LOGINธีร์ ผู้แอบชอบรุ่นพี่ นนท์ ยูทูปเบอร์ชื่อดังตั้งแต่เรียนมหาลัย จึงขอร้องรุ่นพี่ นายณ์ ช่วยทำให้ธีร์ได้มีโอกาสได้อยู่ใกล้นนท์อีกครั้ง แต่สุดท้าย นนท์ ก็ให้สถานะเป็นเพียงพี่น้องเท่านั้น เมื่อธีร์นกหลายครั้ง ก็ได้นายณ์คอยปลอบตลอด คนที่ตั้งใจจะเป็นกามเทพกับตกหลุมรักน้องซะเอง
View More❤️ : 100%
ณ.คาเฟ่เล็กๆแห่งหนึ่ง ในมุมหนึ่งของร้านเล็กๆ พื้นที่ไม่กว้างมากนัก มีโต๊ะไม้สีน้ำตาลเคลือบเงาสวย ต้นไม้และของประดับชิ้นเล็กๆตกแต่งบนชั้นวางรอบๆร้าน บรรยากาศดูอบอุ่นและไม่ค่อยมีผู้คนพลุกพล่าน ชายหนุ่มหน้าตาดีนั่งมองหน้ารุ่นน้องหน้าหวานที่พึ่งบังเอิญเจอกันเมื่อครู่ กำลังส่งสายตาอ้อนวอนให้ทำตามความต้องการของตัวเอง "พี่นายณ์ ช่วยหาตำแหน่งให้ธีร์ได้อยู่ใกล้พี่นนท์หน่อยได้ไหมครับ อะไรก็ได้ ธีร์ทำได้หมดเลย" "นายชอบมันตั้งแต่ตอนเรียนมหาลัย นี่ก็ผ่านไป 3 ปีแล้ว นายยังไม่เลิกชอบไอ้นนท์มันอีกหรอ?" นายณ์ที่เป็นลูกพี่ลูกน้องของนนท์กล่าว "ก็คนมันชอบไปแล้วนี่ครับ" ธีร์ก้มหน้าด้วยความเขินอาย "พี่นายณ์ช่วยทำให้รุ่นน้องคนนี้สมหวังหน่อยน้าาา น้าาาาา พี่นายณ์~" ธีร์ทำสีหน้าออดอ้อน มือคว้าแขนเสื้อนายณ์มาจับไว้พลางบิดตัวไปมา ช้อนสายตาขึ้นมองใบหน้าหล่อเหลาตรงหน้าอย่างขอร้อง "อย่ามาทำแบบนี้กับฉันนะ ฉันไม่ได้ชอบผู้ชาย!" นายณ์เสียอาการเมื่อถูกดวงตากลมโตน่ารักมองแบบนั้น รีบชักแขนเสื้อออกจากการเกาะกุมของอีกฝ่ายทันที "ฉันกำลังหาคนทำงานเป็นผู้ช่วยอยู่ งั้นนายก็มาทำหน้าที่นี้แล้วกัน แต่บอกไว้ก่อนว่างานมีหนักบ้างเบาบ้าง บางครั้งต้องเดินทางออกต่างจังหวัด บางคืนก็ไม่ได้นอนเต็มอิ่ม ลูกคุณหนูอย่างนายจะทำไหวหรือเปล่าเหอะ?" นายณ์เพียงนึกสนุกอยากรู้ว่าธีร์มีความสามารถแค่ไหน จะทำอย่างไรเพื่อมัดใจนนท์ เมะ ที่เสน่ห์แรงแต่ไม่ยอมคบใครสักที "ผมทำได้ครับ ไม่ว่างานอะไรสั่งธีร์คนนี้ได้เลย ธีร์พร้อมจะบุกน้ำลุยไฟเพื่อพี่นนท์เสมอ~" ธีร์กุมมือทั้งสองข้างของตัวเอง น้ำเสียงจริงจัง แววตาฉายความหวังที่จะได้อยู่ร่วมชายคาเดียวกับคนที่ตนชอบ "ฉันเป็นคนรับนายเข้าทำงานนะ จะไปทำเพื่อไอ้นนท์มันทำไม เดี๋ยวก็ไม่รับซะนี่" "โอ๋ๆ พี่นายณ์คือผู้มีพระคุณของธีร์ ธีร์ก็จะทำทุกอย่างเพื่อพี่นายณ์เช่นกันครับ ธีร์สาบานเลย" "นายนี่ตลกดีนะ ฮ่าๆๆๆ” หลายวันต่อมา หน้าประตูบ้านหลังใหญ่ ในยามค่ำที่อาทิตย์พึ่งจะลาคล้อยลับไป แสงไฟจากหลอดไฟนีออนของถนนในหมู่บ้านแห่งนี้ก็สว่างขึ้น หน้าบ้านหลังหนึ่ง