LOGINตอนที่เจ็ด
ท่านนายพลคาร์ลและร้อยเอกเซตต์ทำทีคุยกัน แล้วก็เดินตามลูซที่อุ้มน้องนิวมาล้างมืออย่างไม่ทุกข์ร้อนอันใด ราวกับว่าการบุกรุกบ้านคนอื่นเพียงเพื่ออาหารหอมๆ นั้นไม่ใช่เรื่องผิดบาปเลยแม้แต่นิดเดียว ไหนจะส่งเด็กไปหลอกล่อเพื่อขอส่วนแบ่งของตัวเองอีก
แต่ละคนต่างเดินตามลูซเข้าห้องครัวแล้วพากันล้างมือจนสะอาด จากนั้นเดินตามลูซกลับมาที่โต๊ะอาหารพร้อมทำตาปริบๆ เพราะไม่รู้จะเริ่มยังไงก่อนดี เนื่องจากไม่มีใครในจักรวรรดิเคยทำข้าวเหนียวออกมาอร่อยและกินได้เลยสักครั้ง ทหารหนุ่มทั้งเจ้านายและลูกน้องจึงทำได้แค่นั่งรอไปก่อน
"มาครับผมขออนุญาตสาธิตวิธีกินข้าวเหนียวให้อร่อยนะครับ ให้แต่ละคนตักกุ้งทอดกับหมึกทอดใส่จานไปก่อน แล้วใช้มือที่สะอาดดีแล้วแตะที่ตัวกุ้งหรือหมึกก็ได้ครับ เพราะเป็นของทอดจึงมีน้ำมันอยู่และน้ำมันนี่แหละครับที่จะทำให้ข้าวไม่ติดมือเรา จากนั้นก็ถูๆ ปลายนิ้วกับมือข้างที่เราจะใช้ปั้นข้าวนะครับถูมือพอให้มีน้ำมันเคลือบไม่ต้องมากนะครับ อย่างผมมือจะใช้ซ้ายปั้นข้าวเหนียวมือขวาหยิบกับข้าวครับ"
แขกผู้มาเยือนพยายามเรียนรู้อย่างตั้งใจ ทำตามโดยไม่มีปริปากบ่นแม้การกินอาหารด้วยมือจะดูแปลกแต่กลับน่าสนใจ โดยเฉพาะกับคุณชายนีโอ โรห์นที่ดูตื่นตาตื่นใจสุดกับการได้ปั้นข้าวเหนียว
"หม่ามี้ๆ น้องนิวปั้นได้"
"เก่งมากครับ ทีนี้ก็หยิบหมูปิ้งมากัดหนึ่งคำแล้วก็ตามด้วยข้าวเหนียวที่ปั้นรอไว้ อ้าม!"
เพราะสอนน้องนิวเป็นหลักคนรักเด็กอย่างลูซจึงใช้คำพูดที่ออกจะน่ารักไปสักหน่อยในการสาธิต ส่วนคนทำตามก็ทำได้น่ารักน่าเอ็นดูมากๆ หมูปิ้งของน้องนีโอจะถูกรูดออกจากไม้ที่ใช้ปิ้งแยกใส่จานให้ก่อนแล้ว น้องนีโอจึงทำเพียงหยิบหมูปิ้งกับข้าวเหนียวเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ จนแก้มยุ้ยน่าฟัดน่าหอม
"งั่มๆ อาหย่อยฉุดๆ"
