LOGIN“มีวิธีเหรอคะพยาบาลสวี”
คนถูกถามยิ้มกริ่มยกนิ้วชี้มาตรงทรวงอกของคนไข้สาว คนภูกชี้ก้มมองด้วยความฉงน “ติดต่อคุณชายรองกง” “พี่ชายขยะเปียก!?” หวังหยูซินโพล่งชื่อที่มักนึกถึงเขาในใจออกมา พยาบาลสวีลืมตาโพลงอ้าปากค้างจนคางแทบจะตกถึงพื้น “ห๊ะ! ทำไมเรียกเทพบุตรกงแบบนั้นล่ะค่ะ ตาย ๆ ๆ ถ้าพวกแองเจิ้ลมาได้ยินเข้า แค่คิดก็หนาวแล้ว ช่างเรื่องนั้นก่อน…อะแฮ่ม คุณหวังขอความช่วยเหลือจากเขาเถอะค่ะ เชื่อฉัน” “เจ้า...พยาบาลสวีรู้จักพี่ชายคนนั้นเหรอคะ” “ไฮ้...เขารู้จักกันทั้งประเทศแล้วค่ะ บ้านแฟนไซต์ [1] ใหญ่ ๆ มีเยอะพอกับดาราระดับ S คลาสเลย รีบติดต่อเขาเถอะค่ะ รบกวนให้เขาช่วยติดต่อทนายฝีมือดีมาให้เรา” สวีอวี้ถงคิดว่าขอความช่วยเหลือเรื่องนี้ไม่ได้ดูน่าเกลียด ทนายมีชื่อคนธรรมดาแบบเรา ๆ ไม่มีทางเชิญตัวมาได้ หวังหยูซินเงียบลงเหมือนคิดอะไรในใจ “ลองดูก็ได้ค่ะ” เธอรับปากในใจเริ่มคิดได้ว่า ‘ติดหนี้เพิ่มอีกเรื่อง ครั้งนี้ต้องรักษา ‘โรคนั้น’ ...ให้เขาให้ได้’ ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด… “ครับ” ปลายสายรับโทรศัพท์ทันทีหลังกริ่งสัญญาณดังเพียงสองครั้ง “พี่ชายขยะ...พี่ชายกงคะ ฉันหวังซินหยู คนที่นั่งรถเข็นที่พี่ให้บัตรไว้เมื่อวานค่ะ“ “หือ? ลูกแมวน้อยเองเหรอ มีอะไรให้พี่ชายช่วยหรือไง” กงฉางหมิงยกบุหรี่ขึ้นมาอัดควันเข้าปอด ชายหนุ่มยืนอยู่ตรงระเบียงทางเดินที่ทอดยาวแต่ว่างเปล่า ด้านหน้าเป็นสวนสนดัด มีอ่างน้ำเลี้ยงปลาหลี่ [2] แม้คำพูดจะฟังขี้เล่น แต่แววตาเย็นชาไร้รอยกระเพื่อมไหว “ฉันมีเรื่องอยากขอความช่วยเหลือพี่ชายค่ะ” “ได้สิ” ชายหนุ่มยิ้มหยันเย้ยตัวเอง เขาพ่นควันยาวสีขาวออกมาเป็นสาย แววตาผิดหวังชัดเจนขึ้นเสี้ยววินาทีแล้วจางหาย ‘เธอก็ไม่ต่างกับผู้หญิงคนอื่น สิ่งที่เธอต้องการ อำนาจ เงินทอง หรือตำแหน่งคุณนายรอง?’ “ฉันรบกวนพี่ติดต่อทนายเก่ง ๆ ให้หน่อยได้ไหมคะ” “…” คุณชายกงผู้คิดไปเอง ไหล่ทรุดเกือบสะดุดขาตัวเองตกระเบียง “แค่ก…แค่ก…สาวน้อยเธอพูดว่าอะไรนะ” กงฉางหมิงยืดตัวสีหน้ามีแววกาะดากเล็กน้อยเมื่อคนโทรมาเน้นคำช้าชัดให้ฟัง “ช่วยติดต่อทนายให้หน่อยค่ะ” ชายหนุ่มสูดหายใจลึกปรับอารมณ์ ขอโทษแมวน้อยในใจ เพราะอารมณ์ไม่ดีความคิดจึงเป็นไปในทางแย่ เขาไม่น่าด่วนคิดตัดสินเธอไปก่อน กงฉางหมิงดับบุหรี่เดินกลับเข้าไปในห้อง บนเตียงคนไข้สุดทันสมัยมีร่างของชายชราผมสีดอกเลานอนแน่นิ่ง สายตาคมหยุดนิ่งที่ใบหน้าคุณปู่เพื่อหาสัญญาณการฟื้นตื่นก่อนตัดใจหันหลังออกไปข้างนอก “สืออี้ ติดต่อสือซานให้ไปสถานีตำรวจ” หลังวางสายหวังหยูซินตรวจห่อผ้าที่หน้าอกให้กระชับแน่น ยกตัวห้อยขาลงจากเตียงคนไข้รอรถเข็น “เขาว่ายังไงบ้างคะคุณหวัง” พยาบาลสาวอดรนทนไม่ไหวเห็นเจ้าของเรื่องไม่หือไม่อือ ‘โอ๊ย...อยากรู้จะตายแล้วเนี่ย’ “พี่ชายบอกให้เราไปรอทนายสือซานที่สถานีตำรวจค่ะ ทนายจะจัดการให้ทุกอย่างเอง” “สือซาน!!? สวรรค์โปรด…ถึงกับเป็นเทพซานไห่ [3] ” หวังหยูซินมองพยาบาลสวีที่นาทีหนึ่งก็ดีใจแต่นาทีต่อมาทำหน้าจะร้องไห้ ใจก็เริ่มหวาดระแวง ทนายคนที่ว่าจะดีหรือไม่ดีกันแน่ “ทนายคนนี้มีอะไรเหรอคะ ไม่เก่ง?” “เก่งค่ะ ดีเยี่ยม ยอดเยี่ยม แต่…งกมากแบบสามทะเลรวมกันเลยค่ะ ฮือ” “อ๋อ...เข้าใจแล้วค่ะ ข้อเสียแบบนั้นไม่ใช่ปัญหา” หวังหยูซินพยักหน้าตกลง ขอแค่มีความสามารถ เรื่องอื่นเธอไม่เกี่ยง แต่ดูเหมือนเธอยังไม่เข้าใจความงกที่ว่าดีพอ... สองเค่อต่อมา “ขอบคุณที่ใช้บริการนะครับคุณหนูหวัง สามารถสแกนชำระผ่านเว่ยซินได้เลยครับ ส่วนนี่ใบเสร็จรับเงินครับ” หวังหยูซินนั่งกอดล่วมยาอยู่หน้าสถานีตำรวจ เธอนั่งมึนมองใบหน้ายิ้มจนตาโค้งผ่านกระจกใสที่แปะตามันสะท้อนแสงไฟมันปลาบ... รู้สึกเหมือนได้ยินเสียง...ชิ้ง เด็กสาวสะบัดหัวไล่ตวามคิดไร้สาระ ยกมือถือขึ้นมาจ่ายค่าบริการ ติ๊ด -150,000 หยวน ยอดคงเหลือ 630,040 หยวน เธอมองยอดเงินด้วยสายตาว่างเปล่านิ่งเฉย ตาไม่กระพริบหนังตาไม่กระตุก ทนายสือซานยังต้องนับถือเธอในใจ ‘โอ้...นี่มันลูกค้าชั้นดี จ่ายเงินไม่กระพริบตา’ หารู้ไม่…หวังหยูซินไม่เข้าใจความหมายของตัวเลข เธอไม่รู้ว่า...ทนายหน้าเลือดปล้นเงินก้อนใหญ่ไปหน้าด้าน ๆ “ครับนาย ผมจัดการเรียบร้อยแล้วครับ” สือซานเดินผิวปากควงกุญแจรถไปยังลานจอดรถ “นายคิดราคาพิเศษ (ลดราคา) ให้เธอหรือเปล่า” “แน่อนครับเจ้านาย เธอเป็นลูกค้าชั้นดีเลยล่ะครับ” ลูกค้าที่เจ้านายแนะนำมา ปกติมีแต่รวย ๆ เขาย่อมคิดราคาพิเศษ (แพงเป็นพิเศษ) ทุกครั้ง ดวงตาหงส์เข้มข้นเสียจนเหมือนจะมองให้ทนายหนุ่มเป็นรูพรุนเสียเดี๋ยวนั้น “ทำไมรู้สึกร้อน ๆ หนาว ๆ ล่ะเนี่ย” ทนายหน้าเลือดยกมือลูบแขนตัวเองสองทีแล้วขึ้นรถขับหายไป การได้ยินของผู้ฝึกยุทธ์แม้ห่างไกลยังได้ยินชัดเหมือนยืนพูดอยู่ข้างตัว การสนทนาระหว่างเจ้านายลูกน้องเธอได้ยินทั้งหมด... พ่วงด้วยความเข้าใจผิด ว่าเขาให้ลูกน้องมาหลอกเงิน! น้ำหนักบุญคุณมีมากกว่า...ถือว่าเสียรู้นิดหน่อย ‘เหลือแค่ตอบแทนบุญคุณของครั้งก่อน’ คิดแล้วน้ำหนักบุญคุณในใจก็เบาลง หวังหยูซินนั่งนิ่งเงียบอยู่อย่างนั้น มีคนเข้ามาติดต่อธุระในสถานีตำรวจผ่านเข้าออกประตูทั้งสองข้าง ไม่มีใครหยุดทัก ไม่มีคำพูด เธอได้รับสายตาชื่นชมที่เลยผ่านไป ผ่านไปพอให้ความคิดตกตะกอน มือเรียวขาวก็ขยับหมุนล้อรถเข็น ตัวขยับเคลื่อน...สายตามุ่งตรงไปข้างหน้า ตรงไปยังอนาคตและชีวิตใหม่ที่ต้องเผชิญ อย่างไม่มีหนทางหวนกลับ ‘แดนมังกร...หมอประหลาดกลับมาแล้ว’ โรงพยาบาลชิงต่าว แพทย์และพยาบาลเป็นอาชีพที่เหน็ดเหนื่อยและงานยุ่งตลอดเวลา คนไข้ใหม่มาคนเก่าจากไป ความผูกพันระหว่างคนไข้กับบุคลากรทางการแพทย์มากน้อยขึ้นอยู่กับเวลาและอีกหลายปัจจัย วันนี้ก็เป็นอีกวันเดิม ๆ ของพวกเขาเหล่านั้น “เสี่ยวสวี คนไข้หมอจางที่เธอดูแลอยู่ออกจากโรงพยาบาลได้แล้วเหรอ” “คนไหนคะตู้เจี่ยเจีย” สวีอวี้ถงโต้ตอบขณะกำลังหัวหมุนจัดยารอบบ่ายให้คนไข้แต่ละเตียง “คนที่โดนโจรปล้นเมื่อคืนน่ะ ที่นอนเป็นผักอยู่สามเดือนแต่ตื่นขึ้นมา...” พยาบาลแซ่ตู้ใช้นิ้วชี้วนข้างขมับ เป็นสัญลักษณ์แทน...