LOGIN@ห้องฉุกเฉิน "ทะท่าน ท่านประธาน" จะติดอ่างทำไมครับคุณพนักงาน "สวัสดีครับ/สวัสดีค่ะ" ผมเดินตรงมายังห้องฉุกเฉินทันทีที่มาถึงโรงพยาบาลตามที่ไอ้น้องรักลูกชายคนเล็กของพ่อผมมันสั่งนั่นแหละ ยังดีที่พยาบาลจัดห้องแยกเป็นสัดส่วนให้ไว้รองรับพวกผมแล้ว มาถึงพนักงาน 3 คน ดูตกใจนะแต่ก็ยังสวัสดีผม ผมแค่พยักหน้านิ่งๆ เอาจริงๆ ผมกับไอคินนิสัยไม่ได้ต่างกันมากนักหรอกแค่ผมก็ไม่ได้หน้านิ่งตลอดเวลาเหมือนมันเท่านั้นเอง ผมก็ไม่รู้นะว่าเรื่องเป็นมายังไงรู้แค่ว่าถ้าไม่สำคัญจริงๆ มันจะไม่เป็นแบบนี้ มันรักมันหวงชีวิตสงบของมันจะตายวันๆ อยู่แต่โรงพยาบาล หายใจเข้า หายใจออกนี่มีแต่คนไข้ โรงพยาบาลของตัวเองมีก็ไม่ไปดูแลบอกแต่ว่ายังไม่ถึงเวลาเท่านั้น แต่ถึงมันไม่สั่งผมก็ต้องจัดการอยู่ดี พนักงานมีการกลั่นแกล้งกันถึงขนาดเข้าโรงพยาบาลกันขนาดนี้ปล่อยไว้ได้ไงล่ะครับ เออคุยตั้งนานลืมแนะนำตัว ผมวาคิว หรือไอ้เฮียที่ไอ้น้องบังเกิดเกล้าผมชอบเรียกนั่นแหละ เวลาขึ้นไอ้เฮียทีไรผมนี่สะดุ้งทุกทีไม่ได้กลัวมันนะ แค่กลัวมันออกเสียงเพี้ยนเท่านั้นเองแหละ "คุณออกไปรอข้างนอก" ผมบอกพนักงานชายที่อยู่ในที่เกิดเหตุด้วย อยู่เพราะเป็นคนเ
ผมเดินเลี่ยงออกมาหลังจากที่เห็นว่ายาชา ยานอนหลับออกฤทธิ์แล้ว ตอนนี้อิงชากำลังสะลึมสะลือแล้ว ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรออก"เฮียผมต้องการดูกล้องวงจรปิดตอนเกิดอุบัติเหตุหน้าบริษัทด่วน"(อุบัติเหตุอะไรวะ)"ก็ไม่รู้หาให้หน่อยด่วน"(เอ่อๆ แม่งน้องหรือพ่อกูวะ)"จะน้องหรือพ่อเฮียก็ต้องทำ" ผมกดวางสายไป'จริงหรอแฟนหมอนาคินจริงหรอ''เจ้าชายของฉันไม่โสดแล้ว''เป็นไรแก''อกหักหมอนาคินมีเมียแล้ว''เฮ้ยจริง''จริงอยู่ห้องฉุกเฉินตอนนี้ พี่ตาลบอกเองเลยหมอนาคินอาละวาดใหญ่เลย'ตลอดทางที่เดินสาบานว่าไม่ได้ยินเลยไม่ได้ยินเสียงคุยกันเรื่องอื่นเลยคุยกันแต่เรื่องกูเนี่ย ชัดทุกคำทุกประโยคเลย แต่อะไรผมยังไม่ได้อาละวาดอะไรเลยพูดกันเกินความจริงอีกแล้วนะเว้ยผมเดินเข้ามาในห้องฉุกเฉินเห็นอิงชาหลับไปแล้ว หมอรุ่นน้องกำลังเย็บแผลที่ขาอยู่ ยัยตัวเล็กเอ้ยคงเจ็บน่าดูตื่นมาจะตกใจแค่ไหนอยู่ดีๆ ต้องโดนเย็นถึง 3 แผลแถมยังต้องโดนผ่าตัดแขนที่หักจนผิดรูปอีก ถ้าบอกว่านี่คืออุบัติเหตุเล็กๆ ผมไม่เชื่อเด็ดขาด ต้องแรงขนาดไหนแขนถึงได้หักแบบนี้"คุณหมอนาคินจะผ่าเองมั้ยคะ" พยาบาลเดินเข้ามาถามผม ท่าทางกล้าๆ กลัวๆ คงเป็นเ