ที่เป็นทั้งที่พักและที่ทำงานของทีมงาน ธีร์ก้าวลงจากรถพร้อมกับกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ มือที่จับหูกระเป๋าเริ่มเปียกชื้นด้วยเหงื่อจากความตื่นเต้น เพราะต่อจากนี้ เขาจะได้ใช้ชีวิตและทำงานร่วมกับ นนท์ รุ่นพี่ที่แอบชอบมานานอย่างใกล้ชิด หนุ่มร่างบางยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง สูดหายใจลึกๆ เพื่อระงับจังหวะหัวใจที่เต้นแรง ก่อนจะยกมือขาวเรียวบางขึ้นกดออดหน้าประตูบ้านเบาๆ เพื่อบอกให้คนข้างในรับรู้ถึงการมาถึง แกร็ก…! ไม่นานนักประตูบ้านก็เปิดออก เผยให้เห็นชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาผมสีดำ ใบหน้าเปื้อนยิ้ม มองมาด้วยสายตาอบอุ่น “มาแล้วหรอ? นึกว่าจะไม่มาซะแล้ว เข้ามาสิ ทุกคนกำลังรออยู่เลย” นายณ์พูดพลางเอื้อมมือมาแย่งกระเป๋าลากที่ธีร์ถืออยู่ พลางยกล้อให้พ้นข้ามประตูเข้าไปในรั้วบ้าน “ผมถือลากเองก็ได้ครับ” ธีร์พยายามจะแย่งประเป๋าคืนแต่ด้วยช่วงตัวที่ยาวกว่าของนายณ์ เขาได้เลือนกระเป๋าออกห่างจากธีร์ไปก่อนแล้ว “ทำไม ตื่นเต้นมากเลยหรอ ธีร์คนที่กระตือรือร้นหายไปไหนแล้วล่ะ แล้วอย่างนี้จะทำงานไหวหรอเนี้ย?” นายณ์แลมองชายหนุ่มที่กำลังหน้าแดงระเรื่อลามไปถึงใบหูและเหมือนจะทำตัวไม่ถูกกำลังเดินตามหลังด้วยรอยยิ้มเอ็นดู คำพูดที่เหมือนจะจิกกัดแต่จริงๆเขาแค่อยากหยอกล้อให้คนที่กำลังประหม่ารู้สึกดี “พี่นายณ์อย่าล้อธีร์สิครับ ธีร์ตื่นเต้นจริงๆนั้นแหละ แต่เรื่องการทำงานธีร์ทำได้เต็มที่แน่นอนครับ!” น้ำเสียงมั่นใจแต่สีหน้ากลับมีความกังวลอย่างเห็นได้ชัด ทำให้นายณ์ที่เดินอยู่ข้างหน้าเหลือบมองด้วยหางตาขำออกมาในท่าทางที่ดูตลกของชายหนุ่ม เขาหยุดเดินแล้วหันกลับมาเผชิญหน้า ธีร์ชะงักตามแล้วมองใบหน้าหล่อเหลาตรงหน้าที่กำลังยืนจ้องมาที่ตน ด้วยความสงสัย “งั้นก็เลิกทำหน้าแบบนั้นได้แล้ว นายคงไม่อยากให้ไอ้นนท์เจอนายครั้งแรกหลังจากไม่ได้เจอมาหลายปี ด้วยสีหน้าแบบนี้ของนายหรอกนะ?” นายณ์โน้มตัวลงมาให้ใบหน้าอยู่ระดับเดียวกับธีร์ ดวงตากลมโตมองชายหนุ่มตัวสูง พลางคิดตามในสิ่งที่เขาพูด “นายตอนยิ้มน่ารักกว่าอีก ไหนลองยิ้มให้ฉันดูหน่อยซิ ไม่งั้นก็หอบกระเป๋ากลับบ้านไปซะ” ใบหน้าของทั้งสองคนห่างกันแค่ไม่กี่นิ้ว ธีร์ค่อยๆเผยยิ้มออกมาที่มุมปาก ตาที่กลมโตเลือนขึ้นจนเป็นสระอิตามกล้ามเนื้อแก้มที่ยกขึ้น ทำเอานายณ์หัวใจกระตุกเต้นแรงขึ้นมาครู่หนึ่ง เขารีบยืดตัวกลับมายืนตรง มือข้างขวายกขึ้นมาเกาท้ายทอยพลางหันหน้ามองไปทางอื่น