LOGIN“คนไข้คะ ยาก่อนนอนค่ะ” หวังหยูซินไม่แปลกใจในยาของคนที่นี่แล้ว เธอออกจะชอบด้วยซ้ำมันกินง่าย มีพิษต่อร่างกายน้อย
เธออยากศ๊กษาการแพทย์ของที่นี่ เด็กสาวคิดขณะค่อย ๆ ปิดเปลือกตาพักผ่อน เธอหันเสี้ยวหน้าไปทางหน้าต่างที่มีแสงจันทร์เสี้ยวส่องลอดบานหน้าต่างลงมาจุดหนึ่งบนพื้น ที่มีละอองสีขาวละเอียดกระจายบางเบา กริ๊ก… เสียงโลหะแผ่วเบาดังขึ้นท่ามกลางความเงียบในห้องพักฟื้น ยามวิกาลที่คนไข้ต่างหลับใหลตามนาฬิกาชีวิต บ้างก็จากฤทธิ์ยา เงาคนขยับไหวย่องผ่านเตียงหลังแรกที่กำลังหลับสนิท ผ่านเตียงสองที่ว่างเปล่า มุ่งหน้ามาที่เตียงสุดท้ายของหวังหยูซิน ม่านเตียงปิดล้อมรอบทำให้ไม่เห็นสภาพคนไข้ “เดี๋ยวก่อนพี่ไหล ถ้าเกิดนังนั่นยังไม่หลับล่ะ ฉันกลัวมันตื่นมาเจอเข้าน่ะสิ” “ไหนเอ็งบอกว่าหมอให้ยาที่กินแล้วง่วงไงวะ ป่านนี้หลับถึงไหนต่อไหนแล้ว” “ยากินแล้วง่วง ไม่ใช่ยานอนหลับนะพี่” นายเติ้งกับนายไหลคือสองคนที่เข้ามา พวกมันกระซิบคุยกันอยู่หน้าเตียงคนไข้ นายเติ้งเริ่มหวาดกลัวจึงยื้อนายไหลไว้ ด้วยความรำคาญคนปอดแหก นายเติ้งล้วงผ้าในถุงพลาสติกใสออกมาส่งให้ “ถ้ากลัวมันตื่นก็โปะยานี่ซ้ำ รับรองหลับยันเที่ยง” นายไหลแหวกม่านเข้าไปคนแรก เขามองหาล่วมยารอบตัว พอไม่เจอก็มุ่งหน้าไปที่ตู้ข้างหัวเตียง เขาทำท่าให้นายเติ้งเอาผ้ามาโปะหน้าเหยื่อ เพราะถ้าเปิดตู้เสียงจะดังปลุกหญิงสาวแน่ ฟุ่บ...ฟุ่บ...กีก...กึก จังหวะที่นายเติ้งขยับเข้าใกล้ เด็กสาวที่นอนหายใจสม่ำเสมอก็ลืมตา ‘พรึ่บ’ ลุกขึ้นมา นิ้วสองนิ้วแตะสกัดจุดชายสองคนให้เห็นเต็มตา ตัวของพวกเขาชะงักค้างเตรียมโวยวายส่งเสียง แต่ไหนเลยหวังหยูซินจะเปิดโอกาส “ชะ...อึก” เธอแทงเข็มเข้าจุดใบ้ พวกเขาอ้าปากกว้างแต่ไร้เสียง มีเพียงสายลมกับเสียงอึกอักของการกลืนน้ำลาย พวกเขาแตกตื่นความหวาดกลัวครอบงำ สติสุดท้ายเห็นรอยยิ้มดุจมารร้ายแย้มเปิดตรงหน้า แล้วทุกอย่างก็ดับวูบ ตุบ...