FAZER LOGIN“คนไข้คะ ยาก่อนนอนค่ะ” หวังหยูซินไม่แปลกใจในยาของคนที่นี่แล้ว เธอออกจะชอบด้วยซ้ำมันกินง่าย มีพิษต่อร่างกายน้อย
เธออยากศ๊กษาการแพทย์ของที่นี่ เด็กสาวคิดขณะค่อย ๆ ปิดเปลือกตาพักผ่อน เธอหันเสี้ยวหน้าไปทางหน้าต่างที่มีแสงจันทร์เสี้ยวส่องลอดบานหน้าต่างลงมาจุดหนึ่งบนพื้น ที่มีละอองสีขาวละเอียดกระจายบางเบา กริ๊ก… เสียงโลหะแผ่วเบาดังขึ้นท่ามกลางความเงียบในห้องพักฟื้น ยามวิกาลที่คนไข้ต่างหลับใหลตามนาฬิกาชีวิต บ้างก็จากฤทธิ์ยา เงาคนขยับไหวย่องผ่านเตียงหลังแรกที่กำลังหลับสนิท ผ่านเตียงสองที่ว่างเปล่า มุ่งหน้ามาที่เตียงสุดท้ายของหวังหยูซิน ม่านเตียงปิดล้อมรอบทำให้ไม่เห็นสภาพคนไข้ “เดี๋ยวก่อนพี่ไหล ถ้าเกิดนังนั่นยังไม่หลับล่ะ ฉันกลัวมันตื่นมาเจอเข้าน่ะสิ” “ไหนเอ็งบอกว่าหมอให้ยาที่กินแล้วง่วงไงวะ ป่านนี้หลับถึงไหนต่อไหนแล้ว” “ยากินแล้วง่วง ไม่ใช่ยานอนหลับนะพี่” นายเติ้งกับนายไหลคือสองคนที่เข้ามา พวกมันกระซิบคุยกันอยู่หน้าเตียงคนไข้ นายเติ้งเริ่มหวาดกลัวจึงยื้อนายไหลไว้ ด้วยความรำคาญคนปอดแหก นายเติ้งล้วงผ้าในถุงพลาสติกใสออกมาส่งให้ “ถ้ากลัวมันตื่นก็โปะยานี่ซ้ำ รับรองหลับยันเที่ยง” นายไหลแหวกม่านเข้าไปคนแรก เขามองหาล่วมยารอบตัว พอไม่เจอก็มุ่งหน้าไปที่ตู้ข้างหัวเตียง เขาทำท่าให้นายเติ้งเอาผ้ามาโปะหน้าเหยื่อ เพราะถ้าเปิดตู้เสียงจะดังปลุกหญิงสาวแน่ ฟุ่บ...ฟุ่บ...กีก...กึก จังหวะที่นายเติ้งขยับเข้าใกล้ เด็กสาวที่นอนหายใจสม่ำเสมอก็ลืมตา ‘พรึ่บ’ ลุกขึ้นมา นิ้วสองนิ้วแตะสกัดจุดชายสองคนให้เห็นเต็มตา ตัวของพวกเขาชะงักค้างเตรียมโวยวายส่งเสียง แต่ไหนเลยหวังหยูซินจะเปิดโอกาส “ชะ...อึก” เธอแทงเข็มเข้าจุดใบ้ พวกเขาอ้าปากกว้างแต่ไร้เสียง มีเพียงสายลมกับเสียงอึกอักของการกลืนน้ำลาย พวกเขาแตกตื่นความหวาดกลัวครอบงำ สติสุดท้ายเห็นรอยยิ้มดุจมารร้ายแย้มเปิดตรงหน้า แล้วทุกอย่างก็ดับวูบ ตุบ...