ด้านหมอนาคินที่พึ่งออกมาจากห้องผ่าตัด เขาถูกเรียกตัวมาตอนตี 1 ทั้งๆ ที่พึ่งนอนไปได้แค่ชั่วโมงเดียวเท่านั้นเอง ไม่ได้ปลดปล่อยมานานได้โอกาสก็ขอจัดหนักจัดเต็มสักหน่อย ใจจริงอยากจะจัดให้หนักกว่านี้แต่ได้แค่ 2 ยกแม่คุณก็สลบไปซะก่อน ผมไม่ได้เลวขนาดเอาผู้หญิงหลับหรอกนะเลยปล่อยให้พักไปก่อน "หึหึ" หลังจากอยู่ในห้องผ่าตัดนานถึง 4 ชั่วโมงเต็มผมขอพักหน่อยแล้วกันก่อนจะต้องออกตรวจอีกในตอนสาย"คุณหมอนาคินคะคนไข้ห้องฉุกเฉินอุบัติเหตุแขนหักค่ะ" "ครับ" พึ่งออกจากห้องผ่าตัดยังไม่ทันจะได้เข้าห้องพักตัวเองก็ต้องเปลี่ยนทิศไปยังห้องฉุกเฉินทันที อย่างนี้แหละครับชีวิตหมอเวลาส่วนตัวหายากครับ"ฮือ ฮือ เจ็บ ฮือ ฮือ" เข้ามาในห้องฉุกเฉินก็จะดูวุ่นๆ เป็นเรื่องปกติ แต่ที่เด่นสุดในตอนนี้ก็คงเป็นเตียงที่มีทั้งญาติ หมอ และพยาบาลยืนมุงกันอยู่ แถมยังมีเสียงร้องไห้ออกมาด้วยสงสัยจะเจ็บมาก เป็นธรรมดามากครับที่เป็นแบบนี้ใครบ้างที่มาอยู่ในห้องนี้แล้วไม่เจ็บ แต่ไหนล่ะคนไข้ผมอยู่เตียงไหน ผมมองกวาดไปทุกเตียง แต่ละเตียงก็มีคนไข้นอนรอการรักษากันเต็มทุกเตียง"เตียง 12 ค่ะคุณหมอนาคิน"ผมพยักหน้ารับรู้ เตียงนั้นสินะเตียงที่คนร
“นั่งพักบ้างเถอะเรา” ในดงกาที่คอยจิกก็ยังมีฝูงมดที่ยังคอยกัดเล็กๆ แทนฉันอยู่ คอยช่วยเหลือในบางครั้งที่พอช่วยได้ ฉันยิ้มให้กับพี่ๆ โต๊ะข้างๆ เขาชื่อพี่เชนกับพี่คิตตี้ พี่เชนพี่ใหญ่ในแผนกผู้ชายอบอุ่นใจดีกับทุกคนเสมอ พี่คิตตี้สาวสองที่สวยมากภายนอกดูร้ายๆ แต่นิสัยน่ารักมาก ทั้งแผนกสิบกว่าคนก็มีพี่สองคนนี้แหละที่คอยช่วยฉัน ที่เหลือก็แบ่งเป็นสองกลุ่ม กลุ่มพวกพี่ผู้ชายไม่สนโลกไม่ยุ่งกับใครสนใจแค่งานของตัวเอง พวกผู้หญิงรวมทั้งผู้จัดการแผนกพวกนี้ฉันไม่รู้หรอกว่าไปทำอะไรให้ถึงแผ่รังสีแม่มดผู้ร้ายกาจออกมาซะชัดเจนขนาดนั้น ติ้ง ติ้ง นั่งทำงานมาจนจะใกล้เวลาเลิกงานแล้วเสียงข้อความไลน์ก็ดังขึ้น ฉันหยิบโทรศัพท์เครื่องบางไม่ได้หรูหราเหมือนใครๆ ขึ้นมาดูคิดว่าต้องเป็นพวกเพื่อนๆ เหมือนเช่นทุกวัน แต่มันไม่ใช่ ชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอทำให้ใจบางๆ ของอิงชาเต้นไม่เป็นจังหวะ นับจากวันนั้นวันที่เขามาส่งเธอที่หน้าบริษัทวันนั้นเขาก็ไม่เคยติดต่อเธอมาอีกเลย เกือบเดือนแล้วที่เขาหายไป และที่แปลกไปกว่านั้นเขาไม่เคยส่งข้อความหาเธอตอนกลางวันแบบนี้เลย ชั่งใจอยู่นานก็กดเปิดข้อความไลน์ของเขา พายุ: เลิกงานแล้วรีบลงมา พาย