ตุบ... หวังหยูซินใช้ลมปราณคว้าจับตัวของชายทั้งสองไม่ให้กระแทกพื้น เธอวางพวกมันพาดคว่ำหน้าลงบนเตียง สอดแขนหยิบเข็มฉีดยาที่ใช้แล้วขึ้นมา ด้านในมีของเหลวสีเขียวปนน้ำตาลขุ่นอยู่เต็ม จึก...จึก... เข็มเงินปักสกัดเส้นเลือดที่ข้อศอกระงับการไหลเวียนของเลือด เธอค่อย ๆ ฉีดยาเข้าเส้นเลือดที่หลังมือของชายทั้งสองอย่างใจเย็น ยานี่เธอฉีดเพียงเล็กน้อยไม่ให้ฤทธิ์รุนแรงเกินไป “เท่านี้น่าจะพอ” หวังหยูซินค่อย ๆ ขยับลุกขึ้น การเคลื่อนไหวยังติดขัดต้องออกแรงกล้ามเนื้อทำให้เหนื่อยล้าจนเม็ดเหงื่อเริ่มเกาะตามกรอบหน้า ผ้าเช็ดหน้าเปียก (ทิชชู่เปียก) มีกลิ่นดอกไม้จางถูกดึงออกมาเช็ดด้ามเข็มฉีดยา ของเหลวในหลอดถูกฉีดใส่ผ้าเปียกที่ทิ้งลงในห่อพลาสติก ‘ฤทธิ์ยาจะค่อย ๆ สลายไปในครึ่งชั่วยามหลังโดนน้ำ’ หวังหยูซินกลับขึ้นเตียง ดึงเข็มเงินออก รอเวลาที่ชายทั้งสองเริ่มสลึมสลือตื่น “จับโจรหน่อย! ช่วยด้วย! มีคนขโมยของ!” เธออัดลมปราณเข้าปอดก่อนส่งเสียงตะโกนออกไปเป็นคลื่นกระแทกทำให้ได้ยินผ่านกำแพง ทุกคนในวอร์ดได้ยินกันถ้วนทั่ว “โจร! ยาม รปภ...” “กรี๊ด...โจร อยู่ห้องไหน” นอกห้องเริ่มวุ่นวายทั้งเสียงพยาบาลเสียงคนไข้ห้องอื่น “อืม...เสียงอะไรวะ อ๊ากกก สัตว์ประหลาด” “เหวออออ…อย่าเข้ามา” โครม! ครืด...แควก... โจรทั้งสองตกจากเตียงทับม่านเตียงจนดึงรั้งมันขาดห้อยลงมา พยาบาลเวรที่ยังหาตัวคนร้ายไม่ได้รีบวิ่งเข้ามาดู “คุณพยาบาลสองคนนี้เป็นโจร” “ช่วยด้วย พาผมออกไปที นังนี่มันไม่ใช่คน” “ช่วย...ช่วยผมด้วย” พยาบาลรีบถอยหนีชายสองคนที่ล้มกลิ้งคลุกคลานสี่เท้ามาทางออก “ยามคะ มาทางนี้ค่ะ ห้องนี้! จับสองคนนี้ไว้” หวังหยูซินนั่งกอดอกมองอยู่บนเตียง รอเวลาหลังยามมาพาโจรสองคนออกไป คนไข้และญาติจากห้องอื่นโผล่มามุงดูจนแน่นขนัดทางเดิน “คุณหวังเป็นยังไงบ้างคะ บาดเจ็บตรงไหนรึเปล่าคะ” หัวหน้าพยาบาลกะกลางคืนรีบปรี่เข้ามาหาเหยื่อที่น่าสงสาร ด้านหลังมีพยาบาลลากเจ้าเครื่องที่เรียกว่า ‘เครื่องวัดตวามดัน’ ตามมา “ไม่บาดเจ็บค่ะ แค่ตกใจนิดหน่อย ฉันขอเปลี่ยนห้องได้ไหมคะ” หวังหยูซินขอตอนที่พยาบาลกำลังวุ่นวายกับแขนซ้ายของเธอ “ได้สิคะ เดี๋ยวรอเปลแปบหนึ่งนะคะ” จากนั้นพยาบาลก็ช่วยกันเก็บของ นำขยะทิ้งลงถัง รอเจ้าหน้าที่มาเก็บไป ในนั้นมีห่อพลาสติกใส่ผ้าเปียก ราว 1 เค่อ หวังหยูซินก็ได้ย้ายห้องใหม่ “ฉันอยากเข้าห้องน้ำ รบกวนพี่พยาบาลพาไปหน่อยได้ไหมคะ รอไม่ไหวแล้วค่ะ” พยาบาลสาวก็ใจดีพยุงเธอไปห้องน้ำรวมด้านนอก เธอใช้เวลาอยู่ในนั้นจนรอนางพยาบาลวนกลับมาพากลับห้อง ก่อนออกไปในถังขยะที่ไว้ทิ้งกระดาษชำระ มีเงาเข็มฉีดยาสะท้อนแสงไฟเป็นประกายเล็ก ๆ ให้เด็กสาวเห็นทางหางตา สามเค่อต่อมา “ขอบคุณที่ให้ความร่วมมือครับคุณหวัง” เจ้าหน้าที่ตำรวจจบการบันทึกให้ปากคำ “คุณตำรวจคะ ของกลางฉันจะได้คืนเมื่อไหร่คะ“หวังหยูซินถามตำรวจเสียงเครียด มือเล็กที่กำเข้าหากันจนแน่น กับแผ่นหลังตั้งตรง แสดงอารมณ์ที่ไม่สงบของเธอ มันมีเรื่องเหนือความคาดหมาย... เหตุเพราะความไม่รู้ เธอไร้พลังจะต่อต้านสิ่งที่เรียกว่า ‘กฎหมาย’ ของที่นี่ ล่วมยาถูกยึดไปเป็นของกลาง เธออุตส่าห์วางแผนหลบหลีกกล้องวงจรปิด ไม่ให้บันทึกภาพของเธอเป็นหลักฐาน ยาที่ใช้ก็สลายตัวเมื่อโดนน้ำ แถมยังมีคนช่วยกำจัดให้พ้นจากมือแล้ว มาตกม้าตายตรงของกลาง หากไม่อยู่ในสายตาหรืออยู่ในมือเธอไม่ไว้ใจใครทั้งนั้น ใครจะไปรู้ว่าอยู่ในที่เก็บของกลาง เจ้าหน้าที่จะมีใครแอบเข้าไปเอาของเธอหรือเปล่า ในแดนอู๋จง คนที่ขโมยของชาวยุทธ์เราก็ใช้กฎเกณฑ์ยุทธภพ จับได้ก็ตัดมือหรือแล้วแต่ความเมตตา กำปั้นใครใหญ่กว่าคนนั้นคือกฎ เฮ้อ... “ยุ่งยากจริง” สถานีตำรวจนครบาลชิงต่าว ร้อยเวรที่รับเรื่องโจรเดินกลับเข้ามาในสถานี เขาถือล่วมยาเก่า ๆ ใส่ถุงพลาสติกใสใบใหญ่ มีกระดาษเทปสีฟ้าแปะเขียนข้อความ ‘หลักฐาน 1’ “เหล่าเจียง กลับมาจากโรงพยาบาลเหรอ เป็นไงคดีอะไรล่ะ” ตำรวจประจำกะดึกถือแก้วกาแฟควันกรุ่นออกมาจากครัวเล็ก ถามคนที่เพิ่งออกไปโรงพยาบาลกลับมา “หัวขโมยสองคน พยายามลักทรัพย์คนไข้น่ะ คนหนึ่งเป็นบุรุษพยาบาลที่นั่น อีกคนสมรู้ร่วมคิด ตอนนี้อยู่ขัง 2” ร้อยเวรเจียงวางล่วมยาลงข้างโต๊ะอย่างไม่ใส่ใจ เขาวางแฟ้มข้อมูลคดีที่จดไว้ลงบนโต๊ะ ตั้งท่าเปิดคอมพิวเตอร์เพื่อรีบเขียนใบคำฟ้องส่งสอบสวน “เหล่าเจียง…คดีนี้รีบหรือเปล่า” คนถามลังเลก่อนจะเอ่ยปากขอความช่วยเหลือ “ฉันต้องดูไฟล์กล้องบนถนนอีก 28 ตัว มาช่วยหน่อยได้เปล่าวะ” เขาจนใจจริง ๆ เหลือเยอะขนาดนั้นต่อให้ดูทั้งคืนเผลอ ๆ ได้ไม่ถึงครึ่ง “เชี่ย! ดูกันกี่วันถึงจะหมด เออ ๆ เอามา คดีนี่ไม่ต้องรีบส่งรอสัก 2-3 วัน ค่อยสอบก็ได้ ฉันเอาหลักฐานไปไว้ห้องเก็บก่อนละกัน” ร้อยเวรเดินถือล่วมยาไปห้องเก็บหลักฐาน เขามองดูยังไงก็ไม่เห็นความพิเศษ “เหล่าหง ผมเอาหลักฐานคดีมาเก็บ” “เข้ามาเก็บเองได้ไหม หากล่องว่าง ๆ ข้างหลังนั่น แล้วเขียนใบนำส่งให้ด้วย ฮ่า ฮ่า...” เจ้าหน้าที่ห้องเก็บหลักฐานกำลังนั่งดูคลิปในมือถือ เขาโบกมือให้เพื่อนร่วมงานจัดการเอาเอง ไม่ได้ดูหรือสนใจว่าหลักฐานอะไร ล่วมยาจึงถูกจัดใส่กล่องทึบ มีวันที่และหมายเลขคดีแปะไว้หน้ากล่อง ตั้งวางอย่างสงบไร้คนสนใจ นับเป็นโชคดีของหวังหยูซิน 6 ชั่วโมงต่อมา ในห้องขังหมายเลข 2 มีผู้ต้องสงสัยถูกขังรวมกัน 4 คน นายเติ้งกับนายไหลถูกใส่กุญแจมือเอามาขังตั้งแต่กลางคืน “คุณตำรวจ ไปจับนังปีศาจนั่นสิ มันไม่ใช่คน” “ตำรวจ ตำรวจโว้ย!” นายไหลแหกปากโวยวายเป็นระยะทั้งคืน ส่วนนายเติ้งนั่งกัดนิ้วโป้งตัวสั่นอยู่มุมห้องขัง ทั้งสองคนไม่ได้นอนตลอดคืน จึงมีสภาพอิดโรย ยุงก็กัดคันบางจุด ยิ่งช่วงที่มีกุญแจมือคล้องอยู่ เริ่มมีอาการคันยุบยิบ พวกเขาจึงเอามือถูกุญแจมือหวังลดอาการคัน แทนที่จะหายกลับเกิดเรื่องน่าตกใจขึ้นแทน “เฮ้ย! ตุ่มอะไรวะเนี่ย” “คุณตำรวจขอยาทาแก้แมลงกัดหน่อยครับ” ตรงข้อมือของสองชายหัวขโมยเริ่มมีตุ่มผื่นเม็ดแดงเป็นจ้ำ ยิ่งเกาเหมือนจะยิ่งลาม “คัน คัน คัน โอ๊ย คัน” กึง กึง กึง... “คุณตำรวจขอยาหน่อย” ร้อยเวรกับเพื่อนร่วมงานที่กำลังนั่งดูภาพจากกล้องวงจรปิดทั้งคืนนึกว่าพวกเขาแค่เรียกร้องความสนใจ “หุบปาก! เดี๋ยวได้อดข้าวหรอกไอ้พวกเวร” หารู้ไม่ว่าแค่ 10 นาที แขนของนายเติ้งและนายไหลจะมีสภาพดูแทบไม่ได้ “อ๊ากกกกก” “อ๊ากกกกก” เสียงร้องโหยหวนของคนในคุกกรีดดังแทบจะทะลุไปถึงสวรรค์ โรงพยาบาลชิงต่าว แพทย์เซ็นอนุมัติให้ออกจากโรงพยาบาล พอถึงเช้าหวังหยูซินก็ขอให้พยาบาลส่งเอกสารดำเนินการทันที กว่าจะเสร็จก็ถึงเวลาที่พยาบาลขึ้นเวรอีกผลัด “หา! นายเติ้งมาขโมยล่วมยา โดนจับเมื่อคืน แล้วล่วมยาถูกตำรวจเอากลับไป!” สวีอวี้ถงไม่คิดว่าหลับไปคืนเดียวจะเกิดเรื่องมากมายจนสมองไม่ปะติดปะต่อ ‘โอ๊ย ล่วมยามหาภัยจริงเลย’ “คุณพยาบาล พอจะรู้วิธีให้ฉันเอาล่วมยากลับคืนมาได้ไหมคะ”เด็กสาวถามอย่างฝากความหวังว่าจะมีหนทาง “เอ่อ…น่าจะไม่มีวิธีมั้ง…คะ ฮะฮะ” หวังหยูซินพยักหน้าเข้าใจ ‘คงต้องหาทางไปเฝ้าเองเสียแล้ว’ เด็กสาวกำลังนึกถึงตึกสถานีตำรวจที่มีหลายชั้น และห้องเก็บหลักฐานที่เธอเคยเข้าไปอยู่ชั้นที่ 4 ตอนที่กำลังจมจ่อมอยู่ในภวังค์ก็ได้ยินเสียงอุทานของพยาบาลสวี “คิดออกแล้ว ได้ผลแน่!”“ลองนึกถึงผู้หญิงที่รู้สึกสนใจ นึกถึงดวงหนัา รอยยิ้ม เสึยงหัวเราะ ใช่แล้วเธอสวยน่ารักเหมือนดอกไม้ พี่รู้สึกชอบเธอใช่ไหม หากพี่เข้าหาเธอ จีบเธอ ทำให้เธอหัวเราะ...”คำพูดของหมอหนุ่มเป็นดังละครที่คอยกำกับให้กงฉางหมิงคิดและรู้สึกตาม จนความรักสุกงอม ความรู้สึกตามธรรมชาติก็ค่อย ๆ เผยตัวเป็นครั้งแรก“อึก...อุ๊ก...แค่ก”ความเจ็บหน่วงเริ่มจากท้องน้อยเคลื่อนลงต่ำสู่ศูนย์รวมความเป็นชายที่ตื่นตัว จากความเจ็บที่เต้นตุบสู่ความแสบร้อนและจุกทึ่เหมือนมันถูกบดขยี้“กึก…อึก...” กงฉางหมิงกัดฟันทนแม้ยามไร้สติชายหนุ่มปวดจนตัวงองุ้ม ร่างกายสั่นเทาเพราะฝืนสู้ เส้นเลือดขึ้นปูดตามใบหน้าแดงฉาน ข้างขมับ ท่อนแขนมีเส้นเลือดแดงดำแตกแขนงเป็นลวดลายน่าสะพรึงกลัวบนผิวหนังอา...ชายหนุ่มผู้เจ็บปวด อ้าปากเพื่อปลดปล่อยความกดดัน แต่ไร้สุ้มเสียงแสดงความอ่อนแอ“ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลา พี่จะเฝ้ารอให้ถึงวันแต่งงานอย่างใจจดจ่อ เพื่อทำให้เธอเป็นเจ้าสาวที่มีความสุขที่สุดในโลก พี่กำลังหลับใหลในห้วงฝันดี และจะตื่นขึ้นมาอย่างสดชื่นเมื่อได้ยินเสียงระฆัง”แก๊ง,,,แฮ่ก...แฮ่ก...เปลือกตาที่หลับสนิทค่อย ๆ เปิดออกช้า ๆ