ตุบ... หวังหยูซินใช้ลมปราณคว้าจับตัวของชายทั้งสองไม่ให้กระแทกพื้น เธอวางพวกมันพาดคว่ำหน้าลงบนเตียง สอดแขนหยิบเข็มฉีดยาที่ใช้แล้วขึ้นมา ด้านในมีของเหลวสีเขียวปนน้ำตาลขุ่นอยู่เต็ม จึก...จึก... เข็มเงินปักสกัดเส้นเลือดที่ข้อศอกระงับการไหลเวียนของเลือด เธอค่อย ๆ ฉีดยาเข้าเส้นเลือดที่หลังมือของชายทั้งสองอย่างใจเย็น ยานี่เธอฉีดเพียงเล็กน้อยไม่ให้ฤทธิ์รุนแรงเกินไป “เท่านี้น่าจะพอ” หวังหยูซินค่อย ๆ ขยับลุกขึ้น การเคลื่อนไหวยังติดขัดต้องออกแรงกล้ามเนื้อทำให้เหนื่อยล้าจนเม็ดเหงื่อเริ่มเกาะตามกรอบหน้า ผ้าเช็ดหน้าเปียก (ทิชชู่เปียก) มีกลิ่นดอกไม้จางถูกดึงออกมาเช็ดด้ามเข็มฉีดยา ของเหลวในหลอดถูกฉีดใส่ผ้าเปียกที่ทิ้งลงในห่อพลาสติก ‘ฤทธิ์ยาจะค่อย ๆ สลายไปในครึ่งชั่วยามหลังโดนน้ำ’ หวังหยูซินกลับขึ้นเตียง ดึงเข็มเงินออก รอเวลาที่ชายทั้งสองเริ่มสลึมสลือตื่น “จับโจรหน่อย! ช่วยด้วย! มีคนขโมยของ!” เธออัดลมปราณเข้าปอดก่อนส่งเสียงตะโกนออกไปเป็นคลื่นกระแทกทำให้ได้ยินผ่านกำแพง ทุกคนในวอร์ดได้ยินกันถ้วนทั่ว “โจร! ยาม รปภ...” “กรี๊ด...โจร อยู่ห้องไหน” นอกห้องเริ่มวุ่นวายทั้งเสียงพยาบาลเสียงคนไข้ห้องอื่น “อืม...เสียงอะไรวะ อ๊ากกก สัตว์ประหลาด” “เหวออออ…อย่าเข้ามา” โครม! ครืด...แควก... โจรทั้งสองตกจากเตียงทับม่านเตียงจนดึงรั้งมันขาดห้อยลงมา พยาบาลเวรที่ยังหาตัวคนร้ายไม่ได้รีบวิ่งเข้ามาดู “คุณพยาบาลสองคนนี้เป็นโจร” “ช่วยด้วย พาผมออกไปที นังนี่มันไม่ใช่คน” “ช่วย...ช่วยผมด้วย” พยาบาลรีบถอยหนีชายสองคนที่ล้มกลิ้งคลุกคลานสี่เท้ามาทางออก “ยามคะ มาทางนี้ค่ะ ห้องนี้! จับสองคนนี้ไว้” หวังหยูซินนั่งกอดอกมองอยู่บนเตียง รอเวลาหลังยามมาพาโจรสองคนออกไป คนไข้และญาติจากห้องอื่นโผล่มามุงดูจนแน่นขนัดทางเดิน “คุณหวังเป็นยังไงบ้างคะ บาดเจ็บตรงไหนรึเปล่าคะ” หัวหน้าพยาบาลกะกลางคืนรีบปรี่เข้ามาหาเหยื่อที่น่าสงสาร ด้านหลังมีพยาบาลลากเจ้าเครื่องที่เรียกว่า ‘เครื่องวัดตวามดัน’ ตามมา “ไม่บาดเจ็บค่ะ แค่ตกใจนิดหน่อย ฉันขอเปลี่ยนห้องได้ไหมคะ” หวังหยูซินขอตอนที่พยาบาลกำลังวุ่นวายกับแขนซ้ายของเธอ “ได้สิคะ เดี๋ยวรอเปลแปบหนึ่งนะคะ” จากนั้นพยาบาลก็ช่วยกันเก็บของ นำขยะทิ้งลงถัง รอเจ้าหน้าที่มาเก็บไป ในนั้นมีห่อพลาสติกใส่ผ้าเปียก ราว 1 เค่อ หวังหยูซินก็ได้ย้ายห้องใหม่ “ฉันอยากเข้าห้องน้ำ รบกวนพี่พยาบาลพาไปหน่อยได้ไหมคะ รอไม่ไหวแล้วค่ะ” พยาบาลสาวก็ใจดีพยุงเธอไปห้องน้ำรวมด้านนอก เธอใช้เวลาอยู่ในนั้นจนรอนางพยาบาลวนกลับมาพากลับห้อง ก่อนออกไปในถังขยะที่ไว้ทิ้งกระดาษชำระ มีเงาเข็มฉีดยาสะท้อนแสงไฟเป็นประกายเล็ก ๆ ให้เด็กสาวเห็นทางหางตา สามเค่อต่อมา “ขอบคุณที่ให้ความร่วมมือครับคุณหวัง” เจ้าหน้าที่ตำรวจจบการบันทึกให้ปากคำ “คุณตำรวจคะ ของกลางฉันจะได้คืนเมื่อไหร่คะ“หวังหยูซินถามตำรวจเสียงเครียด มือเล็กที่กำเข้าหากันจนแน่น กับแผ่นหลังตั้งตรง แสดงอารมณ์ที่ไม่สงบของเธอ มันมีเรื่องเหนือความคาดหมาย... เหตุเพราะความไม่รู้ เธอไร้พลังจะต่อต้านสิ่งที่เรียกว่า ‘กฎหมาย’ ของที่นี่ ล่วมยาถูกยึดไปเป็นของกลาง เธออุตส่าห์วางแผนหลบหลีกกล้องวงจรปิด ไม่ให้บันทึกภาพของเธอเป็นหลักฐาน ยาที่ใช้ก็สลายตัวเมื่อโดนน้ำ แถมยังมีคนช่วยกำจัดให้พ้นจากมือแล้ว มาตกม้าตายตรงของกลาง หากไม่อยู่ในสายตาหรืออยู่ในมือเธอไม่ไว้ใจใครทั้งนั้น ใครจะไปรู้ว่าอยู่ในที่เก็บของกลาง เจ้าหน้าที่จะมีใครแอบเข้าไปเอาของเธอหรือเปล่า ในแดนอู๋จง คนที่ขโมยของชาวยุทธ์เราก็ใช้กฎเกณฑ์ยุทธภพ จับได้ก็ตัดมือหรือแล้วแต่ความเมตตา กำปั้นใครใหญ่กว่าคนนั้นคือกฎ เฮ้อ... “ยุ่งยากจริง” สถานีตำรวจนครบาลชิงต่าว ร้อยเวรที่รับเรื่องโจรเดินกลับเข้ามาในสถานี เขาถือล่วมยาเก่า ๆ ใส่ถุงพลาสติกใสใบใหญ่ มีกระดาษเทปสีฟ้าแปะเขียนข้อความ ‘หลักฐาน 1’ “เหล่าเจียง กลับมาจากโรงพยาบาลเหรอ เป็นไงคดีอะไรล่ะ” ตำรวจประจำกะดึกถือแก้วกาแฟควันกรุ่นออกมาจากครัวเล็ก ถามคนที่เพิ่งออกไปโรงพยาบาลกลับมา “หัวขโมยสองคน พยายามลักทรัพย์คนไข้น่ะ คนหนึ่งเป็นบุรุษพยาบาลที่นั่น อีกคนสมรู้ร่วมคิด ตอนนี้อยู่ขัง 2” ร้อยเวรเจียงวางล่วมยาลงข้างโต๊ะอย่างไม่ใส่ใจ เขาวางแฟ้มข้อมูลคดีที่จดไว้ลงบนโต๊ะ ตั้งท่าเปิดคอมพิวเตอร์เพื่อรีบเขียนใบคำฟ้องส่งสอบสวน “เหล่าเจียง…คดีนี้รีบหรือเปล่า” คนถามลังเลก่อนจะเอ่ยปากขอความช่วยเหลือ “ฉันต้องดูไฟล์กล้องบนถนนอีก 28 ตัว มาช่วยหน่อยได้เปล่าวะ” เขาจนใจจริง ๆ เหลือเยอะขนาดนั้นต่อให้ดูทั้งคืนเผลอ ๆ ได้ไม่ถึงครึ่ง “เชี่ย! ดูกันกี่วันถึงจะหมด เออ ๆ เอามา คดีนี่ไม่ต้องรีบส่งรอสัก 2-3 วัน ค่อยสอบก็ได้ ฉันเอาหลักฐานไปไว้ห้องเก็บก่อนละกัน” ร้อยเวรเดินถือล่วมยาไปห้องเก็บหลักฐาน เขามองดูยังไงก็ไม่เห็นความพิเศษ “เหล่าหง ผมเอาหลักฐานคดีมาเก็บ” “เข้ามาเก็บเองได้ไหม หากล่องว่าง ๆ ข้างหลังนั่น แล้วเขียนใบนำส่งให้ด้วย ฮ่า ฮ่า...” เจ้าหน้าที่ห้องเก็บหลักฐานกำลังนั่งดูคลิปในมือถือ เขาโบกมือให้เพื่อนร่วมงานจัดการเอาเอง ไม่ได้ดูหรือสนใจว่าหลักฐานอะไร ล่วมยาจึงถูกจัดใส่กล่องทึบ มีวันที่และหมายเลขคดีแปะไว้หน้ากล่อง ตั้งวางอย่างสงบไร้คนสนใจ นับเป็นโชคดีของหวังหยูซิน 6 ชั่วโมงต่อมา ในห้องขังหมายเลข 2 มีผู้ต้องสงสัยถูกขังรวมกัน 4 คน นายเติ้งกับนายไหลถูกใส่กุญแจมือเอามาขังตั้งแต่กลางคืน “คุณตำรวจ ไปจับนังปีศาจนั่นสิ มันไม่ใช่คน” “ตำรวจ ตำรวจโว้ย!” นายไหลแหกปากโวยวายเป็นระยะทั้งคืน ส่วนนายเติ้งนั่งกัดนิ้วโป้งตัวสั่นอยู่มุมห้องขัง ทั้งสองคนไม่ได้นอนตลอดคืน จึงมีสภาพอิดโรย ยุงก็กัดคันบางจุด ยิ่งช่วงที่มีกุญแจมือคล้องอยู่ เริ่มมีอาการคันยุบยิบ พวกเขาจึงเอามือถูกุญแจมือหวังลดอาการคัน แทนที่จะหายกลับเกิดเรื่องน่าตกใจขึ้นแทน “เฮ้ย! ตุ่มอะไรวะเนี่ย” “คุณตำรวจขอยาทาแก้แมลงกัดหน่อยครับ” ตรงข้อมือของสองชายหัวขโมยเริ่มมีตุ่มผื่นเม็ดแดงเป็นจ้ำ ยิ่งเกาเหมือนจะยิ่งลาม “คัน คัน คัน โอ๊ย คัน” กึง กึง กึง... “คุณตำรวจขอยาหน่อย” ร้อยเวรกับเพื่อนร่วมงานที่กำลังนั่งดูภาพจากกล้องวงจรปิดทั้งคืนนึกว่าพวกเขาแค่เรียกร้องความสนใจ “หุบปาก! เดี๋ยวได้อดข้าวหรอกไอ้พวกเวร” หารู้ไม่ว่าแค่ 10 นาที