋ยววววว หยุด...อย่าทำเป็นไม่สนใจฉันสิ เฮ้! จะคุยรู้เรื่องกันสองคนแบบนี้มันเสียมารยาทนะ นี่...” สือหย่งเลี่ยงทำหน้าเหมือนสะใภ้ที่ถูกรังแก รีบลงจากรถตามติดด้านหลัง หวังหยูซินค่อนข้างเห็นใจ มองไปทางชายอีกคน “เหนื่อยหน่อยนะคะ” “อืม ชินแล้วล่ะครับ” ‘สองคนนี้เกินไปแล้วนะ ไปสนิทสนมกันตอนไหน แถมยังทำเป็นไม่สนใจฉันอีก’ คนที่เดิมตามหลังขมุบขมิบไม่กล้าออกเสียง เพราะสายตาเย็นจัดที่ส่งมาเขาจึงหุบปากฉับ “อืม…เวียนหัวจัง” เลี้ยวอีกครั้งก็จะถึงจุดที่หวังหยูซินทิ้งคนร้ายไว้ จังหวะพยาบาลสวีตื่นขึ้นพอดิบพอดีเหมือนคำนวณไว้ เด็กสาวรีบส่งตัวพยาบาลให้ไปทางพี่ชายขยะเปียก เธอเห็นเขาเบี่ยงตัวหลบเร็วเหมือนใช้ท่าร่างไร้เงา ใช้หลังมือดึงแขนเสื้อบังผิวกระแทกแขนพยาบาลตัวเซถลาเข้าอ้อมแขนชายปากเปราะ เอ๊๊ยด เอี๊ยด อี๊ด… หวังหยูซินโคจรลมปราณเกร็งกำลังแขนหมุนล้อรถเข็นที่ฝืดจากสนิม รถพุ่งทะยานไปข้างหน้าจนมองตามไม่ทัน “แก! นังแพศยา นังปีศาจปล่อยพวกฉันนะเว้ย’ ‘คุณหวังปล่อยพวกผมไปเถอะ ผมไม่กล้าแล้ว” เธอรีบมาถึงตัวชายสองคน ดึงเข็มเงินที่ปักคาตามจุดต่าง ๆ เก็บใส่กล่อง กงฉางหมิงเดินมาถึงช้าไปครึ่งก้าวทุกอย่างก็กลับมาปกติ “คนร้ายมีสองคนสินะครับ คุณหนูไม่ต้องห่วงเดี๋ยวพี่ชายจัดการให้” “ผู้หญิงคนนี้ไม่ใข่คน ยัยนี่ใช้วิธีประหลาด ๆ ทำให้พวกเราขยับตัวไม่ได้ เหวอ…” นายไหลว่าร้ายด่าทอนึกว่ายังขยับตัวไม่ได้ มาตอนนี้ทั้งตัวคนล้มตึงหน้าคว่ำ ขากับแขนที่ค้างแข็งไว้นานยังชาอยู่ “พี่ชายขยะ…” “พี่ชายกง! หรือจะเรียกเหล่ากง [2] ก็ไม่ติด” กงฉางหมิงแก้คำเรียกเสียงห้วน ตอนท้ายกลับลากเสียงขี้เล่นขยิบตาให้อีกที “…” หวังหยูซิน ‘ไม่คิดจะตามมุกหน่อยเหรอเนี่ย’ กงฉางหมิงยกมือปิดหน้าหนีอาย ไม่เคยเจอผู้หญิงไร้ความสนใจ แถมมองเขาเหมือนคนบ้าแบบนี้มาก่อน “ฮ่า ฮ่า บรรพบุรุษน้อย เธอเจ๋งจริง ๆ ไม่เคยเจอคนที่แค่อยู่เฉย ๆ ก็ทำพี่ใหญ่กงคนนี้พูดไม่ออก ฉันอยากตั้งป้ายบูชไว้กราบเช้ากราบเย็นเลยล่ะ” สาปแช่งให้ข้าตาย? จึงจะตั้งป้ายบูชา “อย่าลืมเรียกย่าทวดหวังตอนเผากระดาษ” นายเติ้งที่นั่งเงียบขยับตัวถอยหลังไปทางตรอกเล็ก “อ๊ะ…คุณตำรวจจับตัวคนร้ายเลยค่ะ กำลังจะหนีแล้ว” พยาบาลเดินมาพร้อมตำรวจสองคนเห็นหนึ่งในคนร้ายกำลังจะหลบหนีจึงตะโกนเตือน นายเติ้งนิ่วหน้าเสียดายและเหมือนจะคิดหาทางรอดได้ “พวกคุณไม่มีสิทธิ์จับผมนะ ไหนล่ะหลักฐาน พูดปากเปล่าคิดจะจับใครก็ได้เหรอ” “ใช่ ๆ เสี่ยวเติ้งพูดถูกพวกเราไม่ได้ทำอะไรนังผู้หญิงสองคนนี้เลยนะคุณตำรวจ เราเป็นฝ่ายถูกทำร้ายเสียด้วยซ้ำ” นายไหลกับนายเติ้งร้องรับกันเป็นลูกคู่ ยึดจับหนทางรอดใบหน้ายิ้มแย้มเย้ยสองสาว ตอนนี้ทำยังไงก็ได้ต้องเอาตัวให้รอด หนทางรวยค่อยวางแผนทีหลัง “เพ้ย…พวกเราไม่ได้โกหกนะคุณตำรวจ พอมาถึงนี่นายคนนี้ก็โผล่มาดักเราไว้ นายเติ้งก็เอามือปิดปากฉันไม่ให้ร้องให้คนมาช่วย” พยาบาลสวีโมโหจนตาแดง เธอกระทืบเท้าแบบขัดใจ “เฮอะ…แถวนี้มันเป็นที่ตาบอดไม่มีกล้องวงจรปิด แน่จริงเปิดหลักฐานมาวัดกันเลย ถ้าไม่มีก็หุบปากไว้ระวังฉันฟ้องกลับนะ” “หนอยแน่…ไอ้พวกหัวหมอ” “พวกผมไปได้แล้วใช่มะคุณตำรวจ เสียเวลาทำมาหากิน” หวังหยูซินมองส่งคนร้ายทั้งวองด้วยสายตาลึกล้ำ ตอนฟังคำโต้แย้งเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง นางรู้สึกอึดอัดที่ไม่รู้เรื่อง ทั้งภาษาที่ฟังไม่เข้าใจ ไหนจะของที่เรียกว่า ‘กล้องวงจรปิด’ ต้องใช้เป็นหลักฐานให้เจ้าหน้าที่ “พี่ชายกล้องวงจรปิดคือสิ่งใด” กงฉางหมิงอึ้งกับคำถาม เขาคิดว่าเธอล้อเล่นแต่ดวงตาใสแจ๋วกระจ่างมีแต่การรอคำตอบอย่างจริงใจ ไม่มีการล้อเล่นหรือสิ่งอื่นเจือปน ชายหนุ่มเปิดให้เธอดูคลิปภาพจากกล้องวงจรปิด “ท่านบอกว่า สิ่งนี้บันทึกคนลงไป ทำให้เรารู้ว่าเขากระทำการใดมาใช่หรือไม่” “ใช่แล้วล่ะ แต่จะบันทึกได้ก็ต้องมีกล้องแบบนี้ติดตั้งในรัศมีใกล้เคียง แถวนี้บังเอิญไม่มีกล้องติดไว้" กงฉางหมิงอธิบายให้เธอเข้าใจอย่างใจเย็น ความอดทนใจเย็นแบบไม่เป็นตัวของตัวเองค้านสายตาเพื่อนสนิทตั้งแต่เด็กอย่างสือหย่งเลี่ยง “พี่ใหญ่หมิง พี่คุยกันรู้เรื่องได้ยังไง ผมแทบฟังไม่ออกเลยว่าเธอพูดอะไร” “ชี่..