อาการที่เขาไม่เคยเป็นกับผู้ชายมาก่อน เพราะไม่เคยชอบผู้ชายเกิดขึ้นโดยที่เขาตั้งตัวไม่ทัน “งั้นก็เข้าไปข้างในกันเถอะ” นายณ์พูดโดยไม่ได้หันไปมองชายหนุ่มที่หุบยิ้มแล้วมองท่าทางของเขาด้วยความงงงวย ก่อนจะจับหูกระเป๋าแล้วลากเดินนำธีร์ไปข้างหน้า ธีร์ที่ประหม่าจนควบคุมตัวเองไม่ได้เมื่อกี้ ได้คำพูดของนายณ์เตือนสติ จึงรู้สึกดีขึ้นมาบ้างแล้ว.. ภายในบ้าน… เสียงฝีเท้าเดินเข้ามาในตัวบ้านกว้าง ภายในตกแต่งเรียบง่ายผนังและเฟอร์นิเจอร์เป็นโทนสีครีมกับน้ำตาล บรรยากาศอบอุ่นสบายตา ธีร์เดินตามหลังนายณ์ที่ลากกระเป๋าใบใหญ่ของตนเข้ามา ใบหน้าเต็มไปด้วยความประหม่าแต่ก็แฝงไปด้วยความดีใจ สายตากวาดไปรอบตัวบ้าน เจอเข้ากับชายหนุ่มหน้าตาดีคนสองคน ที่เหมือนกำลังยืนรออยู่ตรงกลางห้องนั่งเล่น เมษา ชายหนุ่มหน้าตาดีสวมแว่น ยืนกอดอกมองมาด้วยสายตาสนใจใคร่รู้ ปากยกยิ้มกว้างจนเห็นฟันขาวเรียงสวย ข้างๆมีชายอีกคนใบหน้าขาวเนียนดวงตาเรียวยาวสไตล์ลูกครึ่งญี่ปุ่น สีหน้าสงบนิ่งแต่แววตาแสดงความเป็นมิตร “สมาชิกใหม่ของเรามาแล้ว” เมษาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแจ่มใส สายตาไล่ส่องดูตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความอยากรู้อยากเห็น ก่อนจะหันไปกระซิบกับโชข้างๆ เสียงดังพอได้ยิน “ดูเด็กกว่าที่คิดอีก” โชพยักหน้ารับอย่างเห็นด้วย มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย “ผมก็ว่างั้น” นายณ์หันกลับมามองธีร์ด้วยรอยยิ้มให้กำลังใจ มือหนาแตะไหล่กว้างเบาๆ ก่อนจะหันไปพูดกับเพื่อนร่วมทีมทั้งคู่ด้วยน้ำเสียงหนักแน่นน่าเชื่อถือ “เอาล่ะๆ นี่ธีร์ น้องใหม่ของเรา จะมาเป็นผู้ช่วยทั่วไปของทีม พวกนายก็ช่วยสอนงานเขาหน่อยล่ะกัน” ธีร์ใบหน้าแดงระเรื่อจากความประหม่า โค้งตัวทักทายด้วยความสุภาพ “สวัสดีครับ ผมชื่อธีร์ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ” คำพูดยังไม่ทันจบ เมษาก็ก้าวเข้ามาใกล้อย่างรวดเร็ว ดวงตาโตแวววาวราวกับเด็กเห็นของเล่นชิ้นใหม่ มือทั้งสองข้างยื่นออกมาจับมือธีร์ขึ้นมากุมไว้แน่น “หน้าเด็กมากเลย อายุเท่าไหร่หรอ? ใช้สกินแคร์ของอะไรขอพิกัดหน่อยสิ? ดื่มน้ำวันละกี่แก้วทำไมผิวดีขนาดนี้? ฉีดผิวมาหรือเปล่า? หรือว่าขาวกรรมพันธุ์กันแน่?” น้ำเสียงตื่นเต้นจนแทบจะตะโกน สายตาจ้องมองใบหน้าอีกฝ่ายไม่กะพริบ ทำเอาธีร์ชะงักดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจกับการต้อนรับที่เพิ่งเคยเจอเป็นครั้งแรก