LOGINหวังหยูซิน ศิษย์หมอประหลาดต้องอาคมข้ามภพสู่ปี 2025 วรยุทธ์โบราณ การแพทย์ที่สาบสูญกำลังจะสร้างตำนานบทใหม่ที่คนทั้งโลกต้องจดจำ
View Moreซูเย่ว! ระวัง!!!”
เปรี้ยง! เปรี้ยง! “กรี๊ดดดดดด...” อสนีบาตสีม่วงสองสายฟาดลงบนร่างสะโอดสะองของหญิงสาวผู้ถือกำเนิดในฤกษ์ แรม 7 ค่ำ เดือน 7 ยามจื่อ นางคร่อมบังร่างของศิษย์น้องที่อยู่ด้วยกันมานาน 13 ปี รอยยิ้มบางเบาเปิดขึ้นบนดวงหน้าหวานแต่เย็นชาของศิษย์เอกหมอประหลาด วงหน้างดงามราวหยกสลักจึงดูอ่อนละมุนลงหลายส่วน ‘ดูแลตัวเองให้ดี’ คำพูดไร้เสียงราวสายลมอ่อนพัดผ่าน... เป็นถ้อยคำสุดท้ายที่ หวังหยูซิน เหลือทิ้งไว้ในแดนเทพยุทธ์บรรพกาลอู๋จง เรือนร่างและดวงจิตค่อย ๆ เลือนร่างโปร่งแสงหายไป...ตลอดกาล เฮือก!!! พรึ่บ! ดวงตาหงส์ดำขลับเปิดขึ้นฉับพลัน ก่อนสายตาที่พร่ามัวจะค่อย ๆ รับเอาภาพต่าง ๆ รอบตัวเข้าสู่ครรลองสายตา ‘ที่นี่ที่ใด? ไย...ประหลาดนัก’ หวังหยูซินค่อย ๆ หันมองรอบกาย นางเห็นห้องสี่เหลี่ยมสีขาว เพดานสูงราบเรียบสีขาวไม่มีขื่อคานไม้ ทางขวามือของนางมีวัตถุรูปทรงประหลาดมีหญิงชรานอนหลับตาอยู่บนนั้น “คนไข้ฟื้นแล้วเหรอคะ! เดี๋ยวฉันตามหมอมาดูอาการคุณหน่อยนะคะ รู้สึกยังไงบ้าง” หญิงสาวในชุดสีขาวสวมหมวกหน้าตาแปลกประหลาดเดินยิ้มแย้มเข้ามาพูดคุย แต่แปลกนักภาษาพูดแม้จะคล้ายคลึงกัน แต่มีบางคำที่นางไม่เข้าใจ หวังหยูซินจึงเงียบรอดูท่าที รู้สึกนางผู้นี้จะบอกข้าว่าจะตามหมอ? แล้วเดินมาใกล้ข้า กดสิ่งใดสักอย่างบนผนังตรงหัวเตียง ราว ๆ 1 เค่อจึงมีชายกลางคนและหญิงกลางคนเดินเข้ามาหาข้า และทั้งสองล้วนสวมชุดแปลกประหลาด ฝ่ายชายมีเสื้อคลุมสีขาวห่มทับ มีสิ่งประหลาดใส ๆ แปะอยู่บนดวงตา ฝ่ายหญิงแต่งกายแบบแม่นางที่ยืนอยู่ด้านข้าง “คนไข้รู้สึกอย่างไรบ้างครับ? หมอขอฟังเสียงช่องปอดหน่อยนะครับ” ชายกลางคนยื่นมือจับสิ่งประหลาดคล้ายแท่งโลหะมาทางทรวงอก หวังหยูซินส่งสายตาเย็นเยือกกดดันพร้อมจิตสังหารไปให้ นางพยายามขยับกาย แต่กลับไร้เรี่ยวแรงอย่างประหลาด อึก…แค่ก แค่ก