เด็กน้อยแก้มยุ้ยเคี้ยวไปชมไป ส่วนคนพ่อและพี่เลี้ยงส่วนตัวก็ก้มหน้าก้มตากินเหมือนปอบลง หมูปิ้งหลายสิบไม้ถูกสองคนนั้นกินเอาๆ จนต้องส่งสัญญาณให้โทนี่ไปเอามาเพิ่ม ดีนะที่ย่างเพิ่มจนได้เกือบร้อยไม้แต่ท่านนายพลกินเยอะเกินไปรึเปล่านะ นั่นปาไปไม้ที่สามสิบกับข้าวเหนียวกล่องที่หกแล้วนะท่าน
"อร่อยมากๆ ฉันไม่เคยรู้สึกอร่อยและอิ่มแบบนี้มาก่อนเลย"
ไม่อิ่มสิแปลก ลูซได้แต่แอบคิดอยู่ในใจไม่กล้าพูดมันออกไปก่อนจะมองดูเศษซากอารยธรรม ดีนะที่โทนี่กับโจดินยังได้กินด้วยแม้จะดูแปลกที่หุ่นยนต์มานั่งทานข้าวด้วยแต่ทุกคนเข้าใจได้จึงไม่มีใครพูดอะไร แถมน้องนีโอลูกท่านนายพลดูจะชอบใจโจดินเป็นพิเศษอีกด้วยเพราะรูปลักษณ์ที่ไม่ซ้ำใครทำเอาเด็กน้อยมองตามตลอด
"หม่ามี้ครับ นี่พี่หุ่นยนต์ของหม่ามี้เหรอครับ"
"ใช่แล้วครับ ที่แต่งตัวใส่ชุดสวยๆ คือคุณโทนี่ ส่วนคุณโจดินคือหุ่นยนต์สีดำเหลืองเล่นสีให้ลวดลายคล้ายเสือโคร่งแต่สามารถทำงานบ้านได้ดีเลิศ ล้างจานเก่งที่หนึ่งของจักรวรรดิเลยนะครับพี่ลูซรับรองประกันได้เลย"
"พี่โจดินเท่มาก พี่โทนี่ก็หล่อมาก แต่น้อยกว่าป๊ะป๋านิดหน่อย ส่วนหม่ามี้สวยที่สุดเลยน้องนิวชอบมาก ทำอาหารก็อร่อยที่หนึ่งเลยอร่อยที่สุดของที่สุดของจักรวรรดิและดวงดาวนับล้านเลย"
ลูซอดอมยิ้มไม่ได้เพราะคำชมเจ้าคุณชายตัวน้อยนั้นทำเอาคนทำอาหารแทบจะเท้าไม่ติดพื้น ไหนจะความน่ารักน่าเอ็นดูที่อยากขอเอามาเลี้ยงที่บ้านมากๆ จนเหมือนเจ้าตัวน้อยจะรู้ทันว่าคนสวยกำลังใจอ่อนจึงกอดแขนอ้อนแล้วเอาแก้มถูไถไปมาก่อนจะเงยหน้ามองตาแป๋ว
"หม่ามี้ทำอาหารให้น้องกินทุกวันได้ไหมครับ"
โดนตากลมใสล่อหลอกจนเผลอพยักหน้ารับไปโดยไม่รู้ตัวก่อนจะรีบปฏิเสธอย่างเร็วเพราะกลัวพ่อเขาจะฆ่าทิ้งเอาได้
"ไม่ได้หรอกนะครับ พี่ลูซพักอยู่ที่นี่ไม่นานมาก หลังจากก่อสร้างบ้านเสร็จก็จะไปอยู่ที่บ้านแล้ว แต่ว่าถ้าบ้านของพี่ลูซสร้างเสร็จน้องนิวสามารถไปทานอาหารที่บ้านพี่ลูซได้นะครับ เพราะว่าพี่ลูซจะเปิดร้านขายข้าวเหนียวหมูปิ้งที่น้องนิวเพิ่งได้กินไปยังไงละครับ น้องนิวว่าพี่ลูซจะขายได้รึเปล่าเอ่ย แล้วท่านนายพลกับร้อยเอกเซตต์ละครับ หมูปิ้งของผมพอจะขายได้รึเปล่า?"