ขอบคุณมากนะคะคุณตำรวจ ต้องขอโทษด้วยนะคะที่ทำให้เสียเวลาราชการ” พยาบาลสวียกนิ้วชี้แตะปากตัวเองบอกใบ้ให้คุณชายสือหยุดพูด จากนั้นก็หันไปส่งตำรวจกลับสถานี “คุณพยาบาลสรุปเรื่องที่คุณหวงใช้คำพูดแปลกจากคนอื่นนี่มันยังไงเหรอครับ” สือหย่งเลี่ยงรอจนแน่ใจว่าตำรวจไปแล้วรีบถูมือเข้ามายืนทำสายตาอยากรู้ ถ้าไม่ได้รับความกระจ่างคงไม่ยอมจากไป “ฉันเล่าได้ไหมคะคุณหวัง…โอเค ที่จริงคุณหวังเธอมีภาวะความจำสับสนเนื่องจากความจำเสื่อมค่ะ เธอใช้ภาษาจีนตัวเต็มแบบคนโบราณใช้กัน ใช้ไป่ตู้ [3] คุยกับเธอสิคะ” พยาบาลสวีชูมือถือยิ้ทกริ่มใส่สือหย่งเลี่ยงที่ยกมือตบหน้าผากตัวเอง ชายหนุ่มลืมคิดไปสนิทใจ หวังหยูซินให้พยาบาลพูดถึงเพื่อเป็นข้อแก้ตัวชั้นดีในความแปลกของเธอ นางหายใจเข้าบอกกับตัวเองให้ใจเย็น ในเมื่อมาแล้วก็ต้องอยู่ให้ได้! หญิงสาวกำแขนเก้าอี้แน่น ชำเลืองมองชายที่ภายนอกดูเสเพลแต่กลับแอบซ่อนความสามารถไม่น้อย ชายคนนี้ปกปิดตัวตนไว้ภายใต้ความเสเพล “ออกไปกันเถอะค่ะ เรายังต้องไปธุระอีกหลายที่” “ขออนุญาตครับ มาพี่ชายช่วยเข็นดีกว่า” กงฉางหมิงพูดขอตามมารยาท แต่ลงมือทันที สิ่งเล็กน้อยพวกนี้เผยให้เห็นแจ่มชัดว่าเป็นคนที่เคยชินกับอำนาจ คำพูดเขามึน้ำหนักให้คนทำตาม หวังหยูซินคิดวิเคราะห์แยกแยะตัวตนของเขาแบบไม่รู้ตัว ตามลักษณะนิสัยแท้จริงของนางจะไม่สนใจเรื่องของผู้อื่น ทุกเรื่องล้วนปล่อยผ่านไม่ใช่เรื่องของตัวเอง ในชีวิตนี้สิ่งที่นางใส่ใจมีเพียงศิษย์น้อง อาจารย์ทั้งสอง และเจ้าหุบเขาหงถาวเท่านั้น “แยกย้ายกันตรงนี้เถอะ ขอบคุณพี่ชายทั้งสองมากค่ะ…” หวังหยูซินกดหัวคิ้วด้วยความยุ่งยากใจ นางไม่อยากติดหนี้บุญคุณผู้อื่น นึกถึงขวดยาในล่วมยาคิ้วยิ่งกดลึก ‘เหลือแต่พวกพิษสลายเส้นเอ็น หงอนกระเรียนแดง คงให้เป็นของตอบแทนไม่ได้กระมัง’ กงฉางหมิงมองหน้าแมวน้อยที่มุ่ยลง ใบหน้าจริงจังเคร่งเครียด อยากรู้ว่าสมองน้อย ๆ นั่นมีความคิดแปลกประหลาดอะไรอยู่ ซึ่งแปลกจนเขาคาดไม่ถึงเชียวล่ะ ใครเขาให้ยาพิษร้ายแรงเป็นของขวัญกันเล่า! “ไม่ให้พวกพี่ไปส่งจริงเหรอ ส่งได้นะ พี่ว่างมากจ้า” สิอหย่งเลี่ยงยิ้มกว้างตาหยีเห็นฟันขาวเป็นประกายครบสามสิบสอง ชายหนุ่มเป็นหนุ่มผิวขาว หน้าเรียวตามสเปกสมัยนิยม มีความขี้เล่นกรุ้มกริ่ม บุคลิกเป็นคนพูดเก่ง อารมณ์และคารมดี ‘โอ้โห…ดาเมจแรงมาก ใจสั่นเลย’ พยาบาลสวีโดนความหล่อของคุณขายสามตระกูลสือกระแทกตาจนใจเจ็บต้องยกมือมากุมอก