LOGIN"ผมหมดความอดทนเเล้วนะครับ ถ้าอาไม่ยอมคบกับผม ผมจะบอกพ่อว่าอากับผมเคยได้กันมาแล้ว"
View Moreเงินเข้า : มีเงินโอนเข้า 10,000 บาท ยอดเงินที่ใช้ได้ 510,000 บาท
ขุนเขา : ผมโอนเงินค่าเช่นเดือนนี้ให้เเล้วนะครับพี่ธาร
ธาร : อื้ม พี่เห็นเงินเข้าเเล้ว ขุนเขาจ่ายเงินค่าห้องพี่ตรงเวลาตลอดเลย
ขุนเขา : ก็ผมกลัวว่าพี่จะเอาห้องดีๆ ของผมไปให้คนอื่นเช่านิ ผมไปทำงานก่อนนะครับ
ธาร : อื้ม แล้วอย่าลืมมาเอามังคุดที่ห้องพี่ก่อนที่จะเข้าห้องละ
ขุนเขา : ครับ ขอบคุณมากนะครับ เดี๋ยวกลับมาจากที่ทำงานผมจะรีบไปเอามังคุดที่ห้องพี่เลย
พอพิมพ์คุยในมือถือเสร็จธารก็วางมือถือลงแล้วอ่านเอกสารคดีตรงหน้าต่อ ขุนเขาคือลูกบ้านที่เช่าห้องคอนโดอยู่ไม่ไกลจากธารนัก ธารเห็นว่าคอนโดที่นี่การจราจรสะดวกและมีของกินมากมายจึงซื้อเอาไว้สองห้อง ซึ่งขุนเขาคือคนที่มาขอเช่าห้องนั้นของธารเอง ขุนเขาคือหนุ่มรูปหล่อวัยทำงานที่กำลังสร้างตัวเหมือนกับธารในอดีต
เพราะงั้นพอเวลาผ่านไปพวกเขาจึงกลายเป็นเพื่อนสนิทกัน เวลามีอะไรกินก็จะเเบ่งปันกันเเละกันจนกลายเป็นเรื่องปกติ และอีกเรื่องคือขุนเขาเป็นลูกบ้านที่แทบไม่ต้องให้ธารทวงเงินค่าบ้านก็จะจ่ายตรงเวลาเสมอ
ธารทำงานเป็นทนายมาได้เกือบจะ 10 ปี ตั้งแต่ที่เรียนจบนิติศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหงตอนอายุ 19 ปี แล้วใช้เวลาในการสอบตั๋วทนายอีก 1 ปี ธารเริ่มทำงานเป็นทนายความมาตั้งแต่ที่สอบตั๋วทนายผ่าน ได้ใบอนุญาตจากสภาทนายความให้ทำหน้าที่ทนายความได้
ความฝันจริงๆ ของธารไม่ใช่การเป็นทนายความเลย แต่ที่จับพลัดจับผลูได้มาทำก็เพราะอาชีพนี้ทำเงินได้เยอะพอสมควร เนื่องจากในตอนนั้นครอบครัวธารไม่ได้ร่ำรวยอะไรแทบจะเรียกได้ว่า
ลำบากเลยก็ได้ ธารไม่มีทางเลือกอะไรมากนักนอกจากทำงานที่สามารถที่จะหาเงินได้เยอะๆ เพราะบนบ่านั้นยังมีหนี้ของครอบครัวให้ธารต้องแบกรับอีก
แม้ธารจะไม่ได้ชอบอาชีพทนายของตนสักเท่าไร แต่ก็ทำอาชีพนี้อย่างเต็มที่เต็มความสามารถให้คุ้มเงินที่ได้รับมา ธารทำงานเก็บเล็กผสมน้อยมาตั้งเเต่เริ่มทำงานอาชีพทนายความ แต่ทำงานเป็นทนายความอย่างเดียวจะไปพอให้ธารที่ต้องใช้หนี้ให้ครอบครัว และเก็บเงินที่จะเอาไว้ใช้ชีวิตเกษียณได้ยังไง
