LOGINตอนที่เจ็ดสิบห้า (ตอนจบ)ลูซได้แต่ปลงตกเมื่อลูกชายคนสุดท้องดันชอบกลิ่นของเจ้าต้นที่อยู่ตรงหน้า แถมยังทำหน้าอ้อนสุดชีวิตเพื่อจะได้ลิ้มรสมันสักครั้ง แล้วคนเป็นป๊ะป๋ากับหม่ามี้จะทำอะไรได้นอกจากต้องตามใจเจ้าตัวน้อยไปก่อน ส่วนบรรดาคนอื่นๆ ก็ไม่รู้ว่าจะวิ่งหนีไปไหมถ้าหากลูซปอกเปลือกมันขึ้นมา ว่าแต่เรายังมีโทนี่กับโจดินอยู่ด้วยนี่หน่า ใช้เจ้าพี่เลี้ยงทั้งสองทำให้ก็แล้วกัน"ฮ่ะๆๆๆ มีอยู่คนเดียวที่หอมสินะ ต้นนี้เรียกว่าต้นทุเรียนครับ เป็นผลไม้ชนิดหนึ่งผลของมันมีเปลือกแข็งและมีลักษณะเป็นหนาม แต่หากแกะออกมาจะพบเนื้อผลไม้ที่มีสีเหลืองสวย เพียงแต่หม่ามี้ไม่ชอบกลิ่นของมันเลยไม่เคยคิดที่จะปลูกเลย ไม่คิดไม่ฝันจริงๆ ว่ามันจะมีโผล่ออกมาเป็นดงแบบนี้""พี่ไม่ชอบกลิ่นของมันเลยครับ กลิ่นมันเหมือนกำมะถันเลย หนูแน่ใจนะครับว่ามันกินได้""กินได้จริงๆ ครับ แต่ก็ขึ้นอยู่กับคนชอบไม่ชอบด้วย อย่างหนูก็ไม่กินเนื้อทุเรียนแบบที่สุกแล้ว แต่จะกินแบบที่เอาเนื้อของผลที่ยังไม่สุกไปทอดจนกรอบมากกว่า อันนั้นนะกินทั้งวันก็ยังได้แต่ถ้าลูกสุกที่มีกลิ่นแบบนี้หนูไม่ชอบเลยสักกะนิดเดียว""พี่นิวว่ามันเหม็นแต่ก็เหมือนจะหอมแต่ก็กลิ่นแ
ตอนที่เจ็ดสิบสี่ร้านหมูปิ้งอวกาศถูกผู้คนทั้งจักรวรรดิให้ความสนใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นเมนูที่ทานง่ายอิ่มนานราคาไม่แพง และที่สำคัญคือเจ้าของร้านและพนักงานในร้านที่เรียกได้ว่าทำเอาคนที่มีเวลาต้องหาทางมาเยี่ยมเยือนสักครั้ง"หมูปิ้งอร่อยๆ ครับผม หมูปิ้งไม้ละสามเหรียญ ข้าวเหนียวห่อละห้าเหรียญเท่านั้น ถ้ารับข้าวเหนียวสองและหมูปิ้งสิบไม้ แถมฟรีรอยยิ้มกระชากใจจากน้องเรนน์และน้องมินเป็นของแถมนะครับ ถ้าซื้อเกินร้อยเหรียญจะได้รับการส่งจุ๊บจากเจ้าจิ๋วทั้งหลายด้วยนะครับผม""ปิ้งหย่อย" อเรสช่วยพี่ชายขายของด้วยการนั่งแทะหมูปิ้งโชว์ลูกค้าจนกระทั่งเหลือแต่ไม้ก็เริ่มทำหน้านิ่วแล้วยืนมือไปหยิบหมูปิ้งอันใหม่มาแทะต่อ"หย่อยมั่กๆ ยับกังเยย" ไซอัสที่พยายามขายของให้ได้เยอะที่สุดก็ถึงกับกินให้ดูเพื่อรับประกันความอร่อย"อุกหนุงเยอะๆ นะงับ" ลูมินที่อิ่มแล้วจึงทำหน้าที่อวดไม้ปิ้งหมูพร้อมแจกยิ้มหวานด้วยแก้มยุ้ยที่เปื้อนไปด้วยซอสที่หมักหมูปิ้ง"ฉื้อแย้วหยอกปุกงับ" น้องเรนน์ทำหน้าที่ยิ้มหวานและเก็บเงินจากคุณลูกค้า โดยมีกระปุกออมสินรูปหมูที่ใช้ทำหน้าที่เป็นเครื่องสแกนจ่ายเงินสำหรับลูกค้าภาพของเด็กจิ๋วทั้งสี่แล