มีปัญหาทางสมอง สวีอวี้ถงแอบกลอกตามองบนให้พี่พยาบาลขี้นินทา หญิงสาวที่ใส่ใจเรื่องชาวบ้านทุกเรื่อง ตู้ผิงผิงรู้โลกรู้ “ออกไปตั้งแต่ก่อนเที่ยงแล้วค่ะ ร่างกายดีขึ้นหมอก็ให้ออกเป็นเรื่องปกตินี่คะ” “นี่...สมองมีปัญหาแบบนั้นจะไปอยู่ที่ไหนกันล่ะ เธอรู้ไหม” พยาบาลสาวรุ่นน้องได้ยินรุ่นพี่สาวเรียกคนไข้แบบนั้นหน้าตาก็ไม่ดีนัก “พี่คะ คุณหวังแค่มีภาวะความจำสับสนหมอจางวินิจฉัยบอกแล้วว่าจะค่อย ๆ ดีขึ้น” เธอรู้จุดประสงค์ที่พี่สาวตู้สื่อถึง ความหมายซ้อนเร้นคือ คนสติไม่ดีทำไมไม่ส่งไปโรงพยาบาลจิตประสาท... มีประเด็นที่พี่พยาบาลปากมากพูดถึงแล้วทำให้เธอกังวลแทนคนไข้สาวสวยขึ้นมา แต่พอคิดถึงยอดเงินในเว่ยซินก็ไม่น่าห่วงแล้ว ‘อย่างน้อยก็มีเงิน คงไปหาเช่าบ้านหรือโรงแรมอยู่เองนั่นล่ะ’ พยาบาลสาวคิดอย่างสบายใจ และเธอจะได้รู้ในไม่ช้าว่า สิ่งที่คิด ห่างไหลความเป็นจริงแค่ไหน... โรงพยาบาลพิเศษเสิ่นต้าเซิง กงฉางหมิงหลังจากวางสายลูกน้องที่ส่งไปจัดการเรื่องของแมวน้อยก็อารมณ์ดีขึ้นทันตา ‘ยัยแมวหยิ่งคงนึกขอบใจพี่ชายสุดหล่อคนนี้ยกใหญ่ เผลอ ๆ จะมีของขวัญตอบแทนเสียด้วย’ ชายหนุ่มเดินกลับมานั่งเฝ้าปู่ในห้อง ก๊อก ก๊อก... “นายครับ ครอบครัวนายท่านรองกงกำลังเดินมาครับ” สืออี้เปิดประตูเข้ามาบอกถึงการมาถึงของบุคคลที่ทำให้รอยยิ้มผ่อนคลายหายไป ดวงตาเหยี่ยวฉายแววคมกริบ ชายหนุ่มปรับแววตาให้อ่อนลง “ฉางหมิง หมอบอกว่าปู่แกอาการเป็นยังไงบ้าง” ชายกลางคนในชุดสูทสีน้ำเงินเข้มมีริ้วเงินในเนื้อผ้าเดินควงแขนหญิงกลางคนที่ใส่เดรสแบรนด์เนมสุดหรูสีฟ้าอมเขียวเข้ามา ชายหญิงทั้งคู่อายุอานามราว 40 ปลาย ดูภูมิฐานและทรงอำนาจ แต่ขัดตาขัดใจกงฉางหมิงที่รีบซ่อนสายตาดำมืดได้ไวพอ “พี่รอง สวัสดีครับ” ด้านหลังพวกเขามีเด็กชายวัยรุ่นที่เสียงเริ่มแตกพร่าตามมา “พ่อมีตาก็ดูเอาเองสิครับ ปู่ก็นอนเปื่อยอยูานั่นยังไม่ฟื้น สวัสดีฉางเยี่ย” กงฉางหมิงยิ้มกวนประสาท ตอบคำถามพ่อท่าทางยียวนชวนโมโห เขานั่งเอนตัวเบะขากว้างตรงโซฟาบุนวม พยักหน้าทักทายพ่อพอเป็นพิธี และไม่ได้สนใจผู้หญิงคนนั้นราวกับเธอเป็นอากาศธาตุ “ไร้มารยาท! แกยังไม่ทักทายน้าเฉา” “ทำไมผมต้องทักเมียน้อยพ่อ อ๋อ...