แขนของนายเติ้งและนายไหลจะมีสภาพดูแทบไม่ได้ “อ๊ากกกกก” “อ๊ากกกกก” เสียงร้องโหยหวนของคนในคุกกรีดดังแทบจะทะลุไปถึงสวรรค์ โรงพยาบาลชิงต่าว แพทย์เซ็นอนุมัติให้ออกจากโรงพยาบาล พอถึงเช้าหวังหยูซินก็ขอให้พยาบาลส่งเอกสารดำเนินการทันที กว่าจะเสร็จก็ถึงเวลาที่พยาบาลขึ้นเวรอีกผลัด “หา! นายเติ้งมาขโมยล่วมยา โดนจับเมื่อคืน แล้วล่วมยาถูกตำรวจเอากลับไป!” สวีอวี้ถงไม่คิดว่าหลับไปคืนเดียวจะเกิดเรื่องมากมายจนสมองไม่ปะติดปะต่อ ‘โอ๊ย ล่วมยามหาภัยจริงเลย’ “คุณพยาบาล พอจะรู้วิธีให้ฉันเอาล่วมยากลับคืนมาได้ไหมคะ”เด็กสาวถามอย่างฝากความหวังว่าจะมีหนทาง “เอ่อ…น่าจะไม่มีวิธีมั้ง…คะ ฮะฮะ” หวังหยูซินพยักหน้าเข้าใจ ‘คงต้องหาทางไปเฝ้าเองเสียแล้ว’ เด็กสาวกำลังนึกถึงตึกสถานีตำรวจที่มีหลายชั้น และห้องเก็บหลักฐานที่เธอเคยเข้าไปอยู่ชั้นที่ 4 ตอนที่กำลังจมจ่อมอยู่ในภวังค์ก็ได้ยินเสียงอุทานของพยาบาลสวี “คิดออกแล้ว ได้ผลแน่!”แปร๊ด…“กะ... ก็มันติดเข็ม อีกข้างเลยใส่ไม่ได้” โดนคนขำชัดขนาดนี้หวังหยูซินก้รู้สึกว่าหน้าร้อนแดงแปร๊ด“ขออนุญาตนะครับ เดี๋ยวพี่ชายช่วยจัดเสื้อให้ ใส่แบบนี้ไปเจอคนนอกไม่ได้แน่”กงฉางหมิงถามความสมัครใจเสียงอ่อน สายตาจริงใจไม่มีอะไรเคลือบแฝง ใบหน้าที่ส่ายไม่ยินยอมหยุดไปสามลมหายใจออกอาการลังเลจึงยอมตกลงในที่สุด‘แต่งตัวแบบนี้ไปเจอหมอก็ไม่ดีจริง ๆ’เธอเอียงคอคิดถึงการกระทำหลายอย่างที่ผ่านมาของกงฉางหมิง มีเรื่องให้อับอายหลายครั้ง แต่ไม่ได้เกิดจากความตั้งใจหรือความคิดเอาเปรียบ ถึงยอมตกลงชายหนุ่มสะกดจิตตัวเองว่าคนที่เขาช่วยแต่งตัวคือเด็กน้อย เขาหลุบสายตาตลอดเวลา ปล่อยแขนข้างหนึ่งเปลือย กลัดกระดุมอ้อมด้านหน้าเอาผ้าให้ถือบังทรวงอกแล้วใช้ผ้าพันคอมัดรอบเป็นทรงเกาะอกทับเสื้อนอน“ไม่สบายใจที่แขนโล่งเหรอ” เขาสังเกตเห็นเธอหันมองไปทางแขนที่เจ็บบ่อยครั้ง กลีบปากเม้มหากันไม่หยุด“นิดหน่อยค่ะ” เขาเดินกลับห้องไปหยิบเชิ้ตผ้าไหมสีฟ้าเหลือบเงาน้ำเงินมาคลุมหัวให้ทุกอย่างดูเรียบร้อยขึ้นก็เตรียมพาเธอออกไปให้เสิ่นเย่ดูแผล“สัมภาระเอาไว้ในห้องก่อนครับ ไม่ต้องถือลงไปหรอก”“ขอฉันเอาไว้ใกล้ตัวดีกว่าค่ะ”กงฉางหมิง