แฮ่ก... “คุณหมอจาง! เกิดอะไรขึ้นคะ!” หัวหน้าพยาบาลวัยกลางคนมาช่วยประคองคุณหมอที่อยู่ดี ๆ ก็มีท่าทางหอบเหนื่อยยกมือกุมหน้าอก หวังหยูซินเก็บจิตสังหารกลับคืน เพราะดูจากอาการของชายผู้นี้แล้วไม่มีกำลังภายใน เป็นเพียงคนธรรมดาผู้หนึ่ง “พวกท่าน... คือ... ใคร” คนไข้บนเตียงถามขึ้นด้วยเสียงแหบเบา ภาษาที่ใช้เป็นภาษาจีนตัวเต็มแบบคำโบราณ “สวัสดีครับ คนไข้ไม่ต้องตกใจนะครับ ผมเป็นหมอ” “เมื่อครู่ท่านจะทำสิ่งใดกับข้า?” นางได้ยินเขาเรียกตัวเองว่าหมอจึงผ่อนคลายลง ทั้งจ้องลึกในแววตาไม่มีความกักขฬะหรือสิ่งใดเจือปนจึงยอมนิ่งเฉย ‘คงเป็นวิธีการตรวจชีพจรของคนที่นี่กระมัง’ ด้วยนางเองก็เป็นหมอผู้หนึ่ง ล้วนไม่แบ่งแยกชายหญิงตอนตรวจรักษา และมองดูข้าวของรอบตัวล้วนไม่มีสิ่งใดเหมือนที่ที่นางจากมา แม้แต่ฟูกหรือเตียงที่นางนอนอยู่ก็แตกต่าง หญิงสาวยอมนอนนิ่งให้ตรวจร่างกายด้วยใบหน้าเรียบเฉย ลองโคจรลมปราณตามจุดชีพจร รู้สึกว่าพละกำลังค่อย ๆ ฟื้นฟูกลับมาช้า ๆ “เท่าที่ตรวจดูร่างกายค่อนข้างปกติดีทุกอย่างนะครับ ตอนนี้คนไข้รู้สึกผิดปกติตรงส่วนใดของร่างกายบ้างไหมครับ?” “ข้า ไม่เจ็บปวดที่ใด ท่านหมอข้าขอถามได้หรือไม่ว่านี่สถานที่นี้คือที่ใด หมายถึงเมืองของท่านน่ะ” หมอจางมีสีหน้าหนักใจหันมองสบตากับหัวหน้าพยาบาล เขารู้สึกแปลกใจตั้งแต่การพูดจาที่ใช้คำโบราณเข้าใจยากของคนไข้ ‘หรือคนไข้จะมีปัญหาในส่วนสมองด้านการรับรู้’ หมอจึงเริ่มถามคำถาม เรื่องชื่อ อายุ จะให้ติดต่อญาติหรือไม่ และอีกหลายคำถามจนแน่ใจว่าคนไข้มีภาวะสมองสับสน “ส่งตัวไปตรวจ MRI [1] ด้วยนะครับ” หลังจากนั้นนางจึงถูกพวกเขาพาไปทดสอบอะไรสักอย่างที่คล้ายอุโมงค์ตื้น ๆ ปลายเปิด แล้วจึงถูกพาไปหาท่านหมอคนอื่น มีการสอบถามพูดคุย หวังหยูซินตอบแค่บางอย่างที่เหลือเลือกที่จะนิ่งเงียบ หรือไม่ก็ตอบเพียง “ไม่รู้” “จำไม่ได้” หลังจากกลับมาพวกเขาให้หญิงสาวกินยารูปร่างแปลกประหลาดพวกมันเป็นเม็ดขนาดเล็ก เพียงเอาเข้าปากแล้วดื่มน้ำตาม กินไปสักพักทำให้รู้สึกง่วง หวังหยูซินจึงสกัดจุดไม่ให้ยาออกฤทธิ์ น่าเสียดายที่เข็มทองอยู่ในล่วมยา จึงไม่อาจขับยาออกมาได้ ก่อนหลับไหลหวังหยูซินไม่อาจข่มกลั้นถามเอากับหญิงที่เรียกแทนตัวว่าพยาบาลว่า “ล่วมยาของข้าอยู่ที่ใดหรือ?” 1 อาทิตย์ต่อมา “คุณหวังครับ ขอบคุณสำหรับการให้ปากคำนะครับ ข้าวของส่วนตัวของคุณอยู่ที่สถานีตำรวจ คุณไปรับได้หลังออกจากโรงพยาบาล ส่วนพวกเอกสารราชการที่ต้องทำใหม่นำใบรับรองแพทย์ไปยื่นติดต่อขอใบรับรองการทำบัตรประชาชน ใบสำคัญการแจ้งเกิดที่สถานีตำรวจเช่นกันครับ” ภายในอาทิตย์ที่ผ่านมาหวังหยูซินได้เรียนรู้เกี่ยวกับสถานที่แห่งนี้ไม่น้อยจากปากคำบอกเล่าของพยาบาลและเหล่าคนไข้ที่อยู่ห้องเดียวกัน ดินแดนนี้มีชื่อว่า ‘โลก’ เธอมาอยู่ในแคว้นที่เรียกว่า ‘ประเทศจีน’ ในปี 2025 เมืองนี้คือเมืองซานตง ด้วยความที่เป็นผู้ฝึกยุทธ์ทำให้หญิงสาวเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว การใช้คำพูดแทนตัว ข้าวของรอบตัวเรียกว่าอะไร อย่างเช่นสิ่งอัศจรรย์ที่ให้แสงสว่างแทนมุกราตรีเรียกว่าหลอดไฟ วันนี้มีเจ้าหน้าที่ทางการเรียกว่าตำรวจ มาสอบสวนหวังหยูซินเป็นครั้งสุดท้าย เพราะหญิงสาวมาหมดสติอยู่ที่ไท่ซาน เจ้าหน้าที่จึงส่งตัวเธอลงจากเขามายังโรงพยาบาลของรัฐ ‘คุณหวัง มีภาวะความจำสับสนและความจำเสื่อมครับ’ พอได้รับการวินิจฉัยและคำยืนยันจากหมอ ตำรวจก็ดูจะผ่อนคลายการสอบสวนลง เพราะหญิงสาวไม่มีเอกสารใด ๆ ติดตัวมา รอยนิ้วมือยังไม่สามารถค้นหาได้ทั้งในฐานข้อมูลประชากรจีนหรือชาวต่างชาติที่เข้าประเทศมา ราวกับหญิงสาวปรากฏตัวขึ้นมาจากอากาศ... เจ้าหน้าที่สรุปคดีว่าหญิงสาวถูกทำร้าย อาจมีผู้มีอิทธิพลคิดกำจัดเธอแล้วลบข้อมูลออกจากระบบราชการ เจ้าหน้าที่เล็ก ๆ จึงไม่กล้าสืบสาวต่อ “สงสัยจะเป็นคุณหนูตระกูลใหญ่ ไม่แน่ว่าถูกสั่งเก็บชิงมรดกหรือเปล่า ดูจากข้าวของติดตัวฉันไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิตเลยให้ตาย!” “จริง! แค่มีสักชิ้นก็สบายไปทั้งชาติ” พยาบาลสวีที่ทำหน้าที่ดูแลคนไข้ในวอร์ดของหวังหยูซินได้ยินตำรวจเดินคุยกันออกมาจากห้องพักรวม ‘น่าสงสารคุณหวัง