มืออีกข้างก็ยกขึ้นมาปิดตากันความเจิดจ้า ‘กรี๊ด…วันนี้โชคดีจริง ๆ ได้คุยกับสองคนนี้ตัวเป็น ๆ ขอถ่ายรูปลงเว่ย [4] ได้ไหมเนี่ย’ ในขณะที่พยาบาลสวีกำลังขื่นชมสองหนุ่มทายาทตระกูลดัง หวังหยูซินยังคงคิดตอบแทน ‘จริงสิ ทำสิ่งที่ข้าถนัดเป็นการตอบแทนก็สิ้นเรื่อง’ “พี่ชายทั้งสอง ขอให้ฉันตรวจชีพจรเป็นการตอบแทนในความข่วยเหลือเถอะนะคะ” “ไม่ต้องหรอก เรื่องเล็กแค่นี้เองครับ” กงฉางหมิงรีบปฎิเสธ หลัก ๆ เขาคิดว่าเด็กสาวคงล้อเล่นขำ ๆ เขาไม่ได้เก็บมาใส่ใจ ถึงต่อให้เธอพอมีฝีมืออยู่บ้างด้วยอายุเท่านี้ คงไม่ได้มีความรู้อะไรมาก ร่างกายของเขาจะให้ใครมาตรวจสุ่มสี่สุ่มห้าได้ยังไง เป็นความคิดที่สมเหตุสมผล แต่เหนือสิ่งอื่นใด หากชายหนุ่มรู้เหตุผลที่ลูกแมวจอมหยิ่งในสายตาเขาคิดอยู่…มีหวังได้กระอักเลือดตาย “ไม่ตรวจจริง ๆ เหรอคะ ฉันเก่งมากนะคะ รักษาโรค…แฮ่ม มานักต่อนัก” หวังหยูซินกระดากที่จะพูดออกมา ใบหน้าเฉยชาซับสีระเรื่อขึ้นมานิดหนึ่ง แต่ใบหูก็ฟ้องความรู้สึก มันกระดิกไปมาและแดงดั่งหยดเลือด เมื่อก่อนเธอไปตรวจรักษาให้เหล่าพี่สาวในหอเฉียนหว่านฮวา หอโคมเขียวในแดนอู่จงบ่อยครั้ง ‘บุรุษเสเพลมักป่วยเป็นโรค ‘นั้น’ มิใช่หรือ?’ [1] ไม้สามไม่สี่ - ไม่เป็นโล้เป็นพาย ไม่ได้เรื่อง [2] เหล่ากง – สามี เป็นการเล่นคำพ้องเสียงแซ่กง ที่ใช้อักษรคนละตัว [3] ไป่ตู้ – search engine ของจีน ให้บริการต้นหา แปลภาษา [4] เว่ย- เว่ยปั๋ว Weibo เว็บบอร์ดอันดับ 1 ของจีน“ลองนึกถึงผู้หญิงที่รู้สึกสนใจ นึกถึงดวงหนัา รอยยิ้ม เสึยงหัวเราะ ใช่แล้วเธอสวยน่ารักเหมือนดอกไม้ พี่รู้สึกชอบเธอใช่ไหม หากพี่เข้าหาเธอ จีบเธอ ทำให้เธอหัวเราะ...”คำพูดของหมอหนุ่มเป็นดังละครที่คอยกำกับให้กงฉางหมิงคิดและรู้สึกตาม จนความรักสุกงอม ความรู้สึกตามธรรมชาติก็ค่อย ๆ เผยตัวเป็นครั้งแรก“อึก...อุ๊ก...แค่ก”ความเจ็บหน่วงเริ่มจากท้องน้อยเคลื่อนลงต่ำสู่ศูนย์รวมความเป็นชายที่ตื่นตัว จากความเจ็บที่เต้นตุบสู่ความแสบร้อนและจุกทึ่เหมือนมันถูกบดขยี้“กึก…อึก...” กงฉางหมิงกัดฟันทนแม้ยามไร้สติชายหนุ่มปวดจนตัวงองุ้ม ร่างกายสั่นเทาเพราะฝืนสู้ เส้นเลือดขึ้นปูดตามใบหน้าแดงฉาน ข้างขมับ ท่อนแขนมีเส้นเลือดแดงดำแตกแขนงเป็นลวดลายน่าสะพรึงกลัวบนผิวหนังอา...