แต่เมื่อเห็นท่าทีเป็นกันเองของคนตรงหน้า ความตื่นตระหนกก็ค่อยๆหายไป เผยรอยยิ้มบางๆออกมา “ผมอายุ 25 ครับ ส่วนเรื่องอื่นไว้ผมจะอธิบายแล้วกันนะครับ” ธีร์ตอบด้วยรอยยิ้มสดใสอย่างเป็นธรรมชาติ “งั้นก็อายุเท่าฉันเลย” เสียงนุ่มทุ้มเอ่ยขึ้นแทรก โชก้าวเข้ามาใกล้ รอยยิ้มบางๆ ยังคงปรากฏอยู่ที่มุมปาก “ฉันชื่อโช ยินดีที่ได้รู้จัก” “ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันครับ” ธีร์ยิ้มตอบด้วยความเต็มใจ เมษายังไม่ละจากการตรวจสอบหน้าตาของคนใหม่ เอียงคอมองอย่างพินิจพิเคราะห์ก่อนจะพูดขึ้นมาอีกครั้ง “ฉันชื่อว่าเมษา อายุ 27 แต่นายหน้าเด็กจริงๆ นั่นแหละ นึกว่าพึ่งจะ 20 นะเนี้ย” ธีร์ได้แต่ยิ้มเขินๆ เขาไม่รู้มาก่อนเลยว่ารูปร่างหน้าตาที่ได้จากแม่ของเขาจะดึงดูดสายตาของคนตรงหน้าได้ขนาดนี้ “ธีร์ ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ นายดู…สูงขึ้นหรือเปล่าเนี้ย?” ทันใดนั้น เสียงคุ้นเคยที่คิดถึงก็ดังขึ้นจากทางด้านหลัง ทำเอาเลือดในกายธีร์หยุดไหลไปชั่วขณะ หัวใจเต้นแรงยิ่งกว่าเดิมจนแทบจะกลั้นหายใจไม่ได้ ธีร์หันขวับไปมอง ร่างสูงในชุดเสื้อยืดสบายๆ กำลังเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มที่คุ้นเคย นนท์มองมาด้วยสายตาอบอุ่นที่ได้พบหน้าคนรู้จักเก่า “พะ…พี่นนท์ สวัสดีครับ” ธีร์พูดตะกุกตะกัก ใบหน้าแดงก่ำขึ้นเรื่อยๆจนไล่ไปถึงใบหู ไม่กล้าสบตาตรงๆได้แต่มองพื้นสลับกับมองหน้าอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว นนท์เดินเข้ามาใกล้ มือหนาเอื้อมมาตบไหล่ธีร์เบาๆด้วยความเป็นกันเอง “เราเตรียมงานเลี้ยงเล็กๆต้อนรับนายด้วยนะ หลังจากนี้ก็เป็นครอบครัวเดียวกันแล้วนะ ธีร์” น้ำเสียงนุ่มนวลฟังสบายราวกับเสียงดนตรี ทำให้ความประหม่าทั้งหมดค่อยๆ จางหายไป ธีร์เงยหน้าขึ้นสบตาคนที่แอบรักที่ไม่ได้เจอนานถึงสามปี ก่อนจะพูดออกมาด้วยน้ำมั่นใจ “ผมจะทำให้เต็มที่ครับ” งานเลี้ยงเล็กๆ ภายในบ้านเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและบรรยากาศที่อบอุ่น ธีรียิ้มด้วยความสุขจนแก้มแทบปริแตก หัวใจพองโต สายตาลอบมองใบหน้าหล่อเหลาที่เขาเฝ้าฝันถึงมาตลอด นนท์พูดคุยหัวเราะอย่างสนุกสนาน แสงไฟนวลตาที่สาดส่องลงมาทำให้เขายิ่งดูอ่อนโยนและมีเสน่ห์จนยากจะละสายตา ‘ในที่สุด... วันนี้ผมก็ได้ก้าวเข้ามาอยู่ในโลกของพี่แล้วนะ’ ธีร์คิดในใจ พลางรู้สึกขนลุกซู่ด้วยความตื่นเต้นปนปีติ เมื่องานเลี้ยงจบลงก็ดึกมากแล้ว