ตอนที่เจ็ดสิบสามหลังจากประกาศเรื่องร้านออกมาแล้วน้องนิวก็เดินไปหาป๊ะป๋ากับหม่ามี้ที่ยืนอยู่ข้างๆ แล้วยิ้มแฉ่งออกมาอยากภูมิใจว่าทำหน้าที่สำเร็จ ก่อนจะเป็นคาร์ลและลูซที่เอ่ยปากขอบคุณแขกทุกคนที่มาร่วมงาน รวมถึงทุกคนที่ดูถ่ายทอดสดผ่านช่องของน้องนิว ตามด้วยลูซที่พูดกล่าวถึงความภาคภูมิใจในลูกชายตัวน้อยทั้งห้าคนที่ร่วมกันออกแบบร้านนี้ออกมา"เอาละครับ ผมว่าตอนนี้ถึงเวลาที่เหมาะสมจะเปิดงานฉลองวันเกิดของอเรส ไซอัส ลูมินและน้องเรนน์แล้ว ได้เวลาให้เด็กจิ๋วเป่าเค้กกันแล้วครับ"ว่าจบไฟในงานก็หรี่ลงทำเอาสี่จิ๋วขยับตัวเบียดกันมากขึ้นด้วยความตื่นเต้น เพราะหม่ามี้บอกแล้วว่าให้รอทุกคนร้องเพลงจบก่อนถึงเป่าเทียนได้ ต่างคนต่างตั้งใจฟังเสียงร้องเพลงวันเกิดของทุกคนด้วยใจจดจ่อ จนเมื่อเพลงจบสี่จิ๋วก็ร่วมกันเป่าเค้กก้อนอ้วนพร้อมกันจนเปลวเทียนดับลง"สุขสันต์วันเกิดนะครับจิ๋วจิ๋ว พี่นิวรักจิ๋วจิ๋วทุกคนเลย""ขอให้เป็นเด็กดีของหม่ามี้ตลอดไปเลยนะครับเด็กๆ""หนึ่งขวบแล้วนะเจ้าตัวแสบ ต่อจากนี้ก็แกล้งป๊ะป๋าให้น้อยลงนะครับ"แต่คำอวยพรไหนเลยจะเข้าหัว เจ้าจิ๋วทั้งสี่เมื่อเป่าเทียนเสร็จก็สามัคคีกันเอามืออ้วนป้อมหยิบเค้กเข
ตอนที่เจ็ดสิบสองคาร์ลที่ไม่ได้ละเอียดอ่อนอะไรทั้งยังมีนิสัยขี้แกล้ง เผลอตัวเอ่ยแซวเจ้าจิ๋วทั้งสี่ที่เพิ่งจะหยุดร้องไปได้ไม่นานออกมาอย่างมันเขี้ยว แต่พอเจ้าจิ๋วทั้งสี่ได้ยินเท่านั้นแหละ สายตาพิฆาตทั้งสี่คู่ก็ถูกส่งมาหาป๊ะป๋าในทันทีพร้อมเสียงพ่นน้ำลายอย่างพร้อมเพรียงกัน ทำเอาลูซถึงกับหัวเราะจนเจ็บท้องเพราะป๊ะป๋าคนดีไม่ว่ากับลูกคนไหนก็บ่นป๊ะป๋ากันหมด"บู้ว!!!!""โอ๋ๆ ไม่บ่นป๊ะป๋ากันแล้วเน๊อะ เดี๋ยวหม่ามี้จะรีบชงนมขวดให้นะครับเด็กๆ พี่นิวอยากช่วยหม่ามี้ไหมครับ""ได้เลยครับ น้องนิวจะช่วยหม่ามี้ชงนมขวดให้น้องเอง พี่นิวเก่งมากรับรองว่าชงอร่อยแน่นอนใช่ไหมจิ๋วจิ๋ว""แอ๊!!!!"เจ้าจิ๋วทั้งสี่ส่งเสียงขานรับพี่ชายทันทีก่อนจะถูกอุ้มกลับไปนอนในยานเด็กที่ทำหน้าที่ได้หลายอย่าง รวมถึงการเป็นเปลนอนแบบในตอนนี้ที่กำลังมีเจ้าจิ๋วทั้งสี่นอนดีดขาสั้นป้อมไปมาเพื่อรอนมขวด ยานบินเด็กรุ่นเก่านอกจากลอยจากพื้นได้แล้วยังโยกไปมากล่อมเด็กได้อีกด้วย แต่รุ่นปรับปรุงที่คาร์ลได้มาใหม่นั้นจะเชื่อมต่อกับเอไอของเจ้าจิ๋วทั้งสี่และทำหน้าที่ประหนึ่งพี่เลี้ยงและคุณหมอไปในตัวรวมทั้งมีฟังก์ชันอารักขาความปลอดภัยขั้นสูงสุดที่เชื่