ชายหนุ่มผู้เจ็บปวด อ้าปากเพื่อปลดปล่อยความกดดัน แต่ไร้สุ้มเสียงแสดงความอ่อนแอ“ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลา พี่จะเฝ้ารอให้ถึงวันแต่งงานอย่างใจจดจ่อ เพื่อทำให้เธอเป็นเจ้าสาวที่มีความสุขที่สุดในโลก พี่กำลังหลับใหลในห้วงฝันดี และจะตื่นขึ้นมาอย่างสดชื่นเมื่อได้ยินเสียงระฆัง”แก๊ง,,,แฮ่ก...แฮ่ก...เปลือกตาที่หลับสนิทค่อย ๆ เปิดออกช้า ๆ
กงฉางหมิงยืนนิ่งสนิทเป็นหุ่นปั้น แต่ภายในไม่สงบเหมืดนท่าทาง อกข้างซ้ายถูกหัวใจเต้นรัวแรงจนเกือบทะลุ ใบหูร้อนผ่าว ตาเหยี่ยวไม่เคลื่อนจากใบหน้างามล้ำสักเสี้ยววินาทีดวงตาคมร้อนผ่าวขึ้นตามจังหวะหายใจ“อะแฮ่ม...” หวังหยูซินโดนสายตาชื่นชมรอบตัวทำเอาประหม่าขัดเขิน พอมุมปากกลับมาราบเรียบทุกคนก็หลุดจากภวังค์“ฮะ ฮะ เดี๋ยวรอคลิปจากหัวหน้าเปาก่อน…”พลั่ก...ตุบ...ตุบ...กงฉางหมิงรีบเดินกลับไปนั่งที่ไม่ดูทางเท้าไปสะดุดล้อเก้าอี้ของสือซื่อ ลำตัวเซถลาไปข้างหน้า กระโดดโหยงอ้าปากผ่อนลมหายใจไร้เสียงร้อง แต่น้ำตาเล็ดหางตา“อูย...นิ้วก้อยเตะเก้าอี้ โคตรเจ็บ”“เสียอาการแหละ!”“อืม” “อืม” “อืม” ชายหนุ่มที่เหลือรวมสวีอวี้ถงที่มาเนียนกับเขาด้วย นั่งกอดเข่าสุมหัวนินทาปึด! เส้นความอดทนของคนเขินจนโกรธขาดผึง“มาทำงาน เดี๋ยวนี้!”1 ชั่วโมงต่อมา เปาเมี่ยวก็ส่งคลิปจากทีมงานของเธอมาให้ หลงอวิ๋นหลานเปิดให้ทุกคนดูยังคงเป็นคลิปข้ามรั้วของหวังหยูซิน แต่…ตัดต่อเพิ่ม ‘สลิง’ เข้ามาในคลิปใหม่ลำตัวของเด็กสาวบนรถเข็นมีลวดสลิงโผล่อยู่ทางด้านหลัง เป็นการตัดต่อที่แนบเนียนและสมจริง ตอนเธอปารถเข็นข
“ทำไมเราไม่ส่งไวรัสไปลบข้อมูลฮาร์ดดิสล่ะค่ะ!”...!? หนุ่ม ๆ เทพไอทีอุ๊บ...ฮ่า ฮ่า ฮ่า“ฮ่า ฮ่า คุณพยาบ๊าล!““ฮ่า คุณพยาบาลตลกมาก โอ๊ย! ขำ”“ฮ่า...ไม่เคยเจอใครดูซีรีย์แล้วเชื่อเป็นตุเป็นตะขนาดนี้เลย”“หึ...ยัยโง่ พวกเราเป็นไวต์แฮต ไม่ใช่แบล็กแฮตสักหน่อย” เสิ่นเย่ทำเสียงขำขึ้นจมูก ปากก็บิดเพราะหัวเราะ“ไวต์แฮตอะไร ฉันจะไปรู้กับนายไหมล่ะ” สวีอวี้ถงเถียงหมอหนุ่มกลับแบบไม่ยอมแพ้เชอะ! เหอะ!