ถึงจะมั่นใจในฝีมือแต่ก็ต้องการคนมาการันตีว่าอาหารที่เราทำนั้นอร่อยอยู่ดีนั่นแหละ และเพื่อความมั่นใจจึงเริ่มสอบถามท่านนายพลถึงเรื่องโรคที่เป็นกันมากในคนที่มีพลังระดับสูง นั่นคือทานอาหารแคปซูลแล้วร่างกายดูดซึมได้ไม่หมดทำให้ต้องกินในปริมาณมากกว่าคนอื่นๆ แถมอาหารปรุงสุกนอกจากจะไม่อร่อยแล้วยังมีราคาแพงมากอีกด้วย
"อร่อยมากเลยครับน้องลูซ รับรองว่าถ้าทำขายละก็ต้องมีทหารมายืนต่อแถวยาวเหยียดแน่นอนครับ เพราะนี่แทบจะเป็นครั้งแรกในรอบสามปีเลยนะที่พี่กินอาหารแล้วรู้สึกว่าได้กินอาหารจริงๆ แถมอิ่มมากพลังงานก็ท่วมท้นจนรู้สึกว่าสามารถบังคับยานบินต่อสู้ได้ยาวนานครึ่งวันโดยไม่ต้องกินอาหารแคปซูลเสริมตลอดทุกครึ่งชั่วโมงอีกด้วยนะ ท่านนายพลก็รู้สึกใช่ไหมครับ"
ลูซนั่งมองตาแป๋วเพราะลุ้นเหมือนกันว่าได้ผลจริงไหม เพราะจากโลกเดิมที่จากมาข้าวเหนียวให้พลังงานสูงมาก แล้วเมนูที่ตนเลือกมาอย่างหมูปิ้งก็ให้พลังงานสูง ไม่แปลกใจหากเหล่าทหารที่มีพลังจิตสูงๆ กินเข้าไปแล้วจะรู้สึกอิ่มกว่าที่เคยกินมา
"ฉันรู้สึกได้ว่าพลังจิตของฉันเสถียรมากขึ้น และน่าจะใช้งานได้นานเป็นวันจากการที่กินอาหารของเธอจนหมดในวันนี้ เอาเป็นว่าฉันจะสั่งวัตถุดิบมาชดเชยให้ทั้งยังจะสั่งมาเพิ่มในจำนวนมากอีกด้วย เพราะน้องนิวก็มีอาการเหมือนกับพวกผู้ใหญ่เพราะกินยังไงก็ไม่รู้สึกอิ่ม และมีอาหารของเธอเท่านั้นที่ทำให้ลูกชายของฉันยิ้มมีความสุขได้มากขนาดนี้"
"หม่ามี้ให้น้องนิวมากินข้าวด้วยทุกวันเลยได้ไหมครับ?"
ลูซอยากปฏิเสธใจจะขาดแต่เขากลับโดนตากลมๆ ของน้องนิวทำใจอ่อนยวบ ยิ่งคิดว่าน้องนิวอายุแค่สามขวบแต่กลับต้องกินแต่อาหารแคปซูลแล้วความรู้สึกรับไม่ได้ก็ก่อเกิดขึ้นมา จนเปลี่ยนเป็นความต้องการที่จะปกป้องเด็กน้อยแสนน่ารักคนนี้ให้ได้มีความสุขกับการได้กินของอร่อยอย่างเช่นที่ตนเคยได้กินมาตลอดในโลกก่อน
"ได้สิครับ ในระหว่างที่ยังสร้างบ้านไม่เสร็จก็มาทานด้วยกันที่ห้องพี่ลูซดีไหมครับ หรือระหว่างที่คุณพ่อของน้องนิวไปทำงานจะมาช่วยพี่ทำขนมก็ได้นะ จริงด้วยพี่อบขนมทิ้งไว้อีกอย่างแต่ไม่มากเท่าไหร่ อันนี้เรียกว่าพุดดิ้งทำจากนมไข่แล้วก็น้ำตาล นุ่มๆ นิ่มๆ หอมหวานน้องนิวน่าจะชอบ ท่านนายพลจะอนุญาตไหมครับถ้าผมจะเอาขนมมาให้น้องนิวได้ลองชิมดูสักหน่อย"
"ผมขอด้วยได้ไหมครับ?"