ธารจึงเริ่มเก็บเงินเป็นก้อนเเละเอาไปดาวน์ห้องในคอนโดเพื่อที่จะเอาไว้ปล่อยเช่า ซึ่งค่าเช่าธารก็ไม่ได้คิดเเพงมากแต่เก็บเกินหนี้ที่ธารจะต้องจ่ายธนาคารนิดหน่อยเท่านั้น เพื่อเก็บเป็นเงินก้อนเอาไว้ไปดาวน์ห้องคอนโดกู้ธนาคารใหม่ ธารทำอย่างงี้มาเรื่อยๆ ตลอด 7-8 ปี จนตอนนี้ธารมีห้องให้เช่าเป็นคอนโด 10 ห้อง และตึกแถวอีก 3 คูหา เป็นชื่อของตัวธารเอง
หนี้ของครอบครัวก็จ่ายไปจนหมดเเล้ว บางห้องที่ธารกู้เงินมาซื้อในตอนนี้ก็จ่ายธนาคารจนครบหมดเเล้ว ทำให้ค่าเช่าจากห้องนั้นกลายเป็นรายรับเต็มเม็ดเต็มหน่วยที่เข้ากระเป๋าของธารเอง ซึ่งธารจ่ายหมดไปแล้ว 7 ห้อง เหลืออีกเพียงแค่ 3 ห้อง และตึกแถว 3 คูหาเท่านั้นที่ธารยังคงต้องจ่ายหนี้ธนาคาร
ทำให้ตอนนี้ธารมีรายรับต่อเดือนต่อเดือนเกือบแสนรวมเงินเดือนตัวเองด้วย แทบที่จะเรียกได้ว่าธารกลายเป็นเสี่ยตัวน้อยๆ ได้เลย ชีวิตนี้ไม่ได้มีเรื่องอะไรให้ทุกข์ใจอีกแล้วนอกจากเรื่องเดียวเท่านั้นคือเรื่องความรัก
เนื่องจากธารทำงานตัวเป็นเกลียวมาตลอดหลายปีไม่สนใจเรื่องความรักสนใจเพียงแค่เงิน ทำให้ตอนนี้พอธารมีเงินพอกินพอใช้เเล้วแต่ธารกลับเหงาที่ไม่มีคนอยู่ข้างกาย ด้วยความอยากมีแฟนธารจึงสมัครแอปหาคู่แอปหนึ่ง
แต่สมัครได้วันเดียวก็มีคนทักมาคุยด้วยกับธารเเล้ว อีกฝ่ายชื่ออัคคีอายุ 25 ปี กำลังทำงานอยู่บริษัทแห่งหนึ่ง แต่ธารคิดว่าเขาหน้าตาดูเด็กกว่าอายุมากเหมือนเด็กพึ่งเข้ามหาลัย หน้าตาหล่อตรงตามสเปคธารทุกอย่างสูง 180 เซนติเมตร สวมเเหวนรูปหัวกะโหลกที่นิ้วนางข้างขวาเจาะหูข้างซ้าย อย่างที่ใครๆ เขาก็ว่ากันว่าคนมักจะชอบคนอื่นที่แตกต่างจากตัวเอง
ไม่น่าเชื่อว่าผู้ชายที่ดูจะเเบดบอยอย่างอัคคีจะมาชอบธารที่ดูไม่ค่อยมีเสน่ห์อะไรได้ อย่างว่าแหละคนเรามักชอบสิ่งที่ไม่เหมือนตัวเอง เพราะแต่เห็นรูปธารก็ชอบอัคคีเข้าอย่างจัง แล้วยังการใช้คำพูดที่อัคคีพูดเหมือนกับว่าพวกเราอยู่วัยเดียวกันแต่จริงๆ เเล้วอัคคีนั้นอายุห่างจากธารตั้ง 4 ปี
พอเรื่อยคุยกันไปเรื่อยๆ จนถึงเดือนที่ 3 ที่พวกเราคุยกัน อัคคีก็ขอธารคบเป็นแฟนในวันแรกที่พวกเราเจอกัน หลังจากนั้นทุกๆ วันอาทิตย์พวกเราก็จะหาเวลาว่างเพื่อไปเที่ยวด้วยกันแต่ไม่เคยนอนค้างคืนด้วยกัน จนกระทั่งครบรอบ 1 เดือนที่พวกเราเป็นเเฟนกันเเละเป็นวันเกิดอายุครบ 26 ปีของอัคคีด้วย
ซึ่งก็คือวันนี้คือวันที่ธารคิดจะมอบครั้งเเรกของตัวเองที่เก็บรักษามาตลอด 29 ปี ให้เป็นของขวัญฉลองวันเกิดและวันครบรอบ 1 เดือนที่พวกเราคบกันมา ธารรีบเคลียร์งานเอกสารคดีต่างๆ เพื่อให้ทันดินเนอร์รอบกลางคืนที่ธารจะต้องไปกินฉลองวันเกิดของอัคคี
อัคคี : พี่ธารมาถึงยังผมรออยู่ที่โต๊ะนะ
ธาร : อื้ม พี่กำลังขึ้นไป
เป็นเวลา 1 ทุ่มกว่าที่ธารจะเคลียร์งานเสร็จเเล้วเดินทางมาที่ร้านที่จองโต๊ะฉลองวันเกิดอัคคีได้ แต่ก็ไม่ทันเจ้าของงานวันเกิดที่มาถึงก่อน พอขึ้นไปก็พบว่าอัคคีหนุ่มแบดบอยกำลังนั่งอยู่คนเดียวที่โต๊ะ
"ทำไมไม่สั่งอะไรล่ะ"
"ผมรอพี่มาก่อนพวกเราจะได้สั่งพร้อมกันไงครับ"
ธารดึงเก้าอี้ออกมาจากโต๊ะเเล้วนั่งตรงข้ามอัคคีแล้วถามขึ้น อัคคีหนุ่มแบดบอยยิ้มหวานหนึ่งทีเเล้วพูดตอบกลับเล่นเอาหัวใจคนกำลังเข้าวัย 30 อย่างธารอุ่นไปทั่วหัวใจ นี่สินะเหตุผลที่ว่าทำไมคนถึงชอบกินเด็กกัน เพราะเด็กจะทำให้หัวใจคนที่อายุมากกว่าอย่างธารอบอุ่น และวันนี้ก็คือวันที่ธารจะได้กินเด็กหนุ่มตรงหน้านี้
"Happy birthday to you นะอัคคีรีบเป่าเทียนบนเค้กให้ดับสิ"
ฟู่!
"ขอบคุณมากเลยนะครับพี่ธาร จุ๊บ"
รอจนกระทั่งพวกเขากินข้าวกันเสร็จ ธารจึงส่งสัญญาณให้ร้านนำเค้กที่ตัวเองสั่งทำฉลองวันเกิดอัคคีออกมา พอร้องเพลงวันเกิดเสร็จธารก็รีบคะยั้นคะยอให้เจ้าของงานวันเกิดขอพรเป่าเทียนให้เสร็จ อัคคีหลับตาพนมมือขอพรก่อนที่จะเป่าลมใส่หน้าเค้กให้เทียนดับเมื่อขอพรเสร็จ
เมื่อไฟบนเทียนดับลงอัคคีก็ไม่ลืมที่จะขอบคุณแฟนตรงหน้าที่จัดเตรียมเซอร์ไพรส์ฉลองวันเกิดเอาไว้ให้ ด้วยความรักที่เต็มหัวใจอัคคีก้มตัวลงไปจุ๊บปากคนพี่ที่สูงเท่าไหล่ตัวเองอย่างรวดเร็วหนึ่งทีอย่างไม่ให้ทันตั้งตัว เล่นเอาคนที่โดนจุ๊บอย่างธารหน้าแดงเขินเพราะเขาพึ่งจะโดนอัคคีจุ๊บต่อหน้าพนักงานของร้านมากมายที่มาช่วยร้องเพลงอวยพรวันเกิดด้วยกัน
ตุบ!