กงฉางหมิงยืนนิ่งสนิทเป็นหุ่นปั้น แต่ภายในไม่สงบเหมืดนท่าทาง อกข้างซ้ายถูกหัวใจเต้นรัวแรงจนเกือบทะลุ ใบหูร้อนผ่าว ตาเหยี่ยวไม่เคลื่อนจากใบหน้างามล้ำสักเสี้ยววินาทีดวงตาคมร้อนผ่าวขึ้นตามจังหวะหายใจ“อะแฮ่ม...” หวังหยูซินโดนสายตาชื่นชมรอบตัวทำเอาประหม่าขัดเขิน พอมุมปากกลับมาราบเรียบทุกคนก็หลุดจากภวังค์“ฮะ ฮะ เดี๋ยวรอคลิปจากหัวหน้าเปาก่อน…”พลั่ก...ตุบ...ตุบ...กงฉางหมิงรีบเดินกลับไปนั่งที่ไม่ดูทางเท้าไปสะดุดล้อเก้าอี้ของสือซื่อ ลำตัวเซถลาไปข้างหน้า กระโดดโหยงอ้าปากผ่อนลมหายใจไร้เสียงร้อง แต่น้ำตาเล็ดหางตา“อูย...นิ้วก้อยเตะเก้าอี้ โคตรเจ็บ”“เสียอาการแหละ!”“อืม” “อืม” “อืม” ชายหนุ่มที่เหลือรวมสวีอวี้ถงที่มาเนียนกับเขาด้วย นั่งกอดเข่าสุมหัวนินทาปึด! เส้นความอดทนของคนเขินจนโกรธขาดผึง“มาทำงาน เดี๋ยวนี้!”1 ชั่วโมงต่อมา เปาเมี่ยวก็ส่งคลิปจากทีมงานของเธอมาให้ หลงอวิ๋นหลานเปิดให้ทุกคนดูยังคงเป็นคลิปข้ามรั้วของหวังหยูซิน แต่…ตัดต่อเพิ่ม ‘สลิง’ เข้ามาในคลิปใหม่ลำตัวของเด็กสาวบนรถเข็นมีลวดสลิงโผล่อยู่ทางด้านหลัง เป็นการตัดต่อที่แนบเนียนและสมจริง ตอนเธอปารถเข็นข
“ทำไมเราไม่ส่งไวรัสไปลบข้อมูลฮาร์ดดิสล่ะค่ะ!”...!? หนุ่ม ๆ เทพไอทีอุ๊บ...ฮ่า ฮ่า ฮ่า“ฮ่า ฮ่า คุณพยาบ๊าล!““ฮ่า คุณพยาบาลตลกมาก โอ๊ย! ขำ”“ฮ่า...ไม่เคยเจอใครดูซีรีย์แล้วเชื่อเป็นตุเป็นตะขนาดนี้เลย”“หึ...ยัยโง่ พวกเราเป็นไวต์แฮต ไม่ใช่แบล็กแฮตสักหน่อย” เสิ่นเย่ทำเสียงขำขึ้นจมูก ปากก็บิดเพราะหัวเราะ“ไวต์แฮตอะไร ฉันจะไปรู้กับนายไหมล่ะ” สวีอวี้ถงเถียงหมอหนุ่มกลับแบบไม่ยอมแพ้เชอะ! เหอะ!หมอหนุ่ม พยาบาลสาวสะบัดหน้าหนีกันไปคนละทาง“ไวต์แฮตเป็นนักเจาะระบบที่ทำงานในระเบียบของกฎหมายครับ แบล็กแฮตเป็นพวกนอกกฎหมาย” สืออี้ขยายความให้พี่เลี้ยงสาวฟังกงฉางหมิงก็กระซิบคุยกันสองคนกับแมวน้อย เขาอธิบายสิ่งที่คนอื่น ๆ คุยให้เด็กสาวฟังสองคนนี้คนหนึ่งพูดคนหนึ่งฟังดูเป็นธรรมขาติและกลมกลืนกันดี“งั้นไวต์แฮตก็หาเงินได้น้อยกว่าน่ะสิคะ”สวีอวี้ถงพูดตามเสียงในใจออกมาจนรีบตะครุบปากตัวเองแล้วยิ้มแหยกึก...