หมอหนุ่ม พยาบาลสาวสะบัดหน้าหนีกันไปคนละทาง“ไวต์แฮตเป็นนักเจาะระบบที่ทำงานในระเบียบของกฎหมายครับ แบล็กแฮตเป็นพวกนอกกฎหมาย” สืออี้ขยายความให้พี่เลี้ยงสาวฟังกงฉางหมิงก็กระซิบคุยกันสองคนกับแมวน้อย เขาอธิบายสิ่งที่คนอื่น ๆ คุยให้เด็กสาวฟังสองคนนี้คนหนึ่งพูดคนหนึ่งฟังดูเป็นธรรมขาติและกลมกลืนกันดี“งั้นไวต์แฮตก็หาเงินได้น้อยกว่าน่ะสิคะ”สวีอวี้ถงพูดตามเสียงในใจออกมาจนรีบตะครุบปากตัวเองแล้วยิ้มแหยกึก...กึก...กงฉางหมิงประกายตาคมปลาบยืดตัวลุกขึ้น ชายหนุ่มคนอื่นก็ค่อย ๆ หันมองหน้าคนพูด ในสายตาสวีอวี้เถงพวกเขา...“ยะ อย่า สยายรอบยิ้มชั่วร้ายแบบนั้น ม่ายยยย”เสียงหวีดร้องในใจของพยาบาลสาวที่ไม
หมาป่าตัวที่สาม: ฮ่า ฮ่า เอาอะไรกับคลิปโฆษณาเนี่ยเจ้าของโพสต์ ถ่ายองศาหน้ามาทางกล้องชัดขนาดนี้ เขาเรียกตั้งใจแล้วเว้ยอยากเป็นดอกไม้ของโรงเรียน: +1 ชั้นบน คนเรามันจะท่าสวยขนาดนี้เลยเหรอถ้าไม่ตั้งใจเขาลากเมาส์ดูคอมเมนต์ที่เริ่มผุดขึ้นมาด้านล่างนับร้อย พยายามพูดว่าคลิปเขาเป็นคลิปของพวกนักเรียนการแสดง หรือคลิปโปรโมตค่ายฝึกศิลปิน“เชี่ย! พวกกองทัพน้ำชัวร์ จะมาเล่นกับป๋าเหรอ พรุ่งนี้วันหยุดจะอยู่เล่นกับพวกแกทั้งคืนยังได้ เอิ๊ก เอิ๊ก...”ชายหนุ่มลุกขึ้นบิดตัวแก้ความเมื่อยขบไม่กี่ท่า ตอนนั่งลงเตรียมตรวจสอบไอพีพวกกองทัพน้ำก็เกิดเหตุประหลาดฟุ่บ...วี้ วี้...วี๊ด...ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด...ติ๊ก...วี๊หว่อ...วี๊หว่อ...ติ๊งแสงไฟในห้องอยู่ ๆ ก็กระพริบเหมือนไฟตก ติด ๆ ดับ ๆ พวกเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เป็นรุ่นใหม่มีสัญญาณบลูทูซต่อเข้ากับโทรศัพท์มือถือ เกิดเปิดตัวเองขึ้นมาพร้อมกันเครื่องชงกาแฟน้ำร้อนไหลลงมาเอง หม้อหุงข้าวมีเสียงเปิดเครื่อง เตาอบมีเสียงลานหมดเวลา และอีกหลายชิ้นจนเสียงลั่นทั่วห้องพรึ่บ!“นี่มันเรื่องบ้าอะไรเนี่ย!” เขาลุก ‘พรึ่บ’ ยืนหันรีหันขวางมองรอบห้อง กล้องวงจรปิดบนเพดานมีไฟสีแดงกระพร