ลืมไปว่าต้องเรียกให้สุภาพว่าเมียรอง แต่ความหมายมันก็คือเสี่ยวซาน [4] นี่...จะหลอกตัวเองทำไม” “แก! หุบปากนะ! ยังไงเขาก็เป็นเมียพ่อเป็นญาติผู้ใหญ่ของแก” กงฉางหมิงปรายตาดูถูก พ่นลมออกจากจมูก ไม่เปลิองน้ำลายไปกับเรื่องเดิม ๆ กงฉางเยี่ยยืนมองพ่อทะเลาะกับพี่ชาย ใบหน้าเด็กชายเผือดสี เขากัดปากจนแทบแตกแล้วยืนห่อไหล่นิ่งเงียบ “พี่ใหญ่ ลุงรองกง แพทย์เจ้าของไข้มีเรื่องจะคุยครับ... เราเจอสาเหตุของอาการนายท่านผู้เฒ่าแล้ว...มัน...น่าเหลือเชื่อมาก” พรึ่บ… หนุ่มเสเพลที่นอนกระดิกขากวนบาทาบุพการีรีบลุกขึ้นนั่งตรงตั้งใจฟังรายงานผล สิ่งที่หมอพูดออกมามันประหลาดเกินขอบเขตทางการแพทย์ในปัจจุบัน “มีหนอนพิษเกาะอยู่ที่ผนังหัวใจท่านผู้เฒ่า!” [1] บ้านแฟนไซต์ - กลุ่มแฟนคลับไม่เป็นทางการ [2] ปลาหลี่ - ปลาคาร์ป [3] ซานไห่ - สามสมุทร [4] เสี่ยวซาน ~ เมียน้อยหรือมือที่สามแปร๊ด…“กะ... ก็มันติดเข็ม อีกข้างเลยใส่ไม่ได้” โดนคนขำชัดขนาดนี้หวังหยูซินก้รู้สึกว่าหน้าร้อนแดงแปร๊ด“ขออนุญาตนะครับ เดี๋ยวพี่ชายช่วยจัดเสื้อให้ ใส่แบบนี้ไปเจอคนนอกไม่ได้แน่”กงฉางหมิงถามความสมัครใจเสียงอ่อน สายตาจริงใจไม่มีอะไรเคลือบแฝง ใบหน้าที่ส่ายไม่ยินยอมหยุดไปสามลมหายใจออกอาการลังเลจึงยอมตกลงในที่สุด‘แต่งตัวแบบนี้ไปเจอหมอก็ไม่ดีจริง ๆ’เธอเอียงคอคิดถึงการกระทำหลายอย่างที่ผ่านมาของกงฉางหมิง มีเรื่องให้อับอายหลายครั้ง แต่ไม่ได้เกิดจากความตั้งใจหรือความคิดเอาเปรียบ ถึงยอมตกลงชายหนุ่มสะกดจิตตัวเองว่าคนที่เขาช่วยแต่งตัวคือเด็กน้อย เขาหลุบสายตาตลอดเวลา ปล่อยแขนข้างหนึ่งเปลือย กลัดกระดุมอ้อมด้านหน้าเอาผ้าให้ถือบังทรวงอกแล้วใช้ผ้าพันคอมัดรอบเป็นทรงเกาะอกทับเสื้อนอน“ไม่สบายใจที่แขนโล่งเหรอ” เขาสังเกตเห็นเธอหันมองไปทางแขนที่เจ็บบ่อยครั้ง กลีบปากเม้มหากันไม่หยุด“นิดหน่อยค่ะ” เขาเดินกลับห้องไปหยิบเชิ้ตผ้าไหมสีฟ้าเหลือบเงาน้ำเงินมาคลุมหัวให้ทุกอย่างดูเรียบร้อยขึ้นก็เตรียมพาเธอออกไปให้เสิ่นเย่ดูแผล“สัมภาระเอาไว้ในห้องก่อนครับ ไม่ต้องถือลงไปหรอก”“ขอฉันเอาไว้ใกล้ตัวดีกว่าค่ะ”กงฉางหมิง