ไม่ต้องรอให้ท่านนายพลตอบเพราะร้อยเอกเซตต์ออกตัวแทนไปก่อนแล้วด้วยความที่ติดใจในรสชาติหมูปิ้งกับข้าวเหนียว ไหนจะกุ้งทอดหมึกทอดที่กรอบนอกนุ่มในกินกับข้าวเหนียวได้อร่อยจนไม่อยากกลับเข้าค่ายทหาร อยากอยู่ช่วยเลี้ยงคุณชายน้อยที่ห้องเด็กหนุ่มที่เพิ่งเจอกันครั้งแรกมากกว่า
"ขอโทษด้วยที่รบกวนเธอ"
"ไม่เป็นไรครับไม่เป็นไร ยังไงผมก็ตั้งใจทำเยอะๆ กะว่าจะลองเอาไปแจกให้พวกคุณทหารได้ชิมกันแต่แรกอยู่แล้ว แต่ดูเหมือนตอนนี้น่าจะเหลือไม่พอแจกแล้วล่ะครับ ถ้างั้นก็รับพุดดิ้งเป็นขนมตบท้ายกันดีกว่านะครับ น้องนิวเพิ่งสามขวบต้องนอนกลางวันผมไม่อยากให้เลยเวลานอนกลางวันของน้องแล้วก็ไม่อยากให้นอนตอนที่เพิ่งกินอิ่มๆ ด้วย เดี๋ยวจะปวดท้องเอาได้"
"หม่ามี้น้องนิวไม่ปวดท้องแล้ว ท้องสบายมาก"
น้องนิวหรือเด็กชายนีโอ โรห์นได้ทำการเปิดเสื้อโชว์พุงน้อยๆ ที่กลมกระปุ๊กลุกน่ารักให้ดู ทำเอาลูซคันไม้คันมืออยากจับฟัดพุงมาก
"ถ้าอย่างนั้นน้องนิวนั่งรอกับคุณพ่อก่อนนะครับ พี่ลูซจะรีบไปตักขนมมาให้"
ลูซรีบเดินเข้าครัวโดยมีโทนี่และโจดินเข้าไปช่วยจัดขนมใส่จาน มีประดับตกแต่งด้วยผลไม้เชื่อมและขนมปังอาบเนยและไอศกรีมนมที่ทำขึ้นมาเองแบบง่ายๆ ประดับตกแต่งอย่างสวยงามจนแม้แต่โจดินและโทนี่ยังอดไม่ได้ต้องแอบถ่ายรูปเก็บไว้
ต่างจากอีกด้านของแขกทั้งสามคนที่กำลังนั่งรอด้วยแววตาและท่าทางที่แตกต่างกันออกไป โดยเฉพาะท่านนายพลที่เหมือนจะรู้ทันความคิดลูกชายของตนเองจนต้องเอ่ยปากถามขึ้นมาให้ตอนที่คนต้นเหตุไม่อยู่พอดี
"น้องนิวกำลังวางแผนอะไรอยู่ครับ ทำไมเรียกพี่เขาแบบนั้น"
"ป๊ะป๋าไม่รู้อะไรซะแล้ว น้องนิวไม่ได้วางแผนอะไรทั้งนั้นแต่น้องนิวหาหม่ามี้ของน้องนิวเจอแล้ว ทั้งสวยทั้งเก่งทั้งใจดีถ้าป๊ะป๋าจีบไม่ติดน้องนิวจะหอบของหนีออกจากบ้านเลย"
ด้วยความที่เป็นผู้มีพลังระดับ S ถึงจะอายุสามขวบแต่ก็เจริญเติบโตทางด้านสติปัญญามากกว่าคนอื่น สังเกตได้จากการที่น้องนิวพูดชัดกว่าเด็กวัยเดียวกันมาก ทั้งยังเจ้าเล่ห์เป็นจอมวางแผนตั้งแต่เด็ก แถมตอนนี้กำลังมีแผนการใหญ่คือหาหม่ามี้ให้ตัวเองอีกด้วย
"ถามพี่เขาหรือยังว่าอยากเป็นหม่ามี้น้องนิวไหม?"