อาเย่ อยู่เพนต์เฮาส์รึเปล่า ขึ้นมาตรวจแมวให้ฉันหน่อย”กงฉางหมิงตัดสินใจเรียกเสิ่นเย่ขึ้นมา“ถึงห้องแล้วครับ แมว? แมวอะไรครับพี่ใหญ่ ผมเป็นหมอคนไม่ใช่หมอแมว”เสิ่นเย่รับโทรศัพท์แบบงง ๆ“บอกให้มาก็มาเถอะน่า”กงฉางหมิงกลับเข้าไปค้นหาเสื้อผ้าให้แมวห้องข้าง ๆ ใส่ เขาหยิบเอาชุดนอนผ้าซาตินสีแดงทับทิมออกมาก๊อก ก๊อก...“แมวน้อย พี่เอาชุดนอนมาให้เปลี่ยน ใส่ไปก่อนนะเผื่อต้องไปโรงพยาบาล”หวังหยูซินชะงักมือที่กำลังปักเข็มเงินลงบนจุดระงับความเจ็บปวด แม้มือขวาจะปวดแสบแต่มือซ้ายก็ยังแม่นยำไม่ต่างกัน“เข้ามาได้ค่ะ”ยังเหลือความกระอักกระอ่วนจากเหตุก่อนหน้า คนตัวโตรีบเอาชุดวางลงก็อดแอบมองหน้าใสไร้รอยตำหนิไม่ได้ เขามองหาความโกรธขึ้ง แต่กลับเห็นเพียงนวลแก้มฝาดเรื่อใบหูเล็กแดงน่ารักกำลังกระดิกสั่นกงฉางหมิงอมยิ้มไม่เปล่งเสียงให้คนขี้อายโมโห“หยุดก่อน เธอทำอะไรน่ะ” พี่ชายปลอมมองเห็นเข็มเงินบนตัวคน รีบห้ามหน้าเขียว เขาพุ่งมือของตนเพื่อหยุดเข็มเล่มใหม่ที่กำลังจะปักลงบนแขนหวังหยูซินเริ่มไม่พอใจที่ถูกขัดขวาง ใช้ลมปราณหนึ่งส่วนพลิกฝ่ามือวูบสกัดท่อนแขนชายหนุ่มให้ดีดออกกงฉางหมิงหรี่ตามองการเคลื่อนไหวที่แทบมองตา
เด็กสาวมองท่าทางนั้นค่อย ๆ ขยับถอยห่าง ใบหน้าสวยนิ่งสนิทเป็นปลาตาย ในใจก็คิดว่าเป็นชายขยะเปียกจริง ๆ สินะเพนต์เฮาส์ ชั้น 42 แถบตี้ซานไห่กงฉางหมิงพาลูกแมวแสนซนมายังคอนโดส่วนตัวที่ซื้อไว้เวลากลับมาชิงต่าว เขามีห้องส่วนตัวจะได้ไม่ต้องไปเจอหน้าพ่อและเมียน้อยที่บ้านใหญ่“พักที่นี่ไปก่อน เธอใช้ห้องทางซ้ายได้ตามสบาย ของใช้ในห้องน้ำใช้ได้เลยครับ ผ้าเช็ดตัวอยู่บนชั้นในห้องแต่งตัวในห้องนอน นั่งรอก่อนเดี๋ยวพี่ชายเอาน้ำมาให้แล้วจะพาเธอขึ้นไปส่ง”เจ้าของห้องมองบันไดวนขึ้นชั้นสองแล้วมองที่รถเข็น ห้องเขาไม่มีทางลาด คงต้องอุ้มไม่ก็แบกแมวน้อยขึ้นหลังไปส่งข้างบนเขาก้าวขายาวเข้าไปในครัวเพื่อจะได้รีบกลับมาพาเธอขึ้นไปชั้นสองฟึ่บ...