ต่างก็แยกย้ายกันไป เมษากับโชกลับเข้าห้องนอนที่อยู่ชั้นล่าง นนท์ยังขยันรีบกลับไปจัดการงานที่ค้างคาไว้ต่อ เพื่อให้ทุกอย่างเรียบร้อยก่อนจะถึงวันทำงานจริง นายณ์ในฐานะเจ้าบ้าน เดินนำหน้าพาธีร์ขึ้นบันไดไปยังชั้นสอง จนมาหยุดยืนหน้าประตูห้องหนึ่งที่อยู่กึ่งกลางของทางเดินยาว เขาหันมาสบตาพร้อมรอยยิ้มอ่อนโยน ชี้ไปที่บานประตูไม้สีอ่อนตรงหน้า “นายนอนห้องนี้นะ ขาดเหลืออะไรหรือต้องการความช่วยเหลือ ก็ทักหาฉันได้ตลอด ฉันอยู่ห้องข้างๆ นายนี่เอง” นายณ์พูดด้วยน้ำเสียงเป็นกันเอง มือเอื้อมไปจับลูกบิดประตูเปิดออกให้เห็นภายในห้อง ที่ตกแต่งเรียบง่ายสะอาดตา และมีข้าวของครบครัน ธีร์ก้าวเข้าไปมองรอบห้องด้วยความพอใจ ก่อนจะหันกลับมาถามเจ้าบ้านในความอยากรู้เล็กๆน้อยๆ “ขอบคุณครับที่ดูธีร์แลอย่างดี แล้ว…พี่นนท์ พักห้องไหนหรอครับ?” เพียงคำถามจบลง นายณ์ก็หลุดขำออกมาเบาๆ แววตาเจ้าเล่ห์วาบขึ้นมา ก่อนจะแซวด้วยน้ำเสียงทีเล่นทีจริง “โห... เพิ่งมาถึงก็ถามถึงห้องไอ้นนท์เลย นายคงไม่ได้คิดจะย่องเข้าห้องมันตอนดึกๆหรอกนะ” “ผมไม่ได้คิดแบบนั้นนะครับ!!” ธีร์รีบโบกมือทั้งสองข้างไปมาอย่างรวดเร็ว ดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกใจ ใบหน้าแดงก่ำกึ่งอายกึ่งตื่นกลัวว่าอีกฝ่ายจะเข้าใจผิด “ผมแค่…แค่อยากรู้ไว้เฉยๆน่ะครับ” รีบก้มหน้าลงมองปลายเท้าเพื่อกลบเกลื่อนอาการ หูแดงระเรื่อขึ้นจนน่าเอ็นดู “ฮ่าๆๆๆ ฉันล้อเล่นน่ะ อย่าทำหน้าตื่นขนาดนั้นสิ” นายณ์หัวเราะร่าด้วยความเอ็นดู ก่อนจะชี้มือไปทางปลายทางเดิน “ห้องนนท์ก็อยู่ติดอีกฝั่งของห้องนายนี่แหละ ที่ห้องนี้ว่างอยู่เพราะมันอยู่ตรงกลางเลยมีหน้าต่างแค่ด้านเดียวน่ะ นายอยู่ได้ใช่ไหม?” “ผมอยู่ได้ครับ” ธีร์พยักหน้ารับ “งั้นก็พักผ่อนเถอะ ไว้พรุ่งนี้ฉันจะสอนงานและเอาตารางการทำงานให้นายด้วย” “ขอบคุณมากนะครับพี่นายณ์” ธีร์กล่าวขอบคุณด้วยความจริงใจ นายณ์ยิ้มรับก่อนจะยกมือขึ้นโบกมือลา แล้วหันหลังเดินเข้าประตูห้องของตน ธีร์มองตามก่อนจะผลักประตูเข้าห้องและปิดลงเบาๆ เดินเข้ามาทิ้งตัวลงนั่งบนเตียงนุ่มพร้อมรอยยิ้มที่ยังมิอาจหุบได้ ก้าวแรกที่รอคอยได้เริ่มขึ้นแล้ว เขาตั้งปณิธานแน่วแน่ว่าจะทำทุกวิถีทางเพื่อพิชิตหัวใจของนนท์ ในที่สุดเส้นทางแห่งรักข้างเดียวก็กำลังจะเปลี่ยนไป… วันต่อมา หลังจากธีร์ได้เรียนรู้งานและรับตารางงานจากนายณ์แล้ว ธีร์ก็เข้าใจการทำงานทั้งหมดอย่างรวดเร็ว ทำให้คนในทีมพอใจกันมาก การประชุมดำเดินไปอย่างเรียบร้อย