กึก...กงฉางหมิงประกายตาคมปลาบยืดตัวลุกขึ้น ชายหนุ่มคนอื่นก็ค่อย ๆ หันมองหน้าคนพูด ในสายตาสวีอวี้เถงพวกเขา...“ยะ อย่า สยายรอบยิ้มชั่วร้ายแบบนั้น ม่ายยยย”เสียงหวีดร้องในใจของพยาบาลสาวที่ไม
หมาป่าตัวที่สาม: ฮ่า ฮ่า เอาอะไรกับคลิปโฆษณาเนี่ยเจ้าของโพสต์ ถ่ายองศาหน้ามาทางกล้องชัดขนาดนี้ เขาเรียกตั้งใจแล้วเว้ยอยากเป็นดอกไม้ของโรงเรียน: +1 ชั้นบน คนเรามันจะท่าสวยขนาดนี้เลยเหรอถ้าไม่ตั้งใจเขาลากเมาส์ดูคอมเมนต์ที่เริ่มผุดขึ้นมาด้านล่างนับร้อย พยายามพูดว่าคลิปเขาเป็นคลิปของพวกนักเรียนการแสดง หรือคลิปโปรโมตค่ายฝึกศิลปิน“เชี่ย! พวกกองทัพน้ำชัวร์ จะมาเล่นกับป๋าเหรอ พรุ่งนี้วันหยุดจะอยู่เล่นกับพวกแกทั้งคืนยังได้ เอิ๊ก เอิ๊ก...”ชายหนุ่มลุกขึ้นบิดตัวแก้ความเมื่อยขบไม่กี่ท่า ตอนนั่งลงเตรียมตรวจสอบไอพีพวกกองทัพน้ำก็เกิดเหตุประหลาดฟุ่บ...วี้ วี้...วี๊ด...ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด...ติ๊ก...วี๊หว่อ...วี๊หว่อ...ติ๊งแสงไฟในห้องอยู่ ๆ ก็กระพริบเหมือนไฟตก ติด ๆ ดับ ๆ พวกเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เป็นรุ่นใหม่มีสัญญาณบลูทูซต่อเข้ากับโทรศัพท์มือถือ เกิดเปิดตัวเองขึ้นมาพร้อมกันเครื่องชงกาแฟน้ำร้อนไหลลงมาเอง หม้อหุงข้าวมีเสียงเปิดเครื่อง เตาอบมีเสียงลานหมดเวลา และอีกหลายชิ้นจนเสียงลั่นทั่วห้องพรึ่บ!“นี่มันเรื่องบ้าอะไรเนี่ย!” เขาลุก ‘พรึ่บ’ ยืนหันรีหันขวางมองรอบห้อง กล้องวงจรปิดบนเพดานมีไฟสีแดงกระพร
ฝ่ายที่สามคือชาวเน็ตที่ผ่านมากินแตง เชื่อหรือไม่ไม่สำคัญขอแค่มาเกาะกระแส“คุณพยาบาลผมมีกองทัพน้ำให้คุณพร้อมใช้งาน คุยกับเขาแล้วเขาจะทำตามที่สั่ง” หลงอวิ๋นหลานโยนโทรศัพท์ของตัวเองให้พยาบาลสาวสวีอวี้ถงรีบมองโทรศัพท์ในมือกำลังโทรออกหาบุคคลชื่อ ‘เปาเมี่ยว’“หัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์ของฮวนเย่วมีเดียส์!”