อยู่ตระกูลใหญ่ใช่ว่าจะมีชีวิตที่ดี’ “สวัสดีค่ะคุณหวัง วันนี้เป็นยังไงบ้างคะ ฉันขอวัดความดันหน่อยนะคะ ” “สวัสดีค่ะ พยาบาลสวี ฉันมีเรื่องรบกวนค่ะ ตำรวจบอกให้ฉันไปที่สถานีตำรวจเพื่อจัดทำเอกสารระบุตัวตนและรับของที่เก็บไว้ค่ะ ถ้าจะรบกวนคุณพยาบาลไปเป็นเพื่อนได้ไหมคะ” พยาบาลมองใบหน้างดงาม ผิวกายขาวละเอียดเรียบลื่น แพขนตาดกงอน ริมฝีปากอิ่มเป็นรูปกระจับ จมูกโด่งรูปหยดน้ำ คิดแล้วก็เห็นจริงตามคำตำรวจว่า หน้าตาผิวพรรณราวบุตรหลานตระกูลใหญ่ “ได้สิคะ คุณหวังลองขอคุณหมอดูก่อนนะคะว่าไปได้ไหม” หวังหยูซินพยักหน้าตกลงอย่างไม่อิดออด พอถึงคราวที่คุณหมอมาตรวจอาการก็ได้รับอนุญาตแต่ต้องมีบุรุษพยาบาลไปช่วยเข็นรถเข็นด้วย การนอนหลับยาวนานถึง 3 เดือน ทำให้กล้ามเนื้อทั่วร่างอ่อนแรงไปมากแม้จะเดินลมปราณฟื้นฟูเร็วเสียจนหมอยังแปลกใจก็ตาม เช้าวันรุ่งขึ้นพยาบาลสวี บุรุษพยาบาลเติ้ง พาหวังหยูซินนั่งรถเข็นไปยังสถานีตำรวจ โดยนางพยาบาลสวีช่วยจัดการกรอกเอกสารต่าง ๆ ให้ ส่วนเธอเพียงแค่จับสิ่งที่เรียกว่าปากกาลงลายมือชื่อเท่านั้น “นี่ครับของใช้ส่วนตัวของคุณหวัง ลองตรวจสอบดูก่อนนะครับว่าครบถ้วนหรือไม่” ตำรวจที่นำข้าวของมาส่งมอบมือสั่นอย่างเห็นได้ชัด “ขอบคุณค่ะ” พยาบาลสวีเห็นท่าทางของตำรวจแล้วนึกถึงคำพูดของเจ้าหน้าที่สองคนเมื่อวาน แทบจะเก็บความอยากรู้อยากเห็นไม่ไหว แต่พบว่ามันเป็นเพียงล่วมยาไม้กล่องหนึ่ง กับย่ามแบบห่อผ้าไม่เล็กไม่ใหญ่สีฟ้าอ่อนห่อหนึ่ง ‘ข้าวของก็ดูธรรมดานี่นา?’ แกร๊ก!...เสียงเปิดกล่องล่วมยา ของด้านในจึงเผยโฉมออกมาให้คนในห้องเก็บข้าวของอายัดของกรมตำรวจได้เห็น พระเจ้า! เธอขอกลับคำพูดใหม่! ล่วมยาธรรมดา แต่ของด้านในไม่ธรรมดาเลยสักนิด!!! [1] MRI - การตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ใช้ได้ดีกับการตรวจสมอง เส้นประสาทไขสันหลัง เส้นประสาทในร่างกาย กล้ามเนื้อ กระดูก ตรวจเส้นเลือดได้ โดยไม่ต้องฉีดสารเปรียบเที่ยวความชัด“ลองนึกถึงผู้หญิงที่รู้สึกสนใจ นึกถึงดวงหนัา รอยยิ้ม เสึยงหัวเราะ ใช่แล้วเธอสวยน่ารักเหมือนดอกไม้ พี่รู้สึกชอบเธอใช่ไหม หากพี่เข้าหาเธอ จีบเธอ ทำให้เธอหัวเราะ...”