"หรือป๊ะป๋าจะบอกว่าไม่อยากให้พี่คนสวยมาเป็นหม่ามี้ของน้องนิวกันล่ะ น้องนิวรู้ทันนะ!"
"หึๆ ฉลาดจนน่าจับตีก้น แต่ก็ดีงานนี้ถือว่าเราได้ผลประโยชน์กันทั้งคู่ ป๊ะป๋าดีล"
"น้องนิวก็ดีลด้วย"
ร่างเล็กกลมป้อมของเด็กวัยสามขวบพยักหน้าหงึกหงักอย่างพึงพอใจ เพราะในที่สุดก็จะมีหม่ามี้เป็นของตัวเองแล้ว ทั้งสวยทั้งทำอาหารอร่อยผู้คนทั้งจักรวรรดิต้องอิจฉาน้องนิวแน่นอน แถมป๊ะป๋าก็จ้องพี่คนสวยไม่หยุดน้องนิวรู้นะว่าป๊ะป๋าก็ชอบพี่คนสวย คิกๆ
"ก่อนจะวางแผนกัน ทั้งสองคนช่วยถามน้องลูซก่อนไหมครับว่าอยากเป็นหม่ามี้น้องนิวไหม เล่นมัดมือชกแบบนี้ไม่น่ารักเลยครับ เฮ้อ!"
ตอนที่เจ็ดสิบห้า (ตอนจบ)ลูซได้แต่ปลงตกเมื่อลูกชายคนสุดท้องดันชอบกลิ่นของเจ้าต้นที่อยู่ตรงหน้า แถมยังทำหน้าอ้อนสุดชีวิตเพื่อจะได้ลิ้มรสมันสักครั้ง แล้วคนเป็นป๊ะป๋ากับหม่ามี้จะทำอะไรได้นอกจากต้องตามใจเจ้าตัวน้อยไปก่อน ส่วนบรรดาคนอื่นๆ ก็ไม่รู้ว่าจะวิ่งหนีไปไหมถ้าหากลูซปอกเปลือกมันขึ้นมา ว่าแต่เรายังมีโทนี่กับโจดินอยู่ด้วยนี่หน่า ใช้เจ้าพี่เลี้ยงทั้งสองทำให้ก็แล้วกัน"ฮ่ะๆๆๆ มีอยู่คนเดียวที่หอมสินะ ต้นนี้เรียกว่าต้นทุเรียนครับ เป็นผลไม้ชนิดหนึ่งผลของมันมีเปลือกแข็งและมีลักษณะเป็นหนาม แต่หากแกะออกมาจะพบเนื้อผลไม้ที่มีสีเหลืองสวย เพียงแต่หม่ามี้ไม่ชอบกลิ่นของมันเลยไม่เคยคิดที่จะปลูกเลย ไม่คิดไม่ฝันจริงๆ ว่ามันจะมีโผล่ออกมาเป็นดงแบบนี้""พี่ไม่ชอบกลิ่นของมันเลยครับ กลิ่นมันเหมือนกำมะถันเลย หนูแน่ใจนะครับว่ามันกินได้""กินได้จริงๆ ครับ แต่ก็ขึ้นอยู่กับคนชอบไม่ชอบด้วย อย่างหนูก็ไม่กินเนื้อทุเรียนแบบที่สุกแล้ว แต่จะกินแบบที่เอาเนื้อของผลที่ยังไม่สุกไปทอดจนกรอบมากกว่า อันนั้นนะกินทั้งวันก็ยังได้แต่ถ้าลูกสุกที่มีกลิ่นแบบนี้หนูไม่ชอบเลยสักกะนิดเดียว""พี่นิวว่ามันเหม็นแต่ก็เหมือนจะหอมแต่ก็กลิ่นแ
ตอนที่เจ็ดสิบสี่ร้านหมูปิ้งอวกาศถูกผู้คนทั้งจักรวรรดิให้ความสนใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นเมนูที่ทานง่ายอิ่มนานราคาไม่แพง และที่สำคัญคือเจ้าของร้านและพนักงานในร้านที่เรียกได้ว่าทำเอาคนที่มีเวลาต้องหาทางมาเยี่ยมเยือนสักครั้ง"หมูปิ้งอร่อยๆ ครับผม หมูปิ้งไม้ละสามเหรียญ ข้าวเหนียวห่อละห้าเหรียญเท่านั้น ถ้ารับข้าวเหนียวสองและหมูปิ้งสิบไม้ แถมฟรีรอยยิ้มกระชากใจจากน้องเรนน์และน้องมินเป็นของแถมนะครับ ถ้าซื้อเกินร้อยเหรียญจะได้รับการส่งจุ๊บจากเจ้าจิ๋วทั้งหลายด้วยนะครับผม""ปิ้งหย่อย" อเรสช่วยพี่ชายขายของด้วยการนั่งแทะหมูปิ้งโชว์ลูกค้าจนกระทั่งเหลือแต่ไม้ก็เริ่มทำหน้านิ่วแล้วยืนมือไปหยิบหมูปิ้งอันใหม่มาแทะต่อ"หย่อยมั่กๆ ยับกังเยย" ไซอัสที่พยายามขายของให้ได้เยอะที่สุดก็ถึงกับกินให้ดูเพื่อรับประกันความอร่อย"อุกหนุงเยอะๆ นะงับ" ลูมินที่อิ่มแล้วจึงทำหน้าที่อวดไม้ปิ้งหมูพร้อมแจกยิ้มหวานด้วยแก้มยุ้ยที่เปื้อนไปด้วยซอสที่หมักหมูปิ้ง"ฉื้อแย้วหยอกปุกงับ" น้องเรนน์ทำหน้าที่ยิ้มหวานและเก็บเงินจากคุณลูกค้า โดยมีกระปุกออมสินรูปหมูที่ใช้ทำหน้าที่เป็นเครื่องสแกนจ่ายเงินสำหรับลูกค้าภาพของเด็กจิ๋วทั้งสี่แล
ตอนที่เจ็ดสิบสามหลังจากประกาศเรื่องร้านออกมาแล้วน้องนิวก็เดินไปหาป๊ะป๋ากับหม่ามี้ที่ยืนอยู่ข้างๆ แล้วยิ้มแฉ่งออกมาอยากภูมิใจว่าทำหน้าที่สำเร็จ ก่อนจะเป็นคาร์ลและลูซที่เอ่ยปากขอบคุณแขกทุกคนที่มาร่วมงาน รวมถึงทุกคนที่ดูถ่ายทอดสดผ่านช่องของน้องนิว ตามด้วยลูซที่พูดกล่าวถึงความภาคภูมิใจในลูกชายตัวน้อยทั้งห้าคนที่ร่วมกันออกแบบร้านนี้ออกมา"เอาละครับ ผมว่าตอนนี้ถึงเวลาที่เหมาะสมจะเปิดงานฉลองวันเกิดของอเรส ไซอัส ลูมินและน้องเรนน์แล้ว ได้เวลาให้เด็กจิ๋วเป่าเค้กกันแล้วครับ"ว่าจบไฟในงานก็หรี่ลงทำเอาสี่จิ๋วขยับตัวเบียดกันมากขึ้นด้วยความตื่นเต้น เพราะหม่ามี้บอกแล้วว่าให้รอทุกคนร้องเพลงจบก่อนถึงเป่าเทียนได้ ต่างคนต่างตั้งใจฟังเสียงร้องเพลงวันเกิดของทุกคนด้วยใจจดจ่อ จนเมื่อเพลงจบสี่จิ๋วก็ร่วมกันเป่าเค้กก้อนอ้วนพร้อมกันจนเปลวเทียนดับลง"สุขสันต์วันเกิดนะครับจิ๋วจิ๋ว