ไม่มีการโต้แย้ง มีเพียงคำปรึกษาและยอมรับความเห็นต่างของอีกผ่าย แม้ว่าการประชุมจะยืดเยื้อกินเวลานานเกือบ 2 ชั่วโมง แต่ธีร์ก็ไม่มีทีท่าเบื่อหน่ายเลย สายตาคู่สวยลอบมองท่าทางที่สุขุมและดูเป็นผู้นำของนนท์ด้วยความชื่นชมจนล้นใจ รอยยิ้มบางๆติดค้างอยู่บนใบหน้าโดยไม่รู้ตัว แม้ว่าสมาชิกคนอื่นจะสังเกตเห็น แต่ก็ไม่มีใครพูดอะไร ได้แต่แอบมองและยิ้มให้ในความน่ารักน่าเอ็นดูของน้องใหม่คนนี้เท่านั้น “เป็นไงบ้าง เหนื่อยไหม?” นนท์เดินเข้ามาทักธีร์หลังจากที่ประชุมเสร็จ “ครับ?” “ทำงานวันแรกก็ต้องมาประชุมนานแบบนี้ พอดีต้องเร่งเตรียมวางแผนสำหรับตอนต่อไปของรายการเราน่ะ” เขากลัวจะทำให้น้องใหม่ลำบากใจ และไม่อยากให้เข้าใจผิดว่ากำลังโดนแกล้ง “ผมไม่เป็นไรเลยครับ ผมกลับรู้สึกสนุกด้วยซ้ำ อยากให้ถึงวันถ่ายทำเร็วๆจังครับ” ธีร์ตอบด้วยรอยยิ้มสดใส ในใจเต้นโครมครามดีใจที่นนท์เข้ามาชวนคุยก่อนจนแทบอยากจะตระโกนออกมาดังๆ “งั้นก็ดีแล้ว ถ้ามีอะไรสงสัยไม่เข้าใจ ถามนายณ์ได้เลยนะ” “ครับพี่นนท์” นนท์ยิ้มบางๆก่อนจะเดินจากไป ธีร์มองตามแผ่นหลัง ภาพในหัวมีเพียงใบหน้าเปื้อนยิ้มของนนท์ลอยวนเวียนจนเขาไม่อาจจะหุบยิ้มได้เลย “นายชอบพี่นนท์หรอ?” จู่ๆ เสียงหนึ่งดังขึ้นจากข้างหลัง ธีร์ตกใจกระตุกตัวเล็กน้อยทำให้ได้สติกลับมาสู่โลกความจริงอีกครั้ง เมษามองธีร์ด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ เขามองออกว่าธีร์เป็นคนซื่อ คิดยังไงก็แสดงออกมาอย่างงั้น จนรู้สึกน่าเอ็นดูคนตรงหน้า “ผะ…ผมไปหาพี่นายณ์ก่อนนะครับ” ธีร์รนรานพูดแขนกอดไอแพด พลางรีบก้าวเท้า เดินออกมาจากตรงนั้นทันที เมษายืนมองตามแผ่นหลังก่อนจะขำออกมาเบาๆ เขารู้สึกว่าเด็กคนนี้น่ารักดี แต่เขาก็รู้อยู่ในใจว่านนท์ไม่ได้มีท่าทางสนใจเด็กคนนี้เลยสักนิด หลายวันต่อมา ภารกิจแรกของธีร์วันนี้เขาต้องออกเดินทางไปต่างจังหวัดเพื่อช่วยงานนายณ์และนนท์ในการถ่ายทำรายการ ส่วนเมษาและโช จะอยู่ประจำที่บ้านเพื่อรับหน้าที่สำคัญในการตัดต่อและจัดการไฟล์งานหลังจากที่พวกเขากลับมา ที่หน้าบ้าน รถตู้ขนาดใหญ่สีดำสนิททรงหรูหราจอดรออยู่ เบาะนั่งนุ่มสบายเหมาะกับการเดินทางไกล มีคนขับรถมืออาชีพเตรียมพร้อมรออยู่แล้ว ธีร์ช่วยทุกคนขนอุปกรณ์ และกระเป๋าเดินทาง จัดวางเข้าที่เข้าทางอย่างขยันขันแข็ง ดูตื่นตัวและกระตือรือร้น “เตรียมของพร้อมแล้วใช่ไหม?” นายณ์เอ่ยถามขึ้น เมื่อเห็นว่าทุกอย่างถูกยกขึ้นรถเรียบร้อย “พร้อมทุกอย่างแล้วครับพี่นายณ์ ธีร์เช็คซ้ำไปสองรอบแล้ว