คำพูดของหมอหนุ่มเป็นดังละครที่คอยกำกับให้กงฉางหมิงคิดและรู้สึกตาม จนความรักสุกงอม ความรู้สึกตามธรรมชาติก็ค่อย ๆ เผยตัวเป็นครั้งแรก“อึก...อุ๊ก...แค่ก”ความเจ็บหน่วงเริ่มจากท้องน้อยเคลื่อนลงต่ำสู่ศูนย์รวมความเป็นชายที่ตื่นตัว จากความเจ็บที่เต้นตุบสู่ความแสบร้อนและจุกทึ่เหมือนมันถูกบดขยี้“กึก…อึก...” กงฉางหมิงกัดฟันทนแม้ยามไร้สติชายหนุ่มปวดจนตัวงองุ้ม ร่างกายสั่นเทาเพราะฝืนสู้ เส้นเลือดขึ้นปูดตามใบหน้าแดงฉาน ข้างขมับ ท่อนแขนมีเส้นเลือดแดงดำแตกแขนงเป็นลวดลายน่าสะพรึงกลัวบนผิวหนังอา...ชายหนุ่มผู้เจ็บปวด อ้าปากเพื่อปลดปล่อยความกดดัน แต่ไร้สุ้มเสียงแสดงความอ่อนแอ“ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลา พี่จะเฝ้ารอให้ถึงวันแต่งงานอย่างใจจดจ่อ เพื่อทำให้เธอเป็นเจ้าสาวที่มีความสุขที่สุดในโลก พี่กำลังหลับใหลในห้วงฝันดี และจะตื่นขึ้นมาอย่างสดชื่นเมื่อได้ยินเสียงระฆัง”แก๊ง,,,แฮ่ก...แฮ่ก...เปลือกตาที่หลับสนิทค่อย ๆ เปิดออกช้า ๆ
กงฉางหมิงยืนนิ่งสนิทเป็นหุ่นปั้น แต่ภายในไม่สงบเหมืดนท่าทาง อกข้างซ้ายถูกหัวใจเต้นรัวแรงจนเกือบทะลุ ใบหูร้อนผ่าว ตาเหยี่ยวไม่เคลื่อนจากใบหน้างามล้ำสักเสี้ยววินาทีดวงตาคมร้อนผ่าวขึ้นตามจังหวะหายใจ“อะแฮ่ม...” หวังหยูซินโดนสายตาชื่นชมรอบตัวทำเอาประหม่าขัดเขิน พอมุมปากกลับมาราบเรียบทุกคนก็หลุดจากภวังค์“ฮะ ฮะ เดี๋ยวรอคลิปจากหัวหน้าเปาก่อน…”พลั่ก...ตุบ...ตุบ...กงฉางหมิงรีบเดินกลับไปนั่งที่ไม่ดูทางเท้าไปสะดุดล้อเก้าอี้ของสือซื่อ ลำตัวเซถลาไปข้างหน้า กระโดดโหยงอ้าปากผ่อนลมหายใจไร้เสียงร้อง แต่น้ำตาเล็ดหางตา“อูย...นิ้วก้อยเตะเก้าอี้ โคตรเจ็บ”“เสียอาการแหละ!”“อืม” “อืม” “อืม” ชายหนุ่มที่เหลือรวมสวีอวี้ถงที่มาเนียนกับเขาด้วย นั่งกอดเข่าสุมหัวนินทาปึด! เส้นความอดทนของคนเขินจนโกรธขาดผึง“มาทำงาน เดี๋ยวนี้!”1 ชั่วโมงต่อมา เปาเมี่ยวก็ส่งคลิปจากทีมงานของเธอมาให้ หลงอวิ๋นหลานเปิดให้ทุกคนดูยังคงเป็นคลิปข้ามรั้วของหวังหยูซิน แต่…ตัดต่อเพิ่ม ‘สลิง’ เข้ามาในคลิปใหม่ลำตัวของเด็กสาวบนรถเข็นมีลวดสลิงโผล่อยู่ทางด้านหลัง เป็นการตัดต่อที่แนบเนียนและสมจริง ตอนเธอปารถเข็นข