อาเย่ อยู่เพนต์เฮาส์รึเปล่า ขึ้นมาตรวจแมวให้ฉันหน่อย”กงฉางหมิงตัดสินใจเรียกเสิ่นเย่ขึ้นมา“ถึงห้องแล้วครับ แมว? แมวอะไรครับพี่ใหญ่ ผมเป็นหมอคนไม่ใช่หมอแมว”เสิ่นเย่รับโทรศัพท์แบบงง ๆ“บอกให้มาก็มาเถอะน่า”กงฉางหมิงกลับเข้าไปค้นหาเสื้อผ้าให้แมวห้องข้าง ๆ ใส่ เขาหยิบเอาชุดนอนผ้าซาตินสีแดงทับทิมออกมาก๊อก ก๊อก...“แมวน้อย พี่เอาชุดนอนมาให้เปลี่ยน ใส่ไปก่อนนะเผื่อต้องไปโรงพยาบาล”หวังหยูซินชะงักมือที่กำลังปักเข็มเงินลงบนจุดระงับความเจ็บปวด แม้มือขวาจะปวดแสบแต่มือซ้ายก็ยังแม่นยำไม่ต่างกัน“เข้ามาได้ค่ะ”ยังเหลือความกระอักกระอ่วนจากเหตุก่อนหน้า คนตัวโตรีบเอาชุดวางลงก็อดแอบมองหน้าใสไร้รอยตำหนิไม่ได้ เขามองหาความโกรธขึ้ง แต่กลับเห็นเพียงนวลแก้มฝาดเรื่อใบหูเล็กแดงน่ารักกำลังกระดิกสั่นกงฉางหมิงอมยิ้มไม่เปล่งเสียงให้คนขี้อายโมโห“หยุดก่อน เธอทำอะไรน่ะ” พี่ชายปลอมมองเห็นเข็มเงินบนตัวคน รีบห้ามหน้าเขียว เขาพุ่งมือของตนเพื่อหยุดเข็มเล่มใหม่ที่กำลังจะปักลงบนแขนหวังหยูซินเริ่มไม่พอใจที่ถูกขัดขวาง ใช้ลมปราณหนึ่งส่วนพลิกฝ่ามือวูบสกัดท่อนแขนชายหนุ่มให้ดีดออกกงฉางหมิงหรี่ตามองการเคลื่อนไหวที่แทบมองตา
เด็กสาวมองท่าทางนั้นค่อย ๆ ขยับถอยห่าง ใบหน้าสวยนิ่งสนิทเป็นปลาตาย ในใจก็คิดว่าเป็นชายขยะเปียกจริง ๆ สินะเพนต์เฮาส์ ชั้น 42 แถบตี้ซานไห่กงฉางหมิงพาลูกแมวแสนซนมายังคอนโดส่วนตัวที่ซื้อไว้เวลากลับมาชิงต่าว เขามีห้องส่วนตัวจะได้ไม่ต้องไปเจอหน้าพ่อและเมียน้อยที่บ้านใหญ่“พักที่นี่ไปก่อน เธอใช้ห้องทางซ้ายได้ตามสบาย ของใช้ในห้องน้ำใช้ได้เลยครับ ผ้าเช็ดตัวอยู่บนชั้นในห้องแต่งตัวในห้องนอน นั่งรอก่อนเดี๋ยวพี่ชายเอาน้ำมาให้แล้วจะพาเธอขึ้นไปส่ง”เจ้าของห้องมองบันไดวนขึ้นชั้นสองแล้วมองที่รถเข็น ห้องเขาไม่มีทางลาด คงต้องอุ้มไม่ก็แบกแมวน้อยขึ้นหลังไปส่งข้างบนเขาก้าวขายาวเข้าไปในครัวเพื่อจะได้รีบกลับมาพาเธอขึ้นไปชั้นสองฟึ่บ...