ไม่มีอะไรตกหล่นแน่นอน” ธีร์ตอบรับทันทีด้วยน้ำเสียงชัดเจน❤️30% :💚50% “พี่เห็นกระแสชคู่จิ้นในโซเชียลแล้วใช่ไหม” ธีร์ถามขึ้นด้วยท่าทางเขินอายที่ยังคงเหลือ “อือ… เห็นแล้ว” “ทำไมพี่ไม่บอกธีร์ล่ะ” นายณ์ถอนหายใจเบาๆ สายตาเหลือบมองไปทางอื่น “ก็นายชอบไอ้นนท์อยู่นี่ ฉันเลยกลัวว่าถ้าพูดขึ้นมา นายจะรู้สึกอึดอัดหรือจิตตกจนหายป่วยช้าน่ะสิ” เมื่อได้ยินแบบนั้น ธีร์ก็ขมวดคิ้วแสดงความไม่เห็นด้วย “ธีร์ไม่ใช่คนแบบนั้นนะ ใครมันจะอยากป่วยนานๆละครับ” “แคร์ความรู้สึกไอ้นนท์มากหรอ แล้ว…มันนึกถึงความรู้สึกของนายบ้างไหม” นายณ์หยุดไปชั่วขณะ ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลขึ้น “แต่ฉันชอบนะ ที่ธีร์เป็นคนเข้มแข็ง ไม่บ่น ไม่เรียกร้อง ไม่คอยเซ้าซี้จนรำคาญ… ไม่รู้ไอ้นนท์มันคิดยังไง ถึงมองข้ามคนแบบนี้ไปได้” คำพูดสุดท้ายทำให้ธีร์เงยหน้ามองตรงเข้าไปในดวงตาของอีกฝ่ายทันที พร้อมความรู้สึกที่พลุ่งพล่านขึ้นมาในอก “งั้น… พี่นายณ์ชอบธีร์หรอครับ” นายณ์ตกใจอึ้งไปเล็กน้อยกับคำถามที่ตรงไปตรงมา ด้วยใบหน้าใสซื่อของธีร์ “มะ… ไม่ใช่ชอบแบบนั้นครับ! ธีร์หมายถึง
❤️40% : 💚40% วันต่อมา ในที่สุด ธีร์ก็ได้ออกจากโรงพยาบาล นายณ์จัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย ทั้งสองเดินทางกลับทันที นายณ์เรียกรถไปลงสนามบินของจังหวัดนั้น เพื่อให้ถึงบ้านโดยเร็วที่สุด สนามบิน…. โถงรับผู้โดยสารขาเข้า ประตูทางออกเปิดออกสู่ห้องโถงกว้างที่เต็มไปด้วยผู้คนเดินพลุกพล่าน เสียงประกาศ เสียงรถเข็น และเสียงพูดคุยดังก้องสะท้อนไปทั่ว ท่ามกลางแสงไฟสว่างจ้าที่สาดส่องลงบนพื้นกระเบื้องขัดเงา นายณ์เดินนำหน้าเล็กน้อย มือข้างหนึ่งลากกระเป๋าเดินทางขนาดกลางอย่างคล่องแคล่ว ท่ามกลางฝูงชน ทั้งคู่แต่งกายเรียบง่ายแต่ดูสะอาดตาเข้ากับบุคลิกของตนเอง นายณ์ใช้สายตาเหลือบมองคนน้องที่เดินอยู่ข้างๆไม่ให้คาดสายตา ในใจยังพะวงในอาการป่วยที่ยังต้องคอยดูอาการต่อ ระหว่างนั้น ก็มีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามาใกล้ ท่าทางเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและยินดี พวกเขาคือแฟนคลับที่บังเอิญเจอกับทั้งคู่พอดี นายณ์มองด้วยความประหลาดใจ ธีร์ก็ตกใจจนชะงักเท้า นายณ์ขยับตัวเข้าโอบไหล่ธีร์มาชิดราวกับสร้างเกราะป้องกันโดยไม่รีรอ รู้ดีว่าคนน้องไม่คุ้