“ทำไมเราไม่ส่งไวรัสไปลบข้อมูลฮาร์ดดิสล่ะค่ะ!”...!? หนุ่ม ๆ เทพไอทีอุ๊บ...ฮ่า ฮ่า ฮ่า“ฮ่า ฮ่า คุณพยาบ๊าล!““ฮ่า คุณพยาบาลตลกมาก โอ๊ย! ขำ”“ฮ่า...ไม่เคยเจอใครดูซีรีย์แล้วเชื่อเป็นตุเป็นตะขนาดนี้เลย”“หึ...ยัยโง่ พวกเราเป็นไวต์แฮต ไม่ใช่แบล็กแฮตสักหน่อย” เสิ่นเย่ทำเสียงขำขึ้นจมูก ปากก็บิดเพราะหัวเราะ“ไวต์แฮตอะไร ฉันจะไปรู้กับนายไหมล่ะ” สวีอวี้ถงเถียงหมอหนุ่มกลับแบบไม่ยอมแพ้เชอะ! เหอะ!หมอหนุ่ม พยาบาลสาวสะบัดหน้าหนีกันไปคนละทาง“ไวต์แฮตเป็นนักเจาะระบบที่ทำงานในระเบียบของกฎหมายครับ แบล็กแฮตเป็นพวกนอกกฎหมาย” สืออี้ขยายความให้พี่เลี้ยงสาวฟังกงฉางหมิงก็กระซิบคุยกันสองคนกับแมวน้อย เขาอธิบายสิ่งที่คนอื่น ๆ คุยให้เด็กสาวฟังสองคนนี้คนหนึ่งพูดคนหนึ่งฟังดูเป็นธรรมขาติและกลมกลืนกันดี“งั้นไวต์แฮตก็หาเงินได้น้อยกว่าน่ะสิคะ”สวีอวี้ถงพูดตามเสียงในใจออกมาจนรีบตะครุบปากตัวเองแล้วยิ้มแหยกึก...กึก...กงฉางหมิงประกายตาคมปลาบยืดตัวลุกขึ้น ชายหนุ่มคนอื่นก็ค่อย ๆ หันมองหน้าคนพูด ในสายตาสวีอวี้เถงพวกเขา...“ยะ อย่า สยายรอบยิ้มชั่วร้ายแบบนั้น ม่ายยยย”เสียงหวีดร้องในใจของพยาบาลสาวที่ไม
หมาป่าตัวที่สาม: ฮ่า ฮ่า เอาอะไรกับคลิปโฆษณาเนี่ยเจ้าของโพสต์ ถ่ายองศาหน้ามาทางกล้องชัดขนาดนี้ เขาเรียกตั้งใจแล้วเว้ยอยากเป็นดอกไม้ของโรงเรียน: +1 ชั้นบน คนเรามันจะท่าสวยขนาดนี้เลยเหรอถ้าไม่ตั้งใจเขาลากเมาส์ดูคอมเมนต์ที่เริ่มผุดขึ้นมาด้านล่างนับร้อย พยายามพูดว่าคลิปเขาเป็นคลิปของพวกนักเรียนการแสดง หรือคลิปโปรโมตค่ายฝึกศิลปิน“เชี่ย! พวกกองทัพน้ำชัวร์ จะมาเล่นกับป๋าเหรอ พรุ่งนี้วันหยุดจะอยู่เล่นกับพวกแกทั้งคืนยังได้ เอิ๊ก เอิ๊ก...”ชายหนุ่มลุกขึ้นบิดตัวแก้ความเมื่อยขบไม่กี่ท่า ตอนนั่งลงเตรียมตรวจสอบไอพีพวกกองทัพน้ำก็เกิดเหตุประหลาดฟุ่บ...วี้ วี้...