ตอนที่เจ็ดสิบเอ็ดหลังจากหลงลืมไปนานว่าอยากมีร้านขายข้าวเหนียวหมูปิ้งเป็นของตัวเอง ในที่สุดลูซก็ได้เริ่มต้นโครงการร้านขายหมูปิ้งบริเวณหน้าบ้านของตัวเอง โดยแบ่งพื้นที่ริมประตูบ้านบริเวณด้านขวาทำการสร้างร้านขายหมูปิ้งที่มีรูปร่างเป็นหมูสีชมพูถือหมูปิ้งและข้าวเหนียวในมืออย่างละข้างชูขึ้นฟ้า พร้อมกับชื่อร้านตัวใหญ่ว่า "หมูปิ้งอวกาศ"การเริ่มสร้างร้านไม่ใช่เรื่องยุ่งยาก แต่ที่ยากคือจัดการกับพนักงานตัวน้อยของร้านที่ไม่ว่าอย่างไรก็อยากออกความเห็นอยากช่วยไปเสียหมด แต่ดูเหมือนเจ้าจิ๋วทั้งสี่จะลืมไปว่าตนเองนั้นเพิ่งจะอายุได้เพียงหกเดือนเท่านั้น ส่วนน้องนิวที่อยากให้น้องชายทั้งสี่ได้มีส่วนร่วมในการสร้างร้านของหม่ามี้ก็พยายามหาทุกทางที่น้องชายตัวจิ๋ววัยหัดคลานจะมีส่วนร่วมได้ด้วยจนกระทั่งแผนการดึงดูดลูกค้าของผู้เป็นพี่ชายถูกนำเสนอกับป๊ะป๋าหม่ามี้ว่านอกจากจะขายข้าวเหนียวและหมูปิ้งแล้วนั้น บ้านเราจะขายความน่ารักของเจ้าจิ๋วทั้งสี่ไปด้วย ไม่ว่าจะเอามานั่งเรียกลูกค้า แจกยิ้มหวานให้ลูกค้า หรือแม้แต่ช่วยพิสูจน์ความอร่อยก็พร้อมรับหน้าที่ ซึ่งเจ้าจิ๋วทั้งสี่ก้ไม่ได้ทำให้ผิดหวังแต่อย่างใด เพราะพอพี่ชายเสนอ
ตอนที่เจ็ดสิบเมื่ออายุได้เจ็ดเดือนเจ้าจิ๋วทั้งสี่ก็เริ่มปฏิบัติการคลานไปทั่วบ้านด้วยความเร็วสูง ชนิดที่หุ่นยนต์ทำความสะอาดไม่ต้องทำงานกันเลยทีเดียว เพราะพอคลานเป็นก็คลานไม่หยุดคลานจนแม้แต่โทนี่กับโจดินยังตามจับไม่ทัน หนักสุดคือหัดสอนกันให้คลานลงจากที่นอนได้ด้วย โดยมีไซอัสแล้วน้องเรนน์เป็นตัวเริ่มด้วยการโยนหมอนโยนผ้าห่มลงจากเตียงแล้วก็คุยกันเองด้วยภาษาทารกที่ผู้ใหญ่ไม่มีทางเข้าใจได้"อัสโยนหมอนกะห่มลงไปเลย เดี๋ยวเรนจะหย่อนก้นลงเอา""ได้เลย อัสเอาผ้าห่มลงด้วยจะได้นุ่ม เรสกะมินทำตามเร็วจะได้ไปหาหม่ามี้กัน"ถือว่าเป็นโชคดีที่ลูซวางแผนการสร้างบ้านเป็นบ้านชั้นเดียวมาตั้งแต่แรก ไม่อย่างนั้นคงต้องปวดหัวเพิ่มกับบันไดบ้านแน่นอน เพราะสี่จิ๋วนั้นทั้งดื้อทั้งซนเล่นได้ทั้งวัน ขนาดหุ่นยนต์ที่ว่าแน่อย่างโจดินก็ยังมีช่วงเวลาที่ต้องขอเวลานอกเพราะแยกร่างไม่ทัน"เรสโยนหมอนลงแล้ว มินค่อยๆ เอาก้นกะขาลงมาก่อน""มินกลัวแต่มินจะเชื่อทุกคนก็ได้"ว่าแล้วเจ้าสี่จิ๋วที่คุยรู้เรื่องกันเองสี่คนก็เริ่มปฏิบัติการหย่อนก้นลงจากที่นอนอย่างพร้อมเพรียงกัน ที่นอนที่ลูซและน้องนิวจัดวางให้เจ้าแฝดทั้งหลายไม่ได้สูงจากพื้นมากน