"บ้า! มาจุ๊บอะไรต่อหน้าคนเยอะเเยะแบบนี้นี่"
"โอ๊ย! พี่ตีผมเเรงอ่ะ ผมเจ็บนะ "
"พี่ขอโทษพี่เขินไปหน่อยน่ะ ไม่ได้ตั้งใจจะต่อยอัคคีเเรงอย่างงี้นะ"
"ผมแค่ดีใจมากจนไม่รู้จะทำอะไรให้พี่ธารได้ในตอนนี้เลยจุ๊บประกันเอาไว้ก่อน"
ด้วยความเขินธารจึงใช้หมัดเล็กๆ ของตัวเองต่อยเข้าไปที่หน้าอกแกร่งของอัคคีหนึ่งทีเสียงดัง ก่อนที่ต่อมาคนที่โดนต่อยอย่างอัคคีจะร้องโอ๊ยขึ้นจนธารต้องเข้าไปขอโทษด้วยความห่วงใยกลัวว่าตัวเองจะต่อยเเรงไปจนทำอีกฝ่ายเจ็บ ใช้มือปัดตรงที่ต่อยเข้าไปที่หน้าอกอัคคีหลายครั้งให้อีกฝ่ายหายใจ
"ไว้รอจนพี่พร้อมเเล้ว ผมจะตอบแทนคืนให้อย่างดีเเทนคำขอบคุณในวันนี้เลยครับ"
อัคคีจับมือเล็กของธารที่กำลังปัดหน้าอกของตัวเองอยู่ให้อยู่ในกำมือ ขณะที่มืออีกข้างก็ช้อนเอวบางให้เข้ามาแนบชิดกายเข้าด้วยกันจนในตอนนี้พวกเขาต่างก็ได้ยินเสียงหัวใจที่กำลังเต้นของอีกคน
ก่อนที่อัคคีจะจ้องมองดวงตาใสของคนพี่ที่เงยหน้าขึ้นมาแล้วพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงทีเล่นทีจริง ที่มีแต่อัคคีเท่านั้นที่รู้ว่านี่คือคำพูดที่ออกมาจากใจของเขาจริงๆ ถ้าวันไหนที่พี่ธารพร้อมเเละเปิดใจให้เขาแล้วอัคคีก็พร้อมที่จะกลืนกินร่างเล็กตรงหน้าที่รอจะกลืนกินมาตั้งแต่วันเเรกที่เจอในแอป
"บ่ะ บ้า! ปล่อยพี่ก่อนคนมองกันทั้งร้านเเล้วเนี่ย"
ธารที่ได้ยินคำพูดของคนตรงหน้าก็หน้าแดงเขาที่อายุขนาดนี้เเล้วมีหรอที่จะฟังความหมายแฝงในประโยคนี้ไม่ออก ก้มหน้าลงไม่กล้าสบตาอัคคีอีกแล้วบอกให้อัคคีรีบบ่อยตัวเองเพราะนอกจากที่คนในร้านกำลังมองเเล้วนั้น ยังมีเสียงหัวใจที่ดังของตัวเองที่แทบจะทะลุออกมาอยู่เเล้ว ไม่รู้ว่าอัคคีจะได้ยินมันไหมอยู่ใกล้กันขนาดนี้
"ถ้าพี่พร้อมวันไหนก็บอกผมนะครับ"
อัคคีได้ยินเสียงหัวใจขอพี่ธารที่กำลังเต้นเสียงดังก็ยิ้มขึ้นอย่างอารมณ์ดี ก้มลงไปกระซิบข้างหูของคนพี่น้ำเสียงกระเส่าก่อนที่ปล่อยมือให้ร่างพี่ธารเป็นอิสระ แต่หน้าพี่เขานี่สิเเดงยิ่งกว่าเดิมอีก เห็นเเล้วอัคคีถึงกลับต้องกำมือปิดปากหันหน้าไปอีกด้านใกล้ที่จะหัวเราะออกมาเพราะท่าทางที่น่ารักของคนตรงหน้าอย่างอดไม่ได้