วี๊ด...ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด...ติ๊ก...วี๊หว่อ...วี๊หว่อ...ติ๊งแสงไฟในห้องอยู่ ๆ ก็กระพริบเหมือนไฟตก ติด ๆ ดับ ๆ พวกเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เป็นรุ่นใหม่มีสัญญาณบลูทูซต่อเข้ากับโทรศัพท์มือถือ เกิดเปิดตัวเองขึ้นมาพร้อมกันเครื่องชงกาแฟน้ำร้อนไหลลงมาเอง หม้อหุงข้าวมีเสียงเปิดเครื่อง เตาอบมีเสียงลานหมดเวลา และอีกหลายชิ้นจนเสียงลั่นทั่วห้องพรึ่บ!“นี่มันเรื่องบ้าอะไรเนี่ย!” เขาลุก ‘พรึ่บ’ ยืนหันรีหันขวางมองรอบห้อง กล้องวงจรปิดบนเพดานมีไฟสีแดงกระพร
แปร๊ด… “กะ... ก็มันติดเข็ม อีกข้างเลยใส่ไม่ได้” โดนคนขำชัดขนาดนี้หวังหยูซินก็รู้สึกว่าหน้าร้อนแดงแปร๊ด “ขออนุญาตนะครับ เดี๋ยวพี่ชายช่วยจัดเสื้อให้ ใส่แบบนี้ไปเจอคนนอกไม่ได้แน่” กงฉางหมิงถามความสมัครใจเสียงอ่อน สายตาจริงใจไม่มีอะไรเคลือบแฝง ใบหน้าที่ส่ายไม่ยินยอมหยุดไปสามลมหายใจออกอาการลังเลจึง
เด็กสาวมองท่าทางนั้นค่อย ๆ ขยับถอยห่าง ใบหน้าสวยนิ่งสนิทเป็นปลาตาย ในใจก็คิดว่าเป็นชายขยะเปียกจริง ๆ สินะเพนต์เฮาส์ ชั้น 42 แถบตี้ซานไห่กงฉางหมิงพาลูกแมวแสนซนมายังคอนโดส่วนตัวที่ซื้อไว้เวลากลับมาชิงต่าว เขามีห้องส่วนตัวจะได้ไม่ต้องไปเจอหน้าพ่อและเมียน้อยที่บ้านใหญ่“พักที่นี่ไปก่อน เธอใช้ห้องทาง
“หา! ถูกพิษ!?”“เป็นไปไม่ได้! ไม่มีทาง” เสิ่นเย่แสดงความไม่เชื่อถือออกมาอย่างรุนแรง จะบอกว่าเขาที่เป็นคนตรวจสุขภาพให้พี่ใหญ่เองกับมือทุกปีไม่พบอะไร มาบอกว่าพี่ใหญ่ถูกวางยาพิษ...ไม่เท่ากับตบหน้าเขาว่าไร้ความสามารถหรือ!?“พิษอะไรครับ เดี๋ยวลองให้อาเย่ตรวจร่างกายอีกรอบ” กงฉางหมิงเองก็คลางแคลง ไม
ตามความคิดเสิ่นเย่ จะมีอะไรพิสูจน์ได้ดีกว่าทดลองด้วยตัวเอง กระนั้นเขาก็รับโทรศัพท์มาดูโดยไม่คาดหวังอะไร มันเป็นคลิปกล้องวงจรปิดในห้องนั่งเล่นที่นี่คลิปเริ่มจากตอนที่พี่ใหญ่หมิงกับน้องแมวเข้ามาในห้อง พี่ใหญ่เดินแยกออกไปทางครัว เด็กหวังหยูซินหันมองเพดานแล้วก็…ฟึ่บหายจากจุดเดิมไปโผล่ชั้นสอง!!!

