พยาบาลพี่เลี้ยงเหมือนได้รับความไว้วางใจให้เป็นส่วนหนึ่งของทีม เธอพยายามเก็บกลั้นน้ำตาที่เอ่อคลอ ปลุกพลังใจให้พร้อมต่อสู้ แล้วกรอกเสียงลงไป“สวัสดีค่ะหัวหน้าเปา ดิฉันสวีอวี้ถง คุณชายรองหลงให้ฉันติดต่อคุณเรื่องส่งกองทัพน้ำทำภารกิจค่ะ...คุณเห็นคลิปที่ขึ้นเทรนด์ในเว่ยเกี่ยวกับเด็กสาวมีวรยุทธ์ไหมคะ”“สวัสดีค่ะคุณสวี เห็นแล้วค่ะ ข่าวที่คาดว่าจะเกี่ยวกับวงการบันเทิงไม่มีทางรอดพ้นสายตาฉันไปได้ค่ะ คุณสวีต้องการให้เราจัดการคลิปนั้นหรือคะ แค่บอกความต้องการมาที่เหลือทางเราจะจัดการให้ค่ะ”หากเปาเมี่ยวจะแปลกใจที่มีคนใช้โทรศัพท์ของคุณชายรอง น้ำเสียงก็ไม่ส่อเค้าให้ใครจับได้ แถมยังตอบกลับอย่างมืออาชีพ“ฉันต้องการให้คลิปนั้นถูกชี้นำเป็นโปรดักชันของค่ายมีเดียสักแห่ง”“รับทราบค่ะ จัดการให้ทันทีเลยค่ะ”
“คุณชายรองกง คลิปค่ะ! มีคลิปใหม่มา!” สวีอวี้ถงรีบจนไม่ระวังเท้าสะดุดขอบพรม มือขวาชูโทรศัพท์กระตุกวูบตาที่เบิ่งค้างเห็นโทรศัพท์หลุดมือลอยขึ้นสูงไปด้านหน้าค่อย ๆ ไกลออกไปตรงเข้าสู่ราวจับบันได“ว๊าย”กงฉางหมิงเบิกตาถลนเพียะ! หมับ!ขายาวเหยียดตวัดวอลเลย์โทรศัพท์ สืออี้ทำท่าจะพุ่งตัวเข้ามาแต่เขาอยู่ไกลเกินไป เสิ่นเย่เอื้อมสุดแขนจึงคว้าไว้ได้พลั่ก! แคว่ก!สวีอวี้ถงไร้คนสนใจร่วงลงบนพรมหน้าทิ่มจนยุบลงในผ้าหนา แขนขากาง...ตะเข็บกระโปรงชุดพยาบาลขาดแคว่ก!คนอื่น ๆ มัวหันไปสนใจโทรศัพท์ในมือเสิ่นเย่ จึงไม่มีคนทันเห็นพยาบาลพี่เลี้ยงที่รีบลุกขึ้นนั่งปิดรอยขาดกระโปรงหน้าร้อนจนจะไหม้ มือสั่นไปหมดสืออี้หยุดมือที่กำลังถอดผ้ากันเปื้อนเพื่อยื่นให้พี่เลี้ยงสาวปิดรอยขาด แต่ช้ากว่าเสิ่นเย่ที่ถอดเสื้อคลุมทิ้งลงคลุมตั้งแต่ศีรษะหญิงสาว มุมปากของบอดี้การ์ดยกขึ้นบางเบา“ใช้นี่”คนที่กลับออกไปพร้อมเจ้าบ้านกลับมานั่งล้อมวงมุงดูคลิปที่กำลังเล่นในโทรศัพท์“งานหยาบแล้วพี่ใหญ่”“คนแชร์ไปทั่วแล้วไม่ใช่เฉพาะในชิงต่าว”“ลบให้หมดทำเท่าที่ทำได้ สืออี้ติดต่อสือซาน สือเออร์ให้สองคนนั้นเตรียมร