วันนี้ก็วันที่ 4 แล้วที่เขาต้องอยู่กับอัคคีสองต่อสองภายในห้องนี้ แต่ในสามวันนี้นั้นพวกเขาเเทบที่จะไม่เห็นหน้ากันเลยก็ว่าได้ เพราะธารต้องออกไปว่าความที่ศาลแต่เช้าและไปหาลูกความตลอดเวลาสามวันมานี้ กลับห้องมาอัคคีก็ไม่อยู่ไปเรียนที่มหาลัยเเล้ว เขาพบว่าอัคคีจะกลับเข้าห้องก็เป็นตอนกลางคืนเเล้วแม้ธารจะรับปากที่จะดูเเลอัคคีเป็นอย่างดี แต่ก็เหมือนกับว่าพวกเรานั้นเเยกกันอยู่ต่างคนต่างอยู่ไม่มีการคุยกันเลย ข้าวเขาก็ไม่เคยเตรียมให้อีกฝ่ายไม่รู้เหมือนกันว่าอัคคีสั่งข้าวมากินหรือว่าไปกินข้าวข้างนอกกันเเน่ วันนี้ก็เป็นวันที่เขาต้องทำงานเพื่อเตรียมคำร้องๆ ต่างให้เสร็จพอทำเสร็จเสียงปิดประตูห้องก็ดังขึ้นปังงง!"ปิดประตูห้องเบาๆ หน่อยสิ เดี๋ยวมันก็พังหรอก"เขาพูดบ่นขึ้นเสียงดังให้อัคคีได้ยินเพราะนี่มันห้องเขาทรัพย์สินของเขา ถ้ามันพังคนที่ต้องรับผิดชอบค่าเสียหายก็คือธารไม่ใช่อัคคี แต่ดูเหมือนว่าอัคคีจะไม่ฟังเพราะเขาเห็นอีกฝ่ายเดินโซซัดโซเซเข้าไปในห้องนอนของตัวเอง"กินเหล้าอะไรจนเมาขนาดนั้นเนี่ย เห้อ! สงสัยจะต้องโทรไปบอกพี่อินหน่อยเเล้วพรุ่งนี้"พรูดดด!"เจ้าเด็กบ้าทำไมแก้ผ้าเดินออกมาเเบบนั้นล่ะ"บ่นว่
ความพยายามที่จะลืมที่จะบล็อกช่องทางการติดต่อไม่เจอน้าอัคคีของธาร ต้องมาพังลงเพราะอัคคีคือลูกชายของพี่อินเพื่อนสนิทตนเป็นหลานของเขาคนหนึ่งที่จะต้องมาอยู่ด้วยกันนับแต่นี้ไป จะเปลี่ยนใจในตอนนี้เขาก็ทำไม่ลงเเล้วเพราะไปรับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะกับพี่อินเเล้วว่าจะให้ห้องนอนอีกห้องของตนเป็นการสนับสนุนการเรียนของหลานจะให้เขาบอกพี่อินว่าอัคคีลูกพี่เป็นเเฟนเก่าธาร เเละเราเคยได้กันมาก่อนเเล้วพึ่งจะเลิกกันไปกับพี่อินก็คงจะไม่ได้หรอก ถ้าพูดอย่างงั้นออกไปความสัมพันธ์นับ 10 ปี ที่พวกเขามีให้กันได้จบสิ้นกันพอดี แต่พอคิดว่าตัวเองต่อไปนี้จะต้องอยู่กับคนที่โกหกตั้งแต่ยังไม่เจอหน้ากันอย่างอัคคีตั้งแต่ต่อไปนี้ แค่คิดหัวของธารก็ปวดคล้ายจะระเบิดอยู่เเล้วยิ่งหน้าที่กระยิ้มกระย่องใจในตอนนี้ของอัคคีที่ส่งให้ตัวเองไม่หยุด ธารรู้สึกเหมือนกำลังโดนอีกฝ่ายยั่วยุ เอาก็เอาวะถึงจะต้องอยู่กับอัคคีสองต่อสองในห้องนี้ต่อไป แต่ธารจะทำทุกวิธีให้อัคคีไปบอกพี่อินให้หาห้องใหม่ให้ย้ายออกจากห้องนี้ไปให้ได้ ขอแค่อัคคีเป็นคนพูดเองเขาก็ไม่ถือว่าผิดสัญญากับพี่อินเเล้ว"นี่พี่สั่งข้าวเที่ยงมาเเล้วเขามาส่งเเล้วเดี๋ยวพี่ขอไปรับก่อนนะพว