ตึง...มีเสียงแปลกดังขึ้นในห้อง เจ้าของห้องจึงเดินออกมาดู เด็กสาวที่ควรนั่งอยู่ในรถเข็นชั้นล่าง กำลังเข็นรถไปทางประตูห้องทางซ้ายบนชั้น 2!!?‘2 นาที ขึ้นไปได้ยังไง?’ตาเหยี่ยวหรี่แคบ คำนึงถึงความไม่สมเหตุสมผลหลายอย่างในตัวแมวน้อย คำอธิบายเรื่องความจำสับสนใช้ไม่ได้กับภาษาโบราณภาษาที่ถ้าไม่ได้รับการสอนจากผู้เชี่ยวชาญพิเศษไม่มีทางใช้ได้ไหนจะภาษาราชการปกติที่เธอฟังไม่เข้าใจ ส
กริ๊ง...กริ๊ง‘แมวหยิ่ง’ ชื่อผู้โทรที่กงฉางหมิงบันทึกไว้ปราหฎบนหน้าจอโทรศัพท์คุณชายรองกงรีบกดรับสายพลางคิดว่าแมวน้อยจะมีเรื่องอะไรให้ตนประหลาดใจอีกหรือไม่“แมวน้อย คิดถึงพี่ชายแล้วเหรอ”“เอ่อ...ใช่ญาติของนางสาวหวังหยูซินไหมครับ”…ดวงตาคมกระพริบมองชื่อให้แน่ใจอีกครั้ง รับสายปั๊บความประหลาดใจก็กระแทกหน้าเต็ม ๆ“ครับ ผมเป็นพี่ชายเธอ คุณเป็นใคร มาใช้โทรศัพท์น้องผมได้ยังไง”คนสถาปนาตัวเองเป็นพี่ชายรีบเดินออกไปหาสืออี้ที่ยืนเฝ้าประตูห้องพักพิเศษด้วยความร้อนใจ“ผมร้อยเวรเฉียว ติดต่อจากสถานีตำรวจไถตงครับ นางสาวหวังหยูซินถูกควบคุมตัวในข้อหาบุกรุกสถานที่สาธารณประโยชน์ เชิญญาติมาประกันตัวแล้วรับกลับด้วยครับ"ห๊ะ!?“บุกรุก? น้องสาวผมบุกรุกที่ไหนครับ”ชื่อสถานที่ตำรวจบอกมาเขาอึ้งจนตาเบิกกว้างนิ่งงันไปชั่วขณะ“ที่ไหนนะครับ!?!?”1 ชั่วโมงต่อมากงฉางหมิงเดินมาหยุดหน้าห้องขังผู้ต้องหาหญิง ในมุมลึกสุดหลังลูกกรงเด็กสาวหน้าตางดงามพิสุทธินั่งขัดสมาธิหลับตากอดล่วมยาแน่นลักษณะภายนอกดูสงบนิ่ง แต่ในสายตาเขากลับมองว่า สาวน้อยกำลังไม่สบอารมณ์...มากด้วย“สาวน้อย...พี่ชายมาแล้ว ไปกลับบ้านกัน”ตึก...ถ้อยคำง่าย
หวังหยูซินเข้าไปถามพ่อค้าเร่ขายน้ำหลากสีด้วยความไม่แน่ใจ เธอก้มมองดูรูปวาดในไป่ตู้กับ โรงเตี๊ยมสองชั้นที่ยาวตลอดแนว “อ๋อ ตึกนี้อยู่ด้านใน ต้องเดินเข้าประตูทางเข้าทางนั้นไปก่อน” เด็กสาวเข้าไปตามทางที่พ่อค้าวัยกลางคนชี้ให้ ด้านในมีคนเดินเข้าออกหนาแน่น เธอตามฝูงชนเข้าไป “ต้องการแพคเกจไหนคะ” เสี่ยวเออร์สาวหน้าตายิ้มแย้มส่งกระดานเหล็กมีแสงมาให้ หวังหยูซินไม่เข้าใจสิ่งที่นางถาม แต่กลับถามคำถามแทน “ฉันอยากได้ห้องพักค้างคืน 1 ห้อง” … เสี่ยวเออร์รอยยิ้มค้างมีสีหน้างงงัน ผู้คนรอบข้างหันมองเด็กสาวหน้าตางดงามที่นั่งอยู่บนรถเข็น “อุ๊บ ฮ่า ฮ่า คนสมัยนี้อยากมีตัวตน ทำได้ทุกอย่างจริง ๆ” “เข้าบอร์ดก็เจอแต่อะไรแปลก ๆ แบบนี้” “พนันกันดีกว่าว่าหล่อนลงแท็กว่าอะไร” “น้องสาวความคิดแปลกดีนะ ชื่อเล่นเธออะไรล่ะ ฉันจะได้กดติดตาม” หวังหยูซินเอียงคอหน้านิ่ง ดวงตาหงส์ไล่มองท่าทางและเสียงหัวเราะของคนอื่นก็รู้ว่าตนคงพูดอะไรผิดสักอย่าง “ที่นี่ไม่มีห้องให้พักใช่ไหม” “เราไม่มีห้องพักค่ะ” “อ้อ...ขอบคุณมากค่ะ” ในเมื่อไม่ใช่ที่พักตามที่เข้าใจ เธอจึงหันกลับไปทางออกอีกครั้ง “อะไรของเธอกัน เธอพ
“หนอนพิษ? มันคืออะไรกัน” กงอวี้ฉือนายท่านรองตระกูลกง สอบถามแพทย์ตระกูลเสิ่นที่เป็นเพื่อนของบุตรชายคนโตอย่างเครียดเคร่ง “รบกวนญาติเชิญทางนี้ดีกว่าครับ” เสิ่นเย่พาคนของตระกูลกงขึ้นไปยังห้องทำงานส่วนตัว เขาฉายภาพเอกซเรย์สามมิติขึ้นบนจอโปรเจกเตอร์ แล้วใช้ไฟฉายแอลอีดีชี้ไปยังจุดดำจุดหนึ่งบนนั้น “เห็นเงาดำที่เกาะอยู่ผนังหัวใจนี่ไหมครับ นี่คือหนอนพิษที่ว่า” ... เรื่องประหลาดที่น่าเหลือเชื่อเผยตัวอยู่ตรงหน้า ความหนักหนาของมันเหมือนมวลอากาศหนักที่แทรกตัวเข้าไปในช่องปอด ลำคอของเหล่าคนที่มารับรู้ตีบตันจนไม่สามารถเปล่งเสียงออกมาได้ “อาเย่ หนอนพิษมีผลกระทบอะไรกับร่างกายบ้าง” คำถามของกงฉางหมิงดังช้าชัด แต่ละถ้อยคำเหมือนค้อนทุบกระหน่ำลงกลางใจ “เราใช้แบบจำลองสามมิติ สร้างแผนภาพการใช้ชีวิตของหนอนตัวนี้ พบว่ามันจะคอยเจาะดูดเลือดจากเส้นเลือดแดงหัวใจ แล้วปล่อยของเสียที่เป็นสารพิษออกมาพอหัวใจสูบฉีดสารพิษจึงกระจายไปทั่วร่างกาย สารพิษไม่อาจระบุชนิดได้นี้มีผลไปทำลายแอนติบอดี้และกัดกินเนื้อเยื่อ นานวันเข้าร่างกายจะค่อย ๆ เสื่อมถอย อวัยวะภายในจะถูกทำลายลงช้า ๆ” ซู้ด... ผลลัพธ์ร้ายแรงกว่าที่ค