เอ๊ะ นั่นมัน ใช่ ใช่เธอคนที่ทำให้ผมกำลังหงุดหงิดอยู่ตอนนี้ เธอนั่งหลับหัวพิงกระจกอยู่บนรถเมล์คันใหญ่ที่จอดอยู่ข้างๆ ผม หึ เราต้องคุยกัน ผมขับรถไปจอดหน้ารถเมล์ที่จอดรับผู้โดยสารอยู่ เปิดประตูเดินขึ้นรถเมล์คนขับมองหน้าผมแต่ก็ไม่พูดอะไรเพราะหน้าผมตอนนี้พร้อมมีเรื่องมากชนิดที่ใครขัดกูสวนไม่ยั้ง แต่ผมไม่สนหรอกว่าใครจะเป็นยังไงใครจะมองก็ช่างผมสนแค่เธอคนเดียวและต้องคุยกันให้รู้เรื่อง พรึ่บ "โอ้ย!!" ผมเดินไปดึงแขนเธอทั้งๆ ที่ยังหลับอยู่เธอคงร้องด้วยความเจ็บยอมรับว่าผมไม่ได้ออมแรงด้วยความโมโหมีแรงเท่าไหร่ผมใส่หมด "คุณ" เธอตกใจตาโตที่เห็นหน้าผม "....." ผมได้แต่มองเธอนิ่งๆ แล้วกระตุกแขนอีกครั้งให้ลุกเดินตามผมมา "โอ๊ะ" ปัง!!! เอ่อ ฉันตกใจมากที่อยู่เขาก็โผล่มาบนรถเมล์ แล้วก็กระชากลากฉันลงมาจากรถ หน้าตาน่ากลัวมากตั้งแต่รู้จักเขามาตั้งหลายเดือนฉันไม่เคยเห็นเขาน่ากลัวแบบนี้มาก่อนเลย ถึงเขาจะนิ่งจะเย็นชามากแค่ไหน เขาก็ไม่เคยรุนแรงแสดงท่าทางน่ากลัวกับฉันแบบนี้เลย จะรอดมั้ยวะกูเนี่ย เขาลากฉันลงจากรถเมล์แล้วโยนใส่รถหรูแถมปิดประตูดังมาก ดังจนฉันสะดุ้งสุดตัว รถซุปเปอร์คาร์หรูมากแต่ฉันไม่มีเ
1 เดือนต่อมา"โอ้ย ปวดๆ ทำไมมันปวดแบบนี้เนี่ย" แค่ฝึกงานวันแรกมันต้องขนาดนี้เลยหรอเนี่ย ทุกคนรู้มั้ยว่าวันนี้ฉันเจอกับอะไรมาบ้าง วันนี้เป็นวันที่โหดร้ายทีสุดอีกวันหนึ่งของฉันเลยไปฝึกงานอย่างกับไปออกรบ ตึกที่ฉันทำงานมี 8 ชั้น แผนกการตลาดที่ฉันทำงานอยู่ชั้น 4 แล้วบังเอิญว่าลิฟต์เสียไงคะทุกคน ใช้ได้แต่ลิฟต์ของผู้บริหารเท่านั้นซึ่งฉันมันแค่เด็กฝึกงานตัวเล็กๆ ที่ไม่มีสิทธิ์ที่จะไปใช้ลิฟต์ผู้บริหารอย่างใครเค้า เดินขึ้นห้องทำงานแล้วเดินลงกลับห้องอิงชาสบายมากค่ะแค่นี้ แต่มันไม่ใช่แค่นั้นไง ฉันกลายเป็นเด็กเดินเอกสาร เด็กซื้อกาแฟ ซื้อน้ำ ซื้อข้าว เดี๋ยวคนนั้นก็เรียกคนนี้ก็เรียก บางครั้งไปส่งเอกสารชั้น 7 กลับมายังไม่ได้นั่งลงมาชั้น 2 เดินขึ้นชั้น 4 เดินลงชั้น 3 เดินขึ้นชั้น 6 กลับมาชั้น 4 เดินลงชั้น 1 กลับขึ้นชั้น 4 เดินขึ้นชั้น 5วันเดียวไปทั่วตึกแล้วมีชั้นเดียวที่เป็นเขตหวงห้ามสำหรับผู้บริหารเท่านั้นคือชั้น 8 วันทั้งวันฉันเดินขึ้นลงหลายสิบรอบ กว่าจะลากสังขารกลับหอได้แทบหมดลมหายใจ คิดว่าจะไม่รอดถึงห้องซะแล้วติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ดควานหาที่มาของเสียง โอ้ย เหมือนพึ่งจะได้นอนต้องตื่นอีกแล้