❤️50% : 💚30% นนท์บอกพยาบาลด้วยน้ำเสียงร้อนรน พยาบาลสองคนรีบเข็นเตียงฉุกเฉินเข้ามา นายณ์ค่อยๆวางธีร์ลงบนเตียงอย่างระมัดระวัง ก่อนจะถอยออกมาเล็กน้อย มองตามร่างของธีร์ที่ถูกเข็นเข้าไปในห้องตรวจด้วยความเป็นห่วง นายณ์ยืนนิ่งอยู่หน้าห้องฉุกเฉิน มือยังคงกำแน่น นนท์เดินเข้ามาตบไหล่เบาๆ เป็นเชิงให้กำลังใจ “ถึงมือหมอแล้ว เดี๋ยวก็ดีขึ้น” นนท์พูดพยายามปลอบ แต่แววตาฉายความกังวลไม่แพ้กัน หลังจากรอคอยด้วยความกระวนกระวายอยู่พักใหญ่ ประตูห้องตรวจก็เปิดออก คุณหมอเดินออกมาด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง นายณ์และนนท์รีบก้าวเข้าไปหาทันที “คุณหมอครับ ธีร์เป็นยังไงบ้างครับ” นายณ์ถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความหวังและความกังวล คุณหมอมองทั้งสองคนแล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่ม “เบื้องต้น น้องมีไข้สูงมากจากการติดเชื้อไวรัสบางอย่างครับ แต่ยังไม่รุนแรงมากนักนะครับ” นายณ์ถอนหายใจด้วยความโล่งอกเล็กน้อย แต่ก็ยังคงมีความกังวลอยู่ “แต่เพื่อความปลอดภัยและให้แน่ใจว่าไม่มีภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ ผมแนะนำให้คนไข้นอนพักดูอาการที่โรงพย
❤️50% : 💚20%"ธีร์ เป็นอะไรไปน่ะ?”นายณ์ถามขึ้น น้ำเสียงอ่อนโยนและเป็นห่วง "หูมันอื้อๆครับพี่นายณ์ ไม่รู้เป็นอะไร" ธีร์ตอบตามตรง ด้วยความกังวลนายณ์ขำออกมาเบาๆ เขาค่อยๆยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาขนาบแนบมือของธีร์ที่ปิดหูอยู่ พร้อมกับโน้มตัวลงมาให้ใบหน้าของเขาอยู่ในระดับเดียวกันกับธีร์"ไม่ต้องตกใจนะ ที่ธีร์หูอื้อแบบนี้ ก็เพราะว่าตอนนี้เราอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลมากไง อากาศมันเบาบางลง ก็เลยมีอาการหูอื้อได้ง่าย ไม่เป็นอะไรมากหรอก"ธีร์มองลึกเข้าใปในดวงตาของนายณ์ รับรู้ได้ถึงความจริงใจและความใส่ใจที่นายณ์มีให้ ทำให้ความกังวลในใจของธีร์ค่อยๆจางหายธีร์คลายมือที่ปิดหูออกช้าๆ ใบหน้าของคลายความตึงเครียดลง เผยรอยยิ้มบางๆที่มุมปาก"อ๋อ อย่างนี้นี่เอง" ธีร์พึมพำ "ขอบคุณมากครับพี่นายณ์ ธีร์นึกว่าจะเป็นอะไรไปซะแล้ว""ไม่เป็นไรหรอก แค่ปรับตัวสักพักก็หายแล้ว" นายณ์ยังคงยิ้มอย่างอบอุ่นทั้งสองคนยืนมองวิวพระอาทิตย์ตกดินด้วยกัน บรรยากาศรอบตัวอบอุ่นขึ้น ภายใต้อุณหภูมิอากาศที่ลดลงต่ำ ความรู้สึกดีๆที่ก่อตัวขึ้นระหว่างทั้งสองคน ธีร์รู้สึกขอบคุณที่มีนายณ์อยู่ด้วย แ





![The Feast of Casier มื้อค่ำของคาเซียร์[Omegaverse]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)