ตึง...มีเสียงแปลกดังขึ้นในห้อง เจ้าของห้องจึงเดินออกมาดู เด็กสาวที่ควรนั่งอยู่ในรถเข็นชั้นล่าง กำลังเข็นรถไปทางประตูห้องทางซ้ายบนชั้น 2!!?‘2 นาที ขึ้นไปได้ยังไง?’ตาเหยี่ยวหรี่แคบ คำนึงถึงความไม่สมเหตุสมผลหลายอย่างในตัวแมวน้อย คำอธิบายเรื่องความจำสับสนใช้ไม่ได้กับภาษาโบราณภาษาที่ถ้าไม่ได้รับการสอนจากผู้เชี่ยวชาญพิเศษไม่มีทางใช้ได้ไหนจะภาษาราชการปกติที่เธอฟังไม่เข้าใจ ส
กริ๊ง...กริ๊ง‘แมวหยิ่ง’ ชื่อผู้โทรที่กงฉางหมิงบันทึกไว้ปราหฎบนหน้าจอโทรศัพท์คุณชายรองกงรีบกดรับสายพลางคิดว่าแมวน้อยจะมีเรื่องอะไรให้ตนประหลาดใจอีกหรือไม่“แมวน้อย คิดถึงพี่ชายแล้วเหรอ”“เอ่อ...ใช่ญาติของนางสาวหวังหยูซินไหมครับ”…ดวงตาคมกระพริบมองชื่อให้แน่ใจอีกครั้ง รับสายปั๊บความประหลาดใจก็กระแทกหน้าเต็ม ๆ“ครับ ผมเป็นพี่ชายเธอ คุณเป็นใคร มาใช้โทรศัพท์น้องผมได้ยังไง”คนสถาปนาตัวเองเป็นพี่ชายรีบเดินออกไปหาสืออี้ที่ยืนเฝ้าประตูห้องพักพิเศษด้วยความร้อนใจ“ผมร้อยเวรเฉียว ติดต่อจากสถานีตำรวจไถตงครับ นางสาวหวังหยูซินถูกควบคุมตัวในข้อหาบุกรุกสถานที่สาธารณประโยชน์ เชิญญาติมาประกันตัวแล้วรับกลับด้วยครับ"ห๊ะ!?“บุกรุก? น้องสาวผมบุกรุกที่ไหนครับ”ชื่อสถานที่ตำรวจบอกมาเขาอึ้งจนตาเบิกกว้างนิ่งงันไปชั่วขณะ“ที่ไหนนะครับ!?!?”1 ชั่วโมงต่อมากงฉางหมิงเดินมาหยุดหน้าห้องขังผู้ต้องหาหญิง ในมุมลึกสุดหลังลูกกรงเด็กสาวหน้าตางดงามพิสุทธินั่งขัดสมาธิหลับตากอดล่วมยาแน่นลักษณะภายนอกดูสงบนิ่ง แต่ในสายตาเขากลับมองว่า สาวน้อยกำลังไม่สบอารมณ์...มากด้วย“สาวน้อย...พี่ชายมาแล้ว ไปกลับบ้านกัน”ตึก...ถ้อยคำง่าย
หวังหยูซินเข้าไปถามพ่อค้าเร่ขายน้ำหลากสีด้วยความไม่แน่ใจ เธอก้มมองดูรูปวาดในไป่ตู้กับ โรงเตี๊ยมสองชั้นที่ยาวตลอดแนว “อ๋อ ตึกนี้อยู่ด้านใน ต้องเดินเข้าประตูทางเข้าทางนั้นไปก่อน” เด็กสาวเข้าไปตามทางที่พ่อค้าวัยกลางคนชี้ให้ ด้านในมีคนเดินเข้าออกหนาแน่น เธอตามฝูงชนเข้าไป “ต้องการแพคเกจไหนคะ” เสี่ยวเออร์สาวหน้าตายิ้มแย้มส่งกระดานเหล็กมีแสงมาให้ หวังหยูซินไม่เข้าใจสิ่งที่นางถาม แต่กลับถามคำถามแทน “ฉันอยากได้ห้องพักค้างคืน 1 ห้อง” … เสี่ยวเออร์รอยยิ้มค้างมีสีหน้างงงัน ผู้คนรอบข้างหันมองเด็กสาวหน้าตางดงามที่นั่งอยู่บนรถเข็น “อุ๊บ ฮ่า ฮ่า คนสมัยนี้อยากมีตัวตน ทำได้ทุกอย่างจริง ๆ” “เข้าบอร์ดก็เจอแต่อะไรแปลก ๆ แบบนี้” “พนันกันดีกว่าว่าหล่อนลงแท็กว่าอะไร” “น้องสาวความคิดแปลกดีนะ ชื่อเล่นเธออะไรล่ะ ฉันจะได้กดติดตาม” หวังหยูซินเอียงคอหน้านิ่ง ดวงตาหงส์ไล่มองท่าทางและเสียงหัวเราะของคนอื่นก็รู้ว่าตนคงพูดอะไรผิดสักอย่าง “ที่นี่ไม่มีห้องให้พักใช่ไหม” “เราไม่มีห้องพักค่ะ” “อ้อ...ขอบคุณมากค่ะ” ในเมื่อไม่ใช่ที่พักตามที่เข้าใจ เธอจึงหันกลับไปทางออกอีกครั้ง “อะไรของเธอกัน เธอพ
“หนอนพิษ? มันคืออะไรกัน” กงอวี้ฉือนายท่านรองตระกูลกง สอบถามแพทย์ตระกูลเสิ่นที่เป็นเพื่อนของบุตรชายคนโตอย่างเครียดเคร่ง “รบกวนญาติเชิญทางนี้ดีกว่าครับ” เสิ่นเย่พาคนของตระกูลกงขึ้นไปยังห้องทำงานส่วนตัว เขาฉายภาพเอกซเรย์สามมิติขึ้นบนจอโปรเจกเตอร์ แล้วใช้ไฟฉายแอลอีดีชี้ไปยังจุดดำจุดหนึ่งบนนั้น “เห็นเงาดำที่เกาะอยู่ผนังหัวใจนี่ไหมครับ นี่คือหนอนพิษที่ว่า” ... เรื่องประหลาดที่น่าเหลือเชื่อเผยตัวอยู่ตรงหน้า ความหนักหนาของมันเหมือนมวลอากาศหนักที่แทรกตัวเข้าไปในช่องปอด ลำคอของเหล่าคนที่มารับรู้ตีบตันจนไม่สามารถเปล่งเสียงออกมาได้ “อาเย่ หนอนพิษมีผลกระทบอะไรกับร่างกายบ้าง” คำถามของกงฉางหมิงดังช้าชัด แต่ละถ้อยคำเหมือนค้อนทุบกระหน่ำลงกลางใจ “เราใช้แบบจำลองสามมิติ สร้างแผนภาพการใช้ชีวิตของหนอนตัวนี้ พบว่ามันจะคอยเจาะดูดเลือดจากเส้นเลือดแดงหัวใจ แล้วปล่อยของเสียที่เป็นสารพิษออกมาพอหัวใจสูบฉีดสารพิษจึงกระจายไปทั่วร่างกาย สารพิษไม่อาจระบุชนิดได้นี้มีผลไปทำลายแอนติบอดี้และกัดกินเนื้อเยื่อ นานวันเข้าร่างกายจะค่อย ๆ เสื่อมถอย อวัยวะภายในจะถูกทำลายลงช้า ๆ” ซู้ด... ผลลัพธ์ร้ายแรงกว่าที่ค