ฝ่ายที่สามคือชาวเน็ตที่ผ่านมากินแตง เชื่อหรือไม่ไม่สำคัญขอแค่มาเกาะกระแส“คุณพยาบาลผมมีกองทัพน้ำให้คุณพร้อมใช้งาน คุยกับเขาแล้วเขาจะทำตามที่สั่ง” หลงอวิ๋นหลานโยนโทรศัพท์ของตัวเองให้พยาบาลสาวสวีอวี้ถงรีบมองโทรศัพท์ในมือกำลังโทรออกหาบุคคลชื่อ ‘เปาเมี่ยว’“หัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์ของฮวนเย่วมีเดียส์!”พยาบาลพี่เลี้ยงเหมือนได้รับความไว้วางใจให้เป็นส่วนหนึ่งของทีม เธอพยายามเก็บกลั้นน้ำตาที่เอ่อคลอ ปลุกพลังใจให้พร้อมต่อสู้ แล้วกรอกเสียงลงไป“สวัสดีค่ะหัวหน้าเปา ดิฉันสวีอวี้ถง คุณชายรองหลงให้ฉันติดต่อคุณเรื่องส่งกองทัพน้ำทำภารกิจค่ะ...คุณเห็นคลิปที่ขึ้นเทรนด์ในเว่ยเกี่ยวกับเด็กสาวมีวรยุทธ์ไหมคะ”“สวัสดีค่ะคุณสวี เห็นแล้วค่ะ ข่าวที่คาดว่าจะเกี่ยวกับวงการบันเทิงไม่มีทางรอดพ้นสายตาฉันไปได้ค่ะ คุณสวีต้องการให้เราจัดการคลิปนั้นหรือคะ แค่บอกความต้องการมาที่เหลือทางเราจะจัดการให้ค่ะ”หากเปาเมี่ยวจะแปลกใจที่มีคนใช้โทรศัพท์ของคุณชายรอง น้ำเสียงก็ไม่ส่อเค้าให้ใครจับได้ แถมยังตอบกลับอย่างมืออาชีพ“ฉันต้องการให้คลิปนั้นถูกชี้นำเป็นโปรดักชันของค่ายมีเดียสักแห่ง”“รับทราบค่ะ จัดการให้ทันทีเลยค่ะ”
“คุณชายรองกง คลิปค่ะ! มีคลิปใหม่มา!” สวีอวี้ถงรีบจนไม่ระวังเท้าสะดุดขอบพรม มือขวาชูโทรศัพท์กระตุกวูบตาที่เบิ่งค้างเห็นโทรศัพท์หลุดมือลอยขึ้นสูงไปด้านหน้าค่อย ๆ ไกลออกไปตรงเข้าสู่ราวจับบันได“ว๊าย”กงฉางหมิงเบิกตาถลนเพียะ! หมับ!ขายาวเหยียดตวัดวอลเลย์โทรศัพท์ สืออี้ทำท่าจะพุ่งตัวเข้ามาแต่เขาอยู่ไกลเกินไป เสิ่นเย่เอื้อมสุดแขนจึงคว้าไว้ได้พลั่ก! แคว่ก!สวีอวี้ถงไร้คนสนใจร่วงลงบนพรมหน้าทิ่มจนยุบลงในผ้าหนา แขนขากาง...ตะเข็บกระโปรงชุดพยาบาลขาดแคว่ก!คนอื่น ๆ มัวหันไปสนใจโทรศัพท์ในมือเสิ่นเย่ จึงไม่มีคนทันเห็นพยาบาลพี่เลี้ยงที่รีบลุกขึ้นนั่งปิดรอยขาดกระโปรงหน้าร้อนจนจะไหม้ มือสั่นไปหมดสืออี้หยุดมือที่กำลังถอดผ้ากันเปื้อนเพื่อยื่นให้พี่เลี้ยงสาวปิดรอยขาด แต่ช้ากว่าเสิ่นเย่ที่ถอดเสื้อคลุมทิ้งลงคลุมตั้งแต่ศีรษะหญิงสาว มุมปากของบอดี้การ์ดยกขึ้นบางเบา“ใช้นี่”คนที่กลับออกไปพร้อมเจ้าบ้านกลับมานั่งล้อมวงมุงดูคลิปที่กำลังเล่นในโทรศัพท์“งานหยาบแล้วพี่ใหญ่”“คนแชร์ไปทั่วแล้วไม่ใช่เฉพาะในชิงต่าว”“ลบให้หมดทำเท่าที่ทำได้ สืออี้ติดต่อสือซาน สือเออร์ให้สองคนนั้นเตรียมร