นับจากวันที่ธารบอกเลิกนี่ก็ผ่านมา 3 วันเเล้วตั้งแต่ที่เลิกกัน เขาบล็อกเบอร์และช่องทางติดต่อทุกช่องทางของอัคคี ตั้งแต่ตอนที่ตื่นนอนในวันที่เป็นไข้ เขาไม่อยากจะติดต่อหรือฟังคำโกหกอะไรที่จะออกมาจากปากของอัคคีอีกต่อไปในช่วงนี้ธารเเทบที่จะไม่ออกจากบ้านเลยไม่ใช่เพราะธารยังทำใจที่เลิกกับอัคคีไม่ได้หรอก เเต่เป็นเพราะช่วงนี้เขาไม่มีลูกความที่จะต้องไปพบ ว่าความในชั้นศาลก็ยังไม่ถึงกำหนดนอกจากอ่านข้อมูลในเอกสารที่เตรียมจะต้องว่าความในชั้นศาลเเล้ว เขาก็แทบจะว่างจึงนอนดูซีรีย์อยู่ในห้องไม่ไปไหนแม้บางครั้งจะมีน้ำตาไหลออกมาโดยไม่รู้ตัวเวลาดูซีรี่ย์เเล้วคิดถึงหน้าอีกฝ่ายก็เถอะแต่ก็ต้องยอมรับว่าธารเริ่มทำใจได้เเล้วจริงๆ ถึงในตอนนี้จะเลิกทำอาหารกินเองเเล้วหันมาสั่งออนไลน์ให้มาส่งเพราะไม่มีอารมณ์ที่จะทำกินเองก็ต้อง มันไม่ใช่เพราะธารยังคิดเรื่องอัคคีไม่ได้หรอกนะแค่ธารขี้เกียจทำอาหารกินเองเท่านั้นเอง ขณะที่กำลังนั่งดูซีรี่ย์หน้าทีวีเสียงเรียกเข้าของมือถือก็ดังขึ้น ธารเห็นชื่อคนที่โทรมาเป็นเพื่อนสนิทก็รีบรับอย่างไว"ฮัลโหลว่าไงครับพี่อิน""พี่ไม่พูดมากเลยนะพี่มีอะไรให้ธารช่วยหน่อย ห้องของเรามีห้องว่างบ้าง
กริ๊งงงๆๆ"พี่ธารอยู่ไหมครับ"เสียงกริ่งประตูห้องดังขึ้นภายในห้องพร้อมกับเสียงเรียกของขุนเขาที่หน้าประตูห้อง ปลุกให้ธารลืมตาตื่นขึ้นมาในตอนเช้า เสียงเรียกเเละเสียงกริ่งที่ดังทำให้คนที่พึ่งลืมตาตื่นนอนพยายามที่จะลืมตาที่แทบจะปิดทุกครั้งที่ลืมตาให้ตื่นเต็มที่"รอเเป๋บขุนพี่กำลังจะเปิดประตูให้"เสียงเเผ่วเบาของธารดังขึ้นหลังจากที่ตั้งสติได้เเล้วว่าขุนเขาอยู่หน้าประตูห้อง ร่างเล็กค่อยๆ ยันพื้นลุกขึ้นยืนหลังแนบประตูห้อง ก่อนที่จะหันตัวจับที่เปิดประตูแล้วบิดเปิดประตูออกให้คนข้างนอกเข้ามา"พี่ธารเป็นอะไรไหมครับ ทำไมเปิดประตูช้าจังผมส่งเเชทไป โทรหา ทั้งกดกริ่งทั้งตะโกนเรียกตั้งนานกว่าพี่จะมาเปิดประตูให้ เล่นเอาผมเป็นห่วงเลยว่าพี่จะเป็นอะไรไปหรือเปล่า"เปิดประตูได้เสียงพรั่งพรูบ่นด้วยความเป็นห่วงของร่างสูงตรงหน้าก็ดังขึ้นไม่หยุด"พี่ไม่เป็นอะไรแค่ตื่นสายน่ะ""จริงหรอครับ แต่ตาพี่บวมๆ นะ นี่พี่ร้องไห้มาหรอ แล้วหน้าพี่ยังแดงแบบนี้อีก ตัวพี่ร้อนมากรู้ไหมครับ!"ขุนเขาไม่เชื่อคำพูดของอีกฝ่ายนอนตื่นสายอะไรตาบวมแดงขนาดนั้น เหมือนคนร้องไห้มากกว่ายิ่งยังมีคราบน้ำตาเป็นใบหน้าพี่ธารอีก สุดท้ายด้วยความสงส