พี่นิวรักจิ๋วจิ๋วทุกคนเลย""ขอให้เป็นเด็กดีของหม่ามี้ตลอดไปเลยนะครับเด็กๆ""หนึ่งขวบแล้วนะเจ้าตัวแสบ ต่อจากนี้ก็แกล้งป๊ะป๋าให้น้อยลงนะครับ"แต่คำอวยพรไหนเลยจะเข้าหัว เจ้าจิ๋วทั้งสี่เมื่อเป่าเทียนเสร็จก็สามัคคีกันเอามืออ้วนป้อมหยิบเค้กเข
ตอนที่เจ็ดสิบสองคาร์ลที่ไม่ได้ละเอียดอ่อนอะไรทั้งยังมีนิสัยขี้แกล้ง เผลอตัวเอ่ยแซวเจ้าจิ๋วทั้งสี่ที่เพิ่งจะหยุดร้องไปได้ไม่นานออกมาอย่างมันเขี้ยว แต่พอเจ้าจิ๋วทั้งสี่ได้ยินเท่านั้นแหละ สายตาพิฆาตทั้งสี่คู่ก็ถูกส่งมาหาป๊ะป๋าในทันทีพร้อมเสียงพ่นน้ำลายอย่างพร้อมเพรียงกัน ทำเอาลูซถึงกับหัวเราะจนเจ็บท้องเพราะป๊ะป๋าคนดีไม่ว่ากับลูกคนไหนก็บ่นป๊ะป๋ากันหมด"บู้ว!!!!""โอ๋ๆ ไม่บ่นป๊ะป๋ากันแล้วเน๊อะ เดี๋ยวหม่ามี้จะรีบชงนมขวดให้นะครับเด็กๆ พี่นิวอยากช่วยหม่ามี้ไหมครับ""ได้เลยครับ น้องนิวจะช่วยหม่ามี้ชงนมขวดให้น้องเอง พี่นิวเก่งมากรับรองว่าชงอร่อยแน่นอนใช่ไหมจิ๋วจิ๋ว""แอ๊!!!!"เจ้าจิ๋วทั้งสี่ส่งเสียงขานรับพี่ชายทันทีก่อนจะถูกอุ้มกลับไปนอนในยานเด็กที่ทำหน้าที่ได้หลายอย่าง รวมถึงการเป็นเปลนอนแบบในตอนนี้ที่กำลังมีเจ้าจิ๋วทั้งสี่นอนดีดขาสั้นป้อมไปมาเพื่อรอนมขวด ยานบินเด็กรุ่นเก่านอกจากลอยจากพื้นได้แล้วยังโยกไปมากล่อมเด็กได้อีกด้วย แต่รุ่นปรับปรุงที่คาร์ลได้มาใหม่นั้นจะเชื่อมต่อกับเอไอของเจ้าจิ๋วทั้งสี่และทำหน้าที่ประหนึ่งพี่เลี้ยงและคุณหมอไปในตัวรวมทั้งมีฟังก์ชันอารักขาความปลอดภัยขั้นสูงสุดที่เชื่
ตอนที่เจ็ดสิบเอ็ดหลังจากหลงลืมไปนานว่าอยากมีร้านขายข้าวเหนียวหมูปิ้งเป็นของตัวเอง ในที่สุดลูซก็ได้เริ่มต้นโครงการร้านขายหมูปิ้งบริเวณหน้าบ้านของตัวเอง โดยแบ่งพื้นที่ริมประตูบ้านบริเวณด้านขวาทำการสร้างร้านขายหมูปิ้งที่มีรูปร่างเป็นหมูสีชมพูถือหมูปิ้งและข้าวเหนียวในมืออย่างละข้างชูขึ้นฟ้า พร้อมกับชื่อร้านตัวใหญ่ว่า "หมูปิ้งอวกาศ"การเริ่มสร้างร้านไม่ใช่เรื่องยุ่งยาก แต่ที่ยากคือจัดการกับพนักงานตัวน้อยของร้านที่ไม่ว่าอย่างไรก็อยากออกความเห็นอยากช่วยไปเสียหมด แต่ดูเหมือนเจ้าจิ๋วทั้งสี่จะลืมไปว่าตนเองนั้นเพิ่งจะอายุได้เพียงหกเดือนเท่านั้น ส่วนน้องนิวที่อยากให้น้องชายทั้งสี่ได้มีส่วนร่วมในการสร้างร้านของหม่ามี้ก็พยายามหาทุกทางที่น้องชายตัวจิ๋ววัยหัดคลานจะมีส่วนร่วมได้ด้วยจนกระทั่งแผนการดึงดูดลูกค้าของผู้เป็นพี่ชายถูกนำเสนอกับป๊ะป๋าหม่ามี้ว่านอกจากจะขายข้าวเหนียวและหมูปิ้งแล้วนั้น บ้านเราจะขายความน่ารักของเจ้าจิ๋วทั้งสี่ไปด้วย ไม่ว่าจะเอามานั่งเรียกลูกค้า แจกยิ้มหวานให้ลูกค้า หรือแม้แต่ช่วยพิสูจน์ความอร่อยก็พร้อมรับหน้าที่ ซึ่งเจ้าจิ๋วทั้งสี่ก้ไม่ได้ทำให้ผิดหวังแต่อย่างใด เพราะพอพี่ชายเสนอ
ตอนที่เจ็ดสิบเมื่ออายุได้เจ็ดเดือนเจ้าจิ๋วทั้งสี่ก็เริ่มปฏิบัติการคลานไปทั่วบ้านด้วยความเร็วสูง ชนิดที่หุ่นยนต์ทำความสะอาดไม่ต้องทำงานกันเลยทีเดียว เพราะพอคลานเป็นก็คลานไม่หยุดคลานจนแม้แต่โทนี่กับโจดินยังตามจับไม่ทัน หนักสุดคือหัดสอนกันให้คลานลงจากที่นอนได้ด้วย โดยมีไซอัสแล้วน้องเรนน์เป็นตัวเริ่มด้วยการโยนหมอนโยนผ้าห่มลงจากเตียงแล้วก็คุยกันเองด้วยภาษาทารกที่ผู้ใหญ่ไม่มีทางเข้าใจได้"อัสโยนหมอนกะห่มลงไปเลย เดี๋ยวเรนจะหย่อนก้นลงเอา""ได้เลย อัสเอาผ้าห่มลงด้วยจะได้นุ่ม เรสกะมินทำตามเร็วจะได้ไปหาหม่ามี้กัน"ถือว่าเป็นโชคดีที่ลูซวางแผนการสร้างบ้านเป็นบ้านชั้นเดียวมาตั้งแต่แรก ไม่อย่างนั้นคงต้องปวดหัวเพิ่มกับบันไดบ้านแน่นอน เพราะสี่จิ๋วนั้นทั้งดื้อทั้งซนเล่นได้ทั้งวัน ขนาดหุ่นยนต์ที่ว่าแน่อย่างโจดินก็ยังมีช่วงเวลาที่ต้องขอเวลานอกเพราะแยกร่างไม่ทัน"เรสโยนหมอนลงแล้ว มินค่อยๆ เอาก้นกะขาลงมาก่อน""มินกลัวแต่มินจะเชื่อทุกคนก็ได้"ว่าแล้วเจ้าสี่จิ๋วที่คุยรู้เรื่องกันเองสี่คนก็เริ่มปฏิบัติการหย่อนก้นลงจากที่นอนอย่างพร้อมเพรียงกัน ที่นอนที่ลูซและน้องนิวจัดวางให้เจ้าแฝดทั้งหลายไม่ได้สูงจากพื้นมากน







